มารสยบฟ้า

    บทที่ 60 : พี่น้องหยังฉา

    สนามประลองใจกลางเมืองฟ้าคราม เบียดเสียดไปด้วยผู้คนนับพัน พวกเขาต่างก็ใจจดใจจ่อ มาเฝ้ารอรับชมการประลองระหว่างตัวแทนของทั้งหกสถาบัน

     

    หลังจากการจับฉลากสิ้นสุดลง ตอนนี้ตัวแทนของทั้งหกสถาบันที่อยู่ในกลุ่มที่หนึ่ง ได้ถูกเรียกตัวขึ้นไปบนสนามประลอง เพื่อเตรียมตัวเข้าประลอง เพื่อหาสองคนที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบที่สอง ซึ่งเป็นรอบแปดคนสุดท้ายต่อไป

     

    ท่ามกลางตัวแทนทั้งสิบสองคนที่กำลังเดินเข้าสนาม เหล่าผู้ชมที่ดูอยู่ต่างก็จับตามองไปที่คู่พี่น้องหยังฉา ตัวแทนจากสถาบันเขี้ยวศิลา เพราะส่วนมากตัวแทนที่อยู่ในกลุ่มที่หนึ่งนั้น มีระดับพลังอยู่ในขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับที่สิบ มีเพียงพี่น้องหยังฉาคู่นี้เท่านั้น ที่อยู่ในขอบเขตหลอมกายาระดับที่หนึ่ง พวกเขาจึงถือเป็นตัวเต็งที่จะได้ผ่านเข้ารอบแปดคนสุดท้ายของกลุ่มนี้

     

    ท่ามกลางสายตามากมายที่จับจ้องไปทางคู่พี่น้องหยังฉา มีเพียงอี้เหมยที่ส่งสายตาอาฆาตแค้นไปทางเสี่ยวฟ่านซึ่งกำลังยืนยิ้มและโบกไม้โบกมือให้กับผู้ชมอยู่บนสนามประลอง ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย

     

    “ฮึ! เชิญหัวร่อต่อไปเถอะ เพราะอีกเดี๋ยวเจ้าจะหัวเราะไม่ออก”

     

    เมื่อตัวแทนทั้งสิบสองคนขึ้นมาครบแล้ว เสียงประกาศเริ่มการประลองในกลุ่มที่หนึ่งก็ดังขึ้นในเวลาต่อมา

     

    “เริ่มการประลองได้!”

     

    แม้เสียงประกาศเริ่มกระประลองจะดังขึ้นแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ใดกล้าลงมือผลีผลาม พวกเขายังยืนคุมเชิงกันอยู่

     

    หลังจากยืนคุมเชิงด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดกันมาครู่หนึ่ง ตัวแทนของแต่ละสถาบันเหมือนจะมีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน คือการกำจัดคู่พี่น้องหยังฉาที่มีระดับพลังสูงกว่าคนอื่น ๆ เป็นอันดับแรก

     

    พี่น้องหยังฉานั้นไม่ได้ประหลาดใจที่ตนเองนั้นตกเป็นเป้าหมายในการโจมตี พวกเขาทั้งสองคนที่เป็นสายสถิตวิญญาณ ได้นำดวงจิตของหมาป่าเขี้ยวดำและหมาป่าเขี้ยวขาวซึ่งเป็นสัตว์อสูรของตนเข้ามาสถิตร่าง รับมือกับการโจมตีที่โถมเข้ามาอย่างใจเย็น

     

    หยังฉาผู้พี่ใช้ลักษณะร่างกายที่แข็งแกร่งทนทานของหมาป่าเขี้ยวดำคอยทำหน้าที่เป็นฝ่ายตั้งรับ

     

    ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!

     

    ส่วนหยังฉาผู้น้องใช้ทักษาความคล่องตัวของหมาป่าเขี้ยวขาวทำหน้าที่เป็นฝ่ายโจมตีสวนกลับ

     

    ปัก! ปัก! ปัก! ปัก!

     

    พี่น้องหยังฉาทั้งรุกและรับในเวลาเดียวกัน บางคนโดนสวนกลับจนลุกไม่ขึ้น บางคนก็โดนซัดจนตกขอสนาม พวกเขาทั้งสองคนใช้เวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป กำจัดทุกคนที่เป็นฝ่ายบุกเข้ามาโจมไปได้กว่าครึ่ง ทำให้ตอนนี้บนสนามประลองเหลือตัวแทนอยู่เพียงแค่แปดคนเท่านั้น

     

    “สุดยอด ไม่มีใครเอาชนะพี่น้องหยังฉาคู่นี้ได้เลยหรือนี่..?”

     

    “ในกลุ่มที่หนึ่ง พวกเขาจะต้องเป็นสองคนที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบถัดไปอย่างแน่นอน!”

     

    “ยังไม่แน่หรอก ยังเหลือตัวแทนจากสถาบันอื่น ๆ อยู่อีกตั้งหลายคน และพวกเจ้าลองดูสีหน้าของตัวแทนจากสถาบันใบไม้เขียวให้ดี ๆ ก่อน แม้ทั้งสองจะเห็นการต่อสู้ของคู่พี่น้องหยังฉาไปแล้ว สีหน้าของพวกเขายังไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว”

     

    “หึม! ไม่แน่...พวกเขาอาจจะมีแผนรับมือกับพี่น้องหยังฉาก็เป็นได้!”

     

    เสี่ยวฟ่านและตงห่าวไม่ได้ร่วมลงมือบุกเข้าโจมตีคู่พี่น้องหยังฉา ในสายตาของผู้อื่นที่กำลังมองมา พวกเขาดูเหมือนจะทำเพียงแค่ยืนสถานการณ์การดูทุกอย่างอยู่เงียบ ๆ คล้ายกับกำลังขบคิดหาวิธีการต่อสู้ และเอาชนะอีกฝ่ายอยู่

     

    แต่ถ้าเป็นคนที่รู้จักกับเสี่ยวฟ่านและตงห่าวเป็นอย่างดี พวกเขาจะรู้ว่าที่ทั้งสองคนไม่ได้ลงมือบุกเข้าไปโจมตีนั้น เป็นเพราะพวกเขาทั้งสองรู้สึกขี้เกียจจนไม่อยากเข้าไปยุ่งกับสถานการณ์ที่กำลังวุ่นวายอยู่ตะหาก

     

    เมื่อรวมหัวกันบุกเข้าโจมตีคู่พี่น้องหยังฉาไม่สำเร็จ ตัวแทนที่เหลืออยู่ต่างหันกลับมาที่เสี่ยวฟ่าน ซึ่งกำลังยืนดูทุกอย่างด้วยสีหน้าที่เพลิดเพลิน “เป็นเพราะพวกมันไม่รวมมือด้วย ถ้าอย่างนั้นก็จัดการพวกมันก่อนเลย”

     

    ตัวแทนที่เหลืออยู่อีกสี่คน ได้เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นเสี่ยวฟ่านแทน แต่เสี่ยวฟ่านกลับวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของตงห่าวที่ตัวใหญ่กว่า พลางหัวเราะและเอ่ยท้าทายพวกเขาทั้งสี่ “ฮิฮิๆๆๆ แน่จริงก็บุกเข้ามาสิ!”

     

    ด้วยรอยยิ้มที่ท้าทายของเสี่ยวฟ่าน มันยิ่งทำให้อารมณ์ของตัวแทนทั้งสี่คนนั้นยิ่งเดือดจัด

     

    แม้จะไม่อาจผ่านเข้าสู่รอบแปดคนสุดท้าย แต่พวกเขาทั้งสี่ก็ขอลากเสี่ยวฟ่านผู้นี้ตกรอบไปด้วย

     

    “จัดการพวกมันทั้งสองคนไปพร้อม ๆ กันเลย”

     

    หมัดและลูกเตะที่แฝงเอาไว้ด้วยพลังปราณของทั้งสี่คนลอยเข้ามาหา ตงห่าวที่ยืนอยู่กับที่ได้ทำการเรียกดวงจิตของมังกรปฐพีหางหนามเข้ามาสถิตยังร่างของตน ใช้แขนที่ห่อหุ้มเอาไว้ด้วยเกล็ดสีน้ำตาล รับการโจมตีที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน

     

    ปึก! ปึก! ปึก! ปึก!

     

    ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีรูปแบบไหน ตงห่าวที่มีระดับพลังต่ำกว่ากลับสามารถรับพวกมันเอาไว้ได้อย่างหมดจรด ซึ่งเขายังได้ใช้ฝ่ามือขวาของตน จับบริเวณข้อมือของหนึ่งในนั้น ก่อนจะใช้เรี่ยวแรงอันมหาศาลของตน เหวี่ยงร่างของอีกฝ่ายจนปลิวออกจากสนาม

     

    เห็นร่างที่ถูกเหวี่ยงออกไป ตัวแทนอีกสามคนที่เหลืออยู่ถึงกับตกใจมาก “นี่มันเรี่ยวแรงอะไรกัน?”

     

    เสี่ยวฟ่านได้ฉวยโอกาสที่พวกเขากำลังสับสน วิ่งย่อตัวออกมาจากด้านหลังของตงห่าวอย่างรวดเร็ว ซัดฟ้ามือทั้งสองข้างของตนที่แฝงเอาไว้ด้วยพลังลมปราณธาตุสายฟ้า เข้าไปที่บริเวณท้องของสองในสามตัวแทนที่เหลืออยู่จนล้มลง

     

    ตุบ! ตุบ!

     

    การโจมตีของเสี่ยวฟ่านยังไม่ได้หมดเพียงเท่านั้น เขายังหมุนตัวเตะไปที่ใบหน้าของตัวแทนอีกหนึ่งคนที่เหลืออยู่

     

    ป๊าบบบ!

     

    ตงห่าวและเสี่ยวฟ่านสามารถล้มตัวแทนทั้งสี่คนที่เหลืออยู่ได้ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนที่ดูอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม..ทุกคนก็ยังคงคิดว่า ผู้ที่จะได้ผ่านเข้าสู่รอบแปดคนสุดท้าย จะต้องเป็นคู่พี่น้องหยังฉาที่มีระดับพลังเหนือกว่าอยู่ดี

     

    พี่น้องหยังฉายืนมองเสี่ยวฟ่านและตงห่าวที่พึ่งล้มตัวแทนทั้งสี่คนลงไปได้ ก่อนจะเอ่ยถามออกมาว่า

     

    “พวกเจ้าคือคนที่ทำให้อี้เหมยต้องอับอายสินะ?”

     

    เสี่ยวฟ่านกลับมายืนหลบอยู่ด้านหลังตงห่าวอีกครั้ง แกล้งทำสีหน้าครุ่นคิด “อี้เหม่ยคือใครกัน...? ข้าไม่เห็นจำชื่อนี้ได้!”

     

    ด้วยท่าทีที่กวนประสาทของเสี่ยวฟ่าน พี่น้องหยังฉาจึงพูดด้วยเสียงต่ำ “หากนึกไม่ออก..เดี๋ยวพวกข้าสองคนจะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำให้กับเจ้าเอง!”

     

    พี่น้องหยังฉาวิ่งเข้าหาตงห่าว คนพี่ปล่อยหมัดโจมตีตรง ๆ จากทางด้านหน้า ส่วนคนน้องวิงมาซ้อนจากทางด้านหลัง เตะกวาดไปที่ข้อเท่าของตงห่าว

     

    ถึงแม้ระดับพลังของตงห่าวจะต่ำกว่าอีกฝ่ายอยู่ถึงสองระดับด้วยกัน แต่เขาก็ยังพอที่จะไล่ตามความเร็วของอีกฝ่ายได้ทัน ส่วนเรี่ยวแรงเองก็ดูเหมือนจะเหนือกว่าทั้งสองคนอยู่เล็กน้อย เขาจึงสามารถรับหมัดของหยังฉาคนพี่เอาไว้ได้

     

    ปึ้ง!

     

    ส่วนลูกเตะของหยังฉาคนน้องที่กวาดเข้ามา ตงห่าวไม่สามารถทำการป้องกันได้ จึงย่อตัวลง เกร็งช่วงล่างรับลูกเตะของอีกฝ่ายเอาไว้

     

    ปัก!

     

    ลูกเตะของหยังฉาคนน้องนั้นรุนแรงมาก หากเป็นขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับสิบ อาจจะโดนเตะจนล้มกลิ้งลงไปแล้ว แต่กลับตงห่าวนั้น ถึงจะโดนลูกแตะของหยังฉาคนน้องเข้าไป ท่อนขาของเขายังคงปักหลักอยู่ที่เดิมราวกับก้อนหินที่ฝังรากลึกอยู่ในดินเสียอย่างนั้น ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย

     

    “มันสามารถรับลูกเตะของข้าเอาไว้ได้!” หยังฉาคนน้องถึงกับต้องประหลาดใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่อยู่ในขอบเขตกำเนิดลมปราณจะรับลูกเตะของตนเอาไว้ได้ และอีกฝ่ายยังเป็นแค่ขอบเขตกำเนิดลมปราณระดับที่เก้า ไม่ใช่ระดับที่สิบอีกด้วย

     

    หลังจากตงห่าวรับการโจมตีของพี่น้องหยังฉาเอาไว้ได้ เสี่ยวฟ่านก็วิ่งออกมาจากด้านหลังของตงห่าวอีกครั้ง เขารีบวิ่งเข้าประชิดตัวหยังฉาคนพี่

     

    การเคลื่อนไหวของเสี่ยวฟ่านดูไปแล้วเหมือนจะไม่ได้รวดเร็วเท่าไหร่นัก หยังฉาคนพี่จึงแอบแสยะยิ้มอยู่ในใจ ปล่อยหมัดสวนกลับไปในทันที

     

    หมัดสวนของหยังฉาคนพี่พุ่งตรงเข้ามาที่ใบหน้าของเสี่ยวฟ่าน แต่จู่ ๆ ความเร็วของเสี่ยวฟ่านก็เพิ่มขึ้นจนหน้าตกใจ มุดตัวหลบหมัดไปได้อย่างฉิวเฉียด ทั้งยังกระโดดหมุนตัวกลับหลัง เตะเสยเข้าไปที่ปลายคางของหยังฉาคนพี่เข้าอย่างจัง

     

    ปึก!

     

    หยังฉาคนพี่ถูกเตะเสยจนทรุดกายลงไปนั่งกองอยู่กับพื้น ซึ่งเสี่ยวฟ่านรู้ดี ว่าการโจมตีของคนนั้น ยังไม่อาจล้มอีกฝ่าย ไม่นานก็จะลุกขึ้นมา เขาจึงเริ่มทำการประเคนหมัดเข้าใส่อีกฝ่ายแบบไม่มียั้ง

     

    ปัก! ปัก! ปัก!

     

    หยังฉาคนน้องเห็นพี่ชายของตนกำลังถูกเสี่ยวฟ่านเล่นงาน เขาจึงเตรียมที่จะวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ แต่ขณะที่กำลังจะวิ่งไปช่วยนั้น ตงห่าวก็ได้เข้ามาขวางทางอีกฝ่ายเอาไว้ ทำให้เขานั้นไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือพี่ชายของตนได้

     

    เมื่อหยังฉาคนน้องถูกขัดขวาง หยังฉาคนพี่จึงได้รับหมัดของเสี่ยวฟ่านจนใบหน้าบวมปูด และไม่นานก็สลบเหมือด ตอนนี้จึงกลายไปการต่อสู้แบบสองต่อหนึ่ง โอกาสที่หยังฉาคนน้องจะพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะทั้งสองได้นั้น แทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย

     

    ตงห่าวเริ่มปลอยหมัดที่ทรงพลัง เสี่ยวฟ่านคอยฉวยจังหวะแอบลอบเข้าโจมตี ไล่ต้อนหยังฉาคนน้องกันอย่างหนักหน่วง

     

    หยังฉาคนน้องถูกกดดันอย่างหนัก ผ่านไปไม่ถึงสามสิบกระบวนท่า หยังฉาคนน้องก็ถูกเสี่ยวฟ่านป่วนจนเสียจังหวะ ถูกหมัดของตงห่าวซัดจนปลิวตกขอบสนามประลอง

     

    ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำเอาบรรยากาศทั่วทั้งสนามประลองถึงกับเงียบกริบ เนื่องจากไม่มีผู้ใดคาดคิด ว่าพี่น้องหยังฉาคู่นี้ จะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับผู้ที่มีระดับพลังต่ำกว่า โดยสองคนที่ไม่อาจทำใจให้เชื่อได้เลยนั้น คืออี้เหมยและกว่านป๋อที่นั่งกำหมัดอยู่ข้างสนามประลอง

     

    แม้บรรยากาศจะเงียบสนิทซักแค่ไหน ก็ไม่อาจหยุดเสี่ยวฟ่านเอาไว้ได้ เขาชูกำปั้นของตนเองขึ้นเหนือศีรษะ เรียกเสียงโห่ร้องจากผู้ชมที่กำลังดูอยู่จนดังกึกก้องไปหมด

     

    เฮ้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

    หลังจากสอบและเที่ยวสงกรานต์เสร็จ ไรท์ก็กลับมาหานักอ่านทุกคนแล้ว (ลงวันเว้นวันนะครับ ตอนสำรองมีอยู่ไม่เยอะ)

    ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเรื่องนี้ รวมถึงกดไลค์กดติดตามเพจ Facebook : Nightfall.Novel ด้วยนะครับ