ช่วงจังหวะเวลาของการเผยแพร่ข้อมูลผู้อยู่เบื้องหลังการทำสัญญานี้นับว่ายอดเยี่ยมมาก
สัญญานี้ทำให้โจวเหวินเชาและต่งเทียนปา ถูกลากคอออกมาต่อหน้าชาวเน็ตทั้งหมด และเนื้อหาในสัญญาก็ทำให้ชาวเน็ตเดือดดาล
แม้แต่คนที่ไม่มีความรู้เรื่องกฎหมาย ก็รู้ดีว่าข้อตกลงทั้งหมดเป็นการเอาเปรียบกันอย่างชัดเจน เพราะมันไม่สามารถรับประกันผลประโยชน์ของประชาชนได้เลย นอกจากนี้ทางบริษัทยังสามารถควบคุมผลประโยชน์ของที่ดินได้ตามใจชอบ
นักกฎหมายบางคนถึงกับออกมาวิเคราะห์เงื่อนไขสัญญาทีละข้อและผลการวิเคราะห์ทำให้ชาวเน็ตเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม
เพราะหากทำตามเงื่อนไขที่ว่านี้ ผลประโยชน์ของชาวบ้านมันได้ถูกละเมิดเป็นอันตราย ถ้าชาวบ้านยื่นฟ้องบริษัทเชาปา ไม่เพียงพวกเขาไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองได้ แต่มันยังมีข้อสัญญาที่บังคับให้ชาวบ้านจ่ายเงินชดเชยให้แก่บริษัทอีกด้วย นี่เป็นสัญญาที่ร่างมาเพื่อการโกงอย่างไม่ต้องสงสัย
ชาวเน็ตเดือดดาลถึงขีดสุด
ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้กัน ทำไมผู้ใหญ่บ้านและเลขานุการประจำหมู่บ้านถึงยอมเซ็นสัญญาที่มีผลเสียต่อหมู่บ้านของพวกเขา
ในขณะที่ชาวเน็ตกำลังวิเคราะห์ ก็มีข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่ถูกชาวเน็ตจากหมู่บ้านหยูฉู่ปล่อยออกมา
ผู้โพสต์บอกว่าตนเป็นคนในหมู่บ้านหยูฉู่และเรื่องที่แพร่กระจายตอนนี้เป็นความจริงอย่างแน่นอน และเขายังบอกอีกว่า ผู้ใหญ่บ้านของเขา จ้าวไห่เฉียง และเลขานุการหลี่เทียนหย่งถูกเรียกตัวเข้าพบ แต่พวกเขาไม่ได้ทำตามคำแนะนำของซือเจิ้นเฉียง และไม่ได้ยินยอมเซ็นสัญญาร่วมมือกับบริษัทเชาปา หลังจากนั้นหนึ่งในพวกเขาก็ถูกคณะกรรมการสั่งปลดทันที มันเป็นฝีมือของซือเจิ้นเฉียง จากนั้นไม่นานก็มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจสั่งปลดผู้ใหญ่บ้านออกทันที เรื่องนี้ชาวบ้านหยูฉู่โกรธมากแต่พวกเขาก็ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้
หลังจากได้รับรู้เรื่องนี้ชาวเน็ตก็รู้สึกโกรธแค้น พวกเขาต่างเคลื่อนไหวอีกครั้งด้วยวิธีต่างๆ เพื่อรวบรวมข้อมูล แล้วก็พบว่าสิ่งที่ชาวบ้านหมู่บ้านหยูฉู่คนนี้พูดเป็นความจริง
ในเวลานี้ชาวเน็ตจากหมู่บ้านอื่นๆ ในกวนซานก็โพสต์ข้อความโดยระบุว่า ผู้ใหญ่บ้านและเลขานุการหมู่บ้านของพวกเขาเองก็ยอมรับว่าพวกเขาไม่ได้เต็มใจเซ็นสัญญา แต่ภายใต้แรงกดดันของซือเจิ้นเฉียงที่ร่วมมือกับบริษัทเชาปา อ้างว่านี่เป็นการบูรณะที่ดินที่มีการรองรับจากทางเทศมณฑล พวกเขาจึงจำใจต้องยอมทำตาม
เรื่องนี้ส่งผลให้ซือเจิ้นเฉียงเลขาธิการพรรคประจำตำบล ก็ถูกหยิบยกชื่อออกมาต่อหน้าของชาวเน็ต ชื่อของเขาถูกเอามาโพสต์อย่างต่อเนื่อง ว่าทำไมซือเจิ้นเฉียงถึงทำแบบนี้ ทำไมเขาถึงไม่คิดจะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน แต่กลับช่วยบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งเบียดเบียนประชาชนแทน
ในไม่ช้าชาวเน็ตบางคนก็พบตัวตนของโจวเหวินเชา กับ ต่งเทียนปาว่าคนหนึ่งเป็นลูกชายของรองเลขาธิการคณะกรรมาธิการพรรคเทศบาลเมือง ส่วนอีกคนเป็นลูกชายของเลขาธิการคณะกรรมาธิการฝ่ายกฎหมาย เมื่อเรื่องนี้ปรากฏขึ้นทุกคนก็รู้ได้ทันทีว่าทำไมซือเจิ้นเฉียงถึงทำแบบนั้น
เป็นเพราะอำนาจของผู้มีอิทธิพล นี่คือวิธีที่ซือเจิ้นเฉียงทำเพื่อเอาใจโจวเหวินเชากับต่งเทียนปา เพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาเอง ส่วนเรื่องผลประโยชน์ของประชาชนไม่ได้อยู่ในหัวของซือเจิ้นเฉียงเลยแม้แต่น้อย แม้นี่จะเป็นการอนุมานโดยปราศจากหลักฐานประกอบ แต่ข้อมูลของซือเจิ้นเฉียงก็ถูกขุดคุ้ยมากยิ่งขึ้น ชาวเน็ตบางคนออกมาบอกว่า ในครั้งที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมกวนซาน หลิวชิงหยู่ได้นำชาวบ้านต่อสู้กับน้ำท่วมจนเกือบเสียชีวิต จากนั้นคลิปวิดีโอที่ หลิวชิงหยู่แบกกระสอบทราย จนกระทั่งโดนน้ำซัดตกลงไปในกระแสน้ำ และหลับคาอาหารในมือก็ถูกเอามาเผยแพร่อีกครั้ง ชาวเน็ตจำนวนมากหลั่งน้ำตาด้วยความรู้สึกเห็นใจ ต่อจากนั้นก็เป็นภาพที่หลิวชิงหยู่ต่อสู้กับอันธพาลของไห่เยว่กรุ๊ปเพื่อปกป้องที่ดินชาวบ้านหยูฉู่
หลังจากวิดีโอเหล่านี้ถูกขุดออกมา ก็เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเปรียบเทียบกับซือเจิ้นเฉียง เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนนี้ ใครที่ทำเพื่อประชาชนและใครที่เห็นแก่ตัว
ขณะนี้ชาวเน็ตจำนวนมากก็ได้โพสต์ข้อความเรียกร้องให้เทศมณฑลจิงหลิน สั่งปลดซือเจิ้นเฉียงออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคตำบลกวนซานทันที และสนับสนุนให้หลิวชิงหยู่ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน พวกเขาบอกว่าหลิวชิงหยู่เป็นข้าราชการตัวอย่างที่ทำเพื่อประชาชน หลายคนก็บ่นอุบอยากให้นายกเทศมนตรีของตำบลพวกเขาเอาอย่างหลิวชิงหยู่
ด้วยความแตกต่างนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของซือเจิ้นเฉียง ย่อยยับอับปางลงไปอีก เขาถูกลากเข้ามายังใจกลางของพายุ ชาวเน็ตบางคนถึงกับเรียกเขาว่า “เลขาธิการระยำ”
ในขณะนี้ ทางแผนกโฆษกของ จิงหลิน ชางชาน และจังหวัดไป่หยุนต่างกำลังวุ่นวายตั้งแต่ระดับบนจนถึงล่าง
เพราะไม่มีใครคิดว่า เซียนเฟิงกรุ๊ปจะจัดการแถลงข่าวอย่างกะทันหันพร้อมกับปล่อยคลิปเสียงที่คุยกับพวกโจวเหวินเชาด้วย อีกสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดจริงๆ ก็คือสัญญาที่โจวเหวินเชาและต่งเทียนปา บังคับให้ประชาชนลงนาม
ในขณะนี้แผนกโฆษกของทางจิงหลินนั้นเป็นกังวลที่สุด เพราะพวกเขาเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบความคิดเห็นประชาชน เหอเสี่ยวหมิน ซึ่งเป็นคนสนิทกับโจวหยางคณะกรรมาธิการฝ่ายโฆษกของตำบล เมื่อกลับบ้านมาและกำลังจะพาเด็กๆ ไปเที่ยวเล่นทันใดนั้นเธอก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้ใต้บังคับบัญชาว่า เซียนเฟิงกรุ๊ปจัดงานแถลงข่าว ซึ่งตอนนี้มันได้แพร่กระจายไปตามสื่อโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตแล้ว จิงหลินได้ถูกผลักออกมาให้อยู่ที่ศูนย์กลางของพายุอีกครั้ง
เหอเสี่ยวหมินเริ่มวิตกกังวลในเวลานี้เธอรู้ดีว่า แม้โจวหยางจะเป็นคนของเสวี่ยเหวินหลง แต่โจวหยางจริงจังและเข้มงวดมากดังนั้นหลังจากได้ยินข่าว เธอก็ตัดสินใจขอให้สามีของเธอมารับลูกแล้วกลับไปยังแผนกโฆษกเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ทันที
ในขณะเดียวกันเหอเสี่ยวหมินก็รายงานเรื่องนี้ไปยังโจวหยาง คณะกรรมาธิการฝ่ายโฆษก เมื่อโจวหยางได้รับรายงานเขาก็เข้าอินเทอร์เน็ต เมื่อเห็นหัวข้อใหญ่เขาก็รายงานเสวี่ยเหวินลงทันที เมื่อได้ยินข่าวเสวี่ยเหวินหลงก็เข้าอินเทอร์เน็ต เมื่อพบว่าตอนนี้สถานการณ์อยู่เหนือการควบคุมของเทศมณฑลจิงหลิน เขาก็รายงานเรื่องนี้ให้ โจวไห่เผิงทราบในทันที
ในขณะนี้ โจวไห่เผิงก็ได้รับรู้เรื่องนี้ผ่านฝ่ายโฆษกเทศบาลเมืองแล้ว ตอนนี้เขาเหมือนถูกไฟลนก้นเพราะลูกชายของเขามีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแยกไม่ออก และมันยากที่จะดึงออกมาได้ ดังนั้นเขาจึงติดต่อให้ฝ่ายโฆษกหาวิธีรับมือกับความคิดเห็นทางออนไลน์หาวิธีทำให้พวกเขาลบโพสต์ จากนั้นเขาก็ติดต่อต่งฮ่าว และหลี่เต๋อหลินพร้อมบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทันใดนั้นเหตุการณ์นี้ก็ได้ทำให้จิงหลินและชางชานเริ่มตระหนักว่าการต่อสู้ครั้งนี้อะไรคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด แน่นอนว่ามันคือความคิดเห็นของประชาชน
ขณะนี้ในฐานะผู้บงการเหตุการณ์ทั้งหมดหลิวชิงหยู่ นั่งอยู่ในห้องทำงานพร้อมจิบชาอย่างสบายๆ พร้อมอ่านความคิดเห็นจากสื่อต่างๆ พร้อมกำลังคิดว่าเขาจะจัดการกับผลที่ตามมาอย่างไร ในฐานะสมาชิกพรรคและแกนนำ หลิวชิงหยู่ตระหนักถึงความสำคัญของความคิดเห็นประชาชน และการที่ประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ นับเป็นโอกาสดีที่ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของกวนซาน จิงหลิน ชางชาน หรือแม้กระทั่งจังหวัดไป่หยุน เพื่อลบข้อครหาและคำวิพากษ์วิจารณ์ สำหรับปัญหาในเรื่องนี้หลิวชิงหยู่ค่อนข้างมั่นใจอย่างมาก
ในขณะนั้นประตูห้องทำงานของหลิวชิงหยู่ก็มีคนเคาะ
“เข้ามาได้” หลิวชิงหยู่พูดขึ้น
ทันใดนั้นก็เป็นเมิ่งฮวน เลขาธิการฝ่ายตรวจสอบวินัยเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองใหญ่ในมือ
เมื่อเห็นว่าเป็นเมิ่งฮวน หลิวชิงหยู่ก็แปลกใจ เขายิ้มขึ้นแล้วพูดว่า “สหายเมิ่งฮวน ยินดีต้อนรับ คุณมาที่นี่ตอนนี้มีอะไรให้ช่วยหรอ”
ทั้งสองจับมือกันก่อนนั่งลง หลังจากนั้นเมิ่งฮวนก็ดันเอกสารมาให้หลิวชิงหยู่แล้วพูดว่า “นายกหลิว ดูเอกสารเหล่านี้ผมมั่นใจว่ามันเป็นประโยชน์ต่อคุณแน่”
หลิวชิงหยู่หยิบเอกสารของเมิ่งฮวนมาเปิดดู หลังจากนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง เขาไม่คิดเลยว่าช่วงเวลาแบบนี้เมิ่งฮวนจะเอาเอกสารแบบนี้ออกมาให้เขาด้วยตัวเอง
เอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารที่เมิ่งฮวนรวบรวมไว้เกี่ยวกับการทุจริตของซือเจิ้นเฉียง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าซือเจิ้นเฉียงทำการทุจริตและทำผิดกฎหมายหลายครั้งตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
หลิวชิงหยู่ ไม่ได้โง่ เมื่อมองไปยังเอกสารกองนั้น เขารู้ทันทีว่าเมิ่งฮวนเป็นคนเก็บข้อมูลได้ยอดเยี่ยมมาก แม้เขาจะดูเหมือนเป็นกลาง แต่เขาไม่ได้อยู่เฉยๆ คนคนนี้นับว่ามีความสามารถไม่เบา โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องใช้ความพยายามในการรวบรวมเอกสารเหล่านี้ ในถิ่นกวนซานที่เป็นของซือเจิ้นเฉียง แต่ เมิ่งฮวนกลับรวบรวมมาได้โดยซือเจิ้นเฉียงไม่รู้ตัวเห็นชัดว่าเขาไม่ธรรมดา
หลังจากอ่านเอกสารแล้วหลิวชิงหยู่ก็มองไปยังเมิ่งฮวนแล้วพูดว่า “สหายเมิ่งฮวน คุณน่าจะรู้ถึงความสำคัญของเอกสารเหล่านี้ทำไมคุณเอามาให้ผมล่ะ ไม่ให้ผู้บังคับบัญชาของคุณแทนหรอ”
เมิ่งฮวนยิ้มจางๆ แล้วพูดว่า “นายกหลิวพูดตามตรงผมไม่ชอบการกระทำของซือเจิ้นเฉียงมานานแล้ว ในฐานะข้าราชการผมไม่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์จากประชาชนใส่ตัว แต่เขากลับทำเพื่อตัวเองและวางอำนาจเหนือทุกคนในกวนซาน ดังนั้นผมคิดว่าต้องจัดการเขา คนแบบนี้ผมไม่ยอมปล่อยให้เป็นผู้นำของเราได้อีกต่อไป ตั้งแต่ผมรู้เรื่องทั้งหมดของซือเจิ้นเฉียง ผมก็เตรียมการที่จะโค่นเขาในฐานะสมาชิกพรรค และทำให้ทุกคนตระหนักว่า เราต้องคำนึงถึงประชาชนมาก่อนเสมอ ครั้งนี้ความคิดเห็นของประชาชนบนโลกอินเทอร์เน็ตหนักหน่วงมาก ผมเชื่อว่านายกหลิวจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับมัน ความสามารถที่คุณแสดงออกมาต้องยอมรับว่ามันทำให้ผมตกใจมาก ผมเชื่อว่าถ้าเอกสารเหล่านี้อยู่ในมือคุณมันต้องได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด”