หลังจากผ่านสระที่มีสัตว์อสูรอยู่ จางเฉินก็วิ่งเต็มกำลังพื้นที่แถบนี้ดูเหมือนทะเลทรายที่แห้งแล้งจางเฉินแอบเสียใจดูเหมือนเขาจะเลือกเส้นทางผิด
จางเฉินใช้พลังวิญญาณสำรวจไปทั่ว และเร่งความเร็วเดินหน้าต่อไปอีก
พื้นที่นี้กว้างใหญ่กว่าที่จางเฉินมองจากภายนอกมากวิ่งมาครึ่งชั่วยามจึงเจอตึกขนาดใหญ่ คล้ายโกดังมีชั้นเดียว ประตูเหล็กของตึกขนาดใหญ่อีกตึกหนึ่ง ป้ายหน้าตึกนั้นชำรุดไปแล้วจึงไม่รู้ว่ามีอะไรข้างในแต่ประตูนั้นมีรูปสลักมังกร และฟินิกซ์อยู่
จางเฉินผลักประตูและเดินเข้าไปในตึกอย่างช้าๆที่ด้านหลังประตู ดูเหมือนจะเป็นห้องสำหรับทำพิธีอะไรบางอย่าง มีแท่นบูชาและกระถางธูป อยู่ รอบๆ เต็มไปด้วยวัตถุโบราณบางส่วนนั้นแตกหักเสียหายพังทลายตามกาลเวลา แต่บางส่วนนั้นยังคงสภาพดีอยู่ จางเฉินสำรวจสภาพแวดล้อมเพื่อหาทางไปต่อ
เปิดประตูเข้าไปอีกห้องหนึ่ง กลับเป็นลานกว้างคล้ายที่เพาะปลูกสมุนไพรเหลือต้นไม้ยืนต้นเพียงต้นเดียวเป็นสีแดงสดและมีแสงสว่างเหมือนกับปะการังที่สวยงามผิวของต้นไม้นั้นเรียบเนียนราวกับเป็นการทำด้วยช่างฝีมือ มีการขดเงาอย่างระมัดระวังลำต้นกับกิ่งนั้นเป็นเส้นโค้งสวยงามทำให้ผู้คนต้องรู้สึกประทับใจกับธรรมชาติ
“นี่คือต้นอะไร”จางเฉินพยายามนึกแต่นึกไม่ออกถึงถามโสมแดง
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันดูเหมือนว่ามันจะใกล้ตายแล้วด้วย มีเส้นเลือดวิญญาณปฐพีอยู่สองเส้นในพื้นที่แต่ไม่มีคนดูแลให้น้ำ มันอยู่ได้นานขนาดนี้นับว่าแปลกมาก”
“ต้นไฟสุริยะแต่ก่อนเคยเป็นสัญญาลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของนิกายเก้าตะวันเจ้าของสถานที่นี้อาจมีความสัมพันธ์บางอย่างจึงได้มาปลูก มันจะออกดอกออกผลทุก 10ปี ผลไม้จากต้นสุริยะนั้นใช้บำรุงร่างกายและเพิ่มพลังปราณธาตุไฟ มีการบันทึกไว้ว่าสามารถช่วยการเจริญเติบโตของไฟสวรรค์ด้วยนอกจากนี้กิ่งของมันยังเหมาะกับการหลอมสร้างอาวุธวิญญาณธาตุไฟอีกด้วยมันช่วยในการเชื่อมต่อของอาวุธนั้นกับแกนกลางไปทั่วทุกส่วน”เสียงแหบแห้งของกรีนกล่าวขึ้นมา
จางเฉินก้มมองที่พื้นอย่างที่เขาคาดไว้มีเมล็ดหนาสีแดงเข้มและแข็งอยู่บนพื้นเขาหยิบมาเม็ดหนึ่งมันให้ความรู้สึกหนักและมีความร้อนแพร่กระจายไปที่มือของจางเฉิน
โสมทั้งหมดออกมาทันทีเพื่อเคลื่อนย้ายผืนดินทั้งหมดเข้าสู่มิติการทำงานนั้นรวดเร็วมากเพราะต่างเคยชินกันมาแล้วจางเฉินทำตามคำแนะนำของกรีนนำไปปลูกที่ภูเขาไฟ เขาเส้นเลือดวิญญาณปฐพีวางไว้ใกล้มันหนึ่งเส้นอีกเส้นหนึ่งเขาวางไว้ที่สวนสมุนไพรเพื่อเป็นตัวบำรุงดินที่เหลือก็ปล่อยให้โสมทั้งหลายทำงาน
“กรีน เจ้ารู้ได้อย่างไร”
“อ่านจากหนังสือที่พวกท่านย้ายเข้ามา”
“มันน่าจะอ่านยากมากเพราะกระดาษแทบจะผุผังแล้ว”
“ยากจริงๆ แต่ก็มีวิธีเพียงสิ้นเปลืองพลังวิญญาณเล็กน้อย”
จางเฉินออกจากมิติหลังจากจัดการกับต้นไฟสุริยะเรียบร้อยแล้วเขามองดูหลุมขนาดใหญ่ที่ขุดขึ้นมา สำรวจจนทั่วเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่พลาดอะไรไปหลังจากดูอีกหลายห้องพบว่าเป็นเพียงห้องพักเท่านั้น ดูเหมือนว่าที่นี้จะเป็นแคที่เพาะปลูกสมุนไพรเท่านั้นจางเฉินจึงออกจากตึก
“เจ้าหยุด”ชายชราคนหนึ่งหยุดจางเฉินทันทีเมื่องจางเฉินออกจากตึกแล้วกำลังจะวิ่งต่อไปเขามองไปที่ต้นเสียงพบกลุ่มคนกว่าร้อยคน กำลังมองมาที่เขาชายชรานั้นเป็นระดับราชาปราณซึ่งจางเฉินนั้นไม่อาจรับมือได้
กลุ่มคนเหล่านี้ต่างแสวงหาความมั่งคั่งในโบราณสถานเพื่อเก็บเกี่ยวเมื่อมาถึงตึกนี้ต่างยินดีกันอย่างมากว่าอาจได้สมบัติแต่กลับพบจางเฉินเดินออกมาซึ่งหมายความว่าพวกมันจะไม่ได้รับอะไรเลย
“ส่งทุกอย่างที่เจ้าได้รับในตึกนี้มา ” ชายแก่พูด
“มันเป็นตึกว่างเปล่า ข้าไม่พบอะไรเลย”
“ข้าหยวนจิ้งจากอาณาจักรชิงหลง เจ้าจะพูดจริงหรือโกหกก็ช่าง ส่งแหวนมิติของเจ้ามา ข้าจะดูเองไม่งั้นเจ้าต้องทิ้งชีวิตไว้ตรงนี้” หยวนจิ้งนั้นมองจางเฉินเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือมันมีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องความโหดร้ายไปทั้งสี่อาณาจักรมันคิดว่าชื่อของมันจะทำให้จางเฉินกลัว
จางเฉินนั้นไม่รู้จักมันเลยเขาออกวิ่งทันทีด้วยความรวดเร็ว
“เจ้าหยุด”คนกว่าร้อยรีบวิ่งตามจางเฉินกันอย่างรวดเร็วทิ้งห่างจากจางเฉินไปเล็กน้อย
จางเฉินวิ่งจนใกล้ถึงสระน้ำ ขยับไปใกล้ๆ สระ วิ่งไปบนน้ำ แล้วแอบชะลอตัวเล็กน้อย
คนกว่าร้อยเห็นจังหวะเหมาะสมปล่อยพลังปราณด้วยกระบวนท่าของตนเองอย่างรุนแรงใส่จางเฉิน ทั้งปราณดาบ ปราณกระบี่มีภาพเป็นงู เสือ หมี นก ปลดปล่อยกันอย่างเต็มแรงหมายปลิดชีพจางเฉินในครั้งเดียว
จางเฉินเร่งความเร็วด้วยท่าเท้าท่องเมฆา รวมกับร่างสายฟ้าออกจากจุดที่จะโดนโจมตี
ตูม ตูม ตูม
การโจมตีทั้งหมดเทลงไปในสระน้ำขนาดใหญ่นี้เต็มๆเพียงไม่นานก็มีเสียงดังตูมอีกครั้ง น้ำกระเซ็นไปทั่วมังกรสีฟ้าคาดว่าจะเป็นธาตุน้ำ มองไปที่กลุ่มคนที่โจมตีมันทันที
จางเฉินโรยผงดับกลิ่นแล้วก็ออกจากพื้นที่อย่างสะดวกสบายปล่อยให้คนเหล่านี้เล่นกับมังกรน้ำพอได้มาเห็นมันออกจากสระจึงพบว่ามันเป็นระดับราชาก่อนเข้ามาพวกมันก็คงรู้อยู่แล้วว่ามีสัตว์อสูรตัวนี้อยู่ แต่ด้วยความโลภและรีบเร่งจึงไม่ได้ระวังจึงทำให้มังกรน้ำนั้นโกรธมาก
เสียงการต่อสู้ทั้งเสียงร้องของกลุ่มคนกว่าร้อยและเสียงมังกรน้ำคำรามดังมากแต่จางเฉินนั้นไม่ได้สนใจแล้ว
จางเฉินกลับมาที่ห้องโถงอีกครั้งแล้วออกจากสำนักเทพสงครามด้วยผู้คนมากมายคงจะไม่สามารถหาอะไรได้อีก พออยู่บนถนนจึงพบกับ ต้าไห่ ต้วนเฉินและฟู่เฉิง
“พวกเจ้ารวมตัวกันได้อย่างไร”
“เราโชคดี” ต้าไห่ยิ้มตอบ
จางเฉินลืมไปว่าทุกคนมีแผนที่ เป้าหมายหลักๆ ที่น่าสนใจนั้นเป็นโบราณสถานแห่งนี้อาเรย์ป้องกันพอโดนโจมตีมากเข้าก็ถูกทำลาย ดูเหมือนจะมีคนเยอะขึ้นเส้นทางนั้นบางส่วนกำลังเข้าสู่สำนักเทพสงครามบางส่วนกำลังเดินไปตามถนนคิดว่าจะเป็นปลายทางที่จางเฉินกำลังจะไปเหมือนกันคือพระราชวัง
ทั้งสามคนคุยกันเรื่องประสบการณ์ต่างๆ ไประหว่างทางที่วิ่งไปสู่พระราชวัง
เมื่อเข้าไปข้างในแล้วพระราชวังเป็นเหมือนเขาวงกตหลังจากเดินสักครึ่งก้านธูปจางเฉินมองด้านหลังไม่พบใครเขารู้สึกเหมือนว่าถ้าจะหาทางออกนั้นยากมาก
ระหว่างทางเดินทั้งสามคนก็จเอห้องต่างๆ มีร่องรอยการหยิบของออกจากห้องสิ่งที่เก็บไว้ในห้องเหล่านี้หายไป จางเฉินรู้สึกเสียดายเป็นอย่างมากความจริงเขาน่าจะมาที่นี่ก่อน
“ดูเหมือนว่ามีสิ่งดีๆมากมายอยู่ที่นี่” ต้าไห่มองดูห้องหนึ่งเห็นร่องรอยหีบขนาดใหญ่หายไป
“พวกเราแยกย้ายกันไหมข้ารู้สึกว่ามันกว้างเกินไป เราต้องกระจายตัวกันเพื่อหาสมบัติพระราชวังนี้เหมือนเขาวงกตข้าว่ายังมีห้องอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้เปิดออก”ถังฟู่เฉิงเสนอขึ้นมาเมื่อได้ฟังต้าไห่บ่น
“เอาละเราแยกย้ายกันพวกเจ้าต้องระวังตัวด้วย”
จางเฉินแยกตัวไปอีกเส้นทางหนึ่ง วิ่งค้นหาอย่างรวดเร็วก็ได้พบกับห้องที่ยังไม่เปิดหลังจากเปิดค้นหาสักพักหนึ่งก็พบกล่องเก็บของ มีหินวิญญาณระดับกลางเจ็ดก้อนเสื้อผ้าที่ผุพังทันทีเมื่อสัมผัส มีขวดยาแต่ยาภายในนั้นเสียแล้ว
หลังจากค้นหาอย่างต่อเนื่องจางเฉินก็พบห้องขนาดใหญ่มาก ภายในห้องนั้นมีโต๊ะอ่านตำราและชั้นตำรา จางเฉินเก็บชั้นวางตำราเข้ามิติแล้วหยิบเอากระดาษม้วนแผ่นหนึ่งบนโต๊ะซึ่งทำด้วยแผ่นหนังขึ้นมาเบาๆเพราะกลัวว่ามันจะฉีกขาด
“แผนที่พระราชวังโชคดีจริงๆ” จางเฉินยิ้มมุมปาก