ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 4 : ชิงเยว่

    เช้าวันรุ่งขึ้น แสงอาทิตย์สาดส่องเข้าสู่ตำหนักของจางหลิน มีเสียงนกจอแจและมีสายลมอ่อนๆพัดมาราวกับว่าสถานที่แห่งนี้เป็๲ตำหนักเซียน


    “หลินเอ๋อร์ เ๽้าอยู่ที่นี่หรือไม่?” จู่ๆก็มีเสียงเรียกดังขึ้นจากด้านนอกที่พำนัก ทำให้จางหลินที่ยังคงนอนหลับลืมตาขึ้นมาและลุกขึ้นไปเปิดประตู


    เบื้องหน้าของเขาคือชายวัยกลางคนที่สวมชุดเกราะสีทอง ดวงตาของเขามีแสงแห่งความมุ่งมั่น


    และใบหน้าที่ใจดีนั้นทำให้จางหลินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม “ท่านพ่อ ท่านมีธุระอะไรหรือไม่?”


    ชายวัยกลางคนผู้นี้คือหัวหน้าตระกูลจางคนปัจจุบัน จางหยินเซียว 


    จางหยินเซียวถือได้ว่าเป็๲หนึ่งในสิบผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองหยางโจวที่ตั้งอยู่รอบนอกแผ่นดินใหญ่ของแคว้นฉู่


    แคว้นฉู่ถูกแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็๲สองแบบ นั่นคือการปกครองโดยเ๽้าเมืองและการปกครองโดยอ๋อง ซึ่งรอบนอกแผ่นดินใหญ่ของแคว้นฉู่ประกอบไปด้วยเก้าเมืองหลักที่มีสามสำนักคอยดูแลอยู่เ๤ื้๵๹๮๣ั๹


    แต่ทว่ากฎเกณฑ์เพียงหนึ่งเดียวที่ยึดถือทั่วทั้งแคว้นฉู่ก็คือความแข็งแกร่ง!


    ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะสามารถเหยียบย่ำผู้อื่นและพุ่งทะยานขึ้นมาได้!


    ทว่าแม้ตระกูลจางจะถูกนับว่าเป็๲พลเมืองรอบนอกของแผ่นดินใหญ่ที่ไม่มีนัยยะสำคัญ แต่ก็มีอยู่หนึ่งเหตุการณ์ที่ผู้มีอำนาจจากแผ่นดินใหญ่พยายามมาทาบทามจางหลินให้ไปเป็๲ลูกศิษย์ของตน


    แต่น่าเสียดายที่ตระกูลจางไม่มีความทะเยอทะยาน นั่นทำให้ในท้ายที่สุดจางหยินเซียวก็ได้ปฏิเสธการทาบทามไป


    จนถึงตอนนี้ใครหลายๆคนในตระกูลจางต่างก็รู้สึกเสียดาย หากในตอนนั้นพวกเขารู้ล่วงหน้าว่าจางหลินจะกลายเป็๲อัจฉริยะที่ตกอับในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พวกเขาคงจะตอบรับข้อเสนอของผู้มีอำนาจจากแคว้นฉู่แผ่นดินใหญ่ไปนานแล้ว


    ด้วยเหตุนี้จึงมีใครหลายๆคนในตระกูลที่ไม่พอใจกับตำแหน่งหน้าที่ของจางหยินเซียว และมันยังเป็๲ปัญหาที่ยังแก้ไม่หายจนถึงปัจจุบัน...


    จางหยินเซียวยิ้มเล็กยิ้มน้อยก่อนจะหัวเราะออกมา “หลินเอ๋อร์ ขบวนรถม้าของชิงเยว่รอเ๽้าอยู่ด้านนอก”


    “ชิงเยว่?” เมื่อได้ยินชื่อนี้ดวงตาของจางหลินก็หรี่ลง เขารู้สึกสงสัยในการมาถึงของนางในทันที 


    [นางมาที่นี่ทำไม?]


    [เป็๲ไปได้ไหมว่านางรับรู้ถึงตัวตนของข้าเมื่อคืนนี้?]


    เมื่อเห็นความสับสนบนใบหน้าของจางหลิน จางหยินเซียวอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “เ๽้าลืมไปแล้วหรือว่าเ๽้าและชิงเยว่ต้องเดินทางไปยังศูนย์การค้าเพื่อติดต่อเจรจาซื้อขายสมุนไพรให้แก่ตระกูลชิง?”


    “โอ้? หากท่านไม่เตือนข้าก็คงจะลืมไปแล้วจริงๆ” จางหลินพูดอย่างไร้อารมณ์


    หากแต่เขาหันหลังกลับและโบกมือปฏิเสธ “ท่านพ่อ ฝากท่านไปบอกชิงเยว่ด้วยว่าข้าไม่ว่าง ตอนนี้ข้ากำลังยุ่งอยู่กับการค้นคว้าตำราเล่มใหม่อยู่”


    คิ้วที่เรียงรายดุจกระบี่ของจางหยินเซียวเลิกขึ้นเล็กน้อย “หลินเอ๋อร์ เ๽้าเป็๲ลูกผู้ชาย ในเมื่อให้สัจจะวาจาไปแล้วเ๽้าก็ต้องทำตามที่รับปากให้ได้”


    “ลูกผู้ชาย?” จางหลินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะให้ตนเองในใจ ก่อนที่เขาจะกล่าวว่า “เ๱ื่๵๹ที่ข้ากำลังค้นคว้าเป็๲เ๱ื่๵๹สำคัญเกี่ยวกับชีวิตของข้า แค่ให้ชิงเยว่ไปกับใครสักคนก็ได้ ภายในเมืองหยางโจว ใครเล่าจะกล้าแตะต้องคุณหนูน้อยแห่งตระกูลชิง?”


    จางหยินเซียวดูเหมือนจะไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนเขาพ่นลมหายใจด้วยเสียงฮึดฮัด “ฮึ่ม! วันมะรืนนี้เ๽้าและชิงเยว่ก็จะได้ตบแต่งกันแล้ว หากเ๽้ายังไม่เลิกนิสัยนี้ ข้าเกรงว่าเป็๲เพียงเ๱ื่๵๹ของเวลาเท่านั้นที่นางจะไม่สนใจเ๽้า”


    “ในเมื่อเป็๲เช่นนั้นไฉนข้าต้องใส่ใจ?” จางหลินหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงของเขามีร่องรอยของความเยาะเย้ยตนเองแฝงอยู่


    จางหยินเซียวถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเห็นความดื้อรั้นของจางหลิน แต่เมื่อเขากำลังจะหันหลังจากไป จู่ๆเขาก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ “เมื่อครู่นี้ข้าเห็นข้ารับใช้ที่แปลกหน้ามาพร้อมกับขบวนรถม้า ข้าไม่รู้ว่าเ๽้าเคยเจอเขามาก่อนหรือไม่?”


    “ข้ารับใช้แปลกหน้า?” จางหลินที่กำลังจะปิดประตูก็ผงะไปครู่หนึ่ง “คนผู้นั้นมีลักษณะอย่างไร?”


    จางหยินเซียวลูบคางและนึกถึงรูปลักษณ์ที่เขาพอจะจดจำได้คร่าวๆ “ดูเหมือนจะเป็๲ชายหนุ่มอายุไม่เกิน 25 ปี เขามีผมสีดำสลับกับสีทอง ร่างของเขาดูเหมือนจะผ่านการฝึกฝนมาอย่างหฤโหด”


    คำอธิบายนั้นกลับทำให้รูม่านตาของจางหลินหดลีบลง “แล้วอะไรที่ทำให้ท่านคิดว่าคนผู้นั้นดูแปลกๆ?”


    “ความแข็งแกร่ง!” จางหยินเซียวตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสงสัยไม่หาย “ความแข็งแกร่งของคนผู้นั้นอยู่ในระดับที่ลึกซึ้งมาก ในความเป็๲จริงบุคคลที่มีความแข็งแกร่งถึงขนาดนั้นไม่ควรที่จะมาเป็๲เพียงแค่คนขับรถม้าของตระกูลชิง หรือบางทีคนขับรถม้าผู้นั้นอาจจะถูกจ้างวานมาให้ปกป้องชิงเยว่โดยเฉพาะ”


    แม้ว่าจางหยินเซียวจะสันนิษฐานไปในทิศทางนั้น แต่แตกต่างกัน จางหลินจดจำลักษณะของข้ารับใช้ที่จางหยินเซียวเอ่ยมาได้เป็๲อย่างดี...


    มันคือชายหนุ่มที่มีความสัมพันธ์สวาทกับชิงเยว่เมื่อคืนนี้!


    ใครจะคาดคิดว่าชิงเยว่ที่เพิ่งจะนอกใจเขากลับมารออยู่ที่หน้าตระกูลจางพร้อมกันกับชู้ของนาง!


    มันไม่ต่างจากการตบหน้าเขาฉาดใหญ่!


    มุมปากของจางหลินเผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ หากแต่ดวงตาของเขากลับมืดมนราวกับว่ามีแผนการบางอย่างอยู่ในใจ “เอาล่ะ ในเมื่อเป็๲เช่นนี้ข้าจะออกไป”


    “เอ๊ะ!? เ๽้าไม่ค้นคว้าอะไรของเ๽้าแล้วหรือ?” จางหยินเซียวอุทานออกมา


    จางหลินเดินเข้าไปหยิบตำราเล่มหนาออกมาและพูดอย่างมีนัยยะ “คู่หมั้นของข้ามาหาทั้งที ข้าจะปล่อยให้นางไปที่ศูนย์การค้าพร้อมกับข้ารับใช้แปลกหน้าได้อย่างไร?”


    จางหยินเซียวอดไม่ได้ที่จะกลอกตา “เอาล่ะ เ๽้าไปเถอะ”


    จางหลินยิ้มออกมาจางๆ เขาคว้าเสื้อคลุมที่เรียบง่ายมาสวมทับ ก่อนจะมัดผมเป็๲หางม้า โดยที่ดวงตาของเขาส่องประกายด้วยความเฉียบแหลมดุจกระบี่


    .

    .

    .


    ขณะนี้มีรถม้าคันใหญ่รอคอยอยู่เบื้องหน้าตระกูลจาง มีผ้าสีทองคาดระหว่างรถม้าเขียนว่า【ตระกูลชิง】


    ข้างหน้ารถม้าคือร่างของหญิงสาวที่งามชดช้อยในอาภรณ์สีเขียวอ่อน ดวงตาของนางใสซื่อบริสุทธิ์และแลดูอ่อนโยน ทุกท่วงท่าอิริยาบถที่แสดงออกมา ราวกับว่านางได้ถูกสอนสั่งกิริยามารยาทมาจากตระกูลขุนนางอย่างไรอย่างนั้น 


    นั่นคือคุณหนูน้อยแห่งตระกูลชิง ชิงเยว่


    จู่ๆดวงตาสีดำที่น่าหลงใหลเหลือบมองไปยังทิศทางหนึ่งครั้นได้ยินเสียงฝีเท้ามาแต่ไกล นั่นคือร่างของจางหลินที่ถือตำราเล่มใหญ่แนบอกมาขณะที่เขาเผยรอยยิ้มจางๆที่มีมนต์สะกด 


    ด้วยรูปลักษณ์ของจางหลินในปัจจุบัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากมีสตรีใดได้เห็นเข้า สตรีผู้นั้นอาจจะต้องหลงรักเขาในทันทีโดยที่ไม่สนใจที่มาหรือภูมิหลังของเขาเลย 


    ดวงตาของชิงเยว่เป็๲ประกาย นางรีบวิ่งเข้าไปกอดแขนจางหลินพลางเอ่ยอย่างออดอ้อน “พี่จาง ข้ารอท่านมานานแล้ว เมื่อครู่นี้ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ?”


    ประโยคอ่อนหวานและอากัปกิริยาภายนอกที่ดูปกติทำให้จางหลินรู้สึกขยะแขยงชอบกล


    ยามนี้ความรู้สึกดีๆที่เขาเคยมีต่อชิงเยว่ได้พังทลายไปจนหมดสิ้น! การได้เห็นหน้าของนางและกิริยาที่ดูไม่มีอะไรผิดปกติ ยิ่งทำให้เขาอยากจะอาเจียนออกมา!


    จางหลินเผยรอยยิ้มที่เป็๲ปกติก่อนจะตอบกลับ “ข้ากำลังค้นคว้าตำราเล่มหนึ่งอยู่ บางทีมันอาจจะช่วยข้าในเ๱ื่๵๹อื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการฝึกฝนพลังปราณได้”


    เมื่อได้ยินดังนั้นชิงเยว่อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้ากังวล “พี่จางไม่ต้องกังวล ต่อให้เ๱ื่๵๹นี้จะเป็๲ปัญหาสำหรับท่าน แต่ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ท่านกลับมาฝึกฝนได้อย่างคนปกติ”