หวงฝู่หลิงซีลอบเป่าปากโล่งอกดวงตางดงามมองไปทางเซียวอวี้โดยไม่ได้ตั้งใจ
เซียวอวี้คลี่ยิ้มพร้อมกล่าว“ในเมื่อสหายฟางจัดการไม่ได้ ให้ข้าลองดูสักหน่อยดีกว่า”
ฟางอวิ๋นทำหน้าดูแคลนทำเสียงฮึดฮัดเ็าเอ่ยขึ้นว่า “เ้าโง่ที่ไม่รู้จักเจียมตัว ค่ายกลภาพลวงตาครอบจักรวาลนี่แม้กระทั่งข้ายังไม่สามารถมองทะลุได้กับอีแค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดสามชั้นฟ้ากระจอกๆ อย่างเ้า อยากจะวางแผนบ้าระห่ำทำลายค่ายกลถูกพวกคนปัญญาอ่อนในเมืองเหลียงโจวคุยโวว่าเป็ผู้กล้าคนหนุ่มสาวคิดว่าตัวเองเก่งไปหมดทุกอย่างจริงๆ หรือไง”
เซียวอวี้เอ่ยด้วยรอยยิ้มเรียบเฉย“คงไม่ถึงกับว่าเก่งไปหมดทุกอย่างหรอกแต่เอาชนะสหายฟางก็ไม่ใช่เื่ยากเย็นอะไร”
“กำแหงนักกล้าหยาบคายกับคุณชายรอง!”
องครักษ์คนหนึ่งของฟางอวิ๋นคนหนึ่งตะคอกเสียงด้วยความเดือดดาลกระโจนตัวเข้าใส่พร้อมจิตสังหารที่คลุมเครือทรงพลังชายชราในชุดสีเทาเข้าขวางไว้อย่างง่ายดาย
สายตาของฟางอวิ๋นคุโชนไปด้วยความอาฆาตแค้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย “ลูกชายของก้วนจวินโหวตัวเล็กๆก็กล้าลบหลู่ข้า เ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วงั้นหรือ”
หวงฝู่หลิงซีเอ่ยด้วยความโกรธเคือง“พี่ฟาง พี่ทำเกินเหตุไปแล้วกระมัง”
เซียวอวี้ยิ้มเรียบเฉยั์ตาลุ่มลึกทำให้คนมองไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร เอ่ยด้วยเสียงเรียบนิ่ง “แม่นางหวงฝู่ไม่จำเป็ต้องลดตัวไปต่อปากต่อคำด้วยหรอกข้าเข้าไปดูในถ้ำหน่อย”
ฟางอวิ๋นจ้องมองเซียวอวี้อย่างเหี้ยมเกรียมเพียงแต่ชายชราในชุดสีเทาจ้องตาถมึงทึงอยู่ข้างๆ เขาก็เลยไม่มีโอกาสลงมือพลันหัวเราะเยาะสองทีแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
เขาค่อนข้างถือดีในวิถีแห่งค่ายกลของตนเองเขายังมองสำรวจค่ายกลภาพลวงตานั่นไม่ทะลุเ้าคนบ้านนอกคอกนานี่จะไปทำลายค่ายกลที่ลี้ลับยากแก่การคาดเดานี่ได้อย่างไรรอให้เ้าบ้านนอกคอกนานี่เดินออกมาพร้อมกับหน้าตาเลอะฝุ่นมอมแมมจะได้เหยียบย่ำให้ขายขี้หน้าจมดินได้พอดี
นอกจากนี้!
ฟางอวิ๋นรู้เป็อย่างดีว่าภายในค่ายกลภาพลวงตานั่นเต็มไปด้วยอันตรายทุกฝีก้าวไม่ระวังเพียงเล็กน้อยก็จะต้องตายโดยไม่มีแม้แต่ที่กลบฝังหากเซียวอวี้ผู้นี้หลงเข้าไปในค่ายกลภาพลวงตาร้อยละแปดเก้าสิบไม่มีทางรอดชีวิตออกมาได้
“พี่เซียวข้าเข้าไปเป็เพื่อนท่าน” หวงฝู่หลิงซีเอ่ย
เซียวอวี้ส่ายหน้ายิ้มแล้วเอ่ย“ไม่ต้อง ข้าไปเดี๋ยวเดียวแม่นางหวงฝู่รอข่าวดีจากข้าอยู่ที่นี่เถอะ”
หวงฝู่หลิงซียังทำท่าจะพูดอะไรถูกเซียวอวี้โบกไม้โบกมือตัดบท คลี่ยิ้มให้นางเดินเข้าไปในถ้ำูเาที่ลึกเงียบสงัดและมืดมิดอย่างไม่สะทกสะท้าน
ฟางอวิ๋นหัวเราะเยาะไม่หยุด“ไอ้โง่รนหาที่ตาย”
เซียวอวี้ก้าวเดินเข้าไปในกลางูเาที่ว่างเปล่าอย่างสบายอารมณ์ลมเย็นที่เหน็บหนาวโชยปะทะใบหน้า สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
ในลมหนาวเย็นสะท้านประกอบไปด้วยจิตสังหารรำไรเมื่อครู่ฟางอวิ๋นทำลายค่ายกลสะเปะสะปะเกือบจะกระตุ้นการทำงานของค่ายกลสังหารถ้าเกิดค่ายกลสังหารทำงานขึ้นมาภายในรัศมีร้อยลี้จะไม่มีคนรอดชีวิตไปได้แม้แต่คนเดียว
ภายในค่ายกลภาพลวงตาประกอบไปด้วยค่ายกลสังหารเขาเดาได้นานแล้วและจากค่ายกลนี้สามารถมองออกถึงระดับความรู้ลึกซึ้งในวิถีแห่งค่ายกลของนักบำเพ็ญพรตผู้วายชนม์เมื่อหลายปีก่อนคนนั้น
“ค่ายกลสังหารจะทำงานแล้วฟางอวิ๋นทะเล่อทะล่าทำลายค่ายกลทำให้ค่ายกลสังหารฟื้นตัวข้าเหลือเวลาแค่ไม่ถึงหนึ่งชั่วก้านธูป”
กลางูเากว้างโล่งเซียวอวี้ยืนอยู่ในส่วนลึกกลางูเา หลับตาลงััค่ายกลภาพลวงตา
ค่ายกลภาพลวงตานี้เชื่อมโยงกันอย่างแ่าประกอบขึ้นจากค่ายกลเล็กๆ ที่ยอดเยี่ยมหลายร้อยค่ายกระทบเพียงจุดเดียวจะส่งผลต่อทั้งหมด ถ้าเกิดมักง่าย ทำลายค่ายกลเล็กบางส่วนเช่นนั้นค่ายกลมายาทั้งหมดจะทำงานทันที กระตุ้นค่ายกลสังหารแห่งยุค ฝังกลบทุกคนอยู่ที่นี่กระทั่งยังเป็ภัยคุกคามเมืองเหลียงโจวที่อยู่ไปไกลอีกห้าร้อยลี้ได้
“หากมีตบะในชาติภพก่อนก็สามารถทลายค่ายกลใหญ่แบบนี้ลงได้ในชั่วเวลาดีดนิ้ว น่าเสียดาย...ตอนนี้ข้าเป็แค่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต่ำคนหนึ่ง” เซียวอวี้หัวเราะขมขื่นเริ่มใช้วิธีที่โง่เง่าที่สุดทำลายค่ายกล
เขาใช้มือหรือเท้าวัดพื้นไม่หยุดไม่หย่อนต่อมาปลดปล่อยปราณแท้แต่ละกลุ่มก้อนออกมาจากเท้าและฝ่ามือ กลายเป็เส้นสีทองจางๆพรั่งพรูไปทั่วสารทิศ
นี่คือวิถีแห่งค่ายกลที่ลึกล้ำที่สุดถูกขนานนามว่าอาคมแห่งฟ้าลิขิต ใช้ปราณแท้ไปเลียนแบบค่ายกลภาพลวงตาตรงหน้านี้แล้วคำนวณออกมาว่าดวงตาค่ายกลของค่ายกลภาพลวงตาตั้งอยู่ตรงไหน
อาคมแห่งฟ้าลิขิตซับซ้อนเหนือกว่าสิ่งใดจำเป็ต้องเชี่ยวชาญในวิถีแห่งค่ายกลอย่างมากถึงจะสามารถใช้งานได้ค่ายกลเปลี่ยนแปลงไปได้สารพัด แค่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็จะถูกทำลายในชั่วพริบตา
ถึงแม้ตบะของเซียวอวี้จะไม่เหลือแล้วแต่สายตาและประสบการณ์ยังคงอยู่ถึงแม้อาคมแห่งฟ้าลิขิตจะค่อนข้างสิ้นเปลืองกำลังจิตเพียงแต่เผชิญหน้ากับค่ายกลภาพลวงตาตรงหน้าก็ยังคงมีเหลือเฟือ
“วูววูววว...!”
ลมเย็นหนาวสะท้านขึ้นเรื่อยๆพัดโหมกระหน่ำอยู่ตรงกลางูเา อานุภาพของค่ายกลสังหารค่อยๆ เพิ่มขึ้น สายลมหนาวปกคลุมเขาไว้ราวกับดาบราวกับแส้โบยตี
เส้นสีทองใต้ฝ่าเท้ายิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆเซียวอวี้พุ่งความสนใจไปที่สองสิ่งใช้ปราณแท้ปกป้องกายเนื้อไม่ให้พลังค่ายกลสังหารที่ปลดปล่อยออกมาภายนอกโจมตีเข่นฆ่าเขาได้ในขณะเดียวกันใช้ท่า ‘นวจำแลงคุนเผิง’ควบตะบึงอย่างรวดเร็วอยู่ตรงกลางูเาที่กว้างใหญ่
ทุกครั้งที่จรดฝีเท้าลงจะมีปราณแท้สีทองอ่อนๆ กลายเป็ลายเส้นแต่ละเส้นปูเต็มไปทั่วพื้นดินผ่านไปแค่ชั่วขณะ เขาก็เหน็ดเหนื่อยอ่อนระโหยโรยแรง ปราณแท้แทบจะใช้เกินขีดจำกัด
“ตรงนั้น!”
ค่ายกลสังหารกำลังจะทำงานมุมปากของเซียวอวี้ก็มีเืไหลออกมาเล็กน้อย จู่ๆ ดวงตาเป็ประกายในที่สุดก็หาดวงตาค่ายกลของค่ายกลภาพลวงตาจนเจอ
“โครม!”
ภาพมายาัคะนองน้ำร่างหนึ่งถูกเขาหลอมรวมออกมาใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีะเิใส่ดวงตาค่ายกล
โครมๆ!
สั่นะเืไปทั้งพื้นพิภพและภูผาทันทีเห็นว่ายอดูเาจะพังถล่มลงมา เซียวอวี้กลายเป็ภาพเงาติดตาสีทองร่นถอยหลังไปอย่างรวดเร็วออกมาจากถ้ำเพียงชั่วเวลาสั้นๆ
ทุกคนที่อยู่ข้างนอกล้วนแต่หน้าถอดสีหินูเานั่นพังทลายลงมา หินขนาดใหญ่ั์นับไม่ถ้วนกลิ้งร่วงหล่นลงรอยแตกร้าวขนาดใหญ่แต่ละทางแผ่กระจายจากตรงกลางูเาไปถึงด้านนอกพื้นดินที่เหมือนใยแมงมุมก็กำลังถล่มลงไปไม่หยุดด้วยเช่นกัน
ผู้คนร่นถอยหลังอย่างรวดเร็ว
ฟางอวิ๋นหัวเราะลั่นด้วยสีหน้าร้ายกาจ“ไอ้โง่ที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำค่ายกลภาพลวงตานี่เ้าจะทำลายได้หรือไง...อะไรกัน”
เขายังพูดไม่ทันจบก็เหมือนถูกคนบีบลำคอเอาไว้ มองตรงไปข้างหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อสายตา
ูเาที่ถูกขุดจนเกลี้ยงทรุดตัวถล่มอย่างรวดเร็วในระหว่างที่ฝุ่นฟุ้งตลบ ประตูทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ ที่ทั้งโบราณและเรียบง่ายตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างฟ้าดินประตูใหญ่ทองสัมฤทธิ์บานนี้ใหญ่โตมโหฬารเกินไปจริงๆ สูงเป็พันจั้งปล่อยแสนยานุภาพที่ยิ่งใหญ่ออกมา
ประตูทองสัมฤทธิ์ที่มีลวดลายปลดปล่อยกลิ่นอายของกาลเวลาที่เก่าแก่ออกมาพลังอันยิ่งใหญ่ที่เป็สุดยอดแห่งใต้หล้าปรากฏออกมาบนประตูทองสัมฤทธิ์ทำให้ทุกคนตกตะลึง
ใครจะคิดว่าหลังจากค่ายกลภาพลวงตาพังลงแล้ว จะเป็ประตูั์ทองสัมฤทธิ์ที่สูงตระหง่านผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานตั้งอยู่ระหว่างฟ้าดิน ประตูทองสัมฤทธิ์สูงราวพันจั้งกว้างเกือบร้อยจั้ง มีกลิ่นอายสั่นะเืผืนนภารำไร
มุมปากของเซียวอวี้ผุดรอยยิ้มประหลาดประตูทองสัมฤทธิ์บานนี้ปรากฏออกมา ไม่ว่าอย่างไรจินเฟิงอวี้ลู่ก็คงปิดข่าวไม่อยู่แถมเขายังสามารถยืนยันได้เลยว่า ถึงแม้จินเฟิงอวี้ลู่จะมียอดฝีมือปกครองก็เปิดประตูทองสัมฤทธิ์บานนี้ไม่ออกเข้าไปในแดนิญญาอริยะที่อยู่ภายในประตูทองสัมฤทธิ์บานนี้ไม่ได้!
ใช่แล้วแดนิญญาอริยะ!
กลิ่นอายที่แผ่กระจายออกมาจากประตูทองสัมฤทธิ์เห็นได้ชัดว่าเป็กลิ่นอายของนักปราชญ์
นักพรตขั้นนักปราชญ์มีอายุขัยยืนยาวอิทธิฤทธิ์มากมายเหลือคณา โดยเฉพาะพลังจิตอันใหญ่โตมโหฬาร ถ้าเกิดวายปราณไปแล้วจิติญญาจะกลายเป็แดนิญญาอริยะได้เอง และภายในแดนิญญาอริยะได้ซ่อนคลังสมบัติทั้งชีวิตของอริยะผู้นี้เอาไว้
นอกจากนี้กลิ่นอายที่พรั่งพรูออกมาจากประตูทองสัมฤทธิ์ เซียวอวี้สามารถยืนยันได้ว่านักพรตผู้วายชนม์คนนั้นเป็ราชันย์แห่งปราชญ์ หรือพูดอีกอย่างก็คือ นี่เป็ฯแดนิญญาอริยะของราชันย์แห่งปราชญ์
หนึ่งจิตหนึ่งภพแดนิญญาอริยะที่ราชันย์แห่งปราชญ์ดำรงอยู่ ภายในนั้นกว้างใหญ่ไร้ขอบเขตสามารถซ่อนสุริยันต์จันทราเอาไว้ได้
ตอนนี้อริยะในทวีปอวี้ซวีค่อนข้างหาได้ยากมิหนำซ้ำยิ่งเป็ราชันย์แห่งปราชญ์ แดนิญญาอริยะของเขาไม่ธรรมดาสามัญ แม้กระทั่งอริยะก็บ้าคลั่งเพราะสิ่งสิ่งนี้
“เหอะอึกทึกเกินไปแล้ว คาดว่าอีกไม่นานสำนักใหญ่แต่ละสำนักทางตอนใต้ของทวีปอวี้ซวีน่าจะรู้ข่าวบริเวณใกล้ๆ ูเาหมั่งหนิวเล็กๆ นี่ถูกลิขิตไว้ว่าจะต้องเกิดความโกลาหลปั่นป่วนถ้วนหน้าแล้วละ” ใบหน้าของเซียวอวี้เผยความซับซ้อนยากแก่การเข้าใจออกมา
จู่ๆแดนิญญาอริยะของราชันย์แห่งปราชญ์ปรากฏอยู่บนโลกมนุษย์ ด้วยนิสัยขี้ระแวงของเขายากที่จะเชื่อว่านี่เป็เื่บังเอิญอีกทั้งค่ายกลภาพลวงตาที่ถูกทำลายดูเหมือนร้ายกาจแต่ความเป็จริงสำหรับนักพรตที่ยิ่งใหญ่แล้วนั้น สามารถใช้แค่พลังโง่ๆทำลายมันทิ้งก็ยังได้
ภายในค่ายกลภาพลวงตาเล็กๆไม่คิดเลยว่าจะเป็แดนิญญาอริยะ เซียวอวี้ได้กลิ่นแผนการชั่วร้ายเขาคิดกระทั่งว่าภาพคลังสมบัติที่จินเฟิงอวี้ลู่ได้รับมา อาจจะถูกใครบางคนเตรียมการเอาไว้แล้ว
“นี่ก็คือแดนิญญาอริยะตามตำนานหรือคุณหนู พวกเราคงปิดข่าวได้ยากแล้วละ มิหนำซ้ำด้วยความสามารถของร้านค้าแลกเงิน ไม่สามารถยึดแดนิญญาอริยะไว้เป็ของตนได้”ชายชราในชุดสีเทามองประตูทองสัมฤทธิ์ที่ตั้งสูงตระหง่านใบหน้าที่แก่ชราเผยความน่ายำเกรงเล็กน้อย
อานุภาพที่เรียบง่ายแบบนั้นราวกับสามารถแทรกซึมลงไปในจิติญญาทำให้เขาไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไรเลยแม้แต่น้อย
สีหน้าของฟางอวิ๋นและถังเหมียวเหมี่ยวย่ำแย่อย่างมากหลังจากเห็นเซียวอวี้ทำลายค่ายกลภาพลวงตาประตูใหญ่ทองสัมฤทธิ์ที่ใหญ่โตมโหฬารปรากฏขึ้นบนโลกเขารู้สึกเหมือนตนเองโดนตบหน้าฉาดหนึ่ง ใบหน้าแสบร้อนแปลบๆ
ก่อนหน้าไม่นานเขายังเย้ยหยันหาว่าเซียวอวี้ไม่รู้จักเจียมตัวตอนนี้ในสายตาของคนอื่นนั้น ตนเองคงเหมือนตัวตลก
ทันทีที่คิดถึงเื่นี้สีหน้าของฟางอวิ๋นก็ยิ่งอาฆาตชิงชังขึ้นเรื่อยๆั์ตาส่อประกายดุดันจับจ้องเซียวอวี้อย่างเอาเป็เอาตาย
“พวกเราไปเถอะในเมื่อเป็แดนิญญาอริยะในตำนาน พวกเราคงทำอะไรไม่ได้ไม่นานที่นี่จะกลายเป็สมรภูมิที่สำนักใหญ่ต่างๆ จะแก่งแย่ง่ชิง” หวงฝู่หลิงซีลังเลใจชั่วขณะ ต่อมาก็เอ่ยขึ้นด้วยความเด็ดขาด
“ขอรับ!”
ชายชราในชุดสีเทาและคนอื่นๆต่างรีบพยักหน้า
การปรากฏของแดนิญญาอริยะเป็เื่นอกเหนือการควบคุมของพวกเขาอย่างสิ้นเชิงเื่นี้จำเป็ต้องรายงานต่อเบื้องบนทันที ให้เบื้องสูงลงมติขั้นสุดท้าย
“พี่เหมียวเหมี่ยวหากท่านอยากเฝ้ามองแดนิญญาอริยะด้วยความเลื่อมใส ก็เชิญตามสบายข้าไม่ขออยู่เป็เพื่อนแล้วละ” หวงฝู่หลิงซีคลี่ยิ้มพร้อมเปรยขึ้น
สัตว์ิญญาบินได้ขนาดใหญ่หลายตัวบรรทุกเซียวอวี้และคนที่เหลือจากไปสำหรับความมั่งคั่งมหาศาลที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม พวกเขาต่างไม่หวั่นไหวและก็ไม่กล้าหวั่นไหวด้วย
“กลับเรือน!”
ถังเหมียวเหมี่ยวหน้าเขียวคล้ำสลับซีดขาวผ่านไปนานถึงกระทืบเท้าหนักๆ จากไปอย่างไม่ยอมแพ้