บุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔)

    ตอนที่46 มังกรและหงส์

    ฉับพลันสีหน้าของเซียวเย่ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีหน้าเย็นชาขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนกับตอนเมื่อวานไม่มีผิด วางตะเกียบลง ก่อนที่จะกล่าวออกมาสั้นๆ

     

    "ทานเสร็จก็รีบตามมาล่ะ ระวังจะไม่ได้เห็นเรื่องสนุกๆ"

     

    กล่าวเสร็จแล้วจึงลุกขึ้น ก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง มุ่งตรงไปที่ลานประลองในทันที 

     

    อีกสองคนที่นั่งทานข้าวอยู่ด้วยกัน เมื่อได้ยินที่เซียวเย่กล่าว ต่างคนก็ต่างวางตะเกียบ ลุกขึ้นตามออกไปเช่นกัน

     

    เมื่อเซียวเย่กับพวกเดินทางมาถึงลานประลอง คนอื่นๆก็มาถึงแล้วเช่นกัน เซียวเย่มองออกไปรอบๆด้วยสายตาที่สงบนิ่ง 

     

    เซียวเย่มองเห็นพี่น้องตระกูลเสวี่ยที่กำลังยืนรออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ 

    สายลมที่พัดผ่าน…ใบไม้ที่ปลิวลงมาจากต้น เสวี่ยหนิงยืนนิ่งเหมือนกับรูปปั้น เมินเฉยต่อเศษใบไม้ที่ปลิวไปมา ด้วยหน้าตาที่งดงามรวมเข้ากับรูปลักษณ์ที่ดูเย็นชาและเข้าถึงยาก ช่างเป็นภาพที่ดูงดงามและสูงส่งเยื่ยงนัก เซียวเย่สามารถรับรู้ได้ในทันทีว่าเสวี่ยหนิงกำลังจ้องมองมาที่ตน 

     

    แต่เมื่อมองไปทางอื่น สายตาก็มาสดุดเข้ากับหยางเจี้ยน ที่เกาะกลุ่มคุยอยู่กับอดีตพวกพ้องของตนอย่างสนุกสนาน เซียวเย่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกๆอยู่ภายในหัวใจ

     

    เซียวเย่หันไปมองยังทิศทางที่ไกลออกไป ถึงจะอยู่ไกลเกินกว่าหนึ่งร้อยเมตรไปเสียหน่อย แต่เซียวเย่ก็สามารถรับรู้ได้อยู่ลางๆ

     

    “หือ! เจ้าหนูนั่นสามารถรับรู้ถึงการคงอยู่ของข้าด้วยอย่างนั้นหรือ?…ไม่หรอก…ข้าคงจะคิดไปเองเสียมากกว่า..”

     

    กงซุนอี้กล่าวออกมาด้วยความรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ก่อนที่จะตัดสินใจว่าตัวเองนั้นคิดมากเกินไป

     

    “คุยสนุกสนานกันใหญ่เชียว ข้าล่ะสงสัยจริงๆ ว่าถ้าหลังจากจบการประลอง…พวกเจ้าจะยังคุยกันได้อย่างสนุกสนานแบบเมื่อครู่กันอยู่อีกหรือไม่”

     

    เซียวเย่กล่าวออกมาโดยไม่หันไปมอง เดินตรงขึ้นไปบนลานประลองในทันที

     

    คนอื่นๆเมื่อได้ยินคำกล่าวของเซียวเย่ก็ถึงกับยืนก้มหน้าเงียบกริบ ไม่มีใครกล้ากล่าวพูดออกมาเสียอย่างนั้น  

     

    เสี่ยวหลินหันไปมองหัวเฉินและฉินฟางเซียนที่เอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าที่จะกล่าวอะไร เสี่ยวหลินจึงทนไม่ไหว ตัดสินใจกล่าวออกมาในที่สุด

     

    “เซียวเย่…พวกเราก็แค่คุยกันก็เท่านั้นเอง ทำไมเจ้าจะต้องมากล่าวอะไรแบบนี้ด้วย ” 

     

    หยางเจี้ยนหันไปมองเซียวเย่ที่ยืนอยู่บนลานประลอง กล่าวอธิบายออกไป

     

    “โอ้วว! ศิษย์น้องเซียวเย่ เจ้ามาถึงแล้ว…ตัวข้าก็คิดว่าอาจจะต้องรอเจ้าอยู่ตรงนี้อีกนานเสียหน่อย ก็เลยตัดสินใจพูดคุยกันเพื่อค่าเวลาเท่านั้นเอง  ใครจะไปรู้ได้กันว่าเพียงแค่นี้ จะทำให้เจ้าต้องถึงกับมีน้ำโห…ถึงอย่างไรตัวข้าก็เป็นถึงลูกศิษย์สายตรงของเจ้าสำนัก…เจ้าก็ควร…”

     

    "เจ้าเห่าเสร็จหรือยัง…เสร็จแล้วก็ขึ้นมาด้วย" 

     

    เซียวเย่คร้านจะฟังคำกล่าวของหยางเจี้ยน กล่าวตัดบทออกไปคล้ายเริ่มที่จะรำคาญ

     

    "….เจ้านี่มันเกินจะเยียวยาแล้วจริงๆ ข้าจะสอนให้เจ้ารู้เองว่าอะไรคือพลังแห่งความจริง เจ้าจะได้เลิกเพ้อฝันปัญญาอ่อนเรื่องพวกนั้นเสีย….พวกเจ้าทุกคนรอข้าอยู่ตรงนี้…เมื่อข้าชนะเซียวเย่ได้แล้ว…ทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นเหมือนที่เคยเป็น เซียวเย่ยังอายุน้อยนัก เราจะต้องชี้แนะในสิ่งที่ถูกต้องให้กับเด็กนั่น "

     

    หยางเจี้ยนหันหลังกลับมากล่าวกลับคนอื่นๆ ก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนลานประลองด้วยความเชื่อมั่น

     

    “ศิษย์พี่หยางเจี้ยน สมแล้วที่เป็นถึงศิษย์ตรงเจ้าสำนัก ลุยเลย!”

     

    “ลุยเลยศิษย์พี่หยางเจี้ยน”

     

    "หยางเจี้ยนระวังตัวด้วย เซียวเย่ไม่ใช่คนที่เจ้าจะมองข้ามได้"

     

    หัวเฉินกับฉินฟางเซียน พูดกล่าวให้กำลังใจหยางเจี้ยนกันยกใหญ่ จะมีแค่เพียงเสี่ยวหลินเท่านั้นที่กล่าวเตือน

     

    ณ ที่ไกลออกไป จุดที่กงซุนอี้ยืนดูอยู่

     

    “ศิษย์รักของเจ้าทั้งสองเนี่ย คุณธรรมสูงส่งจริงๆเลยน่ะ ฮะฮะฮะ”

     

    กงซุนอี้หันไปกล่าวกับหยางเวียนเทียนที่พึ่งจะเดินทางมาถึง

     

    "เห้ออ…ทุกวันนี้ข้าก็มานั่งคิดกับตนเองอยู่เหมือนกัน ว่าสิ่งที่ข้าเซี่ยมสอนเด็กๆเหล่านั้นมันถูกต้องจริงๆแล้วหรือไม่ ข้าสอนแต่อะไรที่เรียกว่าความถูกต้อง ไม่เคยให้เด็กพวกนั้นพบเจอด้วยตนเองมาก่อนเลย ก็คงต้องมาดูกันแล้วล่ะ ว่าเด็กที่เชื่อว่าจะเอาชนะความชั่วร้ายด้วยคุณธรรมอย่างศิษย์ข้า….หรือกับเด็กที่เชื่อว่าจะเอาชนะความชั่วร้ายด้วยความชั่วร้ายที่ยิ่งกว่า….ความคิดแบบไหนกันแน่ที่จะทำให้แผ่นดินนี้อยู่รอด ไม่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างของแผ่นดินใครอีก"

     

    หยางเวียนเทียนถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวตอบกงซุนอี้กลับไป

     

    "การที่เจ้าสอนเด็กๆพวกนั้นว่าความถูกต้องเป็นอย่างไร…นั่นมันก็ดีอยู่แล้ว แต่นั่นก็อาจจะยังไม่เพียงพอ…"

     

    "อืมม นั่นสินะ…"

     

    ณ ใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ลานประลอง

     

    "ท่านพี่ ท่านคิดอะไรอยู่กันแน่ การที่ท่านมาชมดูการประลองน่ารำคาญแบบนี้ มันขัดกับนิสัยของท่านนะ…"

     

    เสวี่ยเจี้ยนกล่าวถามออกมา เหตุเพราะไม่อาจเข้าใจพี่สาวตนเองเลยในตอนนี้

     

    "……เมื่อก่อนข้าคิดเสมอว่า…ขอเพียงแค่ข้าแข็งแกร่งขึ้น ตระกูลก็จะไม่สามารถสั่งอะไรพวกเราได้อีก ขอเพียงแค่ข้าแข็งแกร่งขึ้น เจ้าก็ไม่จำเป็นจะต้องมาสวมรอยเป็นข้า ไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าใครจะลอบเข้ามาเพื่อสังหารเจ้าอีก ขอเพียงแค่ข้าแข็งแกร่งขึ้น…เกียรติของวงศ์ตระกูลก็จะไม่มีวันเสื่อมเสีย ข้าก็จะยังสามารถรักษาเกียรติของตระกูลเสวี่ยเอาไว้ได้….แต่ว่าทุกอย่างได้เปลี่ยนไป…ตั้งแต่ข้าได้สู้กับเจ้าหนูนั่น" 

     

    เสวี่ยหนิงยังคงจ้องมองไปทางเซียวเย่ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่โศกเศร้า

     

    "ท่านพี่…ความหมายของท่านคือ?"

     

    เสวี่ยเจี้ยน เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็เผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ยังคงไม่อาจสามารถเข้าใจความคิดของพี่สาวตนเองได้อยู่ดี กล่าวถามออกมาอีกครั้ง

     

    “……ถ้าพวกเรายังปล่อยให้มันเป็นไปอยู่แบบนี้ สักวันข้าก็ต้องถูกสั่งให้ไปเป็นภรรยาน้อยของใครสักคนในแผ่นดินอื่น เพื่อความก้าวหน้าของตระกูล หรือไม่เจ้าก็อาจจะถูกลอบฆ่า ตายลงแทนข้าในสักวันหนึ่ง ต่อให้ไม่มีพวกเรา…ท่านพ่อก็หาคนอื่นมาทำแทนอยู่ดี ผู้มีพรสวรรค์ตระกูลเสวี่ยมีอยู่มากมาย ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด เค้าคนนั้นสนใจแค่ตระกูลและตนเองเพียงเท่านั้น หนทางที่พวกเราจะรอด ก็คงจะมีแค่เพียงหนีเท่านั้น….แต่จะหนีไปที่ใดล่ะ จะมีที่ไหนที่ต้องการพวกเรากัน? แผ่นดินนี้พวกเราเปรียบเสมือนมังกรและหงส์ แต่กับแผ่นดินอื่น…พวกเรายังมิอาจเทียบได้กับงูหรือนกเลยด้วยซ้ำ ”

     

    เสวี่ยหนิงกล่าวออกมาอย่างยืดยาว อธิบายให้น้องชายตนเองได้ฟังความคิดภายในใจของตน

     

    เสวี่ยเจี้ยนเข้าใจได้ในทันที เสียงหัวใจที่เต้นเป็นปกติ อยู่ๆมันก็เริ่มที่จะเต้นแรงขึ้น…แรงขึ้น เสวี่ยเจี้ยนในตอนนี้รู้สึกตื่นเต้นถึงขีดสุด เมื่อทราบว่าพี่สาวของตนคิดที่จะทำอะไรในวันข้างหน้า ก็มิอาจห้ามหัวใจให้เต้นเป็นปกติได้อีก หันหน้ามองออกไปยังเซียวเย่ที่ยืนอยู่บนลานประลอง ก่อนที่จะหันกลับมามองพี่สาวของตน กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น

     

    “ท่านพี่!! นี่ท่าน….เห้ออ เอาเถอะ…ข้าจะบ้าไปกับท่านเอง! คงจะมีเรื่องน่ารำคาญเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยเลย แต่ว่า..เด็กนั่น..เซียวเย่น่ะ จะสามารถทำได้จริงอย่างนั้นหรือ เรื่องแบบนั้น…มันไม่ใช่เพียงแค่พูดว่าจะทำ แล้วจะสามารถทำได้เลยเสียหน่อย"

     

    "…..เราจะได้รู้ไม่อีกไม่ช้า…."

     

    ณ ข้างลานประลอง ตำแหน่งที่กลุ่มเสี่ยวหลินยืนอยู่

     

    "หัวเฉิน..เจ้าว่าพวกเราทำแบบนี้มันถูกต้องแล้วจริงๆงั้นหรือ…เซียวเย่ดูเหมือน…จะโกรธพวกเราอย่างมาก"

     

    ฉินฟางเซียนหันไปทางหัวเฉินเพื่อกล่าวถามความคิดเห็น

     

    "เห้ออ ก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่พวกเราเลือกมันจะถูก…ถ้าเกิดว่ามันไม่ถูกขึ้นมา ก็ไม่มีหน้าไปเจอพี่ใหญ่แล้ว….สิ่งที่พี่ใหญ่คิดจะกระทำในวันข้างหน้า ต่อให้ใครได้ฟังแล้วจะไม่มีทางเชื่อก็ตาม แต่ว่าข้าเชื่ออย่างสุดหัวใจ ว่าพี่ใหญ่จะทำมันขึ้นมาจริงๆ เมื่อถึงวันนั้นขึ้นมา…เจ้าจะทำอย่างไร…ตระกูลเจ้า…หรือพี่ใหญ่ เจ้าจะเลือกฝั่งไหน เจ้าเองก็รู้อยู่แก่ใจ"

     

    หัวเฉินเมื่อได้ฟังที่ฉินฟางเซียนกล่าวถามออกมาแบบนั้น ใบหน้าก็กลายเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เผลอถอนหายใจออกมาก่อนที่จะกล่าวตอบออกไป

     

    "พวกเจ้าไม่ตรงกังวล ทุกอย่างจะต้องกลับมาเป็นเหมือนเดิมเหมือนที่มันเคยเป็น ข้าจะไม่ยอมให้เซียวเย่…เดินในเส้นทางที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมอย่างเด็ดขาด…..พวกเราจะกลับมากินข้าวพร้อมหน้าค่าตาด้วยกันอีกครั้ง…"    

     

    เสี่ยวหลินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูมุ่งมั่น แต่มือกับสั่นไม่ยอมหยุด…

     

    “โอ้ยย ปวดหัว ไม่อยากคิดอะไรแล้ว ศิษย์พี่หยางเจี้ยนลุยเลย!!”

     

    ฉินฟางเซียนเมื่อยิ่งได้คิดก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ กล่าวตะโกนออกไป

     

    ณ ลานประลอง

     

    เซียวเย่และหยางเจี้ยนยืนประจันหน้ากันอยู่บนลานประลอง 

     

    ชิ้ง!

     

    หยองเจี้ยนชักดาบออกมาจากข้างเอว กล่าว

     

    “กลับตัวกลับใจตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ…เจ้าไม่มีทางชนะข้าได้หรอก อย่าได้พยายามเลย”

     

    “ชาติที่แล้วเจ้าเกิดเป็นหมาหรือยังไง? ถึงได้เห่าไม่ยอมหยุด!”

     

    เซียวเย่ที่ใบหน้ายังคงดูเย็นชา กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แลมีน้ำโห

     

    บูมมมมมม

     

    "ถ้าอยากให้ใบหน้าชนเข้ากับพื้นมากนัก ข้าก็จะสนองให้!!"

     

    หยางเจี้ยนระเบิดพลังออกมาถึงขีดสุด ดาบในมือเริ่มสั่นไหว พุ่งเข้าใส่เซียวเย่ในทันที

     

    บูมมมมมม

     

    ในเมื่ออีกฝ่ายเอาจริง เซียวเย่ก็ไม่จำเป็นต้องกั๊กไว้ ปลดปล่อยพลังของตนออกมาเช่นเดียวกัน 

     

    ย๊าก!

     

    หยางเจี้ยนพุ่งเข้ามาใกล้เซียวเย่ ง้างแขนขึ้นตวัดดาบออกไปสุดแรง

     

    เคร้ง!

     

    หยางเจี้ยนรู้สึกเหมือนตนเองฟันเข้ากับอะไรบางอย่าง ดาบที่ง้างตวัดฟันออกไปสุดแรง มันถึงกลับต้องกระเด็นออกมาในทันที เมื่อเพ่งมองเข้าไปที่แขนข้างนั้น ก็เห็นสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกับสายลม มันหมุนวนอยู่ที่แขนทั้งสองข้างเซียวเย่

     

    เซียวเย่สบัดแขนเล็กน้อยก็ที่จะพุ่งสวนเข้าไป

     

    เคล็ดวิชาควงวายุ กระบวนท่าที่ 3 วายุเริงระบำ!!

    คล้ายกับเรื่องบุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔) ที่คุณอ่าน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432