Gashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ

    บทที่ 29

    ณ บริเวณโถงทางเดินของอาคารแสดงสินค้า กร และเดวิดเดินออกมาเพื่อคุยกันเป็นการส่วนตัว แต่หลังจากที่เดินมาได้สักพักแล้วเทพหมอก็ไม่ยังไม่พูดอะไรออกมาสักที กรก็ได้แต่เดินตามไปเงียบๆไม่กล้าที่จะถามออกมาเช่นกัน เพราะสีหน้าของเดวิดในตอนนี้ดูไม่ดีเป็นอย่างมาก จนกระทั่งพวกเขาทั้งสองเดินออกมาถึงริมทะเลสาบกว้างใหญ่ด้านข้างอาคารนั้นเอง เดวิดก็ไปหยุดยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ พร้อมกับทอดสายตามองออกไปชื่นชมบรรยากาศ เทพวัยกลางคนถอนหายใจเข้าถอนหายใจออกอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดจาอะไรสักคำ และในที่สุดกรก็ทนต่อความอึดอัดนี้ต่อไปไม่ไหว“คุณเดวิด มีเรื่องอะไรกันแน่ครับถึงได้พาผมมาไกลขนาดนี้”“เฮ้อ! เมื่อวานผมได้ไปคุยกับคุณถังมาแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้ผมรู้ว่าคุณน่ะไม่ได้รู้เรื่องพื้นฐานอะไรเกี่ยวกับแดนเทพเลยใช่ไหม?” เดวิดหันหลังกลับมาสบตากรด้วยสีหน้าลำบากใจ“อ่า...ตอนมาทีแรกก็มีปัญหาอยู่เหมือนกันแหละครับ แต่ตอนนี้ผมก็รู้เรื่องอะไรมากขึ้นหลายอย่างแล้ว เพราะผมก็มีเพื่อนคอยแนะนำอยู่ และคอยหาข้อมูลในห้องสมุดออนไลน์อยู่เป็นประจำ” กรตอบกลับไปตามตรง“แต่คุณก็ยังไม่รู้เรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับตัวคุณหลายอย่างอยู่ดี” เดวิดกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังที่เน้นย้ำถึงความสำคัญอย่างมากเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังจะพูด“คุณเดวิดหมายความว่ายังไงกันครับ?” เทพหนุ่มที่ตอนนี้รู้สึกแล้วว่าเรื่องที่คนตรงหน้าต้องการจะบอกอาจจะเป็นเรื่องร้ายแรงไม่น้อย“เฮ้อ! คุณน่าจะรู้อยู่แล้วว่าเทพนั้นปกติจะไม่ป่วยง่ายๆ แต่ในกรณีของคุณ...ผมหมายถึงโรคปวดหัวเรื้อรังที่คุณเป็นมันไม่อาจหายขาดได้ ในระหว่างที่ใช้ร่างครึ่งเทพนี้อยู่ก็ขอให้กินยาที่ผมเตรียมให้คุณนี้ก็แล้วกัน หากกลับไปใช้กายทิพย์แล้วอาการปวดหัวก็จะหายเอง” เดวิดกล่าวย้ำในเรื่องเดิมที่เขาเคยบอกกับกรไปก่อนหน้านี้ พร้อมกับยื่นกระปุกยาเม็ดให้กับเทพหนุ่ม กรที่เห็นอย่างนั้นก็เอื้อมมือไปเพื่อจะรับยา แต่จู่ๆมือของเขาก็หยุดชะงักไปก่อน แม้ว่าเขาจำได้ขึ้นใจว่าอาการปวดหัวที่แสนทรมานนั้นเป็นอย่างไร แต่เมื่อเทพหมอได้มาย้ำเรื่องนี้กับเขาแถมยังดูมีลับลมคมในผิดปกติ กรจึงตัดสินใจกล่าวถามออกไปตรงๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาค้างคาใจ“การที่ความทรงจำในอดีตมันกลับมาแบบที่ผมเป็นนี่มันผิดปกติมากเหรอครับ? แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่ผมไม่รู้เรื่องพื้นฐานของแดนเทพด้วย?”“เฮ้อ! ถึงแม้ว่าผมอยากจะปกปิดเรื่องนี้กับคุณ แต่หากไม่บอกอะไรกับคุณเลยคงจะไม่ยอมรับการรักษาสินะ อย่างนั้นก็คงต้องเริ่มจากเรื่องที่ความทรงจำของคุณที่ปรากฏขึ้น พวกเราเรียกมันว่า ‘โรคความทรงจำหวนคืน’ ซึ่งเป็นโรคที่หาได้ยาก และมีเทพเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่จะเป็น...” เดวิดได้เริ่มต้นการอธิบายเรื่องราวที่อาจจะเกี่ยวข้องกับตัวของกร เรื่องราวนั้นย้อนกลับไปถึงก่อนการจุติเป็นเทพ หลังจากวิญญาณหลุดออกจากร่างของสิ่งมีชีวิตเพราะความตาย พวกมันจะเร่ร่อนไปทั่วไร้สิ้นสุด แต่ก็มีเหล่ายมทูตที่มีหน้าที่นำพาดวงวิญญาณเหล่านั้นสู่สะพานมรณะ ดินแดนที่อยู่ระหว่างโลกมนุษย์ และแดนเทพ เมื่อเหล่ายมทูตนำวิญญาณมาถึงซุ้มประตูแห่งการหลงลืม ซึ่งเป็นทางขึ้นสะพานมรณะนั่นเอง พวกเขาก็จะได้พบกับ ‘หมอกแห่งการหลงลืม’ ที่ปิดบังทางเดินอย่างหนาทึบ และด้วยการใช้พลังผลักดันเพียงเล็กน้อยเหล่าดวงวิญญาณที่สิ้นชีพแล้วก็ถูกผลักเข้าสู่หมอกนั้นเพื่อลบความทรงจำ ซึ่งแน่นอนว่าความทรงจำในชาติก่อนนั้นได้หายไปจนหมดสิ้นแล้ว ยกเว้นก็เพียงแต่ดวงวิญญาณที่มีความพิเศษเท่านั้นที่ไม่อาจถูกหมอกแห่งการหลงลืมลบความทรงจำไปได้ เมื่อเดวิดเล่ามาถึงตรงนี้เขาก็หยุดแล้วถอนหายในออกมาอีกเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้แล้ว เขาพยายามหลบสายตาของกรอีกครั้งซึ่งท่าทางของเทพหมอก็บ่งบอกถึงความลำบากใจที่จะเล่าต่อ เพราะกลัวว่าเรื่องราวนี้จะกลับมาทำร้ายตัวของกรในอนาคต แต่มีหรือที่กามเทพหนุ่มจะยอมให้เรื่องมันค้างคาอยู่แบบนี้“แล้วคุณเดวิดไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้อย่างนั้นหรือครับ?”“เอ๋? เอ่อ...ก็ไม่มีหรอก ถึงแม้จะกินยานี่ไปก็แค่ทำให้ไม่ปวดหัวเท่านั้น ส่วนภาพความทรงจำมันก็จะกลับมาเป็นพักๆเหมือนเดิมนั่นแหละ ถ้าคุณกรไม่ไปใส่ใจกับมันมากก็ไม่ใช่ปัญหาหรอกครับ แต่ผมก็ต้องขอให้คุณเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับอย่าบอกใครแม้แต่คนเดียวนะครับ” เดวิดตอบกลับไปด้วยความโล่งอก เขาไม่นึกว่ากรจะถามเรื่องการรักษาโรคแค่นี้“แล้วถ้าผมบอกคนอื่นไปว่าผมเป็นอะไร จะเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ?” คราวนี้กรถามมาตรงๆ สำหรับเทพหนุ่มแล้วเขารู้ว่านี่คือประเด็นสำคัญของปัญหาต่างหาก“คือ...เรื่องนี้ผมบอกไม่ได้จริงๆครับ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง แต่ที่ผมต้องให้คุณกินยาก็เพื่อไม่ให้อาการแสดงออกมาต่อหน้าคนอื่น เพราะมันจะน่าสงสัยเกินไป” สุดท้ายเดวิดก็ต้องพูดออกมาตามตรง เพื่อให้กรได้เข้าใจถึงความร้ายแรงของเรื่องที่อาจจะเกิด แต่เขาก็ยังไม่ได้พูดออกมาทั้งหมดอยู่ดี กรที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับกุมขมับทันที เพราะเดวิดที่บอกก็เหมือนไม่ได้บอกว่าสาเหตุที่ของเรื่องราวทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่ แต่อย่างไรก็ตามกามเทพหนุ่มเองก็ไม่อยากที่จะต้องปวดหัวทรมานจนลงไปนอนกลิ้งกับพื้นอีกเขาจึงตัดสินใจรับยานั้นมา“เอาเป็นว่าถ้าผมกินยานี่ และก็ไม่มีใครรู้เรื่องที่ผมมีความทรงจำในชาติก่อนก็พอสินะครับ แต่ผมจะแน่ใจได้ยังไงว่าคุณไม่ได้วางยาพิษผม แล้วเหตุผลที่คุณช่วยผมเพราะอะไรกันแน่ครับ?” ในเมื่ออีกฝ่ายบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามของตัวเองจนน่ารำคาญ กรจึงเปลี่ยนเป็นถามถึงจุดประสงค์ของเดวิดแทน“นี่ไม่ใช่ยาพิษแน่นอนครับ และที่ผมต้องการช่วยคุณกรก็เพราะ เอิ่ม...คนที่เคยช่วยผมไว้ก็มีอาการแบบคุณนั่นแหละ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องตายจากการเป็นเทพก่อนวัยอันควร เพราะเรื่องมันกระจายไปทั่วทั้งแดนเทพ เฮ้อ! ทั้งที่เขาเป็นคนดีมากแท้ๆ” เมื่อเดวิดกล่าวถึงเทพผู้ล่วงลับสีหน้าก็ดูเศร้าสลดลงทันที“เรื่องมันดัง แล้วมันทำให้เขาตายได้ยังไงล่ะครับ? ผมงงไปหมดแล้วเนี่ย” กรร้องประท้วงออกมา เพราะยิ่งเขารู้เรื่องมากขึ้นก็เกิดคำถามเพิ่มขึ้นตามไปด้วย“เรื่องราวมันซับซ้อนเกินว่าเทพใหม่อย่างคุณจะเข้าใจได้ เอาเป็นว่าวันหลังผมจะเล่าเรื่องที่พอจะบอกได้ก็แล้วกัน ตอนนี้อย่าเพิ่งถามอะไรอีกเลยนะครับ ผมขอตัวอยู่คนเดียวสักครู่แล้วจะตามขึ้นไปในฮอล์” เดวิดกล่าวตัดบทกรไปเสียดื้อๆ แล้วเขาก็หันหลังกลับไปมองทะเลสาบอีกครั้ง สุดท้ายกรก็ต้องเดินกลับเข้างานเพียงคนเดียวด้วยอารมณ์หงุดหงิดไม่น้อย เพราะเดวิดที่พูดอะไรครึ่งๆกลางๆแถมยังให้เขาปกปิดเรื่องความทรงจำในชาติก่อนเป็นความลับอีกด้วย และที่สำคัญคือมันเป็นเรื่องที่ใหญ่มากถึงขั้นความเป็นความตายเลยทีเดียว‘อิหยังวะ! หลอกให้อยากแล้วจากไปเฉย อีตาลุงนี่’ กามเทพหนุ่มอดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ และด้วยระยะทางที่ไกล และร้อนก็ทำให้เขาอารมณ์เสียเพิ่มมากขึ้นจนเดินไม่ระวังไปชนเข้ากับคนที่เดินเลี้ยวเข้ามาตรงมุมตึกพอดี“โอ้ย!” เสียงหญิงสาวร้องตกใจออกมาเมื่อเธอชนเข้ากับนักบวชหนุ่มจนล้มลงไปกับพื้น“อ้ะ! ขอโทษครับ คุณเป็นยังไงบ้าง?” กรที่ตั้งตัวได้ก่อนรีบเข้าไปประคองตัวเธอขึ้นมาทันที พร้อมขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่“เจ็บ...ฉันเจ็บขาน่ะค่ะ” หญิงสาวผมยาวตอบกลับมา ในขณะที่เธอก้มดูข้อเท้าที่เจ็บของตัวเอง“ผมขอโทษ ขอโทษจริงๆครับ เดี๋ยวผมพาคุณไปนั่งพักก่อนละกันนะครับ” กรลุกลี้ลุกลนเป็นอย่างมาก เขารีบร้อนช่วยเหลือเธอด้วยความรู้สึกผิด จากความประมาทของตัวเองที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน“ค่ะๆ ฉันก็ผิดที่ไม่ระวังเองด้วย เอ้ะ! คุณ...”

    คล้ายกับเรื่องGashapong Cupid เมื่อผมสุ่มกาชาเเล้วได้เป็นกามเทพ ที่คุณอ่าน