ประชุมบริษัท
การประชุมใหญ่ครั้งสุดท้ายของปีของบริษัททริพเพิลพี ยัมมี่ ฟูดส์ ที่รวมเอาทั้งผู้บริหารทั้งสี่ และพนักงานทุกคนที่มีจำนวนทั้งสิ้น16คนไว้ด้วยกัน นอกจากจะสรุปผลประกอบการตั้งแต่เปิดบริษัทมาแล้วซึ่งการเติบโตของธุรกิจนั้นสูงไปหลายร้อยเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว(เทียบกันรายเดือน)การทำงานจุดไหนที่ยังมีข้อผิดพลาดการแก้ไขก็ล้วนถูกยกมาพูดคุยและสรุปให้ได้รับรู้กันนอกจากนี้ยังรวมไปถึงแผนงานของปีถัดไปนี้ด้วย ซึ่งจะมีการเปิดรับพนักงานเพิ่มเติมทั้งงานที่ต่อเนื่องจากปีนี้ แล้วก็สินค้าที่วางแผนไว้ว่าจะเปิดตัวในปีหน้า
“สุดท้ายนี้ก่อนที่ทุกคนจะแยกกันกลับไปพักผ่อน ผมขอแจ้งว่าสิ้นปีนี้ทุกคนจะได้รับโบนัสเท่ากันเงินเดือน 4 เดือนนะครับ”หลังจากที่การประชุมเป็นไปอย่างยาวนานหลายชั่วโมง ก่อนที่จะเอ่ยจบการประชุมเพวิสก็ได้เอ่ยบอกในสิ่งที่ทุกคนชอบใจ และรอฟังที่สุดออกไป
“เฮ!!”
“โฮ้!!” เสียงร้องดีใจของพนักงานเป็นไปในแนวเดียวกันทันที โบนัส 4 เดือนไม่ใช่น้อยเลย ยิ่งพวกเขาพึ่งจะเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงปีด้วยซ้ำแต่ก็ต้องขอบคุณสินค้าและผู้บริหารของบริษัทที่ทำให้บริษัทได้กำไรมาจ่ายโบนัสให้พวกเขาถึงขนาดนี้ ปีหน้ามีพนักงานมาเพิ่มก็ขอให้ได้โบนัสเยอะๆ แบบนี้เหมือนเดิมก็แล้วกันนะ หลังจากจบการประชุมแล้วระหว่างเดินกลับที่พัก พวกเขาก็เริ่มพูดคุยถึงที่พักผ่อนช่วงปีใหม่กันแล้วบ้างก็ว่าจะกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว หรือบ้างก็วางแผนการเที่ยวช่วงหยุดยาวนี้แล้วหรือบางคนก็อยากเก็บเงินให้ได้มากๆ โดยการอยู่ทำงานที่บริษัทช่วงวันหยุดนี้นั่นเองซึ่งใครอยากจะอยู่ทางบริษัทก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะยังไงก็ยังมีงานให้ทำอยู่แล้ว เรียกได้ว่าใครอยากรับทรัพย์ต่อก็ได้ หรือใครอยากไปละลายทรัพย์ก็ขอให้สนุก
หลังจากที่เพวิสปล่อยเพลงใหม่ออกไปแค่หนึ่งวัน!! มียอดผู้ชมหลายร้อยล้านเลยทีเดียวเพลงที่ทุนสร้างน้อย แต่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จเลยทีเดียว นอกจากจะยกความดีความชอบให้เพลงที่ดีแล้ว(เพลงจากเพเนียส)ยังต้องนับรวมกับตัวเพวิสเองที่สะสมแฟนคลับไว้ได้มากแล้วตอนนี้เพราะเสียงร้องที่ไพเราะของเขาที่ที่ทำให้เนื้อเพลงออกมาเป็นบทเพลงที่น่าฟังได้ เมื่อมีเพลงใหม่ปล่อยออกมาพวกเขาก็รีบเข้าไปฟังและช่วยกันดันให้โด่งดังเข้าไปอีกอย่างรวดเร็วแถมยังตกแฟนคลับหน้าใหม่ได้เกือบสิบล้านเลยทีเดียวกับเพลงนี้
แต่หลังจากนั้นอีกสองวันเพวิสก็ยังปล่อยวิดีโอคลิปสั้นๆ ออกมาอีกตัว ท่าเต้นไม่ยากแต่ก็ไม่ได้ง่ายจนเกินไปเป็นท่าเต้นประกอบหนึ่งท่อนของเพลงใหม่ล่าสุด เป็นชาเลนจ์ให้แฟนคลับของเขาหรือใครก็ได้ที่สนใจได้เต้นกันซึ่งได้รับความสนใจ และมีผู้ร่วมถ่ายคลิปเต้นชาเลนจ์กันเยอะมากๆจนกลายเป็นไวรัลเลยทีเดียว ปกติก็มีการเต้น Cover อยู่แล้วแต่นั่นก็สำหรับเพลงที่มีท่าเต้นทั้งเพลงอยู่แล้ว
แต่กับเพลงของเพวิสที่ในMVก็คือสบายๆ ง่ายๆ ไม่มีท่าเต้นอะไรเลยแต่กลับมาลงคลิปเต้นตามหลังมาแบบนี้ เรียกกระแสได้ดีทีเดียวถือได้ว่าเพวิสมาถูกทางแล้วในสายงานนี้ ถึงกับมีบางสำนักข่าววิเคราะห์ความสำเร็จของเพวิสในช่วงสั้นๆสำหรับอาชีพนี้ของเขาเลยทีเดียว เขาไม่มีค่ายหรือบริษัทสนับสนุนแต่สามารถก้าวเดินช้าๆ ในอาชีพนี้ได้อย่างมั่นคงและมีคุณภาพมากทีเดียวนี่นับว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายๆ คนที่อยากเป็นศิลปินนักร้องแต่ยังไม่มีสังกัด ก็ยังมีโอกาสที่จะได้รับความสนใจและมีชื่อเสียงขึ้นมาได้เช่นกัน
[ เพลงใหม่ของเพวิส #เปิดใจ ออกมาไม่กี่วัน คิดว่าใครหลายๆ คนคงได้ฟังแล้วหรือแม้แต่ชาเลนจ์เต้นก็คงมีอีกหลายคนที่ลงคลิปอวดเพื่อนๆ แล้วเช่นกันใช่ไหมล่ะแต่ที่เราพึ่งโพสต์วันนี้ไม่ใช่พึ่งจะตื่นเลยตามข่าวสารไม่ทันนะแต่อยากจะเชิญชวนคนที่ยังไม่เปิดรับฟังเพลงจากศิลปินหน้าใหม่แล้วล่ะก็ให้ลองเปิดใจเหมือนชื่อเพลงนี้ซะนะ เพลงก็เพราะ เนื้อหาก็ดี ท่าเต้นก็สนุกคนร้องก็ดี แถมยังหล่อและรวยอีกต่างหากจ้า แอบกระซิบในกลุ่มแฟนคลับกำลังแข่งกันคิดท่าเต้นทั้งเพลงอยู่ด้วยแหละ แล้วมาเต้นแข่งกันนะ #PEVIS]
๐ท่าเต้นเล่นเอาฉันซ้อมอยู่สองสามวันถึงได้ถ่ายอวดเพื่อนได้อยากจะบอกว่าไม่เคยเต้นตามศิลปินคนไหนมาก่อนเลย นี่คือครั้งแรก
๐ ตอนดูก็นึกว่าจะง่ายแต่เข้าจริงก็ไม่ง่ายน้า ทั้งท่าขาทั้งท่าแขน เท้าก็สับไปมาเรียกเหงื่ออยู่เหมือนกัน
๐ ขอบคุณเพวิสที่ลงไฟล์ชุดคำสั่งกับหุ่นยนต์ไว้ด้วยทำให้หุ่นยนต์ที่บ้านเต้นได้ แล้วมาสอนเราอีกทีไม่งั้นเราคงไม่ได้เต้นชาเลนจ์เหมือนคนอื่นเขาแล้วล่ะ
-ใช่ครับ ไม่เคยเห็นศิลปินคนไหนแจกไฟล์คำสั่งท่าเต้นกับหุ่นมาก่อนเขาจะใจดีไปแล้ว จริงๆ จะขายก็น่าจะมีคนซื้อนะ เพราะแฟนคลับก็อยากจะเต้นตามอยู่แล้ว
-ไฟล์คำสั่งให้หุ่นยนต์เต้นได้ ผมเองก็ให้หุ่นยนต์ที่บ้านสอนเต้นเหมือนกัน
๐ เพวิสเต้นได้หล่อเท่มากจ้าส่วนน้องเพเนียสของเราเต้นได้น่ารักเวอร์
ความสนใจและความโด่งดังของเพลงเปิดใจเพลงใหม่ของเพวิสคาดว่าจะถูกพูดถึงไปอีกพักใหญ่เลยทีเดียว เช่นนั้นก็หมายความว่า ตัวนักร้องเองก็จะถูกพูดถึงไปด้วยเช่นกัน
“จะไม่อยู่ฉลองปีใหม่ด้วยกันจริงเหรอเนี่ย”หลังจากที่ได้ฟังน้องชายเล่าให้ฟังเรื่องที่ถูกคีเฟอร์ชักชวนให้ร่วมงานพร้อมกับเปิดตัวในช่วงสิ้นปีนี้เพวิสเลยถามออกมาอย่างน้อยใจ ก็ฉลองด้วยกันมาตลอดปีนี้น้องชายเขาโตถึงขนาดติดงานในวันสำคัญที่อยู่พร้อมหน้ากันแบบนี้ จริงๆเขาก็ไม่ได้ขัดขวางหรอก ออกจะดีใจกับน้องชายด้วยซ้ำ ที่มีงานใหญ่เข้ามา
“ใช่ผมคนเดียวที่ไหนล่ะครับพี่มิคุบอกผมแล้วเถอะ ว่าช่วงนี้ ยาวไปถึงปีหน้าก็มีหลายคนติดต่องานเข้ามาเหมือนกันพี่ไม่รับหน่อยเหรอครับ ช่วงที่กำลังดัง มีงานเข้าก็ต้องรับนะครับ เดี๋ยวเขาหาว่าหยิ่ง”เพเนียสพูดเป็นเชิงทีเล่นทีจริง
“ไม่รู้สิ กลัวพ่อกับแม่เหงาน่ะ”เพวิสว่า
“ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า ผมได้ยินแม่พูดอยู่ว่าช่วงปีใหม่ว่าจะไปฉลองที่บ้านปู่กับย่า”เพเนียสบอก เขาได้ยินพ่อกับแม่คุยกันคร่าวๆ นั่นล่ะ แต่ยังไม่ได้ถามจริงจังว่าช่วงหยุดยาวจะเอายังไง
“งั้นเหรอแล้วเราไม่อยากอยู่ฉลองด้วยกันหรือไง??”
“ก็อยากอยู่ครับแต่เวลานี้เรายังหาเงินได้ ก็ควรรีบทำไม่ใช่หรือไงก่อนหน้านี้เราก็พึ่งจะไปเที่ยวกันมา แยกกันไปทำงานแค่สัปดาห์สองสัปดาห์คงไม่เป็นไรหรอกมั้งหลังจากนั้นค่อยมาหาเวลาครอบครัวอีกทีก็ได้”เพเนียสถือได้ว่าเริ่มเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาอีกก้าวแล้วเขาเริ่มเห็นงาน(เงิน)เป็นสิ่งสำคัญแล้วนั่นเอง แต่ที่เขาคิดแบบนี้ได้ไม่ใช่ไม่อยากอยู่กับพ่อและแม่แต่อาจจะเพราะว่าพวกเขาอยู่บ้านเดียวกันอยู่แล้ว เลยไม่ได้ต้องกำหนดว่าวันไหนสำคัญกว่ากัน
“ก็จริงพ่อกับแม่ก็อาจจะอยากมีเวลาส่วนตัวบ้างเหมือนกัน จริงไหม??”
“ใช่ครับ” เพเนียสพยักหน้าเห็นด้วยนอกจากแพลนไปฉลองที่บ้านปู่กับย่าแล้ว เขายังได้ยินแว่วๆ ว่าแม่เขาหาที่สวยๆไว้พักผ่อนอีกด้วย สงสัยอยากไปสวีทกันสองคน จริงๆ แล้วพ่อกับแม่เขายังไม่แก่เลยนะหน้าตา ผิวพรรณ หรือแม้แต่สมรรถภาพทางกายก็พอๆ กับมนุษย์โลกที่อายุ ราวๆ 30ปีเท่านั้น ไม่แน่นะว่า...
“เผื่อเราอาจจะได้น้องเพิ่ม!!” เพวิสที่คิดไปในแนวทางเดียวกับน้องชายว่าออกมา
“พ่อกับแม่อาจจะมีน้องให้เราเลี้ยงก็ได้!” เช่นเดียวกับเพเนียสที่เอ่ยออกมาในเวลาเดียวกับพี่ชายเช่นกัน
“ฮ่าๆๆเราก็ยังคิดเหมือนกันอยู่นะเนี่ย” เพเนียสว่าอย่างขบขันเมื่อเขากับพี่ชายจ้องหน้ากันก่อนจะบอกความคิดของตนเองออกมาอย่างแตกตื่น
“แต่อย่าเอาเรื่องนี้ไปพูดให้พ่อกับแม่ได้ยินล่ะโดยเฉพาะแม่ เดี๋ยวได้ถูกบ่นแน่” เพวิสเตือนน้องชายไว้ก่อน
“ครับๆ ผมรู้น่า อ้อ งั้นช่วงนี้ผมทำอาหารบำรุงให้พ่อกับแม่ดีกว่าน้องจะได้มาไวๆ”
“งั้นก็แล้วแต่เราเลยก็แล้วกันนะ” ถือว่านี่คือคำสนับสนุน
ก่อนจะถึงช่วงวันหยุดยาวทางบริษัทได้ประกาศรับสมัครพนักงานออกไปแล้วช่วงนี้เลยต้องช่วยกันคัดคนเข้าร่วมมาเป็นเพื่อนร่วมงานอยู่ เพราะหลังจากผ่านพ้นวันหยุดเข้าสู่ปีใหม่แล้วพนักงานใหม่จะได้เริ่มงานได้เลย เพราะปีต่อไปมีงานอีกมากให้พวกเขาได้เข้ามาร่วมทำ
การจะคัดเลือกคนจำนวนหลักสิบ!! แค่ 40-50 คน(หรือมากน้อยกว่านี้ขึ้นอยู่กับความพอใจ)มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ แม้แต่พนักงานที่มาช่วยงานนี้ด้วยยังถึงกับออกปากโอดครวญพอเจอแบบนี้ พวกเขาอดนึกกลับไปถึงตอนที่สมัครงานและสัมภาษณ์งานไม่ได้ตอนนั้นครอบครัวเจ้าของบริษัทแค่สี่คน ต้องทำหน้าที่นี้เองทั้งหมดคงปวดหัวอยู่ไม่น้อยในการตัดสินใจว่าจะรับใครเข้าทำงาน
“คนสมัครเข้ามาเป็นพัน แต่รับแค่หลักสิบฉันล่ะอยากเป็นลม” หญิงสาวคนหนึ่งในพนักงานว่าขึ้นด้วยเสียงอ่อนแรงเหล่าพนักงานที่มีอยู่น้อยนิดล้วนต้องร่วมแรงร่วมใจช่วยกันทำงานนี้ จะปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งทำงานนี้ไม่ได้ เพราะว่าฝ่ายทรัพยากรบุคคลยังไม่มีนั่นเอง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงไม่มีฝ่ายนี้ตั้งแต่แรก แล้วงานก็ตกอยู่ที่เจ้าของบริษัทเองแต่หลังจากนี้ไม่ได้แล้ว ต้องรีบหาคนเข้ามาเท่านั้น
“อดทนหน่อยน่า ท่องไว้ๆจะได้คนมาช่วยเราทำงานแล้ว” เพื่อนร่วมงานอีกคนเสริมให้กำลังใจ
“ตอนนี้เราสัมภาษณ์มาได้กว่าครึ่งแล้วอดทนหน่อย ใครไม่ไหวก็ไปพักก่อนได้ หรือว่าอยากได้เครื่องดื่ม อาหาร ก็บอกเลยนะเดี๋ยวสั่งหุ่นยนต์จัดการทำและเอามาเสิร์ฟให้” หนึ่งในผู้จัดการที่ดูแลฝ่ายสินค้าว่าขึ้นพร้อมกับส่งคำสั่งเสียงไปถึงหุ่นยนต์ที่ดูแลเรื่องอาหารการกินที่เป็นสวัสดิการของพนักงานให้เตรียมของว่างมาให้พนักงาน
“ได้ทุกอย่างเลยใช่ไหมครับตอนนี้ผมหิวมากเลย”
“งั้นขอกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่แล้วค่อยกลับมานะคะ”
“ได้แน่นอน”
“แต่ใครที่ยังไม่ไปไหนก็ช่วยสัมภาษณ์ผู้สมัครต่อด้วยนะรีบๆ ทำจะได้เสร็จไวๆ”
“ครับ/ค่ะ” เพราะว่าเป็นการสัมภาษณ์ออนไลน์พวกเขาเลยใช้เวลาทั้งวันให้เกิดประโยคสูงสุด กำหนดเวลาให้กับผู้สมัครไว้แล้วเท่าๆกัน ซึ่งอัดแน่นไปทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว สำหรับผู้สมัครที่ผู้คนละเขตเวลาและใช้เวลาตอบคำถามไม่นานก็คงไม่เหนื่อยอะไรหรอกแต่เป็นพวกเขาเองที่อยากอัดกำหนดสัมภาษณ์ไว้จนแน่นเอี๊ยดเลยต้องรับผลที่ตามมานี้เอง แต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะงานนี้คืองานสุดท้ายก่อนหยุดยาวนี่นา ถ้าเสร็จเร็ว ก็จะได้หยุดเร็วได้พักไวขึ้นอีกวันสองวันไม่ใช่เป็นเรื่องดีหรือยังไง?? แต่จริงๆ แล้วไม่จบหรอกต้องช่วยกันคัดอีกว่าจะเลือกใคร แต่ขั้นตอนนั้นยังมีผู้บริหารยื่นมือเข้าร่วมอยู่เลยไม่ต้องกังวล เจ้าของบริษัทเลือกใครเข้าทำงาน พวกเขาก็ไม่ค้านทั้งนั้นแหละ
ช่วงสิ้นปีเป็นอีกช่วงสำคัญที่เหล่าคนในแวดวงการบันเทิงจะต้องรับงานหรือออกมางานกันรัวๆเพื่อจะได้ร่วมงานที่ฐานผู้คนชมจำนวนมากเป็นการโปรโมตตัวเอง อย่างเพวิสเองหลังจากพูดคุยกับน้องชายแล้วเลยได้ปล่อยให้พ่อกับแม่อยู่ด้วยกันเป็นคู่รักบ้าง เขาเลยเลือกรับงานโชว์ตัวด้วยกันอยู่หลายงานเลยทีเดียวซึ่งทุกงานแน่นอนอยู่แล้ว ว่าแฟนคลับของเขาต้องเฮโลกันไปให้กำลังใจอยู่แล้วนับว่าช่วงนี้มิคุได้ทำงานของเขาอย่างเต็มที่เลยทีเดียว
“วันนี้เราต้องไปก่อนเวลาอีกหน่อยนะเพราะต้องมีบรีฟงานเพิ่มเติมอีกหน่อย”มิคุเอ่ยขึ้นบอกถึงกำหนดงานของวันพรุ่งนี้ช่วงสองสามวันมานี้พวกเขาเริ่มมีงานกันแล้ว โดยจะเน้นรับงานที่อยู่ดาวเดียวกัน(ส่วนใหญ่เป็นดาวระดับAและ B) หรือถ้าคนละดาวก็เดินทางไม่ไกลนักจะได้ไม่เหนื่อยกับการเดินทางจนเกินไป
“โอเคครับ งั้นผมขอไปพักก่อนนะพี่”เพวิสพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเดินเข้าห้องพักของเขาทันทีเมื่ออีกคนทำหน้าว่ารับทราบแล้วแต่ละงานทั้งหมดก็คือให้เขาโชว์ร้องเพลง แล้วก็มีพูดคุยบ้าง ตอบคำถามของพิธีกรบ้างทำกิจกรรมอีกนิดหน่อย แต่ละงานก็มีเวลาอยู่ที่ 1 ถึง 2 ชั่วโมงได้ แต่ถ้าเป็นเกมโชว์ก็อาจจะลากยาวเป็น3 ชั่วโมงได้ แต่ก่อนหน้าที่จะเริ่มงานนั้นก็ต้องบรีฟงานซ้อมโชว์ แต่งหน้าแต่งตัว รวมๆ แล้วก็ต้องไปก่อนงานจะเริ่ม 2-3 ชั่วโมง และหลังจากจบงานก็ต้องมีทักทายแฟนคลับอีกนิดหน่อยด้วยถือได้ว่าเหนื่อยอยู่ทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเป็นห่วงน้องชายอยู่ดี ก่อนจะนอนก็ต้องโทรหาเพเนียสอีกสักหน่อยเช็กว่ายังสบายดีอยู่ไหม โหมทำงานหนักหรือเปล่า ถึงจะได้เข้านอนจริงๆ ซึ่งจริงๆนั้น ควรจะเป็นตัวเขาเองต่างหากที่ทำงานหนักกว่าน้องชาย เพราะนอกจากงานโชว์ตัวแล้วดูเหมือนว่าเขาจะได้เซ็นสัญญาเป็น Brand Ambassador และ BrandPresenter อย่างน้อยอีกสองสามเจ้าอีกด้วย