ลู่ฉีรับสาสน์ที่ส่งมายังทางลับของหมู่ตึก ครู่หนึ่งเดินด้วยความเร็วมาแจ้งลู่เอิน
“คุณชาย อ่านนี่..”
ลู่เอินหยิบม้วนกระดาศสั้นมาอ่าน
“อืม...คุณชายจูเข้าพบองค์หญิงสาม”
อ่านจบเผาม้วนกระดาษทิ้ง
ลู่ฉีขมวดคิ้วถาม
“คุณชาย ตามความเข้าใจข้า คุณชายจูชอบพอเซี่ยวเอ๋อ...เอ่อ...นายหญิง...เค้าไปพบองค์หญิงที่ผิดหวังในท่าน เชื่อว่าต้องมิใช่เรื่องดี”
“เค้าหาใช่คนชั่ว แต่คนดีเมื่อความริษยาบังตาก็อาจกระทำชั่วบนพื้นฐานความดีได้”
“ให้จับตาดูเขามั้ยครับ?”
“ไม่ ... อืม.... ไม่ต้องตามจับตาดู แค่ถ้าพบเห็นที่ไหน แล้วมีพิรุธให้แจ้งข้า หากเราเฝ้าจับตาดูเขามากไป ช้าเร็วต้องรู้ตัว”
“ที่นี่คิอฮูโต๋ หาใช่ชีจิ๋วของพ่อเขา ต่อให้จับได้ว่าเราจับตาก็ไม่น่าจะทำอะไรเราได้”
“เขาทำอะไรไม่ได้ แต่ระแวดระวังเพิ่มขึ้นได้ นั่นจะทำให้เราทำงานยาก”
“ครับ งั้นข้าจะแจ้งกำชับคนของเรา”
“อืม ขอบใจมาก ฝากด้วยนะ”
ลู่ฉีประสานมือแล้ววูบกายหายออกไป
ลู่เอินยืนไพร่มือ เดินออกไปมองท้องฟ้า จากนั้นหยิบทวนพิทักษ์ปราการมาหวดฟาดฝึกปรือ
....................
จ้าวหาน หลังจากว่าราชกิจ ก็ไม่ออกไปกระทำเรื่องอื่น นอกจากเปลือยกายอยู่กับฮองเฮาองค์ใหม่
“เซี่ยวหนิง ข้าไม่ได้พาเจ้าไปเปิดหูเปิดตาเลย วันๆ นอนกก กอดฟัดเจ้า รำคาญหรือไม่”
“ฝ่าบาทเป็นเจ้าชีวิต หม่อนฉันยินดีถวายงานให้จนกว่าจะหมดลมเพคะ”
“ดูพูดเข้า เอาแบบนี้ ถ้าไม่นับว่าข้าเป็นเจ้าชีวติ ไม่นับว่าต้องถวายงานข้า เจ้ารำคาญหรือไม่”
“ภริยาคลอเคลียสามี สามีขลุกอยู่แต่กับนาง ไม่ไปหาภริยานางอื่น มีอันใดสุขกว่านี้เพคะ”
“อ่ะฮ้า เจ้านี่มันน่ารักที่สุดเลย”
“ว่าแต่ ฝ่าบาทใส่พอแล้วหรือเพคะ ถ้ายังไม่พอ หรือฝ่าบาททรงมีเรื่องกังวลใจ”
“เฮ้อ...เต้าแนบกายข้าสองสามคืน ก็กลับอ่านข้าออก”
“สตรีที่ใส่ใจบุรุษข้างกายเท่านั้น จึงจะมองออกเพคะ”
นางพูด ชันศอกหย่อนเต้าถันซ้ายใส่ปากฮ่องเต้ อีกมือกับลูบคลึงแท่งมังกรของเขา
“หม่อมฉันรีดอีกน้ำได้ ฝ่าบาทต้องแบ่งเบาภาระให้หม่อนฉันมั่งนะเพคะ”
“อ่...อั่ก อ่าห์ ...โอวว เซี่ยว..เซียนของข้า... ข้ายอมแล้ว”
“ฮิ งั้นฝ่าบาทก็ทรงให้หม่อนฉันแบ่งเบาแล้ว”
“อ่า... ลูกๆ ข้าแต่ละคนไงและอำมาตย์เฉินอีก”
“หม่อนฉันไม่อยากยุยงอะไรหรอกเพคะ แต่เฉินเซียวดูยังไงก็บงการรัชทายาทอยู่ หากเป็นเช่นนี้ เมื่อเขาขึ้นครองราชย์ อำนาจไม่พ้นอยู่ในกำมือเฉินเซียวผู้นี้”
“เฮ้อ...ทำไมข้าจะดูไม่ออก แต่จะมอบตำแหน่งนี้ให้ผู้อื่น ... ใครเล่าเหมาะสม?”
“องค์ชายรองล่ะเพคะ?”
“ฮุ่ยหมิง... ..เฮ้อ...นิสัยชอบคอยแอบตักตวงผลประโยชน์ แม้ไม่ปะทะใครตรงๆ หวังตำแหน่งรัชทายาทเช่นกันข้าดูเขาออกใครๆ ก็มองเขาออก ....ลุ่มหลงหลงสุรา นารี เสพสมสาวใช้แทบทั้งตำหนักตนสลับวนไป ใช้ไม่ได้”
“ถ้างั้น....องค์ชายฮุ่ย...”
“หึ ฮุ่ยหวง ... ลูกเจ็ด...จริงๆข้าพิจารณาเขา แม้นิสัยชอบโอ้อวด เอาชนะ แต่มีความสามารถมากจริงๆ เก่งบู๊ เก่งบุ๋น นิสัยเอาชนะของเขา ทำให้ง่ายต่อการไม่รอมชอม เป็นชนวนก่อสงครามได้ง่ายๆ”
“ฮิๆ ฝ่าบาท ... หม่อมฉันหมายถึงองค์ชายฮุ่ยซิ่วเพคะ”
“ลูกห้า...ฮุ่ยซิ่ว? .. เหอะ แม้ว่าหลังๆ มาจะมีความคิดอ่านบ้าง แต่ไม่เอาไหนมาช้านาน สุรา นารี บุ๋นไม่จับ บู๊ไม่ไหว”
“ฝ่าบาท หากมังกรสวรรค์จะผิดพลาดบ้าง จะใช่เรื่องแปลกมั้ยเพคะ?”
“เจ้าจะบอกว่า ข้ามองเขาผิดมาตลอดงั้นหรือ? ... เจ้ารู้อะไร รีบกล่าว?”
“ฝ่าบาท... องค์ชายฮุ่ยซิ่ว มีขุนศึกสุดแกร่งที่หนุ่มฉกรรจ์หนุนอยู่นะเพคะ”
“พวกเขาวัยเดียวกัน จะคบหากันเพื่อสังสรรค์ก็ไม่แปลก”
“แต่แม่ทัพเซียวหาใช่คนเสพสุราเคล้านารีแม้แต่น้อยเพคะ โบราณว่า คบคนเช่นไร ย่อมเป็นคนเช่นนั้น... แม่ทัพเซียวไหนเลยคบหาบุรุษเสเพลลามกมากกามราคะจมในกองสุรากัน”
“อืม...จริง จริงของเจ้า”
“เขามีเครือข่ายเกี่ยวข้องกันกับเจ้าของกิจการหอเหมยกุย ฟังว่ามีการร่วมหุ้นส่วนลงกิจการมากหลาย องค์ชายท่านนี้มิได้เสเพลไปวัน อาจบางที.....”
“อาจบางที...?”
“อาจบางที เขาเป็นเฉกเช่นทุกวันนี้เพียงเสแสร้งแกล้งดัด”
“เขาแกล้งทำตัวเหลวไหล? ทำไปเพื่ออะไร?”
“องค์ชายรองฮุ่ยหมิง แม้จะอยากแย่งตำแหน่งแต่จนใจไม่มีคนหนุนหลังใหญ่โตแบบองค์ชายรัชทายาทฮุ่ยเจิน ฝั่งที่ขุนนางส่วนมากที่ต่อต้านอำมาตย์เฉินก็ไปอยู่ข้างองค์ชายเจ็ดฮุ่ยหวงที่มากความสามารถเหมาะจะผลักดัน แรงปะทะในราชสำนัก หากไม่พร้อมไหนเลยจะยอมออกตัว เขาแกล้งทำทีว่าไม่เอาไหน ไปอยู่ที่ห่างไกลสะสมทรัพย์ เพิ่มพูนจากการค้าเรียนรู้การบริหาร ฟังว่าแม้จะเสเพล แต่ชาวบ้านกับรักใคร่เพราะมีเมตตา แม่ทัพเซียวจะสนับสนุนเขาก็ไม่แปลก”
“แต่การที่เขาทำทีเสเพล ไม่ยุ่งงานราชกิจ ไม่แย่งผลงานกับใคร ไหนเลยมีขุนนางบุ๋นสนับสนุนเขา”
“แต่เขาก็เป็นองค์ชายคนเดียวที่มีแม่ทัพให้การสนับสนุนนี่เพคะ และไม่ใช่การซ่อมสุมกำลังในการก่อกบฏ เพราะนายทัพจะสับเปลี่ยนกันไปประจำการไม่ได้ปกครองตลอด เขาที่รู้ดี ยังผูกมิตรกับแม่ทัพเซียวให้สนับสนุน อีกอย่างเซียวลู่เอินเองก็ไม่ใช่ธรรมดา แม้เป็นขุนนางบู๊ แต่กลับชำนาญบุ๋น มีเขา องค์ชายฮุ่ยซิ่วก็ดุจพยัคฆ์ติดปีก รอวันแปลงเป้นมังกรเมื่อฝ่าบาทประทานโอกาส”
“อา...แบบนี้เอง..... อ่อว่าแต่เช้าดูชื่นชมสนับสนุนพวกเขามากนัก เพราะ.......”
“ทูลตามตรงเพคะ คู่หมั้นหมายที่จะสมรสกับแม่ทัพเซียวในวันพรุ่งคือน้องสาวหม่อมฉัน หนิงเอ๋อเพคะ อย่าบอกนะเพคะ ว่าฝ่าบาททรงหึงหวง”
“โอ~ แบบนี้นี่เอง แหม ข้าจะไม่หึงหวงคนงามของข้าคนนี้ได้อย่างไร”
“น้องสาวหม่อมฉัน แม้จะไม่ได้มีรูปลักษณ์ทัดเทียม แต่นางกลับฉลาดรอบรู้กว่า หากมีนางช่วยพวกเขา องค์ชายฮุ่ยซิ่วย่อมต้องมีโอกาส อีกทั้ง หม่อมฉันคิดว่า น้องสาวหม่อนฉันไม่เลือกช่วยคนที่มีจิตใจไม่สะอาดแน่นอนเพคะ”
“เช่นนี้เจ้าก็ช่วยน้องสาวเจ้าด้วย”
“เพคะ ไม่แค่นั้น... เอ่อหม่อมฉันเป็นของฝ่าบาท จะครองคู่กันไปใช่มั้ยเพคะ?”
“แน่สิจ้ะ ถามทำไมแบบนั้น?”
“หม่อมฉันอยากแน่ใจ ว่าจะทูลทุกสิ่งแก่ฝ่าบาทได้แบบไม่ปิดบังตลอดไปนับจากนี้”
“โอ..แน่นยอนสิ เจ้านี่ งามทั้งกายทั้งใจ มามะ มาให้ข้าหอมที”
ฮ่องเต้หอมฟอดใหญ่ จากนั้นนางกล่าวต่อ
“วันหน้าหากหม่อมฉันอายุสั้นกว่าก็นับว่าโชคดีไปแต่ไม่มีใครค้ำฟ้าอย่างแท้จริง หากหม่อมฉันยังต้องอยู่เผชิญชะตากรรมลำพังหลังการแย่งบัลลังก์ ฮ่องเต้องค์ใหม่จะทรงจัดการสตรีเก่าของฝ่าบาทเช่นไรเพคะ?”
“นั่น.....”
“วันนี้หม่อมฉันเป็นฮองเฮา วันนั้นอย่าหวังจะเป็นไทเฮา แม้นสามารถมีโอรสให้ฝ่าบาท ก็ไม่อาจโตทันสืบราชสมบัติยิ่งต่อให้ได้รับแต่งตั้ง มีแต่จะโดนรุมทึ้งเหมือนเหยื่อแร้งกาพยัคฆ์มังกร ไทเฮาก็ไม่พ้นเป็นพระมารดาของฮ่องเต้องค์ใหม่ ฮองเฮาก็ไม่พ้นพระชายาของเขา”
“ดังนั้นเจ้าเลือกช่วยคนที่น้องสาวเจ้าผลักดัน”
“เพคะ หากองค์ชายห้าได้ครองราชย์สมบัติ หม่อมฉันที่เป็นพี่สาวของฮูหยินท่านแม่ทัพเซียว แม้ไม่ได้มีตำแหน่งอีก ก็ยังมีทางลงให้ใช้ชีวิตบั้นปลายกับน้องสาว หรือถ้าโชคดีหน่อย องค์ชายห้าอาจประทานตำแหน่งที่ทำให้หม่อมฉันพอเอาตัวรอดได้ในวังหลวงสืบไป”
“ฮ้า..ยอด ยอดมาก คิดการณ์ไกลและไม่โป้ปดปิดบังข้า คิดอ่านหาทางออกให้ตนเอง ใครล้วนกระทำ เว้นแต่พวกนางสนมอื่นๆ ล้วนไม่มีใครกล้ากล่าวประสงค์จริงกับข้า มีแต่เจ้า...ข้าคิดไม่ผิด เจ้าคู่ควรเป็นฮองเฮาข้า....เซี่ยวเซียน”
“ยิ่งกว่านั้น หากองค์ชายห้าได้ขึ้นครอง เขามีการคิดอ่านเชิงบุ๋น ไม่แน่นักว่าซ่อนศักยภาพเชิงบู๊ไว้ประดับตัวเช่นกัน ทั้งยังรู้การค้าเจรจาผลประโยชน์ ย่อมสามารถรักาผลประโยชน์ภาพรวมของแผ่นตินต้าจ้าวนี่ได้ แม้จะรบ ก็สามารถครองใจแม่ทัพนายกองได้ ขนาดแม่ทัพหน้าบึ้งฉายาเตาหลอมยังได้มาเป็นพวก ไหนเลยจะครองใจแม่ทัพนายกองอื่นๆ ไม่ได้”
“โอ..พอแล้วๆ ถ้าเจ้ายังขืนพูดต่อ มีหวังข้าได้ร่างราชโอการแต่งตั้งเขาแทนฮุ่ยเจินเสียเดี๋ยวนี้เลย”
“ฮิๆ ฝ่าบาทล่ะก็ .. เพื่อความยุติธรรมไว้รอดูองค์ชายทุกท่านแสดงผลงานกันต่อจากนี้เถอะเพคะ เดี๋ยวใครจะนินทาว่าหม่อมฉันใช้เสน่ห์บงการฝ่าบาทมังกรผู้พิชิตมังกร”
“จ้ะ ยอดรักของข้า”
“หม่อมฉันยังมีเรื่องทูลขอ”
“ว่ามา”
“พรุ่งนี้หม่อมฉันขอออกไปร่วมงานมงคลน้องสาวได้หรือไม่เพคะ”
“ได้ ได้สิ ข้าจะกำนัลของขวัญแก่พวกเขาด้วย”