ระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ)

    เล่มที่ 6 บทที่ 165 มีส่วนร่วมทุกคน ยุติธรรมทั่วถึง

            พูดลำบาก...เรื่องบางเรื่องมันก็อธิบายยากจริงๆ

            อย่างเช่นตอนนี้ตอนที่พวกหัวทองพวกนี้ลงมาจากรถพวกมันไม่แม้แต่จะสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของค่าพลังเลือดในตัวเจียงจืออวี๋และไป๋ฉางเซิงเลยสักนิด

            และอีกปัญหาหนึ่งก็คือก่อนหน้านี้การประลองยุทธ์มหาวิทยาลัยโลกโด่งดังไปกว้างขวางมากจะบอกว่าเป็นที่จับตามองไปทั่วโลกก็ไม่เกินจริงแต่คนของทีมอัคคีล้างผลาญกลุ่มนี้กลับทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลย

            ในสถานการณ์แบบนี้พวกมันยังกล้าเอ่ยปากว่าจะมาคิดบัญชีกับพวกเขาอีก

            ไป๋ฉางเซิงถึงกับอึ้งไปชั่วขณะไม่รู้จะด่าว่าโง่ หรือจะชมว่าเพราะไม่รู้ก็เลยไม่กลัวดี

            “อ้อ... แล้วแกอยากจะคิดบัญชียังไงล่ะ?”

            เจียงจืออวี๋เอ่ยขึ้นเรียบๆขณะมองไปยังทีมอัคคีล้างผลาญที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเธอไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆจนแยกไม่ออกว่ากำลังโกรธหรือกำลังขำ

            หลังจากเหตุการณ์ราชันหมาป่ากระดูกเหล็กครั้งก่อนทีมอัคคีล้างผลาญตายและบาดเจ็บไปไม่น้อย และดูจากจำนวนคนในตอนนี้พวกมันดูเหมือนจะยังไม่ได้หาคนมาเพิ่มเลย

            ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสามหนึ่งคนระดับสองสองคน และอีกหนึ่งคนที่เสียแขนไปข้างหนึ่งซึ่งตอนนี้กำลังจ้องมองไป๋ฉางเซิงด้วยสายตาโกรธแค้นถึงที่สุด

            กำลังคนแค่นี้ถ้าเป็นตอนก่อนเข้าเรียนที่สุ่ยมู่ ไป๋ฉางเซิงอาจจะรู้สึกกดดันอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่ามันน่าตลกสิ้นดี

            อย่างที่เขาว่ากัน...ความแข็งแกร่งคือทุกสิ่งจริงๆ

            เวลาผ่านไปสองเดือนเมื่อไป๋ฉางเซิงมองกลับไปยังทีมอัคคีล้างผลาญที่เคยเกือบจะเอาชีวิตเขาไปในตอนนั้นเขาก็รู้สึกว่าหน่วยที่เคยดูแข็งแกร่งไร้เทียมทานตอนนี้กลับกลายเป็นแค่เศษขยะกระจอกๆ

            ถ้าเขาต้องการเขาสามารถบดขยี้พวกมันให้ตายคามือได้ทุกเมื่อ

            “ราชันหมาป่ากระดูกเหล็กตัวนั้น พวกแกเป็นคนได้ไปสินะ?”

            “ฉันก็ไม่อยากจะโหดร้ายกับพวกแกนักหรอกแค่ส่งเงินที่ได้จากการขายราชันหมาป่าตัวนั้นมาให้หมด แล้วฉันจะปล่อยพวกแกไป!”

            เมื่อพูดถึงราชันหมาป่ากระดูกเหล็กแววตาของคนในทีมอัคคีล้างผลาญก็ลุกวาวด้วยความโลภ

            เพื่อสัตว์อสูรระดับจ้าวอสูรที่มีราคาขายสูงกว่าล้านเหรียญตัวนั้นพวกเขาต้องสูญเสียอย่างหนัก แต่สุดท้ายกลับไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง

            เดิมทีคิดว่าเรื่องนี้คงจบลงแค่นี้แล้วแต่นึกไม่ถึงว่าสองเดือนต่อมา จะมาเจอกับเจียงจืออวี๋และไป๋ฉางเซิงอีกครั้ง

            งานนี้จะมาโทษว่าพวกเขาใจร้ายไม่ได้ในเมื่อหมูมาจ่ออยู่ตรงปากขนาดนี้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่กิน!

            จะหวังให้ได้เงินค่าตอบแทนของราชันหมาป่ากลับมาทั้งหมดพวกเขาก็คงไม่หวังแต่ถ้าได้คืนมาสักสามถึงสี่ส่วน นั่นก็เพียงพอให้พวกเขาได้กำไรมหาศาลซึ่งหาเงินได้เร็วกว่าการไปตามล่าสัตว์อสูรเป็นไหนๆ

            แต่สิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็คือหลังจากเจียงจืออวี๋ได้ยินคำพูดนั้น เธอกลับส่ายหน้า

            “ไม่มีเงิน”

            “ไม่มีเงิน?!”

            คนในทีมอัคคีล้างผลาญทวนคำพูดของเจียงจืออวี๋พร้อมกับขึ้นเสียงสูงเจตนาข่มขู่นั้นชัดเจนจนไม่ต้องเดา

            “ถ้าไม่มีเงิน... งั้นก็เอาตัวมาขัดดอกแทนแล้วกัน!”

            “พวกเรา! ผู้หญิงเก็บไว้ ส่วนสัตว์เลี้ยงวิญญาณนั่นฆ่ามันทิ้งซะ!”

            “ไม่เจอกันนาน เจ้านี่โตขึ้นขนาดนี้เลยเหรอ แถมยังมีเขางอกออกมาอีก?ถ้าถลกหนังมันออกมา ก็น่าจะขายได้ราคาดีเลยทีเดียว!”

            เดิมทีก็มีหนี้แค้นเก่าอยู่แล้วเมื่อมาเจอกันตอนนี้ทีมอัคคีล้างผลาญจึงไม่มีความคิดจะปิดบังเจตนาร้ายของตัวเองแม้แต่น้อย

            พวกมันเลิกแสร้งทำเป็นดีชักอาวุธออกมาทันที

            แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายพากันชักอาวุธออกมาเจียงจืออวี๋และไป๋ฉางเซิงกลับไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่นิดเดียว กลับกันแววตาของพวกเขากลับมีรอยยิ้มจางๆ

            “ฉันจัดการเองไหม?”

            ไป๋ฉางเซิงพูดขึ้น

            เจียงจืออวี๋พยักหน้า“งั้นฉันขอตัวไปนั่งสมาธิรอก่อนแล้วกัน”

            เมื่อเห็นไป๋ฉางเซิงเป็นฝ่ายพูดและเจียงจืออวี๋ทำท่าจะไม่ลงมือทีมอัคคีล้างผลาญก็รู้สึกเหมือนสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ

            เดี๋ยวนะ...นี่มันเรื่องอะไรกัน?

            เจ้านี่มันเป็นสัตว์อสูรไม่ใช่เหรอ?มันพูดได้ยังไง? สัตว์อสูรจะพูดได้ก็ต้องเป็นระดับราชาอสูรไม่ใช่หรือไง?

            คงไม่ใช่ว่า...เจ้านี่จะเป็นราชาอสูรจริงๆ หรอกนะ?

            แน่นอนว่าไป๋ฉางเซิงไม่ใช่ราชาอสูรแต่ในบางมุม เขาก็ไม่ได้ต่างอะไรจากราชาอสูรเลย

            เพราะไม่ว่าจะเป็นราชาอสูรหรือจะเป็นไป๋ฉางเซิงในตอนนี้มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ทีมอัคคีล้างผลาญจะสามารถรับมือได้

            ไป๋ฉางเซิงไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้ตั้งตัวเขาตวัดหางงูออกไปอย่างแรง กระแทกเข้าใส่ร่างของชายแขนขาดคนนั้น เสียงปะทะดังสนั่นร่างของมันลอยปลิวหายไปในความมืด

            แต่ไป๋ฉางเซิงรู้สึกได้ชัดเจนว่าแม้การโจมตีเมื่อกี้เขาจะใช้แรงแค่ครึ่งเดียวแต่มันก็เพียงพอที่จะทำลายชุดเกราะป้องกันบนอกให้แหลกละเอียดและทำให้กระดูกซี่โครงหักป่นปี้

            โดนเข้าไปขนาดนั้นผลสุดท้ายคงหนีไม่พ้นอวัยวะภายในแหลกเหลว ไม่มีทางรอดชีวิตไปได้!

            เมื่อเห็นไป๋ฉางเซิงลงมืออย่างกะทันหันสมาชิกทีมอัคคีล้างผลาญที่เหลืออีกสามคนก็หน้าถอดสีทันที

            ความเร็วมันสูงเกินไปสูงจนพวกมันมองตามไม่ทัน ไป๋ฉางเซิงก็ฆ่าคนของพวกมันไปได้หนึ่งคนแล้ว

            “ผิดปกติแล้ว! พลังของไอ้สัตว์เดรัจฉานนี่มันเพิ่มขึ้นมาได้ยังไงกัน!”

            “กระจายตัวออก! ล้อมโจมตีมัน!”

            ยังไงซะพวกมันก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่หากินอยู่ในทุ่งร้างมาหลายปีสัญชาตญาณการต่อสู้ที่ควรมีก็ยังพอมีอยู่บ้าง

            ทันทีที่เห็นไป๋ฉางเซิงลงมือหัวหน้ากลุ่มก็รู้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ

            แค่การแสดงออกเมื่อกี้พลังของไป๋ฉางเซิงก็เหนือกว่าเขาไปหลายเท่าแล้วนี่เหรอคืองูเกล็ดขาวที่อ่อนแอในความทรงจำของพวกเขา?

            จนถึงตอนนี้พวกมันถึงเพิ่งจะเริ่มมองไป๋ฉางเซิงอย่างจริงจัง

            และนั่นทำให้พวกมันได้พบกับความจริงที่น่ากลัวตอนนี้ไป๋ฉางเซิงแผ่กลิ่นอายค่าพลังเลือดออกมาอย่างหนาแน่น ดูจากร่างกายแล้วนี่มันตัวตนระดับแม่ทัพอสูรชัดๆ!

            ก่อนหน้านี้แสงไฟสลัวเลยมองเห็นไป๋ฉางเซิงที่ขดตัวอยู่ไม่ถนัดแต่ตอนนี้พอมองเห็นร่างกายที่สมบูรณ์แบบเต็มสองตาความกลัวก็เริ่มเกาะกินใจพวกมันไปแล้วสามส่วน

            ไป๋ฉางเซิงเองก็หมดอารมณ์ที่จะเล่นสนุกกับพวกมันต่อ

            คนพวกนี้เป็นแค่ขยะสังคมเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์มีแต่จะปล่อยให้พวกมันไปสร้างความเดือดร้อนให้หน่วยผู้ฝึกยุทธ์กลุ่มอื่นเปล่าๆ

            สู้ฆ่าทิ้งเสียที่นี่แล้วให้เป็นปุ๋ยไปซะยังดีกว่า!

            “อย่าปะทะตรงๆ ใช้การก่อกวนแล้วค่อยโจมตี!”

            หัวหน้าทีมอัคคีล้างผลาญยังคงพยายามสั่งการหวังว่าจะสามารถรุมฆ่าไป๋ฉางเซิงลงได้

            แต่ไป๋ฉางเซิงกลับส่ายหน้าพลางหัวเราะเยาะเขาเพ่งจิตเพียงนิด เปลวไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ในกองไฟก็แยกตัวออกจากฟืน แล้วค่อยๆลอยขึ้นไปในอากาศต่อหน้าพวกมัน

            ภาพนั้นช่างดูน่าขนลุกและน่ากลัวจริงๆ

            หัวใจของพวกมันที่เคยหวังลึกๆว่าจะรอด ดิ่งวูบลงทันที

            ธาตุไฟถูกบีบอัดและควบแน่นจนกลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่กลางอากาศ

            แสงสว่างจากการเผาไหม้สาดส่องไปทั่วบริเวณรัศมีร้อยเมตรจนสว่างจ้าเหมือนตอนกลางวัน

            “ศพของราชันหมาป่ากระดูกเหล็กน่ะไม่มีแล้วล่ะแต่ฉันพอจะมีอย่างอื่นมอบให้พวกแกแทนนะ”

            ไป๋ฉางเซิงแค่นยิ้มเย็นชาก่อนที่ลูกไฟจะแยกออกเป็นสามส่วน เล็งตรงไปยังร่างของทั้งสามคนที่ยืนกระจายกันอยู่

            “แบ่งให้ทุกคน รับรองว่ายุติธรรม!”

            สิ้นเสียงลูกไฟก็พุ่งทะยานออกไปอย่างบ้าคลั่ง!

            ด้วยความเร็วที่เหนือชั้นมีเพียงหัวหน้ากลุ่มเท่านั้นที่พอจะตอบสนองทัน แต่ถึงจะรู้ตัวทว่าเมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีที่รุนแรงเกินขีดจำกัดจะรับไหวเขาก็ไม่มีวิธีรับมือเลย

            เขาทำได้เพียงเบิกตากว้างมองดูลูกไฟที่พุ่งเข้ามาตรงหน้าเตรียมพร้อมรับความตายที่กำลังจะพรากชีวิตของเขาไป!

            แต่ในจังหวะนั้นเองรังสีดาบสามสายก็พุ่งวาบมาจากที่ไกลๆเข้าปะทะกับลูกไฟทั้งสามลูกได้ทันเวลาก่อนที่มันจะสังหารคนของทีมอัคคีล้างผลาญ

            “ตูม!”

            ลูกไฟระเบิดออกแม้มันจะดูรุนแรงมาก แต่แรงกระแทกนั้นก็ทำให้คนทั้งสามรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด

             

    คล้ายกับเรื่องระบบกลืนกินระดับเทพ : เส้นทางวิวัฒนาการของตัวข้าผู้เป็นสัตว์อสูร (อ่อนแอ) ที่คุณอ่าน