ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่723 พูดคุยไม่เป็นผล

        เหมือนว่าต้นไม้สีขาว แพร่กิ่งก้านงดงามนั้น มันจะดูวิเศษไม่น้อย จากปราณพลังที่มันปลดปล่อย แพร่กระจายออกมา แต่เกรงว่าอายุขัยของมัน จะถึงขีดจำกัดของมันแล้ว จากใบที่ค่อยๆ ร่วงโรย ให้สตรีที่อี้เฉินคุ้นตาส่งปราณพลัง ศักดิ์สิทธิ์ เข้าไปเยียวยาอายุขัยของมัน

 


       อี้เฉินที่สืบฝีเท้าเข้าไปใกล้ ต้นไม้สีขาวงดงาม ใจกลางสวนภายในจวน เขาหมุนวาดฝ่ามือ ขับเคลื่อนเต๋าแห่งชีวิต ปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือในทันใด ส่งให้พลังชีวิตที่พรั่งพรู แผ่ซ่านออกมา พร้อมภาพบริเวณสวนแห่งนี้ ที่ถูกเต๋าแห่งชีวิตกระตุ้น รอบด้านเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต ที่เอ่อล้นออกมา พืชพรรณโดยรอบ ต่างๆ เติบโตอย่างรวดเร็ว

 


       แม้แต่ต้นไม้สีขาว ที่สตรีส่งปราณพลังศักดิ์สิทธิ์ เข้าไปเยียวยา บัดนี้ยังผลิดอก ออกใบ เติบโตขึ้นมาช้าๆ ก่อนนางจะกล่าวพูดพึมพำออกมา “เกรงว่านี่จะเป็นการ ผลิดอก ออก ใบ ของเจ้าเป็นคราสุดท้ายแล้วกระมัง”

 


       คำพูดนั้นของสตรี ที่อยู่เบื้องหน้าอี้เฉิน ทำให้อี้เฉินมีสีหน้าตาตื่นไม่น้อย เมื่อสัมผัสสตรีที่เขาคุ้นเคย อยู่เบื้องหน้าตัวของเขา ดันไม่ใช่ท่านพี่อี้ฟางหรง ทว่าความรู้สึกที่คุ้นเคยนี้ ช่างคล้ายกันมาก

 


       อี้เฉินรีบประสานฝ่ามือคำนับสตรี ที่อยู่เบื้องหน้าอย่างไว ครั้นได้ยินเสียง ชายแก่ที่ดูชมอยู่ด้านบน ป้องปากขำออกมาน้อยๆ “ขออภัยที่ข้าเสียมารยาท ท่านคงจะเป็น ฮูหยินอวิ๋นฉินอิน ซินะ” อี้เฉินกล่าวพูด ไต่ถามออกไปอย่างไม่ลังเล

 


       สตรีใบหน้างดงาม มีความคลับคล้ายคลับคลา พี่อี้ฟางหรง อยู่ไม่น้อย ไม่แปลกที่อี้เฉินจะทักเรียกตัวนางผิด หากนางไม่มีเส้นผมสีขาวแซมบนหนังศีรษะ อี้เฉินคงจะเรียกนางว่า พี่สาวไปแล้ว

 


      อวิ๋นฉินอินนางมองใบหน้าอี้เฉินด้วยสายตาลึกล้ำ ใบหน้านั้นของอี้เฉิน ทำให้นางอดไม่ได้ ที่จะนึกถึงจักรพรรดิอี้เทียนหรง พร้อมกับบุตรชายของนาง ความเศร้าสร้อยภายในกรอบสายตา จึงผุดพรายขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนนางจะคลี่ยิ้มบาง ไต่ถามชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้านางออกมา “เจ้าเป็นคนตระกูลอี้ แต่เหตุใดเจ้า ถึงมีเต๋าแห่งชีวิต การฝึกฝนของเจ้าเอง ก็ดูไม่เหมือนคนตระกูลอี้ แม้แต่น้อย”

 


      อี้เฉิน เขาไม่คิดว่า ฮูหยินอวิ๋นฉินอิน ปรายตามองเขาปราดเดียว นางจะมองการฝึกฝน ของเขาออก ในไม่กี่เสี้ยวลมหายใจ อี้เฉินจึงเอ่ยตอบอย่างไม่ปิดบัง พร้อมฝีเท้าที่ก้าวถอยห่างจากนาง เมื่อเห็นสตรีผู้นี้ คิดจะเข้ามาจับตัวเขาไว้ “ข้าไม่ใช่คนตระกูลอี้ แต่กำเนิด”

 


      คำพูดนั้นของอี้เฉินเหมือนว่านาง จะไม่มีท่าที ตกอกตกใจ แม้แต่น้อย ยังคงคลี่ยิ้มทอประกายมาให้อี้เฉิน ก่อนนางจะหยุดฝีเท้า กล่าวพูดพลางอธิบายออกมา ครั้นเห็นความดื้อรั้นของอี้เฉิน มีท่าทีระวังตัวเป็นพิเศษ “ข้าได้ยินเรื่องของเจ้ามาจาก อี้ฟางหรงบ้างแล้ว เจ้าเข้าไป ภายในห้องรับรองแขกเถอะ หวังว่าคนดินแดนจักรพรรดิ จะไม่ทำให้เจ้าลำบากใจนะ”

 


      อี้เฉินครั้นได้ยินเขาประสานฝ่ามือคำนับ ฮูหยิน อวิ๋นฉินอิน ด้วยความนอบน้อม “ขอบคุณท่านผู้อาวุโส” ก่อนร่างอี้เฉินจะสืบฝีเท้า เข้าไปด้านในจวนรับรองแขก ด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

 


       อวิ๋นฉินอิน ที่มองแผ่นหลังของอี้เฉินค่อยๆ สืบฝีเท้าเดินจากไป ห่างตาที่วูบไหวนาง มีน้ำใสไหลซึมออกมาน้อยๆ ก่อนนางจะปาดคราบน้ำใส่ออกจากห่างตา จัดการกับอารมณ์ที่แปรปรวนของตนเอง

 


นายกอง หนิงหยวนอี้ ไต่ถามด้วยความไม่เข้าใจ “เหตุใดท่านผู้นำอวิ๋นฉินอิน ไม่บอกเด็กหนุ่มผู้นั้นไป ว่าเขาเป็นหลานเหลนของท่านเล่า”

 


      อวิ๋นฉินอิน รีบส่ายหัวอย่างไว “ข้าไม่ได้ทำหน้าที่ให้สมกับฐานะ จะเรียกร้องสิทธิ์อะไรได้ แล้วอีกอย่างสายตาเด็กผู้นั้นช่างเหมือน จักรพรรดิอี้เทียนหรง เสียไม่มีเจ้าว่าไหม”

 


       นายกอง หนิงหยวนอี้ ครั้นได้ยินเขาพยักหน้ารับคำ ผู้นำตระกูลเซียน อวิ๋นฉินอิน ในทันใดเห็นด้วยกับข้อนี้อย่างยิ่ง ความดื้อรั้นของเด็กหนุ่ม อาจจะนำภัยหายนะ มาสู่เขาในสักวัน

 




      ช่วงเวลาเดียวกันที่อี้เฉิน สืบฝีเท้าเข้าไปด้านในจวนรับรอง รอบด้านต่างก็เงียบสงัด เมื่อภายในสถานที่แห่งนี้ มีผู้ยิ่งใหญ่มารวมตัวกันอยู่ถึง 5คน แถมหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ ภายในนั้น ยังมีจักรพรรดิแห่งความตาย ที่อี้เฉินอยากจะฆ่าสังหาร ชายวัยกลางคน ที่แพร่ปราณพลังความตาย ออกมาเป็นพิเศษ

 


‘ชายผู้นี้ซินะ ที่ฆ่าสังหารจักรพรรดิ ชิงหรั่น ไปพร้อมกับเหล่า จักรพรรดิภายในดินแดนเทพ สร้างยุคสมัยจักรพรรดิผู้ร่วงหล่นขึ้นมา’

 


       ปู่ดวงเฮง เขารีบกล่าวเตือนอี้เฉิน ให้เก็บโทสะลงไปในทันใด ครั้นรับรู้ถึงสายตาของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ จับจ้องมาที่ตัวของอี้เฉินเป็นสายตาเดียว ครั้นพวกเขารับรู้ถึงอายสังหาร ที่เล็ดลอดออกมา จากดวงตาคู่นั้นของอี้เฉิน

 


‘หืม!! ไอ้เด็กเวรนี่’

 


       ก่อนจักรพรรดิมังกรฟ้า จ้าวหานเฟิง จะเอ่ยพูดออกมา พร้อมกับขำออกมาน้อยๆ “เหมือนว่า จักรพรรดิแห่งความตาย ท่านจะสร้างเรื่อง ให้ผู้คนขุ่นเคืองไปทั่วเลยนะ”

 


       จักรพรรดิแห่งความตาย ครั้นเขาเก็บสายตาไปจากอี้เฉิน เขานั่งหลับตาพริ้มในทันใด ไม่ได้ใส่ใจน้ำเสียงของ จักรพรรดิมังกรฟ้า จ้าวหานเฟิง แม้แต่น้อย

 


       อี้เฉินที่สืบฝีเท้าไปยืนด้านหลังท่านพี่อี้ฟางหรง เขาประสานฝ่ามือคำนับนาง ออกมาเล็กน้อย ครั้นเห็นสตรีถลึงตากลมโต มาใส่ตัวอี้เฉิน ราวกับอยากจะบอกตัวอี้เฉินว่า อย่าสร้างเรื่อง

 


       ก่อนจักรพรรดิผู้หนึ่งจะเอ่ยพูดขึ้นมา ทำให้บรรยากาศรอบด้าน เงียบสงัดขึ้นมาไม่น้อย แม้แต่อี้เฉินยังรับรู้ได้ว่า ชายหนุ่มผู้นี้เป็นที่ยำเกรง ภายในหมู่จักรพรรดิมากถึงเพียงใด แม้แต่จักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง ยังต้องเงียบนิ่ง จากปีกสีดำตัดขาว ทั้ง4คู่ที่โบกสะบัดโยกไหว แผ่ ออร่า ขนนกออกมากระจัดกระจาย เพียงมองปราดเดียวก็รับรู้ได้ว่า ชายหนุ่มเป็นเผ่าเทพมาร สายเลือดบริสุทธิ์

 


        “ที่ข้ามาวันนี้ก็ด้วยเรื่อง งานประลองหอคัมภีร์เกียรติยศ ที่จะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า เหล่าผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลัง ล้วนจะเข้าร่วมงานประลอง กันแทบทั้งสิ้น เหตุใดเราไม่ร่วมมือกัน ข้าไม่อยากให้ผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ ต้องตายตก” เหล่าผู้ติดตามที่อยู่ด้านหลัง ในไม่กี่เสี้ยวอึดใจ พวกเขาก็จ้องตาเขม็งเข้าใส่กัน

 


        ก่อนจักรพรรดิ เกอซูหยาง จะกล่าวพูดออกมา “จักรพรรดิโบราณ ฟู่เฉิง ท่านมั่นใจในตัวผู้ติดตามของท่าน มากเกินไปแล้วกระมัง นี่ก็เป็นแค่การต่อสู้ ของชนรุ่นหลัง ข้าว่าให้โชค วาสนาเป็นตัวกำหนดดีกว่า”

 


       จักรพรรดิโบราณ ฟู่เฉิง เขาคลี่ยิ้มบางออกมาเล็กน้อย เหมือนว่าการพูดคุยจะไม่เป็นผล ครั้นเขาคิดจะสืบฝีเท้าจากไป เขาบอกกล่าวคำพูดหนึ่งทิ้งท้ายไว้ ราวกับระเบิดลูกใหญ่ ที่ตกใจกลางเหล่าผู้เข้าร่วมงานประลองทั้งหลาย ไม่เว้นแม้แต่ตัวของอี้เฉินเองก็ตาม “ศิษย์ของข้ามีพลัง เกือบจะไปแตะอยู่ในขั้นพลังจักรพรรดิได้ หากพวกเจ้าอยากประมือกับ หนานกงอวิ๋นข้าจะรอดู ภายในงานประลอง หอคัมภีร์เกียรติยศ”

 


      ภาพเหล่าผู้ติดตาม ต่างก็ชำเลืองมองไปที่ หนานกงอวิ๋นที่สืบฝีเท้าเตรียมจะจากไป เป็นสายตาเดียว ทว่าชายหนุ่มผู้นี้โอหังไม่น้อย หลับตาพริ้มอยู่ตลอดเวลา แม้แต่เวลาเขาก้าวเดิน ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเปิดเปลือกตา ออกมาชำเลืองมองผู้คนแม้แต่น้อย

 


       ก่อนจักรพรรดิโบราณ ฟู่เฉิง เขาจะหยุดฝีเท้าอยู่บริเวณหน้าที่นั่ง จักรพรรดิอี้ฟางหรง ครั้นเห็นสายตาของอี้เฉิน ราวกับมีคำถาม อยากจะเอ่ยถามตัวเขาออกมา “เจ้ามีเรื่องอะไรอยากจะพูด ออกมาเช่นนั้นหรือหนุ่มน้อย”

 


      อี้เฉินที่ได้ยินเขาประสานฝ่ามือ คำนับออกไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ทว่าท่านพี่อี้ฟางหรง นางไม่พอใจเท่าไหร่นัก ครั้นเห็นสายตาของ จักรพรรดิโบราณ ฟู่เฉิงผู้นี้ ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดออกมา “เหตุใดพวกท่านไม่จบสงครามกับคนทวีปมืด จากขุมกำลังของคนดินแดนจักรพรรดิ ไม่น่าจะมีปัญหาในข้อนี้ ไม่ใช่หรือ”

 


       จักรพรรดิโบราณ ฟู่เฉิง ส่ายหัว “แล้วเหตุใดเราต้องจัดการสงครามของคนดินแดนเทพ ให้กับพวกเจ้าด้วยเล่า” ก่อนเสียงหัวเราะ ภายในห้องโถงจะดังออกมาก้อง พวกเขาไม่คิดว่า คำพูดนี้จะมาจากปาก ของจักรพรรดิหนุ่ม ภายในดินแดนต่ำต้อย

 

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน