อสุราพลิกฟ้า ท้าบัญชาสวรรค์

    บทที่ 35: คืนก่อนการจู่โจม

    บทที่ 35: คืนก่อนการจู่โจม


    เวลาหกวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว...


    ภายในห้องลับของคฤหาสน์ตระกูลหลิน เย่เฉินลืมตาขึ้นช้าๆ แสงเทียนที่ริบหรี่ในห้องสะท้อนให้เห็นดวงตาที่สงบนิ่งและลึกล้ำราวกับมหาสมุทรในยามรัตติกาล กลิ่นอายรอบกายของเขาถูกเก็บงำไว้จนหมดสิ้น หากมีคนอื่นอยู่ในห้องนี้ อาจจะเข้าใจผิดว่าเขาเป็นเพียงบัณฑิตหนุ่มผู้ไร้ซึ่งพลังยุทธ์คนหนึ่งเท่านั้น


    นี่คือผลลัพธ์ของการฝึกฝนอย่างเข้มข้นตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาได้หลอมรวมพลังชีวิตจากรากไม้จันทราพันปีเข้ากับกายาโลหิตของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้พลังของเขามาถึงจุดสูงสุดของขั้นกลาง และมีพลังควบคุมที่สูงส่งยิ่งขึ้น


    เขาลุกขึ้นยืนและสวมใส่ชุดสีดำสนิทที่เตรียมไว้ มันเป็นคืนที่ไร้แสงจันทร์...คืนที่เหมาะสมกับการล่าที่สุด


    ที่ห้องโถง หลินเวยเวยยืนรอเขาอยู่ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล


    "พรุ่งนี้คือวันงานเลี้ยงใหญ่ของตระกูลเซียว" นางกล่าว "พวกเขาได้เชิญตระกูลใหญ่ๆ ทั่วทั้งเมืองไปร่วมงาน ทำให้การป้องกันในเขตตระกูลของพวกเขาจะหละหลวมกว่าปกติ...คืนนี้คือโอกาสที่ดีที่สุดของท่านแล้วจริงๆ"


    "ข้าเข้าใจ" เย่เฉินพยักหน้า


    "โปรดระวังตัวด้วย...หากมีอะไรผิดพลาด ให้รีบถอยออกมาทันที" นางกำชับด้วยความเป็นห่วง


    เย่เฉินมองเข้าไปในดวงตาที่ห่วงใยของนางและพยักหน้ารับอีกครั้งหนึ่ง "ไม่ต้องห่วง"


    กล่าวจบ เขาก็หันหลังและทะยานร่างขึ้นไปบนหลังคา ร่างของเขาเงียบเชียบราวกับใบไม้ร่วงและหายวับไปในความมืดมิดของเมืองเมฆาล่องอย่างรวดเร็ว


    ด้วยประสาทสัมผัสอันเฉียบคมและร่างกายที่คล่องแคล่วว่องไว การหลบหลีกทหารยามที่ลาดตระเวนในเมืองจึงเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเขา เย่เฉินเคลื่อนที่ไปตามเงาของอาคารต่างๆ ราวกับภูตผี ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม เขาก็มาถึงเขตที่พักอาศัยของตระกูลเซียว


    มันเป็นพื้นที่ขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยคฤหาสน์และสวนที่สวยงาม มีกำแพงสูงล้อมรอบและมียามเฝ้าอยู่ทุกมุมอย่างแน่นหนา


    เย่เฉินซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งนอกกำแพง เขาสังเกตการณ์อย่างใจเย็นเกือบครึ่งชั่วยามเพื่อจับรูปแบบการเดินของยามตรวจการณ์ จนกระทั่งเขาพบ "จุดบอด" ที่ยามสองกลุ่มจะเดินสวนกันและเกิดเป็นช่องว่างเพียงไม่กี่ลมหายใจ


    ในจังหวะนั้นเอง!


    ร่างของเขาก็พุ่งออกจากเงามืดราวกับลูกธนู เขาวิ่งไต่ขึ้นไปบนกำแพงสูงกว่าห้าเมตร และดีดตัวข้ามเข้าไปด้านในได้อย่างเงียบเชียบ...ราวกับแมงมุมที่ชักใยในความมืด ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย


    เขาเข้ามาในรังของอสรพิษได้สำเร็จแล้ว!


    เย่เฉินกางแผนผังที่อยู่ในใจออกมาและเริ่มเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่ซับซ้อนภายในคฤหาสน์ตระกูลเซียว เขาระมัดระวังทุกฝีก้าว หลบหลีกสาวใช้และยามที่เดินสวนไปมาได้อย่างฉิวเฉียด


    ในที่สุด เขาก็มาถึงเป้าหมาย...


    เบื้องหน้าของเขาคือลานกว้างที่เงียบสงัดแห่งหนึ่ง ใจกลางลานนั้นมีอาคารหินสีดำทะมึนที่สร้างอย่างแข็งแรงทนทานตั้งอยู่โดดเดี่ยว มันไม่มีหน้าต่าง มีเพียงประตูเหล็กกล้าขนาดใหญ่บานเดียวที่ถูกปิดตายไว้อย่างแน่นหนา นี่คือ "คลังโอสถสวรรค์" คลังเก็บสมุนไพรและโอสถที่ล้ำค่าที่สุดของตระกูลเซียว!


    ที่หน้าประตูเหล็กนั้น มีทหารยามยืนคุมเชิงอยู่สี่คน และที่น่าเกรงขามที่สุดคือชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่นั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่บนแท่นหินข้างประตู... "จ้าวซาน" ยอดฝีมือขอบเขตก่อเกิดแก่นแท้ขั้นสมบูรณ์!


    แม้จะหลับตาอยู่ แต่เย่เฉินก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่อันตรายและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาของชายผู้นี้ การจะผ่านเข้าไปโดยไม่ให้เขารู้ตัวนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย


    เย่เฉินซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของสวนจำลองที่อยู่ไม่ไกล ดวงตาของเขาหรี่ลง จ้องเขม็งไปยังประตูเหล็กและผู้คุ้มกันที่แข็งแกร่ง


    เขามาถึงหน้าขุมทรัพย์ของศัตรูแล้ว...


    เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้าย...คือการเปิดประตูเข้าไปเท่านั้น



    คล้ายกับเรื่องอสุราพลิกฟ้า ท้าบัญชาสวรรค์ ที่คุณอ่าน