แอ็กเซลมองดูทักษะของตงฟางด้วยความสนใจ บนผิวหนังอีกฝ่ายราวกับมีน้ำมันทาทับเอาไว้ ชั้นมันเงานี้คือชั้นที่เกิดขึ้นจากทักษะ มันเต็มไปด้วยพลังงานคอสมิก อย่างไรก็ตามชั้นที่มันเงาที่อยู่บนผิวกลับสร้างแรงที่เหมือนแม่เหล็กคอยผลักทุกอย่างออกไปจากมัน สปอร์ของเขาจึงไม่สามารถสัมผัสผิวหนังของตงฟางได้เหมือนคู่ต่อสู้คนอื่นๆ
“ ขอบคุณ นายช่วยทำให้ฉันซื้อเวลาได้มาก ฉันจะรีบจบการต่อสู้นี้ให้เร็วที่สุดเพื่อให้นายได้ไปสู้กับคนอื่นต่อ ”
ผู้เข้าแข่งขันมองดูมือของตงฟาง สนับมือของเขาถูกเปลี่ยนไปใช้งานอีกรูปแบบทำให้มีใบมีดยาวราว 20 เซนติเมตรโผล่ออกมาบริเวณกำปั้น
แอ็กเซลที่พบว่าสปอร์ของเขาใช้งานกับอีกฝ่ายไม่ได้ เขากลับไม่ล้มเลิกความตั้งใจได้ทำการวางวงเวทสายลมพัดผ่านเอาไว้บนพื้นดินปล่อยให้มันสร้างพายุอ่อนๆพัดสปอร์จนลอยเป็นวงกลมไปทั่วสนาม หลังจากที่เตรียมพื้นที่ต่อสู้เสร็จแล้วเขาก็ชักดาบออกมาถือในมือหนึ่งข้าง การชักดาบของแอ็กเซลกลับทำให้ทุกคนตื่นเต้นดีใจเพราะจะได้เห็นการต่อสู้รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเห็นในการต่อสู้
“ เอาแล้ว สายโจมตีไกลคิดจะสู้กับสายระยะประชิดที่มีทักษะมากมาย แบบนี้มันบ้ายิ่งกว่าบ้าอีกนะเนี่ย ”
ความรู้สึกตื่นเต้นพรั่งพรูออกมาจากคนที่กำลังมองดู ผู้เข้าแข่งทั้ง 6 ที่อยู่บนอัฒจันทร์ล้วนแล้วขมวดคิ้วมองจ้องสิ่งที่กำลังจะปะทะกัน นับว่าเป็นเรื่องแปลกมากที่แอ็กเซลใช้ดาบแทนที่จะใช้ไม้เท้าขนาดใหญ่ยักษ์ จังหวะที่ตงฟางย่อตัว ร่างของเขาก็หายไปด้วยความเร็วมาโผล่ตรงหน้าแอ็กเซล
“ เหลือเชื่อ ความเร็วบ้านี่มันเร็วกว่าตอนที่สู้กับคนอื่นๆเลยนะ ”
ต่างคนต่างแสดงความตกใจ ภาพการเคลื่อนไหวของตงฟางได้สร้างความตื่นตระหนกแก่ทุกคนที่กำลังมองดูการต่อสู้ แต่แล้วชายที่ควรจะตกเป็นเป้าถูกหมัดติดใบมีดแทงเข้ากลางหน้าอกกลับตวัดดาบในมือปัดหมัดของอีกฝ่ายออกไปด้วยความเร็วที่มากกว่า
ไม่มีใครมองเห็นเลยว่าดาบที่อยู่ในมือของแอ็กเซลตวัดในท่วงท่าเช่นไร ทุกคนรู้แค่ว่าแอ็กเซลตวัดดาบจนทำให้เกิดแสงกระพริบเพียงเท่านั้น
เปล้ง!
คิ้วทั้งสองของตงฟางขมวดเข้าชนกัน หมัดอีกข้างของเขาถูกแอ็กเซลปัดทิ้งได้อย่างง่ายดาย ทักษะที่เขาใช้ออกไปมีการผสมรวมกับสกิลอาชีพ พลังทำลายและความเร็ว ทุกๆอย่างที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีถูกยกระดับขึ้นจนสามารถเล่นงานแชมเปี้ยนระดับ 6 ดาวได้
แอ็กเซลกลับสามารถปัดป้องมันได้ง่ายดาย ราวกับว่าการโจมตีของเขาไม่ได้หนักหน่วงและรุนแรง ตงฟางจึงใช้ออกด้วยลูกเตะสลับกับชกหมัดเพิ่มเติมแล้วเคลื่อนไหวไปรอบๆ เพียงแต่ว่าดาบเล่มเดียวในมือของแอ็กเซลกลับสามารถปัดป้องการโจมตีทั้งหมดเอาไว้ได้
“ เดี๋ยว ทักษะนี้คุ้นมาก หรือว่าจะเป็นลูนาร์แฟลชระดับ 5 ดาว นี่อย่าบอกนะว่าเขาใช้ทักษะระดับ 5 ดาวรับมือกับทักษะระดับ 7 ดาว บ้าไปแล้ว! ”
“ เขาทำได้ยังไง! ”
นักศึกษาปี 2 สถาบันโนวาไพร์มร้องด้วยท่าทางตกใจ ทักษะที่แอ็กเซลใช้พวกเขาคุ้นตาเป็นอย่างดี มันเป็นหนึ่งในทักษะที่รุ่นพี่ปี 4 หลายคนฝึกก่อนจะเปลี่ยนทักษะไปใช้อย่างอื่นที่ระดับสูงกว่า แต่ทักษะที่แอ็กเซลกำลังใช้งานออกมา ดูต่างออกไป มันดูลื่นไหล รวดเร็ว และมีท่วงท่าในการฟาดฟันที่เยอะกว่าปกติ ทักษะลูนาร์แฟลชระดับ 5 ไม่ควรจะมีท่วงท่าในการฟาดฟันเยอะมากมายขนาดนี้ ทุกทิศทางและทุกองศาที่แอ็กเซลใช้ออกล้วนแล้วปลดปล่อยพลังเต็มที่ของทักษะลูนาร์แฟลชได้เสมอ
“ รุ่นพี่ รุ่นพี่ มีใครรู้ไหมว่าเขาทำได้ยังไง ”
นักศึกษาปี 1 และปี 2 พยายามร้องหารุ่นพี่ที่ฝึกทักษะลูนาร์แฟลช ทุกคนอยากรู้ว่าสิ่งที่แอ็กเซลทำ อยู่ขั้นไหนของทักษะ เพียงแต่ว่ารุ่นพี่ที่ฝึกทักษะนี้ไปจนถึงขั้น 3 ที่เป็นขั้นสูงสุดกลับส่ายหน้า ต่อให้เขาจะใช้ทักษะเต็มกำลังก็ไม่สามารถแสดงสิ่งเดียวกันกับที่แอ็กเซลทำออกมาได้
เปล้งเปล้งเปล้ง!
เสียงปะทะกันระหว่างคมมีดติดกำปั้นและดาบดังก้องไปทั่วสนามประลอง ทุกสายตาที่จับจ้องล้วนแล้วมองไม่ออกว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ ทางฝั่งตงฟางยังคงพยายามเจาะการป้องกันของแอ็กเซลเข้าไปให้ได้ แต่ฝ่ายที่ถูกเจาะกลับทำหน้าตาตายด้านราวกับว่าเขาไม่ได้พยายามป้องกันสิ่งใดเลยแม้แต่น้อย
ขณะที่ร่างของแอ็กเซลหมุนไปรอบๆเพื่อป้องกันการโจมตีของตงฟางที่พยายามเคลื่อนตัวเป็นวงกลม บริเวณเท้าของแอ็กเซลก็เริ่มปรากฎหมอกสีดำจากนั้นเขาก็เป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาตงฟางจนเกิดเป็นภาพการกระโดดฟาดฟันกันไปทั่วสนาม
ตงฟางที่เคยเป็นฝ่ายรุกเปลี่ยนไปเป็นฝ่ายรับ แม้แอ็กเซลจะใช้ดาบมันกลับรวดเร็วจนอีกฝ่ายต้องใช้มือทั้งสองข้างรับการโจมตี
“ ย่า! ”
พลังงานปะทุออกมาจากร่างเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนผิวหนัง ความเร็วของตงฟางเพิ่มขึ้นอีกครั้ง พละกำลังที่ใช้ออกหนักหน่วงมากกว่าเดิม เสียงการปะทะกันที่เกิดขึ้นดังก้องจนทุกคนต้องยกมือปิดหูเพื่อไม่ให้ตนเองรำคาญ
ทางฝ่ายแอ็กเซลที่เคยไล่ต้อนเริ่มกลายเป็นฝ่ายถอยอีกครั้ง เพียงแต่ว่าการถอยของเขานั้นยังคงรับการโจมตีของตงฟางได้เช่นเดิม ต่อให้อีกฝ่ายจะสามารถสร้างการโจมตีที่สามารถทะลวงการป้องกันได้ก็ตาม กลางหน้าอกของแอ็กเซลกลับมีต้นอ่อนเติบโตขึ้นตลอด สิ่งนี้ระบุได้ว่ามันดูดซับพลังโจมตีที่ตงฟางพยายามจะส่งเข้าร่างแอ็กเซลได้เสมอ
“ วาว พี่แอ็กเซลเก่งมากๆเลยค่ะ ”
ลิลลี่มองดูการต่อสู้ด้วยดวงตาเบิกกว้าง เธอหลับไปแล้วแต่ลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำจึงเห็นพี่ชายกำลังต่อสู้อยู่บนสนามประลอง
แครอลเห็นว่าการต่อสู้ครั้งนี้น่าสนใจมากเธอจึงบอกให้ลิลลี่มาดูใกล้ๆ เธออาจจะเรียนรู้บางอย่างได้จากการต่อสู้ครั้งนี้
ซึ่งเธอตกใจไม่น้อยหลังจากเห็นทักษะ 2 อย่างที่หลานชายแสดงออกมา หนึ่งคือทักษะดาบลูนาร์แฟลช เธอเคยเห็นมันบ่อยครั้งระหว่างที่หลานฝึกซ้อมที่บ้าน อย่างไรก็ตามทักษะลูนาร์แฟลชของแอ็กเซลกลับต่างออกไปจากทุกๆคน นอกจากนั้นแล้วเธอยังตกใจกับทักษะไซเลนท์ไกลด์ระดับ 9 ที่เคยให้ไป จากระยะเวลาที่มอบมันให้หลาน เธอรู้สึกว่าเขาฝึกมันได้เร็วเกินไปจนน่ากลัว
แต่แล้ว เธอกลับลูบคางเมื่อเห็นบางอย่างที่ผิดแปลกไป การโจมตีเมื่อครู่ของตงฟางที่เฉียดหัวไหล่หลานชาย มันได้ตัดชุดเกราะเข้าไปด้านในแล้วฟันเข้าไปในเนื้อ ทว่าเลือดที่ควรจะสาดกระเซ็นกลับไม่มีให้เห็น แผลที่เกิดขึ้นราวกับว่ามันห้ามเลือดได้ด้วยตนเอง ภายในใจของเธอจึงเกิดความสงสัยบางอย่างออกมาเพราะสิ่งที่แอ็กเซลทำมันเกินจินตนาการของเธอ
“ เขาบอกว่าจะใช้กับทักษะฝึกร่างกายไม่ใช่เหรอ แล้วทักษะเท้านี่มันอะไร หรือว่าเขาจะใช้ได้มากกว่า 1 ”
บาดแผลบนร่างกายของแอ็กเซล แสดงให้เห็นว่ามันมีร่องรอยของทักษะตระกูล แครอลจึงมั่นใจว่าหลานชายใช้ทักษะตระกูลกับทักษะร่างกายอย่างที่พูด เพียงแต่ว่าทักษะเท้าที่แสดงออกให้เห็นว่ามันเป็นถึงขั้น 4 หลานชายของเธอฝึกได้รวดเร็วจนแปลกเกินไป การจะฝึกถึงขั้นนี้ได้จะต้องใช้เวลานานเป็นปี ต่อให้เธอจะรู้ว่าหลานชายฝึกทักษะได้รวดเร็วจากที่เห็นทักษะของสถาบันที่ฝึกก่อนหน้านั้น แต่การจะฝึกทักษะระดับ 9 ให้ถึงขั้น 4 ด้วยเวลาไม่ถึง 2 เดือนมันยากเกินไป ทางเดียวที่เป็นไปได้คือหลานชายเธอได้ใช้งานทักษะตระกูลกับทักษะไซเลนท์ไกลด์ที่เธอมอบให้ มันจึงนำทักษะเท้าเดิมมาต่อยอดจนทำให้ฝึกถึงขั้น 4 ได้รวดเร็ว
ด้ายพลังงานในมือซ้ายของแอ็กเซลเริ่มพุ่งเวียนวนไปทั่วสนาม มือขวายังคงฟันดาบด้วยทักษะลูนาร์แฟลชต่อไป แม้ตงฟางจะเริ่มตามทันความเร็วของเขาได้ ด้ายพลังงานทั้ง 5 เส้นจากมือข้างซ้ายกลับกลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่สร้างช่องว่างให้ได้สวนกลับ จากเดิมบนร่างกายแอ็กเซลเป็นฝ่ายเดียวที่ถูกฟันร่าง ทางฝั่งตงฟางเริ่มกลายเป็นฝ่ายที่ถูกฟันเช่นเดียวกัน
“ ฮ่า! ”
ทักษะแล้วทักษะเล่าเปิดใช้งาน ตงฟางไม่สามารถยอมให้แอ็กเซลชนะได้ เพราะถ้าเขาแพ้โอกาสจะกลายเป็น 1 ใน 7 มังกรของเขาจะยากมากยิ่งขึ้นไปอีก หากสามารถเอาชนะแอ็กเซลได้ แรงกดดันของเขาจะลดลงไปมาก แต่ดูท่าเขาจะเอาชนะได้ยาก ตอนนี้ทักษะที่มีถูกใช้งานมากกว่า 70 % แล้ว ทว่าแอ็กเซลกลับไม่เปิดโอกาสให้เขาโจมตีได้ง่ายๆสักครั้ง ยิ่งเปิดใช้ทักษะเขาก็พบว่าอีกฝ่ายใช้มือซ้ายปลดปล่อยสกิลยิงสวนกลับมาเช่นกัน มือซ้ายที่ควรจะทำได้แค่ใช้ด้ายพลังกลับปลดปล่อยสกิลโจมตีที่มีทั้ง ไฟ สายฟ้า น้ำแข็ง ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือแอ็กเซลสามารถพ่นสกิลออกจากปากได้จนทำให้หลายครั้งเขาต้องเป็นฝ่ายกระโจนออกมาตั้งหลัก
“ ให้ตายสิ ใช้จนจะหมดแล้ว เป็นไปได้ยังไงที่เขายังรับมือได้อยู่ ”
ทักษะมากมายที่ใช้พลิกแพลงไปมาเพื่อไม่ทำให้เกิดการต่อสู้รูปแบบเดิม กลับเล่นงานแอ็กเซลไม่ได้ ตงฟางที่หอบหายใจจึงเปิดใช้งานทักษะใหม่ส่งผลให้เท้าของเขาขยายใหญ่ขึ้นอีกนิด ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้มันน่าจะทำให้แอ็กเซลเปิดช่องว่างได้บ้าง แต่ก่อนที่จะได้พุ่งเข้าไปโจมตี จู่ๆภายในหัวกลับเกิดอาการแปลกประหลาด รูปแบบการจู่โจมที่คิดเอาไว้เมื่อครู่เหมือนจะหายไป เขาจึงตัดสินใจยกมือทั้งสองขึ้นป้องกันเพราะแอ็กเซลเป็นฝ่ายพุ่งเข้ามาโจมตี
เปล้งเปล้งเปล้ง !
“ นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกัน ”
ความคิดที่เคยวิ่งแล่นราวกับเครื่องยนต์หลายพันแรงม้าถูกบางอย่างระงับไม่ให้เขาคิดอะไรที่ซับซ้อนได้ หากเขาต้องการสร้างรูปแบบโจมตีใหม่ ความรู้สึกงุนงงและวุ่นวายจะเข้ามาในหัวจนไม่สามารถคิดอะไรได้ จากเดิมควรจะเป็นฝ่ายบุกเขากลับเป็นฝ่ายตั้งรับก่อนจะถูกแอ็กเซลสวนกลับด้วยดาบจนเกิดบาดแผลเล็กใหญ่ขึ้นบนร่างกาย บาดแผลครั้งนี้กลับมากกว่าก่อนหน้านั้น ด้วยความคิดที่วุ่นวายทำให้การตอบสนองช้าเกินกว่าจะรับดาบแอ็กเซลจนต้องตัดสินใจกระโจนออกมาตั้งหลัก
“ นายทำอะไรกับฉันกัน ” เมื่อตรวจสอบไม่ได้ว่าอีกฝ่ายทำอะไร สิ่งเดียวที่คาดหวังได้คือถามไปตรมตรง
“ สกิลพิกซี่ เสียงสับสน ”
ความรู้สึกวิตกเผยบนใบหน้าของตงฟาง สกิลเสียงสับสนของพิกซี่สามารถทำให้ศัตรูเกิดความงุนงงได้ แอ็กเซลยังไม่ได้เรียกพิกซี่ออกมาแต่เขาสามารถใช้สกิลของมอนสเตอร์ในพันธะได้ การต่อสู้นี้เขาจึงเริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
อย่างไรก็ตามการหยิบยืมสกิลของพิกซี่จะต้องมีช่องว่าง เขาจึงจะป้องกันแล้วรอจังหวะนั้นเพื่อสวนกลับ เพียงแต่ว่าแอ็กเซลกลับใช้งานสกิลเสียงสับสนอีกครั้งแล้วก็อีกครั้งทำให้ตงฟางรู้ว่ามันไม่มีข้อจำกัด
ความจริงแล้วการยืมสกิลของมอนสเตอร์ในพันธะสัญญามีระยะเวลาคูลดาวน์ในการหยิบยืมสกิลมาใช้งาน เพียงแต่ว่าแอ็กเซลมีพิกซี่ 2 ตัวและสกิลเสียงสับสนไม่ได้คูลดาวน์นาน เขาจึงสลับกันใช้ได้เรื่อยๆ
“ จะต่อไหม ”
“ ต่อสิ เปิดไพ่ในมือมาขนาดนี้แล้ว ไปให้สุดเลยก็แล้วกัน ”
ทักษะทั้งหมดของตงฟางเปิดใช้งานพร้อมกัน มือทั้งสองข้างเริ่มปรากฎพลังงานหลากหลายหมุนวนราวกับพายุคลั่ง แอ็กเซลสัมผัสได้ว่าบริเวณมีดติดกำปั้นของอีกฝ่ายมีพลังงานมากพอจะฆ่าตนเอง เขาจึงต้องจริงจังกับการต่อสู้ในครั้งนี้เพราะเขาใช้ความสามารถสูงสุดของทักษะแล้วเช่นกัน ต่อไปจึงเป็นการนำสกิลทั้งหมดที่มีมาพลิกแพลง.