เย่ซวนเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ จุดมุ่งหมายของเขานั้นยังไม่แน่ชัด ก่อนจะออกเดินทาง เย่ซวนได้ถามเรื่องราวต่างๆ กับไท่หลิน
'มุ่งหน้าไปยังเมืองหนานจิงก่อนดีกว่า' คิดได้แบบนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปทันที
เมืองหนานจิงนั้น อยู่ห่างกับหุบเขาจันทราค่อนข้างมากถ้าเทียบกับเมืองเสิ่นหยาง เมืองหนานจิงนั้นตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเมืองเสิ่นหยาง ทำให้ทิศทางที่เย่ซวนเดินไปนั้นค่อนข้างแปลกตา
เย่ซวนเลือกที่จะใช้เส้นทางสายรองที่ต้องเดินลัด ป่าม่วงคราม เพราะถ้าใช้เส้นทางปกติจะต้องใช้เวลาเดินทางมากกว่าหลายเท่า เพราะว่ามันต้องเดินอ้อมป่าม่วงคราม ที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่มาก ทำให้เขาเลือกใช้เส้นทางสายรอง
แม้จะไม่คุ้นชินกับเส้นทาง แต่เย่ซวนก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
เย่ซวนเดินทางออกจากหุบเขาจันทรามาได้ 1 วันแล้ว ด้านหน้าของเขาคือป่าม่วงคราม ป่าม่วงคราม เป็นป่าดิบชื้น ต้นไม้เบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น มีสัตว์ผิดต่างๆ มากมายหลากหลายชนิด แต่ที่อันตรายที่สุดคงจะเป็น แมงมุมม่วงคราม มันเป็นสัตว์อสูรที่มีพิษร้ายแรง พิษของมันเพียงหยดเล็กๆ ก็สามารถทำให้คนทั้งหมู่บ้านตายได้
เพียงแค่เดินเข้าไปในป่า เย่ซวนก็เกือบที่จะถูกงูพิษกัดที่ขาแล้ว
'อันตรายจริงๆ' เย่ซวนเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น แต่เขาก็ยังเดินเท้าปกติ ไม่ได้ใช้วิชาตัวเบา
ยิ่งเดินเข้าไปลึกเย่ซวนก็เหมือนได้ฝึกประสาทสัมผัสทั้ง 5 ตาของเขาต้องคอยสังเกตสิ่งต่างๆ ด้านหน้าอยู่ตลอด ส่วนการฟังเสียงนั้น ก็โดดเด่นกว่าก่อนหน้ามากเพียงแค่การขยับเพียงนิดเดียวเย่ซวนก็สามารถสัมผัสได้แล้ว ส่วนด้านอื่นๆพัฒนาไม่แพ้กัน
ผ่านไปได้ 20 วันเย่ซวนก็มีความคิดที่จะปิดตา เพื่อที่จะได้ฝึกประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เย่ซวนใช้ผ้าสีดำที่ตัดมาจากผ้ารัดเอวในการปิดตา
เมื่อการมองเห็นถูกปิด ประสาทสัมผัสด้านอื่นๆ ก็ถูกกระตุ้นออกมาทันที
"พึ่บพั่บ.."
อยู่ๆ เย่ซวนได้ยินเสียงการกระพือปีกของอะไรสักอย่าง เสียงนั้นบินตรงมาทางเย่ซวนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะพุ่งโจมตีเย่ซวน
"ฟึ่บบบ ฟั่บบบ"
โชคยังดีที่เย่ซวนเบี่ยงตัวหลบได้ทัน แต่เหมือนมันจะไม่ยอมแพ้
"ฟึ่บบบบบ ฟั่บบบบบ" ความเร็วของมันเพิ่มขึ้น
แต่เย่ซวนก็ยังสามารถเบี่ยงตัวหลบได้ทัน นั้นทำให้มันโกรธเป็นอย่างมาก
"แกว๊กกกก" เสียงมันร้องออกมา ดังก้องป่า
'เหยี่ยวรึ ?' เย่ซวนสงสัย
ความเร็วของมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเย่ซวนก็หลบไม่พ้น ที่แขนด้านขวาของเย่ซวนปรากฏรอยแผลความยาวปรมาณ 1 ชุ่น เหลือดค่อยๆ ซึมออกมาโชคยังดีที่แผลไม่ลึกมาก
"แกว๊กกกก แกว๊กกกก" เมื่อมันทำเย่ซวนเลือดไหลได้ เหมือนว่ามันจะยิ่งได้ใจ
"พึ่บบบ พั่บบบ พึ่บบบ พั่บบบ" เสียงกระพือปีกของมันเร็วขึ้น
"ฟึ่บบบ ฟั่บบบ ฟึ่บบบ ฟั่บบบ" ก่อนที่มันจะโฉบผ่านเย่ซวนไปมา เย่นั้นหลบพ้นบ้าง ไม่พ้นบาง
ผ่านไปหนึ่งก้านธูป ตอนนี้ร่างกายของเย่ซวนเต็มไปด้วยบาดแผล เย่ซวนตั้งสมาธิในที่สุดเขาก็จับจังหวะของมันได้
""ฟึ่บบบ ฟั่บบบ.." มันบินผ่านเย่ซวน แต่เพียงเสี้ยววิเย่ซวนก็ยื่นมือไปคว้ามับเข้าที่ปีกทั้ง 2 ข้างของมัน ก่อนที่จะถอดผ้าปิดตาออก
'เหยี่ยว ?' เย่ซวนมองเหยี่ยวในมือ จะงอยปากของมันไม่ต่างอะไรกับกระบี่คมๆ กรงเล็บที่แหลมคมและแข็งแรงของมันถ้าสัมผัสถูกเนื้อของมนุษย์ รับรองได้ว่าเนื้อต้องหลุดติดกรงเล็บของมันแน่ๆ ขนของมันบริเวณท้ายทอยค่อนข้างยาว คล้ายมีขนหงอนที่หัว ซึ่งมีลักษณะคล้ายพัด สีแดงเพลิง ลำตัวด้านบนเป็นดำสนิทด้านล่างเป็นสีม่วงเข้ม
"แกว๊กกกก" เมื่อมันถูกเย่ซวนจับได้ มันร้องออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว มันพยายามที่จะใช้กรงเล็บจับแขนเย่ซวน
'หึ !' เย่ซวนมองเหยี่ยวที่อยู่ในมือ ก่อนที่เขาจะใช้มืออีกข้างหักคอของมัน สุดท้ายมันก็ตกเป็นอาหาร มื้อแรกในรอบ 20 วันของเย่ซวน
ในความคิดของเย่ซวย เขาก็คิดที่จะลองทำพันธสัญญากับมันดู แต่เสียดาย เพราะว่าเขาทำพันธสัญญากับเฟิ่งจิว ไปแล้ว
เย่ซวนหาสถานที่เหมาะๆ ก่อนที่จะนั่งก่อกองไฟเพื่อย่างเหยี่ยวตัวนี้ เขาทำการถอนขนของมันออกจดหมด ก่อนที่จะจับเสียบไม้แล้วนำไปย่าง เมื่อมันใกล้จะสุกกลิ่นหอมของมัน ก็ลอยแตะจมูกของเย่ซวนที่นั่งหลับตาอยู่ทันที
'ทำไมถึงได้หอมขนาดนี้นะ'
เย่ซวนลืมตามองเหยี่ยวที่ถูกย่างจนสุก สีสันของมันน่ากินมาก จนเขาแทบจะอดใจไม่ไหว
'ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ ไม่ได้กินอะไรมาหลายวันรึเปล่านะ'
...
ขณะที่เย่ซวนจะหยิบไก่ขึ้นมานั้น เขาก็ได้ยินเสียงของคนกลุ่มหนึ่งเดินตรงมาทางเขา นี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขาเจอมนุษย์ภายในป่าม่วงครามแห่งนี้ เสียงพูดคุยของพวกเขา เข้าใกล้มาเรื่อยๆ จนเย่ซวนได้ยินชัดเจน ว่าพวกเขาพูดคุยอะไรกัน
"เจ้าแน่ใจรึว่าได้กลิ่นหอมจริงๆ"
"แน่ใจสิ"
"กลิ่นหอมอยู่ไม่ไกลจากพวกเรา เดินไปอีกหน่อยคงจะเจอ"
"แต่ถ้ามันมีอันตรายละ เราจะทำอย่างไรกันดี"
"งั้นพวกเราแอบดูไกลๆ ก่อนค่อยเข้าไปดีรึเปล่า"
"ตกลง"
'ผู้หญิงรึ ?' เย่ซวนสงสัย เสียงที่เขาได้ยินนั้นเป็นเสียงของหญิงสาวทั้งหมด ไม่มีเสียงผู้ชายเลย
'จะมีกลุ่มผู้หญิงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน' เย่ซวนคิดได้แบบนั้นเขาจึงกระโดดขึ้นไปแอบบนต้นไม้สูง ก่อนที่เขาจะวางค่ายกลแบบง่ายๆ เพื่ออำพรางรอบๆ ตัว
ผ่านไปได้ไม่นานก็มีหญิงสาวที่อายุพอๆ กับเย่ซวนเดินมา พวกเขามีทั้งหมด 4 คน แต่เสียงการสนทนาที่เย่ซวนได้ยินนั้นมีเพียง 3 คนเท่านั้น
'สงสัยเป็นนางที่ไม่ได้พูด' เย่ซวนมองไปยังหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังสุด
พวกนางทั้ง 4 เป็นศิษย์ของสำนักบงกชขาว
คนแรก ที่มีอายุนายที่สุดมีชื่อว่า เหิงเยว่ ลักษณะเด่นของนางอยู่ที่ดวงตา มันดูสดใส ทำให้คนมองรู้สึกเอ็นดู
คนที่สอง คนที่สอง มีชื่อว่า เยี่ยนฟาง นางมีลักษณะเหมือนกับคุณหนูของตระกูลใหญ่
คนที่สาม ชื่อว่า อ้ายเหม่ย ลักษณะเด่นของนางคือหน้าอกที่อวบอึ๋ม ยั่วยวนคนมองไม่ใช่น้อย พวกนางทั้ง 3 มีอายุไล่เลี่ยกัน
ส่วนคนสุดท้าย นางมีชื่อว่า เหลียนฮวา ลักษณะของนางทำให้รู้สึกว่าเขาถึงได้ยาก แต่ความเย็นชาของ เหลียนฮวา กลับทำให้ ผู้ชายหลายคนเกิดความท้าทายที่อยากจะเอาชนะนาง
พวกนางทั้ง 4 ได้ชื่อว่าเป็น 4 ธิดาเทพแห่งสำนักบงกชขาว ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา หรือ วรยุทธ พวกนางก็เป็นเลิศทั้งสิ้น
"ดูนั้นสิ" เหิ่งเยว่ ชี้ไปที่เหยี่ยวที่กำลังถูกย่างอยู่
"ข้าบอกแล้วไงว่าข้าได้กลิ่นอะไรหอมๆ" นางพูดจบก็เดินเข้ามาใกล้เหยี่ยวย่างของเย่ซวน
"หอมจริงๆ" นางกำลังจะยื่นมือไปหยิบขึ้นมา
ก็ถูกเสียงของ เยี่ยนฟาง และ อ้ายเหม่ย ตะโกนห้ามพร้อมกัน "เจ้าอย่าจับมันนะ !"
"ทำไมละ" เหิงเยว่ขมวดคิ้วถาม
"ความหิว มันทำให้เจ้าโง่ลงมากรู้ตัวมั้ย" อ้ายเหม่ย อยากจะใช้มือหยิก นางซะจริงๆ "ถ้าเกิดมันเป็นกับดักละ พวกเราจะทำยังไง"
"ใครจะมาสร้างกับดักเอาไว้ตรงนี้" เหิงเยว่พูด "มันจะบังเอิญเกินไปรึเปล่า"
เมื่อพวกนางคิดตามคำพูดของ เหิงเยว่ พวกนางก็พยักหน้า พวกนางหลงป่ามาได้ 20 วันแล้ว ยังไม่เจอมนุษย์สักคนเลย ตอนที่พวกนางได้รับคำสั่งจากสำนัก พวกนางก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะพวกนางเคยเข้ามาภายในป่าแห่งนี้หลายครั้งแล้ว แต่นี้เป็นครั้งแรก ที่พวกนางหลงทาง
"และอีกอย่างก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่าพวกเราจะมายังป่าม่วงคราม" เหิงเยว่ยังพูดต่อ เมื่อเห็นว่าทั้ง 3 พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของนาง
"แต่เจ้าก็ไม่ควรที่จะไปจับมัน" เยี่ยนฟางเตือน
"ข้าก็คิดแบบนั้น" อ้ายเหม่ย พยักหน้าเห็นด้วย
"ข้าไม่สนใจแล้ว" เหิงเยว่ยื่นมือไปหยิบเหยี่ยวที่ถูกย่างขึ้นมา ก่อนที่นางจะฉีกเนื้อส่วนหนึ่งกิน โดยมี เยี่ยนฟาง อ้ายเหม่ย และ เหลียนฮวา ยืนมองด้วยความตกตะลึง เหิงเยว่ยืนเขี้ยวเนื้อในปากอย่างมีความสุข
"นี้เนื้ออะไรกันทำไมมันถึงได้อร่อยขนาดนี้" เหิงเยว่พูดหลังจากที่เขี้ยวเนื้อในปากจนหมด
"เหิงเยว่ เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า" อ้ายเหม่ยถามอย่างเป็นห่วง
"ข้าจะเป็นอะไรได้ มีแต่พวกเจ้านั้นแหละที่จะเป็น" นางพูดออกมาก่อนที่จะฉีกเนื้ออีกคำก่อนนำเข้าปาก
สุดท้าย เยี่ยนฟาง อ้ายเหม่ย ก็ทนการหิวไม่ไหว บวกกับกลิ่นหอมของเหยี่ยวย่าง ทำให้พวกนางเดินเข้าไปร่วมวงด้วย
"เหลียนฮวาเจ้าก็มากินด้วยกันสิ" เหิงเยว่ชักชวน ตอนแรกนางก็ยังคงส่ายหน้าปฏิเสธ แต่สุดท้ายนางก็ทนไม่ไหว ก่อนที่ทั้ง 4 จะนั่งล้อมวงกินเหยี่ยวย่างของเย่ซวนอย่างมีความสุข
...
เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของเย่ซวน เขาตกตะลึงกับการกระทำของทั้ง 4 มาก
'ทำไมพวกนางถึงได้หน้าด้านขนาดนี้ ?' เย่ซวนคิดในใจ
'ความหิวก็ทำให้สาวงามทำเรื่องหน้าไม่อายได้'
เย่ซวนทำการใส่ผ้าคลุม ที่ได้มาจากเฟิ่งจิว ก่อนที่จะใช้เหยียบจันทรา พุ่งไปยังฝั่งตรงข้ามกับที่พวกนางเดินมา ก่อนที่เขาจะหยุดลง แล้วหันหลังเดินกลับไปหาพวกนาง
"พวกเจ้ามีอิ่มกันหรือไม่ ?" เย่ซวนพูด
เมื่อได้ยินเสียงของเย่ซวน พวกนางทั้ง 4 ก็หันมามองทางเย่ซวนพร้อมกันอย่างตกใจ
"ท่านเป็นใคร ?" เหิงเยว่ถามขึ้นเป็นคนแรก
"ข้าสิต้องถามว่าพวกเจ้าเป็นใคร"
"ทำไมถึงได้นั่งกินเหยี่ยวย่างของข้า อย่างสบายใจเช่นนี้"
"นี้คืออาหารของท่านรึ ?" เหิงเยว่สงสัย แต่เย่ซวนก็ไม่ได้ตอบคำถามของนาง
เมื่อไม่ได้ยินคำตอบของเย่ซวน พวกนางก็ถอนหายใจ
"หึ ! ถ้าเจ้า ไม่ใช่เจ้าของเหยี่ยวย่างตัวนี้แล้วจะพูดให้ข้าตกใจทำไม " อ้ายเหม่ยพูดพร้อมย่นจมูกใส่เย่ซวน
"เฮ้อออ...หน้าตาของพวกเจ้าก็ไม่ได้แย่ ทำไมถึงได้มีนิสัยแบบนี้" เย่ซวนส่ายหัว
"นี่เจ้า !!!!" พวกนางทั้ง 4 ตะโกนออกมาพร้อมกัน ตอนนี้ที่แก้วของพวกนางเกิดสีแดงขึ้น
"ไม่ต้องพูดแล้ว" เย่ซวนยกมือห้าม "เจ้าคิดว่าถ้าเหยี่ยวตัวนี้ไม่ใช่ของข้าแล้วจะเป็นของใคร"
"เจ้าคิดว่ามันถอนขนตนเอง เอาไม้เสียบตนเอง แล้ว ย่างตนเองงั้นรึ ?"
เมื่อยิ่งฟังคำพูดของเย่ซวน พวกนางก็ทั้งโกรธ ทั้งอาย แต่ส่วนมากจะอายกับการกระทำของตนเองซะมากกว่า
"แล้วตกลงเจ้าจะเอายังไง !" อ้ายเหม่ยพูดเสียงแข็งใส่เย่ซวน
"ไม่รู้ว่าด้านดีๆ ของเจ้ามันไปรวมอยู่ที่เดียวรึเปล่า" เย่ซวนมองหน้าอกของนาง
"นี้เจ้า !" ได้ฟังคำพูดของเย่ซวนนางก็ได้ยกมือปิดหน้าอกโดยไม่รู้ตัว
"หึ.. ไม่ใช่ว่าข้าต้องการอะไร แต่พวกเจ้าสามารถให้อะไรข้าได้บ้าง !"
พวกนางต่างมองหน้ากัน เพราะว่าตอนนี้พวกนางไม่มีอะไรติดตัวกันมาเลย ยกเว้นกระบี่ประจำตัวของแต่ละคน
ทั้ง 4 เงียบอยู่นานก่อนที่ เหลียนฮวา จะพูดขึ้น "เจ้าสามารถเก็บกระบี่ของข้าเอาไว้ก่อนได้"
"อะไรนะ !!!" ทั้ง 3 คนตกใจกับคำพูดของเหลียนฮวา เพราะนางไม่เคยยอมให้กระบี่ประจำตัวของนางห่างกายเลย
"ไม่ได้ทำอย่างงั้นไม่ได้" เหิงเยว่พูด "ข้าเป็นจะเป็นคนรับผิดชอบเอง" นางพูดก่อนที่จะยื่นกระบี่ของนาง ให้กับเย่ซวน
"ตอนนี้ข้าจะเอากระบี่ของเจ้าไปทำไมกัน ?" เย่ซวนหันหน้าไปถามเหิงเยว่
เหิงเยว่ มองไปทางเพื่อนๆ อีก 3 คน เหมือนพยายามที่จะหาตัวช่วย สุดท้ายก็เป็นเยี่ยนฟาง ที่ตอบคำถามแทน
"ตอนนี้พวกข้ามีเพียงกระบี่ประจำตัวเท่านั้น"
"เจ้าเก็บกระบี่เล่มนี้เอาไว้ก่อน เจอกันครั้งหน้าเจ้าค่อยคืนกระบี่ให้พวกข้า"
"และข้าจะใช้อย่างอื่นตอบแทนเจ้าเอง" เยี่ยนฟางเสนอ
"ใช้อย่างอื่นตอบแทนข้า ?" เย่ซวนเอียงคอทำท่าสงสัย
เขาคิดอยู่สักพักก่อนที่จะตอบตกลง และยื่นมือไปรับกระบี่ ที่เยี่ยนฟางยื่นมาให้
"เหยี่ยวย่างตัวนี้เป็นของพวกเจ้าแล้ว"
"ข้าขอตัวก่อน" พูดจบเย่ซวนก็หันหลังเดินจากไปทันที
"เราจะตามเขาไปมั้ย ?" เหิงเยว่หันมาถาม เพื่อนๆ
"ทำไมพวกเราต้องตามเขาไปกัน !" อ้ายเหม่ยพูดขึ้น เยี่ยนฟาง กับ เหลียนฮวา ก็พยักหน้าเห็นด้วย
"แต่เขาอาจจะรู้ว่าทางออกอยู่ที่ไหนก็ได้นะ"
เมื่อทั้ง 3 ได้ยินคำพูดของ เหิงเยว่ พวงนางก็มองหน้ากันทันทีก่อนที่
"ทำไมเจ้าไม่รีบบอกให้เร็วกว่านี้ละ !" นางหันไปมองค้อนเพื่อนสาว
"พวกเรารีบตามเขาไปกันเถอะ" เยี่ยนฟางรีบพูดขึ้น
ก่อนที่ทั้ง 4 จะรีบเดินไปทางที่เย่ซวนเพิ่งเดินไป
,,,
พวกนางเดินตามเย่ซวนห่างๆ แต่อยู่ๆ เย่ซวนก็หายไปจากสายตาของทั้ง 4 คน
"เขาหายไปไหนแล้ว" เหิงเยว่มองรอบๆ
"ข้าว่าเขาต้องรู้แน่ๆ ว่าพวกเราแอบตามเขาอยู่" อ้ายเหม่ยพูดขึ้น
"ใช่ข้ารู้" เสียงเย่ซวนดังมาจากด้านหลังพวกนาง
"!!!!" ทั้ง 4 คนตกใจและรีบหันหลังกลับมาทางเย่ซวนทันที
"เจ้าบ้าตกใจหมด !" อ้ายเหม่ยตวาดใส่เย่ซวน
"พวกเจ้าตามข้ามาทำไม ?"
"อ่อ.." เย่ซวนเรียงลำดับเหตุการณ์ภายในหัว
"พวกเจ้าหลงทางใช่มั้ย ?"
"ใช่" เหิงเยว่พยักหน้าให้กับเย่ซวน
"ข้าขอตามเจ้าไปด้วยได้รึเปล่า"
"ตามข้า ?" เย่ซวนลังเล สุดท้ายเขาก็พูดความจริงออกมา
"ข้าก็ไม่รู้ทางออกเช่นกัน" เย่ซวนยกมือเกาหัว
"โกหก เจ้าไม่อยากให้พวกเราตามไปด้วยงั้นสินะ"
"ตามใจพวกเจ้า" เย่ซวนส่ายหัวก่อนเดินนำหน้าพวกนางไป
ระหว่างเดินทาง พวกนางเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเย่ซวนนั้นถือกิ่งไม้เอาไว้ตลอด
"นี้เจ้าอย่าบอกนะว่าเจ้าตาบอด" เยี่ยนฟางถาม แต่พวกนางก็ไม่ได้รับคำตอบจากเย่ซวน
"พวกเจ้าว่าเขาตาบอดหรือไม่" นางหันหน้าไปกระซิบกับเพื่อนๆ
ทั้ง 3 พยักหน้าพร้อมกัน
"นี้เราให้คนตาบอดนำทางเหรอ ?" เหิงเยว่พูดเสียงเบา
"หรือว่าเขาจะไม่รู้ทางออกจริงๆ" เยี่ยนฟางขมวดคิ้ว
"เอาเถอะ พวกเราลองตามเขาไปดูก็ไม่เสียหาย" เหลียนฮวาที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น
...
ผ่านไป 5 วันแล้วที่พวกนางทั้ง 4 ได้ติดตามเย่ซวนมา 5 วัน ที่ผ่านมาพวกนางตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า กับการกระทำต่างๆ ของเย่ซวน ถึงแม้เย่ซวนจะตาบอด (ในความคิดของทั้ง 4 คน) แต่ประสาทสัมผัสด้านต่างๆ ของเขานั้น กลับยอดเยี่ยมกว่าพวกนางซะอีก
ตอนนี้พวกนางแต่ละคนชื่นชมในตัวเย่ซวนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ อ้ายเหม่ย ที่ตอนนี้เย่ซวนพูดอะไร นางก็เชื่อฟังแต่โดยดี
"นี้เย่ซวน เจ้าว่าอีกไกลมั้ยกว่าที่พวกเราจะออกจากป่าแห่งนี้ได้" เหิงเยว่เดินมานั่งลงข้างๆ เย่ซวน
"ข้าเองก็ไม่แน่ใจ" เย่ซวนส่ายหัว
"พวกเราเดินทางกันต่อเถอะ" เย่ซวนลุกขึ้นยืน
"อะไรนะ !!!" ทั้ง 3 คนยกเว้น เหลียนฮวา ตะโกนออกมา
"พวกเราเพิ่งจะพักได้ไม่กี่ชั่วยามเอง หลังจากเดินติดต่อกัน 5 วัน" อ้ายเหม่ย ทำหน้าตา น่าส่งสารใส่เย่ซวน ส่วน เหิงเยว่ กับ เยี่ยนฟางก็ทำท่านวดขาของตนเอง
"พวกเจ้าลืมแล้วหรือว่าดวงตาของเย่ซวนนั้น.." เหลียนฮวา กำลังจะพูดว่าตาเย่ซวนบอดแต่ก็หยุดลงซะก่อน ก่อนที่นางจะชี้ไปที่ดวงตาของนาง
เห็นแบบนั้นเย่ซวนก็อดที่จะขำในใจไม่ได้
"ถ้างั้นพวกเจ้าก็พักผ่อนกันอยู่ตรงนี้กันก่อน"
"เดี๋ยวข้าจะเดินไปสำรวจด้านหน้าก่อน"
"ตกลง !!" เหิงเยว่ กับ อ้ายเหม่ย ตอบอย่างดีใจ
"ให้ข้าไปเป็นเพื่อนเจ้าดีหรือไม่ ?" เหลียนฮวาหันไปถามเย่ซวน
"ได้ ไปสิ" เย่ซวนไม่ได้คิดอะไรเขาพยักหน้า แล้วเดินนำเหลียนฮวา
"เดี๋ยวพวกข้ากลับมา" เหลียนฮวาหันไปพูดกับเพื่อนที่ตอนนี้มองนางด้วยสายตาแปลกๆ แต่นางก็ทำเป็นมองไม่เห็นและเดินตามเย่ซวนไป
...
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ