สนามประลองใจกลางเมืองฟ้าคราม เบียดเสียดไปด้วยผู้คนนับพัน พวกเขาต่างก็ใจจดใจจ่อ มาเฝ้ารอรับชมการประลองระหว่างตัวแทนของทั้งหกสถาบัน
หลังจากการจับฉลากสิ้นสุดลง ตอนนี้ตัวแทนของทั้งหกสถาบันที่อยู่ในกลุ่มที่หนึ่ง ได้ถูกเรียกตัวขึ้นไปบนสนามประลอง เพื่อเตรียมตัวเข้าประลอง เพื่อหาสองคนที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบที่สอง ซึ่งเป็นรอบแปดคนสุดท้ายต่อไป
ท่ามกลางตัวแทนทั้งสิบสองคนที่กำลังเดินเข้าสนาม เหล่าผู้ชมที่ดูอยู่ต่างก็จับตามองไปที่คู่พี่น้องหยังฉา ตัวแทนจากสถาบันเขี้ยวศิลา เพราะส่วนมากตัวแทนที่อยู่ในกลุ่มที่หนึ่งนั้น มีระดับพลังอยู่ในขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับที่สิบ มีเพียงพี่น้องหยังฉาคู่นี้เท่านั้น ที่อยู่ในขอบเขตหลอมกายาระดับที่หนึ่ง พวกเขาจึงถือเป็นตัวเต็งที่จะได้ผ่านเข้ารอบแปดคนสุดท้ายของกลุ่มนี้
ท่ามกลางสายตามากมายที่จับจ้องไปทางคู่พี่น้องหยังฉา มีเพียงอี้เหมยที่ส่งสายตาอาฆาตแค้นไปทางเสี่ยวฟ่านซึ่งกำลังยืนยิ้มและโบกไม้โบกมือให้กับผู้ชมอยู่บนสนามประลอง ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย
“ฮึ! เชิญหัวร่อต่อไปเถอะ เพราะอีกเดี๋ยวเจ้าจะหัวเราะไม่ออก”
เมื่อตัวแทนทั้งสิบสองคนขึ้นมาครบแล้ว เสียงประกาศเริ่มการประลองในกลุ่มที่หนึ่งก็ดังขึ้นในเวลาต่อมา
“เริ่มการประลองได้!”
แม้เสียงประกาศเริ่มกระประลองจะดังขึ้นแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ใดกล้าลงมือผลีผลาม พวกเขายังยืนคุมเชิงกันอยู่
หลังจากยืนคุมเชิงด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดกันมาครู่หนึ่ง ตัวแทนของแต่ละสถาบันเหมือนจะมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน คือการกำจัดคู่พี่น้องหยังฉาที่มีระดับพลังสูงกว่าคนอื่น ๆ เป็นอันดับแรก
พี่น้องหยังฉานั้นไม่ได้ประหลาดใจที่ตนเองนั้นตกเป็นเป้าหมายในการโจมตี พวกเขาทั้งสองคนที่เป็นสายสถิตวิญญาณ ได้นำดวงจิตของหมาป่าเขี้ยวดำและหมาป่าเขี้ยวขาวซึ่งเป็นสัตว์อสูรของตนเข้ามาสถิตร่าง รับมือกับการโจมตีที่โถมเข้ามาอย่างใจเย็น
หยังฉาผู้พี่ใช้ลักษณะร่างกายที่แข็งแกร่งทนทานของหมาป่าเขี้ยวดำคอยทำหน้าที่เป็นฝ่ายตั้งรับ
ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!
ส่วนหยังฉาผู้น้องใช้ทักษาความคล่องตัวของหมาป่าเขี้ยวขาวทำหน้าที่เป็นฝ่ายโจมตีสวนกลับ
ปัก! ปัก! ปัก! ปัก!
พี่น้องหยังฉาทั้งรุกและรับในเวลาเดียวกัน บางคนโดนสวนกลับจนลุกไม่ขึ้น บางคนก็โดนซัดจนตกขอสนาม พวกเขาทั้งสองคนใช้เวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป กำจัดทุกคนที่เป็นฝ่ายบุกเข้ามาโจมไปได้กว่าครึ่ง ทำให้ตอนนี้บนสนามประลองเหลือตัวแทนอยู่เพียงแค่แปดคนเท่านั้น
“สุดยอด ไม่มีใครเอาชนะพี่น้องหยังฉาคู่นี้ได้เลยหรือนี่..?”
“ในกลุ่มที่หนึ่ง พวกเขาจะต้องเป็นสองคนที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบถัดไปอย่างแน่นอน!”
“ยังไม่แน่หรอก ยังเหลือตัวแทนจากสถาบันอื่น ๆ อยู่อีกตั้งหลายคน และพวกเจ้าลองดูสีหน้าของตัวแทนจากสถาบันใบไม้เขียวให้ดี ๆ ก่อน แม้ทั้งสองจะเห็นการต่อสู้ของคู่พี่น้องหยังฉาไปแล้ว สีหน้าของพวกเขายังไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว”
“หึม! ไม่แน่...พวกเขาอาจจะมีแผนรับมือกับพี่น้องหยังฉาก็เป็นได้!”
เสี่ยวฟ่านและตงห่าวไม่ได้ร่วมลงมือบุกเข้าโจมตีคู่พี่น้องหยังฉา ในสายตาของผู้อื่นที่กำลังมองมา พวกเขาดูเหมือนจะทำเพียงแค่ยืนสถานการณ์การดูทุกอย่างอยู่เงียบ ๆ คล้ายกับกำลังขบคิดหาวิธีการต่อสู้ และเอาชนะอีกฝ่ายอยู่
แต่ถ้าเป็นคนที่รู้จักกับเสี่ยวฟ่านและตงห่าวเป็นอย่างดี พวกเขาจะรู้ว่าที่ทั้งสองคนไม่ได้ลงมือบุกเข้าไปโจมตีนั้น เป็นเพราะพวกเขาทั้งสองรู้สึกขี้เกียจจนไม่อยากเข้าไปยุ่งกับสถานการณ์ที่กำลังวุ่นวายอยู่ตะหาก
เมื่อรวมหัวกันบุกเข้าโจมตีคู่พี่น้องหยังฉาไม่สำเร็จ ตัวแทนที่เหลืออยู่ต่างหันกลับมาที่เสี่ยวฟ่าน ซึ่งกำลังยืนดูทุกอย่างด้วยสีหน้าที่เพลิดเพลิน “เป็นเพราะพวกมันไม่รวมมือด้วย ถ้าอย่างนั้นก็จัดการพวกมันก่อนเลย”
ตัวแทนที่เหลืออยู่อีกสี่คน ได้เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นเสี่ยวฟ่านแทน แต่เสี่ยวฟ่านกลับวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของตงห่าวที่ตัวใหญ่กว่า พลางหัวเราะและเอ่ยท้าทายพวกเขาทั้งสี่ “ฮิฮิๆๆๆ แน่จริงก็บุกเข้ามาสิ!”
ด้วยรอยยิ้มที่ท้าทายของเสี่ยวฟ่าน มันยิ่งทำให้อารมณ์ของตัวแทนทั้งสี่คนนั้นยิ่งเดือดจัด
แม้จะไม่อาจผ่านเข้าสู่รอบแปดคนสุดท้าย แต่พวกเขาทั้งสี่ก็ขอลากเสี่ยวฟ่านผู้นี้ตกรอบไปด้วย
“จัดการพวกมันทั้งสองคนไปพร้อม ๆ กันเลย”
หมัดและลูกเตะที่แฝงเอาไว้ด้วยพลังปราณของทั้งสี่คนลอยเข้ามาหา ตงห่าวที่ยืนอยู่กับที่ได้ทำการเรียกดวงจิตของมังกรปฐพีหางหนามเข้ามาสถิตยังร่างของตน ใช้แขนที่ห่อหุ้มเอาไว้ด้วยเกล็ดสีน้ำตาล รับการโจมตีที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน
ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!
ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีรูปแบบไหน ตงห่าวที่มีระดับพลังต่ำกว่ากลับสามารถรับพวกมันเอาไว้ได้อย่างหมดจรด ซึ่งเขายังได้ใช้ฝ่ามือขวาของตน จับบริเวณข้อมือของหนึ่งในนั้น ก่อนจะใช้เรี่ยวแรงอันมหาศาลของตน เหวี่ยงร่างของอีกฝ่ายจนปลิวออกจากสนาม
เห็นร่างที่ถูกเหวี่ยงออกไป ตัวแทนอีกสามคนที่เหลืออยู่ถึงกับตกใจมาก “นี่มันเรี่ยวแรงอะไรกัน?”
เสี่ยวฟ่านได้ฉวยโอกาสที่พวกเขากำลังสับสน วิ่งย่อตัวออกมาจากด้านหลังของตงห่าวอย่างรวดเร็ว ซัดฟ้ามือทั้งสองข้างของตนที่แฝงเอาไว้ด้วยพลังลมปราณธาตุสายฟ้า เข้าไปที่บริเวณท้องของสองในสามตัวแทนที่เหลืออยู่จนล้มลง
ตุบ! ตุบ!
การโจมตีของเสี่ยวฟ่านยังไม่ได้หมดเพียงเท่านั้น เขายังหมุนตัวเตะไปที่ใบหน้าของตัวแทนอีกหนึ่งคนที่เหลืออยู่
ป๊าบบบ!
ตงห่าวและเสี่ยวฟ่านสามารถล้มตัวแทนทั้งสี่คนที่เหลืออยู่ได้ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนที่ดูอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม..ทุกคนก็ยังคงคิดว่า ผู้ที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบแปดคนสุดท้าย จะต้องเป็นคู่พี่น้องหยังฉาที่มีระดับพลังเหนือกว่าอยู่ดี
พี่น้องหยังฉายืนมองเสี่ยวฟ่านและตงห่าวที่พึ่งล้มตัวแทนทั้งสี่คนลงไปได้ ก่อนจะเอ่ยถามออกมาว่า
“พวกเจ้าคือคนที่ทำให้อี้เหมยต้องอับอายสินะ?”
เสี่ยวฟ่านกลับมายืนหลบอยู่ด้านหลังตงห่าวอีกครั้ง แกล้งทำสีหน้าครุ่นคิด “อี้เหม่ยคือใครกัน...? ข้าไม่เห็นจำชื่อนี้ได้!”
ด้วยท่าทีที่กวนประสาทของเสี่ยวฟ่าน พี่น้องหยังฉาจึงพูดด้วยเสียงต่ำ “หากนึกไม่ออก..เดี๋ยวพวกข้าสองคนจะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำให้กับเจ้าเอง!”
พี่น้องหยังฉาวิ่งเข้าหาตงห่าว คนพี่ปล่อยหมัดโจมตีตรง ๆ จากทางด้านหน้า ส่วนคนน้องวิงมาซ้อนจากทางด้านหลัง เตะกวาดไปที่ข้อเท่าของตงห่าว
ถึงแม้ระดับพลังของตงห่าวจะต่ำกว่าอีกฝ่ายอยู่ถึงสองระดับด้วยกัน แต่เขาก็ยังพอที่จะไล่ตามความเร็วของอีกฝ่ายได้ทัน ส่วนเรี่ยวแรงเองก็ดูเหมือนจะเหนือกว่าทั้งสองคนอยู่เล็กน้อย เขาจึงสามารถรับหมัดของหยังฉาคนพี่เอาไว้ได้
ปึ้ง!
ส่วนลูกเตะของหยังฉาคนน้องที่กวาดเข้ามา ตงห่าวไม่สามารถทำการป้องกันได้ จึงย่อตัวลง เกร็งช่วงล่างรับลูกเตะของอีกฝ่ายเอาไว้
ปัก!
ลูกเตะของหยังฉาคนน้องนั้นรุนแรงมาก หากเป็นขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับสิบ อาจจะโดนเตะจนล้มกลิ้งลงไปแล้ว แต่กลับตงห่าวนั้น ถึงจะโดนลูกแตะของหยังฉาคนน้องเข้าไป ท่อนขาของเขายังคงปักหลักอยู่ที่เดิมราวกับก้อนหินที่ฝังรากลึกอยู่ในดินเสียอย่างนั้น ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย
“มันสามารถรับลูกเตะของข้าเอาไว้ได้!” หยังฉาคนน้องถึงกับต้องประหลาดใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่อยู่ในขอบเขตกำเนิดลมปราณจะรับลูกเตะของตนเอาไว้ได้ และอีกฝ่ายยังเป็นแค่ขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับที่เก้า ไม่ใช่ระดับที่สิบอีกด้วย
หลังจากตงห่าวรับการโจมตีของพี่น้องหยังฉาเอาไว้ได้ เสี่ยวฟ่านก็วิ่งออกมาจากด้านหลังของตงห่าวอีกครั้ง เขารีบวิ่งเข้าประชิดตัวหยังฉาคนพี่
การเคลื่อนไหวของเสี่ยวฟ่านดูไปแล้วเหมือนจะไม่ได้รวดเร็วเท่าไหร่นัก หยังฉาคนพี่จึงแอบแสยะยิ้มอยู่ในใจ ปล่อยหมัดสวนกลับไปในทันที
หมัดสวนของหยังฉาคนพี่พุ่งตรงเข้ามาที่ใบหน้าของเสี่ยวฟ่าน แต่จู่ ๆ ความเร็วของเสี่ยวฟ่านก็เพิ่มขึ้นจนหน้าตกใจ มุดตัวหลบหมัดไปได้อย่างฉิวเฉียด ทั้งยังกระโดดหมุนตัวกลับหลัง เตะเสยเข้าไปที่ปลายคางของหยังฉาคนพี่เข้าอย่างจัง
ปึก!
หยังฉาคนพี่ถูกเตะเสยจนทรุดกายลงไปนั่งกองอยู่กับพื้น ซึ่งเสี่ยวฟ่านรู้ดี ว่าการโจมตีของคนนั้น ยังไม่อาจล้มอีกฝ่าย ไม่นานก็จะลุกขึ้นมา เขาจึงเริ่มทำการประเคนหมัดเข้าใส่อีกฝ่ายแบบไม่มียั้ง
ปัก! ปัก! ปัก!
หยังฉาคนน้องเห็นพี่ชายของตนกำลังถูกเสี่ยวฟ่านเล่นงาน เขาจึงเตรียมที่จะวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ แต่ขณะที่กำลังจะวิ่งไปช่วยนั้น ตงห่าวก็ได้เข้ามาขวางทางอีกฝ่ายเอาไว้ ทำให้เขานั้นไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือพี่ชายของตนได้
เมื่อหยังฉาคนน้องถูกขัดขวาง หยังฉาคนพี่จึงได้รับหมัดของเสี่ยวฟ่านจนใบหน้าบวมปูด และไม่นานก็สลบเหมือด ตอนนี้จึงกลายไปการต่อสู้แบบสองต่อหนึ่ง โอกาสที่หยังฉาคนน้องจะพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะทั้งสองได้นั้น แทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย
ตงห่าวเริ่มปลอยหมัดที่ทรงพลัง เสี่ยวฟ่านคอยฉวยจังหวะแอบลอบเข้าโจมตี ไล่ต้อนหยังฉาคนน้องกันอย่างหนักหน่วง
หยังฉาคนน้องถูกกดดันอย่างหนัก ผ่านไปไม่ถึงสามสิบกระบวนท่า หยังฉาคนน้องก็ถูกเสี่ยวฟ่านป่วนจนเสียจังหวะ ถูกหมัดของตงห่าวซัดจนปลิวตกขอบสนามประลอง
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำเอาบรรยากาศทั่วทั้งสนามประลองถึงกับเงียบกริบ เนื่องจากไม่มีผู้ใดคาดคิด ว่าพี่น้องหยังฉาคู่นี้ จะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับผู้ที่มีระดับพลังต่ำกว่า โดยสองคนที่ไม่อาจทำใจให้เชื่อได้เลยนั้น คืออี้เหมยและกว่านป๋อที่นั่งกำหมัดอยู่ข้างสนามประลอง
แม้บรรยากาศจะเงียบสนิทซักแค่ไหน ก็ไม่อาจหยุดเสี่ยวฟ่านเอาไว้ได้ เขาชูกำปั้นของตนเองขึ้นเหนือศีรษะ เรียกเสียงโห่ร้องจากผู้ชมที่กำลังดูอยู่จนดังกึกก้องไปหมด
เฮ้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากสอบและเที่ยวสงกรานต์เสร็จ ไรท์ก็กลับมาหานักอ่านทุกคนแล้ว (ลงวันเว้นวันนะครับ ตอนสำรองมีอยู่ไม่เยอะ)
ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเรื่องนี้ รวมถึงกดไลค์กดติดตามเพจ Facebook : Nightfall.Novel ด้วยนะครับ