อวยชัยกับชัยยันต์เห็นการฆ่าผีป่าด้วยการแขวนคอพวกมันของอลินตาก็กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่นี่สมควรจะกลัวพวกสมิงกับผีป่าร้ายหรือกลัวอลินตาก่อนดีเนี่ย..ไม่นานร่างของผีป่าสองตนก็ค่อยๆ สลายกลายเป็นควันจางๆ หายวับไปในอากาศเสือสมิงจ้อมขิ่นผู้เป็นหัวหน้าเสือสมิงทั้งหมดเห็นว่าผีป่าบริวารของตนถูกกำจัดก็โกรธจัด
ออกแรงใช้กำลังทั้งหมดพุ่งเข้าชนควายธนูอาคมตัวหนึ่งของหนานเมืองอินทร์กระเด็นไปไกลเกือบกิโลยังไม่หนำใจสมิงจ้อมขิ่นกระโจนเข้าขย้ำคอควายธนูตัวนั้นด้วยความโกรธจัดโดยกัดเข้าที่คอจนจมเขี้ยวก่อนจะสะบัดคอควายธนูไปมาชนิดกัดไม่ปล่อย ยังไม่หนำใจมันใช้ขาหน้าเงื้อกรงเล็บที่แหลมยาวราวกับไม่เคยตัดแต่งแคะเล็บมาตั้งแต่ชาติที่แล้วตะปบป้าบเข้าให้ที่สะโพกของควายธนูเพื่อให้สมแค้นกับที่อลินตากำจัดลูกน้องมันไป เมื่อควายธนูโดนกระทำถึงเพียงนั้นมีฤาจะสู้ฤทธิ์เสือสมิงจ้อมขิ่นได้ควายธนูตัวนั้นสิ้นฤทธิ์ ก่อนที่จะค่อยๆ สลายหายตัวไป
หนานเมืองอินทร์ถึงกับผงะ เพราะควายธนูทั้งสามตัวนี้ถือว่าลงอาคมไว้แรงมากใช้ดินเหนียวจากหลุมศพผีตายทั้งกลมเจ็ดป่าช้าปั้นขึ้นมา กระนั้นก็ยังพ่ายแพ้ให้กับเสือสมิงจ้อมขิ่นเข้าให้จนได้อลินตาเห็นว่าควายธนูของหนานเมืองอินทร์เริ่มหมดฤทธิ์ไปทีละตัว นางก็ไม่รอช้าเปิดฝาก๋วยหยิบควายตัวเล็กๆ ของตนขึ้นมาสองตัวด้วยกันก่อนจะเรียกชื่อควายธนูเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ยันม่า คูโบต้าลูกแม่..” เมื่ออลินตาเรียกชื่อนั้น ทุกคนในที่นั้นถึงกับอุทาน
“เอ๊ะ! ห๊ะ! อะไร?เรียกใคร?” และ คุณพระ..! ควายร่างเล็กในมือของอลินตาสองตัวนั้นค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นจนเป็นควายเหล็ก อลินตายิ้มเหี้ยมหันไปมองทางหัวหน้าเสือสมิงร้ายก่อนจะพูดรัวเร็วแต่มั่นใจแรงกล้า
“นี่ไม่ใช่ควายธนูธรรมดานะจ๊ะพ่อสมิงน้อยน้องควายสองตัวนี้ทำมาจากเหล็กกล้าซึ่งผ่านการลงอาคมโดยไปนั่งตีเหล็กอยู่กลางป่าช้าในตำนานข้างหลุมศพผีตายโหงตำนานของฉันคือย้อนกลับไปในอดีตของป่าช้าในแต่ละยุค เริ่มจาก ยุคทวารวดี ตามด้วยยุคอยุธยาศรีรามเทพนครต่อมายุคกรุงธนบุรี และปิดท้ายด้วยยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์แล้วเหล็กนี่ไม่ใช่ธรรมดานะยะเพราะมีส่วนผสมจากเหล็กไหลในตำนานที่เล่าขานจากภูเขาควายแห่งเมืองลาวบ้านพี่เมืองน้องของเราพวกแก RIP รอได้เลยถ้าไม่อยากเจ็บตัวมาก” หนานเมืองอินทร์หันมองหน้าทายาทสาวของตนเองอย่างอึ้งไปเจ้าภูแสนถึงกับทึ่งเพราะไม่คิดว่าอลินตาจะย้อนตัวเองกลับไปยังยุคต่างๆได้มากมายถึงเพียงนี้ ฝีมือแบบนี้ที่ตามหามานาน
เอ๊ะ! เดี๋ยวนะแว้บหนึ่งของความคิดของเจ้าภูแสน แล้วแต่ละยุคอลินตาจะพบเจ้าเมือง เจ้าฟ้าแบบเขาหรือไม่หนอ..?? เริ่มแอบกังวลเรื่องชายหนุ่มรอบๆตัวอลินตาแล้วล่ะสิส่วนอลินตาที่ยืนประจันหน้ากับเสือสมิงจ้อมขิ่นผู้เป็นหัวหน้าสมิงร้ายทั้งหมดก็เอ่ยสียงดังฟังชัด
“ถามครั้งสุดท้าย จะยอมแพ้ดีๆหรือจะลองของก่อน” ไม่มีคำตอบ นอกจากเสียงโฮกฮากๆตามประสาเสือ ก็เสือมันพูดได้ที่ไหนเล๊าและวับเดียวเสือสมิงร้ายทั้งห้าก็พุ่งโผนทะยานเข้าหาอลินตาเป็นจุดเดียวอลินตาเห็นดังนั้นไม่รอช้า
“ไปยันม่า คูโบต้าลูกแม่ ไปสอนให้มันรู้ว่าของจริงเป็นไง” เมื่อพูดจบควายธนูของอลินตาก็พุ่งทยานกลายเป็นควายเหล็กประกายวับแวมจากเหล็กส่องระยับวิ้งๆจนแสบตา ควายเหล็กทั้งสองตัวเข้าต่อสู้กับเสือสมิงชนิดที่ไม่กลัวเจ้าหน้าที่อุทยานจะเข้ามาก่นด่ากันเลยทีเดียว
ก็พ่อเล่นสะบัดเขาที่โง้งยาวราวเคียวเกี่ยวข้าวยักษ์ไหนจะสะบัดหางที่ยาวและแข็งแกร่งใส่เสือร้ายทั้งห้า ชนิดที่กระเด็นโดนต้นไม้ต้นนั้นต้นนี้สะเทือนเลื่อนลั่นกันไปทั้งป่า ไม่พอนะน้องควายเหล็กเล่นวิ่งเข้ากระทืบเสือสมิงซะป่าราบเป็นหน้ากลองต้นไม้แต่ละต้นถึงกับสั่นไหวเหล่ารุกขเทวดากระพือออกจากวิมานกลางแก่นไม้แทบจะไม่ทันเชียว ไม่วายมองค้อนอลินตาจะใช้ของแรงก็ไม่บอกกันก่อนนะนังหนู
เมื่อส่งควายธนูเหล็กออกไปกำราบเสือสมิงแล้วอลินตาก็เดินออกจากเขตหลักมนต์แล้วนั่งลงขัดสมาธิ ต่อหน้าเสือสมิงตัวแรกที่โดนปราบนอนหมอบหมดฤทธิ์ไปก่อนหน้านี้หญิงสาวหลับตาพึมพำคาถาทันที ซึ่งในขณะที่อลินตานั่งหลับตาพึมพำคาถาอยู่นั้นตาข่ายสีน้ำเงินก็สว่างวาบเรืองรองขึ้นรอบตัวหญิงสาวราวกับจะทำหน้าที่ปกป้องกายหยาบของเธอเอาไว้หนานเมืองอินทร์ได้เห็นตาข่ายสีน้ำเงินประจักษ์ตาก็ถึงกับตะลึงลานอุทานออกมาคนเดียว
“ไม่ธรรมดาแล้วแม่หญิงคนนี้” แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้ทำอะไรอวยชัยที่อยู่ๆ ก็เดินตัวแข็งทื่อออกไปหาอลินตาเข้าไปทรุดลงนั่งข้างๆ กันจากนั้นหมอผีสาวก็ร่ายมนต์สะกดโดยใช้มีดสั้นที่สะกดเสือไว้ในตอนแรก ค่อยๆ กรีดเป็นรูปยันต์ แล้วเอ่ยขึ้น
“นี่คือมนต์สมิงทิพยามนต์” (สะ – มิง – ทิ – พะ – ยา – มน) หนานเมืองอินทร์ได้ยินเช่นนั้นก็อุทานขึ้นอีกครา
“มนต์นี่สอนกันในหมู่เฉพาะเหล่าแม่ทัพที่จะต้องเดินทัพกลางป่าและกลุ่มพรานป่าในยุคโบราณเท่านั้นนี่ แล้วแม่หญิงผู้นี้ไปเรียนมนต์นี้มาจากไหนกัน?”ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านั้นอยู่ในสายตาของเจ้าภูแสนทั้งหมดซึ่งแม้จะเงียบแต่เก็บรายละเอียดเรียบนะจ๊ะ และไม่ทันที่หนานเมืองอินทร์จะพูดจบเสือสมิงจ้อมขิ่นที่เห็นท่าว่าอลินตากำลังจะปลุกเสือสมิงลูกน้องของตัวเองให้ไปสวมเงาวิญญาณมนุษย์นามว่าอวยชัยก็ไม่รอช้ารีบวิ่งพรวดทีเดียวเกือบถึงอลินตา
อลินตาที่นั่งนิ่งทำพิธีอยู่ก็ลืมตาพรึ่บทันทีแล้วรีบผลักร่างของอวยชัยกระเด็นออกส่วนตัวเองก็ม้วนตัวหลบไปอีกทางทำให้สมิงจ้อมขิ่นพุ่งทะยานเตลิดออกไปโดยที่ไม่สามารถตะปบเหยื่อนามว่าอลินตาได้ หนานเมืองอินทร์ เจ้าภูแสน และชัยยันต์ต่างพากันระทึกกับเสี้ยววินาทีเป็นวินาทีตายเช่นนี้
อลินตากลิ้งตัวหลบด้วยความพลิ้วไหวราวกับเป็นนักกีฬายิมนาสติกระดับเหรียญทองโอลิมปิคหญิงสาวใช้เข่ายันพื้น ส่วนเท้าอีกข้างเหยียบพื้นดินชันเข่าอย่างมั่นคงเตรียมเคลื่อนกายทุกขณะมือข้างหนึ่งเท้าพื้นดินเอาไว้ อีกข้างกระชับมีดสั้นอันเป็นอาวุธประจำกาย
สายลมแผ่วเบาปลิวกระทบเบื้องหลังของร่างบางแต่ความนิ่งของจิตทำให้อลินตารับรู้ได้ว่า เบื้องหลังของเธอมีความเคลื่อนไหวค่อยๆกรายเข้ามาทุกขณะ อลินตาก้มตัวต่ำลงนิดๆ มือข้างที่เท้าพื้นดินกดไปกับพื้นหัวเข่าที่กดทาบอยู่กับพื้นดินกดลงแน่นเพื่อเตรียมขยับกายอีกคราและพลัน...
ก่อนที่เสือสมิงจ้อมขิ่นจะวิ่งตะโปเข้าถึงตัว อลินตาก็พุ่งตัวดีดขึ้นเหนือเสือสมิงร้ายใช้เท้าเหยียบไปที่ศีรษะของมันราวกับว่าประกาศชัยแล้วดีดตัวไปนั่งคร่อมอยู่ด้านหลังเสือร้ายซึ่งตอนนี้มันพลาดท่าจะพุ่งเข้าใส่ศัตรูแต่ศัตรูกลับเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วราวกับหายตัวได้ สมิงจ้อมขิ่นเริ่มใจสั่นพรั่นพรึงเมื่อพบว่าศัตรูของตนหาใช่ธรรมดาเฉกเช่นที่ผ่านมาไม่
ไม่รอช้าอลินตาได้พึมพำคาถาสมิงทิพยามนต์ขึ้นอีกครั้ง เสือสมิงจ้อมขิ่นแววตาวาวโรจน์โกรธจัดเพราะตั้งแต่มันยอมอุทิศตัวเองให้จิตวิญญาณครึ่งหนึ่งเป็นสมิงร้ายโดยทำการฆ่าเสือในป่าแล้วใช้มนต์ดำครอบวิญญาณเสือเอาไว้ ส่วนตัวหมอผีจ้อมขิ่นก็ฝังวิญญาณตนเองไว้ที่เสือตัวนี้จากนั้นมาก็ไม่มีใครที่จะกล้าหือกับหมอผีสมิงร้ายผู้มีอำนาจอีกเลย
ชาวเขาชาวดอยแม้แต่ผู้คนเดินป่าผ่านไปมายังต้องเกรงกลัวอำนาจบารมีแห่งเจ้าป่าที่แฝงร่างของหมอผีจ้อมขิ่นผู้นี้แต่มาวันนี้นังผู้หญิงตัวเล็กๆ หาได้เคยเห็นหน้ามาก่อนไม่ ก็ใช้เท้าเหยียบที่หัวของตนอันเป็นของสูงและเหยียบต่อหน้าลูกศิษย์ที่ตนได้ถ่ายทอดวิชาสมิงร้ายให้อีกด้วยแต่ถ้าหมอผีจ้อมขิ่นหันไปมองด้านหลังตัวเองก็จะพบว่าลูกศิษย์ของหมอผีไม่มีใครสนใจหรือเห็นจังหวะนรกตอนโดนเหยียบหัวกันสักคนเพราะกำลังฟัดกันนัวอยู่กับยันม่าและคูโบต้าควายเหล็กเก้าชีวิตของอลินตาชนิดฝุ่นตลบเชียวล่ะ...