ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็ส้มแดงยามเย็น สามคนและอีกอีกสองตัวก็เดินกลับมาตามทางเดิมที่เคยเดินมาตอนนี้ตะวันค่อยๆลาลับขอบฟ้าแปรเปลี่ยนให้ดวงดาราขึ้นมาแทนที่
เมื่อมาถึงเมืองพวกนางก็เดินไปที่โรงเตี๊ยมตอนนี้ภายในนั้นช่างเงียบสงัดไม่เหมือนตอนเช้าที่มีคนมานั่งบ้างเมื่อเสี่ยวเอ้อเห็นว่าเป็ลูกค้าที่จองห้องไว้ก็เดินมาต้อนรับ
"ยังมีห้องว่างอีกห้องหรือไม่"เฟยหรงหันไปถามเสี่ยวเอ้อสาวตรงหน้า
"มีเ้าค่ะโปรดรอสักครู่ข้าจะไปเตรียมให้" เฟยหรงพยักหน้า
"เอ้อ ข้าจะสั่งอาหารสำหรับ4คนและเนื้อย่าง6จานแบบเมื่อเช้าด้วยนะ"เสี่ยวเอ้อพยักหน้าแล้วรีบวิ่งไปบอกพ่อครัว ทั้งห้าจึงเดินมานั่งรออาหารที่โต๊ะ
"ไหนละเฟยหรงหยกที่เ้าจะให้ข้าน่ะ" เทียนหลงเมื่อนั่งลงแล้วก็เอ่ยถามออกมาท่าทางตื่นเต้นคล้ายเด็กๆทำเอาเฟยหรงส่ายหน้าอย่างระอา นี่นางได้สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งหรือเด็กสามขวบมาดูแลกันเนี่ยเฟยหรงเพียงคิดในใจแล้วนำหยกสื่อสารออกมาจากแหวนมิติแล้วส่งให้เทียนหลง
"วิธีใช้ขั้นแรกเ้าหยดเืลงบนหยดแล้วพูดชื่อของตัวเองออกมา"เทียนหลงกรีดนิ้วแล้วหยดเืสีทองลงบนหยก เมื่อจิ้นฝานและมี่ถงเห็นก็เบิกตากว้าง
'เืสีทอง!!' ความคิดของทั้งสองแทบจะตีกันยุ่งเหยิงว่าแท้จริงแล้วเทียนหลงใช้อสูรที่พวกตนคิดหรือไม่
"เทียนหลง"เทียนหลงพูดชื่อของตนเองไม่นานก็เกิดแสงสว่างขึ้นมาจากนั้นตัวหยกก็ค่อยๆดูดซับเืเข้าไป
"เมื่อกี้ที่ข้าให้เ้าทำคือเครื่องหมายบ่งบอกว่าเ้าคือเ้าของป้ายหยกสื่อสารชิ้นนี้เวลาจะติดต่อพวกคนใดคนหนึ่งก็เพียงแค่ส่งลมปรานเข้าไปแล้วพูดชื่อคนนั้นจิ้นฝานลองทำให้เทียนหลงดูหน่อย"จิ้นฝานนำหยกของตัวเองมาแล้วเดินไปที่มุมหนึ่งของร้าน
"เทียนหลง" เขาส่งลมปรานเข้าไปในหยกแล้วพูดชื่อไม่นานสีหยกของเทียนหลงก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็สีแดงและความรู้สึกแปลกๆที่แผ่ออกมาจากหยกจนเขารู้สึกได้
"วิธีรับเ้าก็แค่ส่งลมปรานเข้าไปในหยก" เทียนหลงทำตามที่เฟยหรงบอก
"ได้ยินไหมขอรับ"จิ้นฝานพูด เทียนหลงจึงเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น
"ได้ยิน ข้าได้ยินแล้ว"เขาพูด
"หากอยากเลิกติดต่อก็เพียงแค่หยุดถ่ายพลังปรานเข้าไป"นางพูด จากนั้นจิ้นฝานก็เดินมานั่งที่เดิม
ไม่นานนักเสี่ยวเอ้อก็ค่อยๆทยอยยกอาหารมาวางไว้ทั้งสี่จึงหยุดแล้วกินอาหารตรงหน้าเสร็จแล้วจึงแยกย้ายกลับห้องของตัวเอง
ในคืนนั้นเองเทียนหลงก็ใช้หยกสื่อสารมาหาเฟยหรงนางเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจแล้วส่งลมปรานเข้าไปเพื่อรับ
[เฟยหรง ได้ยินข้าไหม]เสียงเทียนหลงดูตื่นเต้นมากจนเฟยหรงหัวเราะเบาๆ
"ได้ยินสิ" นางพูด
[อ่า ของวิเศษชิ้นนี้ช่างน่าอัศจรรย์นักแค่นี้แหละข้านอนละ] เทียนหลงพูดจบ หยกสื่อสารของเฟยหรงก็เปลี่ยนกลับเป็สีเขียวดังเดิมนางถอนหายใจเบาๆแล้วยิ้มออกมา
"นี่เ้าติดต่อมาเพื่อพูดแค่นี้หรือ"เฟยหรงหัวเราะจากนั้นก็ล้มตัวลงนอนพักผ่อนเพื่อเดินทางไปยังเมืองต่อไปในวันพรุ่งนี้
เช้า
ทั้งหมดต่างก็ตื่นขึ้นด้วยสีหน้ากระปรี้กระเปร่าทุกคนลงมากินอาหารเช้ากันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อกินเสร็จเฟยหรงก็รับหน้าที่เป็คนจ่ายเงินตอน ซึ่งเงินที่นางได้มาจากการขายโอสถและอาวุธ4หมื่น5พันเหรียญทอง ตอนนี้เหลือเพียง3หมื่นเท่านั้นเฟยหรงใช้เงินซื้อของมาเก็บไว้มากมายั้แ่ของชิ้นเล็กๆเท่าเม็ดถั่วไปจนถึงของชิ้นใหญ่เท่ารถม้าเลยก็ว่าได้
เฟยหรงเดินเที่ยวในเมืองต่อไม่นานจากนั้นทั้ง5ก็พากันขึ้นรถม้าโดยมีจิ้นฝานเป็ผู้ขับเหมือนเช่นทุกวัน
"ไปเมืองหลินยี่"เฟยหรงพูดบอกจิ้นฝาน เขาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจเพราะที่นั่นเป็เพียงเมืองถ่านหินที่ไม่มีอะไรเลยที่นั่นอยู่ข้างกับอาณาจักรพยัคฆ์โลกันตร์ที่ร้อนระอุนั้นเองจึงไม่มีใครไปเที่ยวที่มากนักจะมีแต่เฉพาะคนงานขุดถ่านหิน พวกช่างทำอาวุธและพวกช่างก่อสร้างเท่านั้นแถมยังต้องใช้เวลาเดินทางถึง5วันอีกด้วย
"ขอรับ"จิ้นฝานรับคำสั่งแล้วควบม้าให้แล่นออกจากตัวเมืองตอนแรกนั้นมีเพียงแค่มี่ถงและเฟยหรงที่นั่งในรถม้าแต่ตอนนี้กลับมีทั้งเทียนหลงและจิวหูตามมาด้วย จึงทำให้ข้างในอึดอัดไม่น้อยส่วนจิวหูและเทียนหลงก็มองหน้ากันอย่างไม่มีใครมองใคร
"นี่พวกเ้าหยุดขู่กันได้แล้วอึดอัดจะตาย" เฟยหรงบ่น ทำให้เทียนหลงหันหน้าออกไปอีกทางส่วนจิวหูนั้นก็นอนบนตักมี่ถงแล้วอ้อน
"ร้อนแห่ะ ี้เีโครจรพลังด้วย...อืมสิ่งนั้นน่าจะช่วยได้"เฟยหรงพึมพำออกมาแล้วเอาก้อนน้ำแข็งออกมามิติหยกมี่ถงที่มองก็น้ำแข็งอยู่ก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าเฟยหรงยัดอะไรเข้าไปในแหวนมิติบ้าง
เฟยหรงร่ายอักขระบางอย่างใส่ก้อนน้ำแข็งไม่นานมันก็ปล่อยไอเย็นออกมา แต่น้ำแข็งไม่ได้ละลาย
"เมื่อกี้คุณหนูทำอะไรเหรอคะ"มี่ถงถาม
"อ๋อข้าแค่ร่ายอักขระใส่ก้อนน้ำแข็งในมันปล่อยไอเย็นออกมาได้ตลอดน่ะ" นางว่าแล้ววางก้อนน้ำแข็งไว้
"เทียนหลง เปิดหน้าต่างหลังเ้าหน่อย"เฟยหรงสั่งเทียนหลง ด้านหลังของเขานั้นเป็หน้าตาที่สามารถเลื่อนเปิดได้เพื่อคุยกับคนขับด้านหน้า
เทียนหลงพยักหน้าเบาๆแล้วเปิดหน้าต่างออกมาไอเย็นจากด้านในตัวรถทำให้จิ้นฝานหันกลับมามอง
"คุณหนูทำอะไรขอรับทำไมด้านในถึงเย็นขนาดนี้" จิ้นฝานถาม
"ข้าเพียงร่ายอักขระใส่น้ำแข็งให้มันปล่อยความเย็นออกมาน่ะพวกเราจะได้ไม่ต้องทนร้อนกัน" เฟยหรงพูดจบจิ้นฝานเลยพยักหน้าเบาๆ
"เ้ารู้สึกเป็อย่างไรถ้าไม่ชอบก็ปิดหน้าต่างได้นะ" เฟยหรงถามเพราะจิ้นฝานที่ขับรถม้าตากแดดตากลมด้านนอกก็รู้สึกเป็ห่วง
"เย็นสบายดีขอรับไม่ต้องโคจรพลังปรานให้เปลืองแรงด้วย ข้าชอบ"จิ้นฝานยิ้มแล้วหันไปขับรถม้าต่อ
ผ่านไป5วัน
ทั้งสามคนใช้เวลาเดินทางร่วม5วันกว่าจะมาถึงเมืองหลินยี่เมื่อรถม้าแล่นมาถึงหน้ากำแพงเมืองจิ้นฝานก็บังคับรถม้าให้เข้าไปทันทีในเมืองหลินยี่นั้นรอบๆเป็อาคารบ้านเรือนที่ดูแตกต่างจากเมืองอื่นๆเพราะทั้งหมดทำด้วยปูนอิฐ หิน จิ้นฝานคุมรถม้าไปที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ขนาดค่อนข้างใหญ่ทีเดียว เสียงเหล่าช่างและคนงานในมากมายต่างพูดคุยและกินอาหารกันอย่างสนุกสนาน
เพียงแค่ร่างของเฟยหรงและมี่ถงปรากฏขึ้นทั้งหมดก็พร้อมใจกันหันไปหาทันทีที่นี่เป็เมืองที่ไม่ค่อยมีหญิงสาวมากนักเพราะด้วยอากาศที่ร้อนอบอ้าวและมีแต่ผู้ชาย
"อ่าไม่มีโต๊ะว่างเลยหรือเสี่ยวเอ้อ" เฟยหรงหันไปถามเสี่ยวเอ้อที่เดินมาต้อนรับ
"แม่นางน้อย ข้าสละที่ใจเ้ามานั่งตรงนี้สิ" เสียงดังเซ็งแซ่ขึ้นมาภายในร้านไม่นานคนงานกลุ่มหนึ่งก็ย้ายไปนั่งกับโต๊ะอื่นแล้วเชิญให้พวกนางเข้ามานั่ง
"ขอบคุณเ้าค่ะ" นางยิ้มให้ทุกคนตอนนี้เหล่าคนงานหนุ่มและวัยกลางคนเหมือนมีสวนดอกไม้ผุดขึ้นในใจ เฟยหรง มี่ถง จิวหูและ เทียนหลงเดินเข้ามานั่งภายในโรงเตี๊ยม
"ข้าสั่งอาหารสำหรับ4คน และ เนื้อย่างสัก6จานนะ อ้อ แล้วก็จองห้องว่าง4คืน สัก4ห้องด้วย"เฟยหรงหันไปพูดกับเสี่ยวเอ้อคนเดิม เขาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินไปสั่งพ่อครัวและเตรียมห้องให้
แก้ง แก้ง แก้ง
เสียงระฆังเป็สัญญาณบ่งบอกว่าตอนนี้เวลาเที่ยงตรงเหล่าคนงานทั้งหลานก็พร้อมใจลุกขึ้นไปจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้านเฟยหรงอดที่สงสัยไม่ได้เลยหันไปผู้ชายวัยกลางคนด้านหลัง
"ท่านลุงเ้าคะ เหตุใดพวกเขาจึงลุกออกไปกันหมดเลยหรือ"เฟยหรงถาม
"อ้อเ้าพึ่งเคยมาเมื่อหลินยี่สินะแม่นาง พวกนั้นคือคนงานในเหมืองน่ะเมื่อกี้ระฆังตีบอกเวลาเที่ยงซึ่งเป็เวลาทำงาน พวกเขาจึงรีบเดินออกไปกัน"ชายวัยกลางคนพูดขึ้น เฟยหรงจึงพยักหน้าเบาๆ
"นี่ข้าถามหน่อยแม่นางเหตุใดเ้าถึงมาเมืองที่มีแต่เศษหินและฝุ่นเช่นนี้ ไม่กลัวเปื้อนชุดเ้าหรือ"ชายคนนั้นว่าแล้วมองชุดผ้าไหมหรูหราของทั้งสาม
"ไม่หรอกเ้าค่ะ"เฟยหรงคลี่ยิ้มออกมา จนชายคนนั้นแปลกใจ
"จริงสิท่านลุงท่านพอจะทราบไหมเ้าคะ ว่าร้านดีเหล็กไปทางไหน" นางถาม
"หืม? เ้าจะไปทำไมหรือ?"
"ข้าอยากจะสั่งทำของบางอย่างเ้าค่ะ"เฟยหรงเอ่ย
"งั้นเ้ากินข้าวเสร็จแล้วข้าจะพาไปข้า เสียน จิ่นจง เป็ช่างตีเหล็กอันดับ1ในเมืองหลินยี่แห่งนี้"จิ่นจงยืดอกอย่างภูมิใจ
"ต้องรบกวนท่านแล้ว"เฟยหรงค้อมตัวให้เขา
ไม่นานอาหารทั้งหมดก็ถูกยกเข้ามาวางบนโต๊ะจิ้นฝานที่นำม้าไปเก็บก็เดินเข้ามาในร้านแล้วร่วมนั่งกินอาหารด้วยกันกับทุกคนไม่นานทั้งหมดก็กินอาหารเสร็จ
เฟยหรงจ่ายเงินค่าห้องและค่าอาหารให้เสี่ยวเอ้อไปจากนั้นจิ่นจงก็นำคนทั้งหมดไปที่โรงตีเหล็กของตนเฟยหรงมองไปที่เหล่าคนงานทั้ง6ชีวิตกำลังตีเหล็กหน้าเตาอย่างขยันขันแข็งเมื่อเห็นจิ่นจงเดินเข้าไปพวกเขาก็พร้อมลุกขึ้นคารวะ
"ยินดีต้อนรับกลับขอรับท่านจิ่นจง"ทุกคนพูดเป็เสียงเดียวกัน
"กลับไปทำงานของพวกเ้าต่อเถอะ"จิ่นจงพูด จากนั้นทุกคนก็กลับไปนั่งเหล็กต่อ
"ท่านพึ่งกลับมาหรือเ้าคะ"เฟยหรงถามขึ้น
"ใช่ ข้าออกจากเมืองร่วมงานแต่งงานของหลานสาวน่ะ"จิ่นจงพูดแล้วเดินนำทั้งหมดเข้ามาด้านในโรงตีเหล็กซึ่งเป็ห้องทำงานของเขา
"นี่คือแบบกระบี่ทั้งหมดที่ข้าตีขึ้นหากแม่นางชอบเล่มไหนหรือ้าแบบไหนก็เลือกได้เลย" จิ่นจงเอ่ยพลางผายมือไปที่กระบี่ที่วางอยู่เ่าั้
"พวกเ้าอยากได้เล่มไหนก็หยิบซะ"เฟยหรงหันไปบอกกับคนทั้งสามข้างหลัง
"หือ? คุณหนูให้เลือกกระบี่หรือเ้าคะ...หมายความว่า..."มี่ถงสงสัย
"ข้าพาพวกเ้ามาซื้อกระบี่ไง"นางหัวเราะ จริงๆก็อยากให้กระบี่หินกับทุกคน แต่มันเหมือนกันทุกเล่มเกินไปหากจอมยุทธใช้กระบี่ละก็ควรหาแบบที่ชอบมากกว่า แม้จะทำกระบี่จากอักขระได้แต่นางก็ไม่มั่นใจว่าจะทำออกมาให้เหมือนที่ช่างจริงๆทำได้ไหม
"ข้ามีแล้วคงไม่..."
"ไม่กระบี่ของเ้ามันเปราะบางและธรรมดาเกินไป" เฟยหรงพูดขัดจิ้นฝานเพราะั้แ่ที่นางเห็นกระบี่ของเขาที่ฟันต้นไม่ยังไม่เข้าก็คิดว่าจะหากระบี่ให้ใหม่ตลอด
"แต่..."มี่ถงกำลังจะแย้ง
"กฎข้อแรกว่าอย่างไง"เฟยหรงหันไปถามทั้งสอง
"ท่านให้ ข้าก็ต้องรับ"ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน
"ดี พวกเ้าไปเลือกซะเ้าก็ด้วยเทียนหลง"เฟยหรงสั่งทั้งสามเสร็จก็เดินมานั่งคุยกับจิ่นจงโดยที่ลูบจิวหูที่นอนบนตักไปด้วย
"แล้วแม่นางน้อยไม่เลือกเอาสักเล่มหรือ"จิ่นจงถาม
"ข้ามีแล้วเ้าค่ะ"เฟยหรงยิ้ม จิ่นจงจึงแปลกใจนิดๆ
"ข้าขอดูได้หรือไม่"ได้ยินดังนั้นเฟยหรงก็นำกระบี่ออกมาจากแหวนมิติจิ่นจงไม่ได้แปลกใจอะไรมากนักกับแหวนมิติเพราะคุณหนูคุณชายจากตระกูลสูงๆก็มีกันในเห็นอยู่ทั่วไป แต่ที่เขาแปลกใจก็คือตัวกระบี่นั่นเอง
"นี่คือกระบี่สยบอสูรเ้าค่ะระวังนะเ้าคะมันอาบโอสถพิษไว้" นางเตือนอีกฝ่ายในตอนที่เขารับกระบี่ไปดูความหนักของมันทำให้เขาต้องใช้ปรานยกขึ้นมาเพ่งพินิจดู ตัวกระบี่ถือว่าธรรมดาแต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นทำให้เขาขนลุก
"ท่านไปได้กระบี่เล่มนี้มายังไงหรือตัวกระบี่ธรรมดาแต่กลับแผ่กลิ่นอายน่าเกรงขามยิ่งนัก" เขาชื่นชม
"ความลับเ้าค่ะ" นางหัวเราะ
"ถ้าข้าขอเอาไปปรับปรุงให้ดีขึ้นได้หรือไม่"จิ่นจงถามด้วยสีหน้าจริงจังหากเขาปรับปรุงมันละก็กระบี่เล่มนี้ต้องเป็หนึ่งในใต้ล่าแน่นอน
"ได้เ้าค่ะข้าเองก็ไม่มีความรู้เื่กระบี่เท่าไหร่หากท่านอยากนำไปปรับปรุงข้าก็ยินดี"ถึงจะมีความรู้ที่ท่านเทพให้มามันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักกับอาชีพที่ต้องอาศัยการฝึกฝนพวกนี้
"แล้วจะได้ในอีกกี่วันหรืออเ้าคะข้าจะอยู่เมืองนี้แค่4วันเท่านั้นเอง" นางถามค้าเบาๆแล้วคุยกับจิ่นจงในเื่ต่างๆอย่างออกรสออกชาติ
ผ่านไปกว่า1ก้านธูปเทียนหลงเป็คนแรกที่เลือกกระบี่ได้ เป็กระบี่สองคมที่สวยงามมากไม่นานมี่ถงกับจิ้นฝานก็เดินมาพร้อมกระบี่ในมือ จิ้นฝานเลือกกระบี่ที่มีความหนักและแข็งแรงส่วนมี่ถงนั้นก็เลือกกระบี่ที่มีความเบาเพื่อให้ง่ายต่อการกวัดแกว่ง
"ทั้งหมดเท่าไหร่หรือท่านจิ่นจง"นางถาม
"6พันเหรียญทอง"เมื่อทราบจำนวนราคาทั้งมี่ถงและจิ้นฝานก็เบิกตากว้าง
"เหตุใดมันจึงเยอะถึงเพียงนี้เ้าคะ"มี่ถงถามออกมา
"ฮ่าๆ ที่เ้าเลือกนั้นคือกระบี่สายลมที่มีความเบาแต่ก็ทนทานมากเล่มหนึ่งก็2000เหรียญทองแล้วแม่นางน้อย" จิ่นจงหัวเราะมี่ถงเองก็หันไปไปหาเฟยหรงที่สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่นิด
"ส่วนของพ่อหนุ่มคนนี้ก็เป็กระบี่เหล็กกล้าที่มีความหนักและสามารถทลายก้อนหินใหญ่ได้ภายในกระบี่เดียวส่วนของพ่อหนุ่มคนนี้ก็เป็กระบี่สองคมเป็กระบี่ที่ข้าตั้งใจตีที่สุดทุกเล่มก็ราคาเท่ากันหมด" จิ่นจงเอ่ย เฟยหรงจึงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
"แล้วกระบี่ของข้าท่านไม่คิดราคาด้วยหรือ"เฟยหรงถาม
"ข้าเป็คนขอมาปรับปรุงให้เองเพราะนึกสนุกเลยไม่ได้คิดเงินน่ะ" จิ่นจงหัวเราะเบาๆ
"จะดีหรือ..." เฟยหรงถาม
"ดีสิ ข้าชอบความท้าทาย ยิ่งกระบี่แบบนี้ก็ยิ่งน่าสนุกอีก4วันเ้าค่อยมารับแล้วกัน" เขาพูด
"งั้นก็ขอบคุณท่านมากนะเ้าคะนี่เงิน6พันเหรียญทองเ้าค่ะ เชิญตรวจสอบ"เฟยหรงนำเงินจำนวน6พันเหรียญทองออกมาให้อีกฝ่าย จิ่นจงไม่ได้ตรวจสอบอะไรมากนักเพราะคิดว่าเฟยหรงคงไม่โกงเื่นี้อยู่แล้ว
"ถ้างั้นพวกข้าขอตัว"เฟยหรงยืนคือแล้วคารวะจิ่นจงเล็กน้อย
จากนั้นทั้งสี่ก็เดินออกมาเฟยหรงให้มี่ถงอุ้มจิวหูเอาไว้แล้วเดินทางไปยังตลาดเครื่องแก้วที่ถามจากจิ่นจงมาเมื่อครู่นางใช้เวลากว่าครึ่งก้านธูปก็มาถึง ตลาดแห่งนี้วางเครื่องแก้วหลายประเภทไว้บนโต๊ะ
ตอนนี้เฟยหรงและทุกคนกำลังเดินแยกกันเพื่อหาซื้อของที่ถูกใจซึ่งนางก็ให้เงินไปคนละสองร้อยเหรียญทองเฟยหรง ดินเดินดูร้านนู้นทีร้านนี้ทีแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าสนใจชิ้นไหน แต่แล้วสายตาก็นางก็สะดุดเข้ากับขวดแก้วใบเล็กใบหนึ่ง
"้าแบบไหนหรือแม่นางน้อย"เฟยหรงยิ้มนิดๆแล้วหยิบขวดแก้วอันเล็กและขวดโหลอันใหญ่ขั้นมา
"ข้า้าแบบนี้เ้ามีทั้งหมดกี่ขวดหรือ" นางถาม
"ข้ามีทั้งหมดอย่างละ100ขวดเ้าค่ะ ขวดเล็กขวดละ50เหรียญเงินส่วนโหลนั้นโหลละ1เหรียญทองท่านจะเอาเท่าไหร่หรือ"
"เอาทั้งหมดนั้นแหละ"เฟยหรงพูด แม่ค้าก็เบิกตากว้าง รีบวิ่งไปเอาของด้านในทันที
ผ่านไปไม่นานแม่ค้าคนนั้นก็ถือกล่องไม้ขนาดใหญ่มาวางไว้ยี่สิบกล่องด้วยกัน
"ทั้งหมด150เหรียญทองเ้าค่ะ"เฟยหรงหยิบเหรียญทองออกมาจากมิติแล้วยื่นให้แม่ค้าคนนั้น จากนั้นนางก็นำกล่องทั้งหมดมาเก็บไว้ในแหวนมิติ
เสร็จแล้วเฟยหรงก็เดินเที่ยวในตลาดต่อได้ของใหม่มาไม่น้อยไม่นานนางก็ติดต่อกับทุกคนผ่านหยกสื่อสารว่าหากเสร็จแล้วให้กลับได้เลย เพราะนางเองก็กลับมาพักผ่อนที่โรงเตี๊ยมแล้ว