บัวทองมองไปทางคณะวัดตัวที่กำลังยุ่งเหยิงกันอยู่ด้วยความหมั่นไส้โดยเฉพาะเกตุแก้วที่ดูหน้าระรื่นเป็นไหนๆ‘หล่อนไม่มีวันจะได้ชุดใหม่!’เมื่อคิดดังนั้นจึงถามขึ้นทันที
“รวมไปถึงแม่เกตุแก้วด้วยรึเจ้าคะ?” คำพูดมีนัยแววตาเจ้าเล่ห์ทันใด
“อืมใช่แม่เกตุแก้วน่ะสำคัญเพราะแม่ลำเภาเลือกให้เป็นเพื่อนเจ้าสาวใกล้ชิดในวันแต่งงานอันที่จริงเหล่ามิตรสหายของแม่ลำเภาก็มีมากโขอยู่แต่เห็นเจ้าตัวบอกว่าอยากได้แม่เกตุแก้วพี่ก็เห็นนะว่าช่วงนี้สองคนนั้นสนิทใจกันมากพอดูเทียว” บัวทองฟังนิ่งเก็บรายละเอียด
“แล้วนี่คุณน้าเนื่องทองเล่า มิได้มาด้วยกันรึ? พี่เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยครั้งโดยเฉพาะที่เรือนพี่” คุณหลวงภัสดาเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นคุณหญิงเนื่องทองมากับบุตรสาวเพราะปกติแม่ลูกคู่นี้ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ
“วันนี้คุณแม่ไปเยี่ยมคุณหญิงจันทร์เพ็ญเจ้าค่ะเห็นว่าทางคุณหญิงจันทร์เพ็ญมีน้ำอบน้ำปรุงจากเมืองฝาหรั่งมาใหม่คุณแม่จึงอยากจะไปดูว่ามีกลิ่นที่ชอบใจรึไม่ คุณแม่ท่านรสนิยมดีเจ้าค่ะของใช้หลายอย่างที่เรือนน้องเป็นของฝาหรั่งค่อนข้างมากอยู่เทียวเจ้าค่ะ” บัวทองอธิบายอย่างโอ้อวด แต่คุณหลวงภัสดาฟังนิ่งยิ้มๆเพราะเขาไม่ค่อยนิยมพวกฝรั่งมังค่าเท่าไหร่นักแต่เรื่องเดียวที่ยอมรับได้คือความก้าวหน้าในเรื่องของยารักษาโรคที่ได้ผลชะงัดมาแล้วหลายหน
ทว่า ไม่มีใครที่เรือนนี้รู้เลยว่าคุณหญิงเนื่องทองกำลังเอาเรื่องของเกตุแก้วไปโพนทะนาให้ทางเรือนคุณหญิงจันทร์เพ็ญรับรู้อย่างสนุกปากขณะที่บัวทองกับคุณหลวงกำลังคุยกันอยู่จำปีบ่าวคนสนิทของบัวทองก็ยกสำรับขนมหวานขึ้นตั้งพร้อมด้วยชาฝรั่งที่บัวทองนำมาจากเรือนตน
“คุณแม่ท่านฝากมาเจ้าค่ะชาฝาหรั่งหอมรื่นเทียวค่ะ กินตอนอุ่นๆ คล่องคอไม่น้อย” เมื่อจำปีตั้งสำรับเสร็จสองนายบ่าวก็สบตาพยักหน้าให้แก่กันเป็นสัญญาณว่าจะกระทำการอะไรบางอย่างหากคุณหลวงภัสดาก็ไม่เห็นกริยาอาการนั้น
“ฝากขอบพระคุณไปถึงคุณน้าเนื่องทองด้วยนะบัวทอง”คุณหลวงภัสดากล่าวจากใจจริงบัวทองยิ้มรับก่อนจะพูดเสียงดังออกคำสั่งคล้ายเป็นนายหญิงของเรือนกระนั้น
“เกตุแก้วเดี๋ยวพาจำปีลงไปเอาผลหมากรากไม้เข้าไปในครัวก่อนไป๊ แล้วค่อยขึ้นมาวัดตัวต่อทางนี้ให้แม่บุญอิ่มอยู่รับใช้แม่ลำเภาก็คงพอ” ลำเภารู้สึกไม่พอใจที่อยู่ๆบัวทองก็มาเรียกใช้เกตุแก้ว จึงจะให้บ่าวคนอื่นไปแทน แต่บัวทองก็ดื้อดึงให้เหตุผลว่าบ่าวคนอื่นเธอจะใช้ให้ไปเอามะพร้าวกับผลตาลซึ่งขนมาเยอะมาก จึงจะเกณฑ์บ่าวไพร่ไปช่วยกันส่วนทางด้านจำปีของนิดหน่อยไม่หนักกระไรนักก็เลยไหว้วานเกตุแก้วให้ไปช่วยเสียหน่อยเมื่อเจอคำนี้ ลำเภาก็เงียบไป
แม้คุณหลวงภัสดาจะรู้สึกไม่พอใจที่บัวทองใช้ให้เกตุแก้วทำนั่นทำนี่แต่เมื่อเห็นเกตุแก้วเดินลงเรือนไปอย่างสงบเรียบร้อยก็ได้แต่เก็บงำความขุ่นใจเอาไว้หากคุณหลวงก็มิได้แตะต้องขนมหวานและน้ำชาเมืองฝาหรั่งที่บัวทองจัดมาให้เขาสักคำเดียวแต่เลือกที่จะดื่มน้ำฝนจากขันใบเล็กซึ่งเกตุแก้วนำมาตั้งไว้ให้ก่อนหน้านั้นนานแล้วเป็นการบ่งบอกทางกิริยากายว่าไม่พอใจนั่นเองเมื่อเกตุแก้วลงจากเรือนไปบัวทองก็เริ่มแผนการร้ายกาจทันที หล่อนคลี่พัดเล็กๆในมือขึ้นโบกสะพัดไปมากลางอากาศแล้วแสร้งถามลำเภาที่เดินเข้ามานั่งบริเวณหอนั่งใกล้ๆ กับผู้เป็นพี่ชาย
“แบบชุดวันแต่งเป็นที่พอใจแล้วหรือจ๊ะแม่ลำเภา”เสียงถามราวกับเป็นคนในเรือนเดียวกันเสียอย่างนั้นลำเภาได้ฟังก็ไม่ค่อยจะชอบใจเท่าไหร่
“ได้แล้วช่างเสื้อคนนี้ละเอียดทีเดียว เหลือแต่รอพี่เกตุแก้วมาวัดตัวต่อตอนนี้ให้ช่างเสื้อไปพักกินน้ำกินท่ารับของว่างเสียก่อน” คนพูดแม้จะขุ่นใจบัวทองอยู่บ้างที่ทำราวกับได้เป็นพี่สะใภ้ของเธอไปเสียแล้วกระนั้นแต่ด้วยกำลังเห่อชุดใหม่ในวันแต่งงานจึงบอกเสียละเอียดยิบ ด้านบัวทองแอบเบ้ปากเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้แกมอิจฉา
“อะไรตัดชุดให้แม่เกตุแก้วนั่นด้วยรึ?” ถามเพื่อชงให้เข้าเรื่องของตัวเอง
“ใช่จ้ะ แม่บัวทองก็รู้นี่นาว่าพี่เกตุแก้วต้องมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวของฉันชุดสวยๆ อะไรก็ไม่มี คุณพี่เองก็เล่าว่าพี่เกตุแก้วเอาชุดเก่าๆ มาปะชุนเองคุณพี่เลยสั่งให้ช่างตัดเสื้อมาตัดชุดให้พี่เกตุแก้วอย่างที่เห็นนี่แหละ” ลำเภาอธิบายยาว ด้านคุณหลวงภัสดาก็ทำเป็นอ่านหนังสือเปิดหน้านั้นหน้านี้แต่หูกลับตั้งใจฟังสองสาวพูดคุยกันเพราะเรื่องที่พูดคุยมีแม่เกตุแก้วหญิงสาวที่เป็นสมบัติของเขาอยู่ในการพูดคุยนั้นด้วย เมื่อบัวทองได้ยินลำเภาเอ่ยขึ้นดังนั้นก็ยิ้มกริ่มทันทีเข้าทางนัก!!
“เห็นทีจะเสียเวลาช่างเสื้อเปล่าๆ”เสียงดังชัดเจน
“มีอะไรรึ?แม่บัวทองพูดช่างน่าสงสัยจริง” ลำเภาถามด้วยความสงสัยส่วนทางด้านคุณหลวงภัสดาเองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากผู้เป็นน้องสาว
“ก็เมื่อวันก่อนฉันเห็นคุณหลวงธรรมธรซื้อผ้าผืนงามราคามากโขให้แม่เกตุแก้วนี่เจ้าหล่อนไม่ได้เล่าให้ฟังดอกรึว่ามีผ้าที่จะใส่ในวันแต่งแล้ว” ทำเป็นถามกลับ
“ไม่ได้เล่า” เสียงห้วนๆ สวนขึ้นทันทีทางด้านลำเภาใจคอไม่ดีด้วยรู้ดีว่าบัวทองหางานให้เกตุแก้วแน่เสียแล้ว
“มึงไปเอาผ้าผืนนั้นมาดู” คุณหลวงภัสดาออกคำสั่งมาทางบุญอิ่มอย่างใจร้อนบุญอิ่มรีบลนลานคลานออกไปที่ห้องลำเภา เพื่อเอาผ้าในห่อของเกตุแก้วมาให้คุณหลวงดูสภาพที่เห็นคือยังไม่ได้แกะห่อผ้าออกดูด้วยซ้ำ เป็นการบ่งบอกว่าเจ้าตัวมิได้ใส่ใจต่อของกำนัลที่ได้รับมาแต่ข้อนี้คุณหลวงไม่ได้สังเกตเพราะมัวแต่อารมณ์คุกรุ่นด้วยแรงโมโหคุณหลวงโยนห่อผ้าทั้งห่อทิ้งไปที่พื้นเรือน แล้วออกคำสั่งเกรี้ยวกราด
“เอาไปเผาทิ้งเดี๋ยวนี้” บ่าวไพร่บนเรือนรีบทำตามคำสั่งทันที ลำเภารีบห้าม
“คุณพี่ตรองก่อนเถิดเจ้าค่ะมิใช่ของเราอย่าทำอะไรที่เป็นการหักหาญน้ำใจกันไปมากกว่านี้เลยนะเจ้าคะ” คุณหลวงภัสดาได้ยินเสียงผู้เป็นน้องสาวห้ามปรามก็นิ่งลงบ้าง บัวทองเห็นดังนั้นรีบใส่ไฟต่อไปอีก
“แล้วนี่ก็ได้ยินอีกด้วยว่าวันนี้นัดกันกับหลวงธรรมธรที่ท่าน้ำหลังบ้านคุณพี่ป่านนี้ยังมิได้ขึ้นเรือนมา มิใช่ไปพลอดรักกันเสียแล้วรึเจ้าคะคุณพี่” บัวทองใส่ไฟเสียไหม้เกรียม
“เอ๊ะ!มิใช่กำลังหยอกล้อมีความสุขกันอยู่รึ ถึงยังไม่ขึ้นเรือนมาเสียที” พูดไปก็คลี่พัดโบกสะบัดไปมา
“แม่บัวทองก็พูดเกินไปพี่เกตุแก้วลงเรือนยังมิทันจะพ้นหัวกระไดจะไปเจอกับคุณหลวงธรรมธรท่านได้อย่างไร” ลำเภาพูดแก้ต่างแทนเกตุแก้วแต่ขณะที่จะพูดอะไรต่อ
“ตูมมม...!!” เสียงเหมือนของหนักหล่นตกน้ำ แล้วตามมาด้วยเสียงบ่าวไพร่เอ็ดตะโรกันลั่นบ้าน
“เฮ้ย... มีคนตกน้ำไปช่วยกันเร็ว!!”บัวทองยิ้มทันทีเพราะถ้ามีคนตกน้ำก็แสดงว่าแผนการที่เธอวางไว้ประสบผลสำเร็จนังจำปีกับไอ้ก้อนทำดีเสียจริงคงต้องตบรางวัลกันอย่างงาม ด้านคุณหลวงภัสดาลุกพรวดแล้วรีบลงจากเรือนไปอย่างรวดเร็วลำเภากับบัวทองตามแทบไม่ทัน
ที่ท่าน้ำเกตุแก้วและบ่าวไพร่กำลังชุลมุนช่วยกันดึงคุณหลวงธรรมธรขึ้นมาบนตีนท่าที่ทำเป็นแพลอยทอดออกมาจากตัวตลิ่งบ่าวผู้ชายอีกกลุ่มช่วยกันจัดการกับเรือที่พลิกหงายพลิกคว่ำอยู่ให้ตั้งลำได้อย่างปกติโดยมีเกตุแก้วคอยช่วยประคองคุณหลวงธรรมธรอยู่มิห่าง ที่สำคัญทั้งเกตุแก้วและคุณหลวงธรรมธรตัวเปียกปอนด้วยกันทั้งคู่เมื่อคุณหลวงภัสดา ลำเภาและบัวทองมาถึงที่เกิดเหตุจำปีหันมาเห็นก็รีบปรี่เข้ามาหานายตัวเองพร้อมสบสายตาอย่างรู้กันก่อนจะรายงานสถานการณ์ด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง
“คุณบัวทองเจ้าคะอิฉันเห็นแม่เกตุแก้วกับคุณหลวงธรรมธรนั่งหยอกล้อกันบนเรือ แล้วสักพักอยู่ๆเรือก็ล่ม มิรู้ว่าหยอกล้อกันอีท่าไหนเจ้าค่ะ” บัวทองทำเป็นยกมือทาบอกตกใจลำเภาไม่เชื่อว่าจะเป็นดังคำรายงานของบ่าวต่างเรือนส่วนคุณหลวงภัสดาตอนนี้โกรธจัดจนหูอื้ออึงไปหมดมิได้ยินส่ำเสียงใดๆทั้งสิ้นเสียแล้ว
“บัดสี!” สบถออกมาอย่างเหลืออดเกตุแก้วได้ยินถึงกับตกใจตัวชาวาบ
“พวกมึงลากตัวเกตุแก้วไปมัดไว้ใต้ถุนเรือนกูจะโบยเป็นการสั่งสอน เป็นเพียงแค่บ่าวงานการมีมิได้ขวนขวายใส่ตัวในขณะที่คนอื่นเขาทำงานกันไปตามหน้าที่ แล้วตัวเป็นสาวเป็นนางแท้ๆ มาแอบพลอดรักกับผู้ชายเรือนอื่นบนเรืองามหน้าดีอยู่รึ?”เกตุแก้วสะดุ้งตกใจ แต่บัวทองสาใจเสียยิ่งกว่าสิ่งใดคุณหลวงธรรมธรที่กำลังสำลักน้ำอยู่ก็พูดอะไรไม่ทันได้แต่โบกไม้โบกมือห้ามปรามแต่ไม่มีใครสนใจแม้แต่คนเดียว
“ส่วนพวกมึง” คุณหลวงภัสดาหันไปสั่งบ่าวอีกกลุ่ม
“ไปส่งหลวงธรรมธรให้ถึงเรือนของท่าน”คุณหลวงธรรมธรพยายามที่จะพูดอะไรบางอย่างแต่ยามนี้คุณหลวงภัสดาหารับฟังไม่
“ถือว่ากระผมขอร้องก็แล้วกันนะขอรับคุณหลวงอย่าพยายามมายุ่มย่ามวุ่นวายที่เรือนของกระผมและข้องแวะคนที่เรือนของกระผมอีกเพราะแค่นี้ก็คงจะลือกันไปทั่วคุ้งน้ำแล้วกระมัง” คุณหลวงภัสดาไม่ฟังเสียงใครและไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นทั้งสองคนหยามน้ำหน้าเขาที่สุดไหนจะผ้าผืนนั้นที่เกตุแก้วนำขึ้นมาบนเรือนของเขาอีกแค่ดูด้วยตาก็รู้ว่าราคาสูงลิบเพียงใดแต่หลวงธรรมธรก็ซื้อเป็นของกำนัลให้เจ้าหล่อน แค่ผ้ายังลงทุนซื้อให้ได้มีรึถ้าวันใดคิดจะไถ่ตัวเกตุแก้ว หลวงธรรมธรจะทำไม่ได้!!!
“ที่นี่เขตเรือนของกระผมกระผมไม่ค่อยชอบใจเท่าไร คิดว่าน่าจะรู้ฟังนะขอรับ” ประโยคสุดท้ายเน้นเสียงหนักด้วยความไม่พอใจก่อนจะเดินออกไปยังใต้ถุนเรือนเพื่อลงโทษเกตุแก้วโดยมีบัวทอง ลำเภาและบ่าวไพร่บางส่วนเดินตามกันเป็นพรวน...