“จากที่เธอพูดมาทั้งหมด ถ้าฉันเดาไม่ผิด มังกรคงไม่ยอมสร้างเวทย์ผสานใช่ไหมและมันก็ไม่น่าจะพึ่งถูกจับมาด้วย น่าจะถูกจับมาหลายสิบปีแล้วจนอายุขัยของมันใกล้จะหมดลง พี่ของฉันจึงยื่นข้อเสนอบางอย่างเพื่อแลกกับสิ่งที่มันต้องการ”
แอนเดอร์สันพลิกอ่านหนังสือในโทรศัพท์ หลังจากที่เขาซื้อข้อมูลเกี่ยวกับเวทย์ผสานแล้วหันมองฮันน่า
“พี่ชายของฉันที่รอมันอายุขัยใกล้หมดจึงยื่นข้อเสนอเพื่อแลกกับเวทย์ผสาน เขาคงทำให้มังกรเชื่อว่าจะทำตามข้อเสนอบางอย่างและทำให้มังกรเชื่อว่าเขาต้องการก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีด้วยพลังสุดท้ายของมังกรที่เปิดใช้งานเวทย์ผสาน เพียงแค่ผสานได้สัก 10 % มันก็ทำให้เขาแข็งแกร่งแล้ว”
ฮันน่ามองดูแอนเดอร์สัน เธอไม่รู้วิธีการในคืนนั้นเลย คืนที่นายน้อย 1 ผสานร่างกับมังกร มีเพียงแค่คนในตระกูลเฟอร์เรอร์เท่านั้นที่รู้เรื่อง เธอจึงอยู่เงียบๆและฟังสิ่งที่แอนเดอร์สันเล่าต่อไป
“หลังจากตกลงกันได้กับมังกรจนมันพอใจ มังกรจึงใช้ช่วงชีวิตสุดท้ายร่ายเวทย์ผสานเพื่อให้พี่ของเขาได้ผสานกับมันสัก 10 % แต่หลังจากมังกรร่ายเวทย์ พี่ของฉันก็ใช้การ์ดชีวิตเพิ่มอายุให้กับมังกร จนเขาสามารถผสานได้มากกว่า 10 % ”
แอนเดอร์สันเห็นข้อมูลระบุเอาไว้ว่า เวทย์ผสานจะปิดตัวลงก็ต่อเมื่อการผสานเสร็จสิ้น แม้มอนสเตอร์จะเป็นผู้ร่ายมันก็ไม่สามารถยกเลิกได้เช่นกัน ดังนั้นมอนสเตอร์แต่ละตัวที่ยอมใช้เวทย์ผสาน จึงมักจะเป็นตัวที่มีพลังชีวิตเหลือน้อย ด้วยพลังชีวิตที่เหลือน้อยของพวกมันจะทำให้มนุษย์ใช้พลังของมอนสเตอร์ได้เพียงน้อยนิด ไม่ใช่ 100 % แต่ด้วยการที่พี่ 1 ของเขาเล่นลิ้นและใช้วิธีอย่างที่เขาคิด มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะหลอกมังกรที่ใกล้จะตายให้ใช้เวทย์ผสานจากนั้นก็เปิดใช้งานการ์ดเพิ่มอายุขัยเพื่อให้มังกรกลับมามีชีวิตอีกครั้งแล้วก็ปล่อยให้เวทย์ผสานทำงานจนเขาได้พลังมังกรมา 100 % แอนเดอร์สันคิดว่าพี่ 1 ของเขาไม่มีทางจะใช้วิธีอื่นเพราะมันไม่มีวิธีใดดีกว่านี้แล้ว
“เอาล่ะ เรื่องนักเวทย์ 1,000 ปีเธอน่าจะโกหก แต่เรื่องเวทย์ผสานเธอคงไม่รู้ ฉันไม่ว่าเธอหรอกนะ แต่ฉันขอถามหน่อยก็แล้วกันว่าเธอสำคัญแค่ไหนกับพี่ 1 เธอเพียงคนเดียวสามารถพลิกหมากกระดานอะไรได้ไหมหรือใช้เป็นตัวประกันได้หรือเปล่า ยกตัวอย่างสิ่งนี้ เธอสามารถใช้มันแล้วทำให้ฉันปลอดภัย 1 เดือนได้ไหม มีอะไรมายืนยันว่ามันจะทำให้ฉันปลอดภัยเป็นเวลา 1 เดือน”
แอนเดอร์สันเดินมาใกล้ฮันน่าจากนั้นเขาได้นำตั๋วที่ทำให้เขาปลอดภัยเป็นเวลา 1 เดือนขึ้นมาให้เธอมองดูมัน การที่พี่ของเขาเล่นลิ้นไปมาไม่มีสัจจะในการแลกเปลี่ยนนั้น ทำให้เขารู้ว่าตั๋วใบนี้คงจะไม่มีผลอะไร ไม่แน่ในเวลา 1 เดือนปลอดภัยจากพี่ 1 มันอาจจะเป็นการปิดล้อมเขาเอาไว้เพื่อให้พี่คนอื่นๆเล่นงานก็ได้ แอนเดอร์สันจึงอยากจะรู้ว่าตั๋ว 1 ใบนี้ มันใช้ได้จริงและมีขอบเขตการใช้อย่างไร
“ฉันเป็นตัวแทนนายน้อย 1 หน้าที่ของฉันคือการติดต่อนายน้อยทุกๆคนเพื่อยื่นข้อเสนอ”
“โอ้ว เธอสำคัญขนาดนั้น แล้วภายในกองกำลังของพี่ 1 เธอสำคัญมากแค่ไหนล่ะ หรือว่าเป็นแค่คนยื่นข้อเสนอที่ต้องเดินทางตลอดเวลา”
“ฉันมีตระกูลใหญ่ทางฝั่งของพ่อและมีตระกูลใหญ่ทางฝั่งของแม่หนุนหลัง ภายในกองกำลังของพี่ 1 ฉันจึงสำคัญเพราะถ้าฉันตายจะมี 2 ตระกูลใหญ่ถอนตัว”
“โอ้ว ถ้าอย่างนั้นเธอก็สำคัญมากๆสิ งั้นขอถ่ายวีดีโอหน่อยก็แล้วกัน เธอจะพูดยังไงก็ได้นะ ขอแค่ให้ตั๋วใบนี้มันเป็นของจริง”
แอนเดอร์สันหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายวีดีโอระหว่างเขากับฮันน่า เธอจึงพูดระบุเกี่ยวกับตั๋ว 1 ใบในมือของแอนเดอร์สัน ระหว่างนี้เองแอนเดอร์สันก็ได้พูดทิ้งท้ายเอาไว้ในวีดีโอ ก่อนจะส่งมันไปให้พี่ 1 และส่งให้กับอาคารข้อมูล เนื่องจากเขาต้องการทำให้ทุกคนรู้ว่าการ์ดปลอดภัย 1 เดือนจากพี่ 1 มันมีจริง
“เอาล่ะ ไปเที่ยวกับฉันหน่อย ตอนนี้ฉันยังไม่หายโกรธเลยที่เธอโกหกฉันเรื่องนักเวทย์ 1,000 ปี”
แอนเดอร์สันคลายคำสาปออกจากร่างของฮันน่าก่อนจะจูงมือของเธอเดินไปตามถนนมุ่งหน้าสู่สะพานข้ามมิติหลังจากที่ส่งข้อมูลให้พี่ชายและอาคารข้อมูลให้กระจายมันออกไปได้สำเร็จ
ซึ่งในวีดีโอที่แอนเดอร์สันทิ้งท้ายเอาไว้นั้น เขาได้ข่มขู่พี่ 1 ให้ตอบรับตั๋วปลอดภัย 1 เดือน โดยใช้ชีวิตของฮันน่าเป็นตัวประกันเพื่อให้ตระกูลของเธอที่มีตระกูลใหญ่ถึง 2 บีบให้พี่ 1 ของเขาต้องยอมรับว่าตั๋วที่สามารถให้ความปลอดภัยกับผู้ใช้ได้ 1 เดือน เป็นของจริง
แม้เรื่องที่แอนเดอร์สันใช้ฮันน่าเป็นตัวประกันมันจะทำให้พี่ 1 โกรธและทำให้ตระกูลของฮันน่าเล่นงานเขาก็ตาม แต่แอนเดอร์สันคิดว่าตระกูลทั้ง 2 คงไม่บ้าออกมาเคลื่อนไหวแน่นอนเนื่องจากตอนนี้พี่ 1 ของเขาน่าจะเริ่มแผนบางอย่างไปแล้ว เพื่อไม่ให้มีอะไรผิดพลาดเขาจะต้องยอมรับตั๋ว 1 ใบนี้เพื่อไม่ให้ตระกูลทั้ง 2 เคลื่อนไหวออกนอกแผน
“นายต้องการจะทำอะไร”
“อืม แบบนี้หน่อยถึงจะเป็นบทสนทนาที่คนอายุใกล้เคียงกันพูดคุยกัน”
แอนเดอร์สันส่งยิ้มให้ฮันน่าเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ร่ายคำสาปใส่ร่างกายของเธอเพื่อไม่ให้หนีไปไหนได้ ต่อให้เธอจะสวมใส่เครื่องรางป้องกันคำสาปและมีกระทั่งเครื่องรางสะท้อนคำสาป แอนเดอร์สันกลับไม่สนใจ การสะท้อนคำสาปเมื่อมันกลับมาถึงร่างเขาก็สลายหายไป ส่วนเครื่องรางป้องกันคำสาปก็ทำอะไรไม่ได้เพราะพลังของแอนเดอร์สันมากกว่าที่เครื่องรางจะป้องกัน
“เอาล่ะ เพื่อให้เธอยอมทำตามอย่างว่างาย ฉันอยากให้เธอพาฉันเที่ยวสักสองสามวัน”
ฮันน่าย่นคิ้ว อย่างไรก็ตามการเที่ยวกับแอนเดอร์สันเพียงสองถึงสามวัน หากมันแลกกับชีวิตเธอได้ เธอก็ยินดีทำเพราะตอนนี้เธอเริ่มชั่งน้ำหนักจากสิ่งที่เกิดขึ้น จึงกลัวว่ามันจะกระทบแผนจึงไม่อยากให้ใครเคลื่อนไหว หากแอนเดอร์สันรับปากว่าจะปล่อยไป เพียงเวลา 2 - 3 วันเธอสามารถทนได้ อีกอย่างเธอจะได้รู้ด้วยว่าแอนเดอร์สันต้องการจะทำอะไร การติดตามแอนเดอร์สันไปจึงได้ประโยชน์กับเธอเช่นเดียวกัน
—-----------------------------
“นายหญิง มีคนเดินทางมาพบครับ”
เอซมองจ้องไปยังแม่ของเขาที่กำลังนั่งเย็บผ้าพันคอในยามว่าง ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เกี่ยวกับการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์แต่ละคนจึงหางานอดิเรกทำ อย่างไรก็ตามการมีบุคคลภายนอกเข้ามาเยี่ยมแม่ ทำให้เขาสงสัยไม่น้อย
“ใครเหรอครับแม่”
“เป็นความลับจ้ะ ลูกรออยู่ตรงนี้นะ”
เอซมองกลับเข้าไปในบ้านลอดผ่านกระจกกั้นไปเจอเข้ากับหญิงสาวสวมชุดสีขาวปกปิดใบหน้ากำลังนั่งรออยู่ในห้องน้ำชาที่แม่ใช้รับแขกเป็นประจำ อย่างไรก็ตามด้วยผ้าขาวบางที่ปิดใบหน้าทำให้เขาพอมองเห็นได้เลือนลาง จึงจดจำโครงหน้านั้นเอาไว้แม้มันจะดูคุ้นเคยแต่เขาก็นึกไม่ออกว่าคนที่อยู่ใต้ผ้าปิดหน้าเป็นใคร
“ไม่สนุกเอาเสียเลย”
เอซมองไปยังบ่อน้ำที่ถูกเปลี่ยนใหม่ ปลามากมายที่ถูกเขาแช่แข็งตายก็ถูกเปลี่ยนใหม่เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามเหล่าปลาที่เปลี่ยนมาใหม่นั้นกลับเป็นปลาที่หิวโหยพวกมันกินแม้กระทั่งเบ็ดไร้เหยื่อ จึงทำให้เขารู้สึกเบื่อทุกครั้งที่หย่อนเบ็ดลงไปในน้ำ
—------------------------
“โอ้ว น่ารักมากๆเลย ถ้าเธอเป็นแฟนฉันจริงๆนะ คงจะน่ารักกว่านี้ไม่น้อย”
แอนเดอร์สันปรบมือด้วยความพอใจพลางมองไปยังฮันน่าที่เดินออกมาจากห้องแต่งตัว เธอที่เห็นแอนเดอร์สันพอใจจึงค่อยๆหมุนตัวจากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องอีกครั้งเพื่อเปลี่ยนชุดใหม่หลังจากที่แอนเดอร์สันหยิบมันมาให้ ซึ่งทุกชุดที่เธอสวมใส่ล้วนเหมือนกับตัวการ์ตูนมาก จนทำให้เธอไม่เข้าใจว่าแอนเดอร์สันกำลังต้องการจะทำอะไรกับเธอ
“วาว ชุดนี้น่ารักมาก ไหนมาใกล้ๆซิ”
ฮันน่าเดินเข้ามาใกล้ๆแอนเดอร์สัน ด้วยชุดที่สวมใส่ทำให้เธอรู้สึกอายเล็กน้อยเพราะมันมีทั้งหูให้สวมแล้วยังมีหางติดกางเกง มือทั้งสองข้างยังมีถุงมือขนาดใหญ่คล้ายกับตีนแมวให้สวม ทันใดนั้นเธอกลับหน้าแดงหลังจากต้องพูดตามที่แอนเดอร์สันบอก
“ไหนลองพูดคำนี้หน่อย เหมียว”
“เหมียว”
“ดีดีดี น่ารักมากๆ เธอน่ารักมากๆ เอาล่ะลองอีก 5 ชุดนี้นะแล้วเราก็ไปหาอะไรกินกัน”
แม้จะน่าอายแต่เมื่อเห็นท่าทางพอใจของแอนเดอร์สันเธอก็อดไม่ได้ที่จะต้องทำตาม
—------------------------
“นายน้อย คุณต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ ลูกสาวของพวกเราถูกจับไปเป็นตัวประกันแล้ว”
พ่อและแม่ของฮันน่าเข้าพบนายน้อย 1 อย่างเร่งด่วนหลังจากได้รับข่าวว่าฮันน่าถูกแอนเดอร์สันจับเป็นตัวประกัน พวกเขาไม่สามารถปล่อยให้ฮันน่าตกอยู่ในอันตรายได้
นายน้อย 1 ที่เห็นการเรียกร้องของแอนเดอร์สันเพื่อแลกตัวกับฮันน่า เขาจึงหันมองพ่อและแม่ของฮันน่าที่เดินทางเข้าพบ
“พวกคุณไม่ต้องเป็นห่วง คนของผมตามฮันน่าตลอดเวลา อีกอย่างฮันน่าส่งข้อมูลกลับมาด้วย เพื่อให้เราสบายใจ”
พ่อและแม่ของฮันน่ามองไปยังข้อความที่ฮันน่าส่งกลับมารายงานนายน้อย 1 เมื่อรู้ว่าลูกสาวยังสบายและมีแผนการในการเฝ้าจับตามองแอนเดอร์สันทุกฝีก้าว ทั้งสองจึงคลายคิ้วที่ขมวดเข้าชนกันออกแต่ก็ยังไม่วางใจ
“พวกคุณไม่ต้องคิดมาก หากเขาเล่นงานฮันน่าจริงๆ คนที่จับตามองล้วนเป็นผู้ถอนคำสาปและเป็นผู้ใช้เวทย์แสง สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันที พวกคุณกลับไปก่อนเถอะ สำหรับการเคลื่อนไหวในครั้งนี้อันตรายเกินไป มันอาจจะไปกระตุ้นให้น้องชายผมทำเรื่องบ้าๆก็ได้ ส่วนเรื่องตั๋วปลอดภัย 1 เดือนที่ตอนนี้เป็นข่าวเชื่อมโยงไปถึงฮันน่า ผมจะประกาศออกไปในไม่ช้า”
“แล้วถ้าเขาคิดจะข่มขืนฮันน่าล่ะ”
“น่าจะเป็นเรื่องยาก หากเขาอยากจะข่มขืนจริง คงมีคงที่ถูกขืนใจก่อนฮันน่าหลายร้อนคนแล้ว เชื่อใจฮันน่า พวกคุณก็รู้ว่าเธอมีวิธีเอาตัวรอด”
“ได้ แต่คุณต้องสัญญาว่าจะช่วยเธอโดยเร็ว”
นายน้อย 1 พยักหน้ารับปากพลางมองจ้องพ่อและแม่ของฮันน่าที่เดินทางกลับไปพร้อมกองกำลังที่เตรียมจะเคลื่อนไหวหากเขาไม่มีคำตอบที่ดีกว่านี้
“พ่อบ้านประกาศเกี่ยวกับตั๋วปลอดภัย 1 เดือน หากเขาอยากให้มันใช้งานได้จริงเราก็ใส่เงื่อนไขเข้าไปให้มันใช้ยากหน่อย”
“ครับ”
—-------------------------
“นี่ สิ่งนี้อร่อยนะ กินเยอะๆสิ เธอคงลำบากแย่ที่ต้องเดินทางไปยื่นข้อเสนอให้กับนายน้อยสกอร์เปี้ยนส์คนอื่นๆที่มีนิสัยแปลกประหลาด”
ฮันน่าพยายามเคี้ยวอาหารในปากให้หมดเพื่อจะกินสิ่งที่แอนเดอร์สันยื่นมาให้ แม้จะโกรธที่แอนเดอร์สันพยายามให้เธอกินอาหารมากมาย แต่เธอจำเป็นต้องเคี้ยวอาหารให้หมดก่อน ทันใดนั้นโทรศัพท์แอนเดอร์สันที่วางอยู่ข้างโต๊ะก็เริ่มสั่น เธอจึงเหลือบตามองข้อความบนหน้าจอเพื่อดูว่ามีใครติดต่อหาแอนเดอร์สัน
“โอ้ว พี่ชายของเธอตอบกลับอีเมลฉันแล้วล่ะ เขาบอกว่าตั๋ว 1 เดือนใช้ได้ แต่ว่านะ เธอดูนี่สิ”