ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 121 การล่มสลายของเมืองปากัส
ตูม!
“อ๊ากกกก” คนในตระกูลหวงหลงที่ฉวยโอกาส หมายสังหารชายชุดขาวผู้ไร้ทางสู้ล้วนกรีดร้องระงม
มันเป็นการไล่ฆ่าสังหารอยู่เพียงฝ่ายเดียว ร่างกายของโกเลมทั้งสองตัวแข็งแกร่งดั่งหินผา ต่อให้ถูกโจมตีก็ไม่มีสั่นสะท้าน ไม่มีแม้แต่หยุดชะงัก การไล่ล่าเต็มไปด้วยความลื่นไหล สมาชิกตระกูลหวงหลงพยายามวิ่งหนี แต่หลายคนที่รั้งท้ายต่างก็ต้องทิ้งชีวิตเอาไว้ที่นี่
บัดนี้ตระกูลหวงหลงไม่เหลือผู้อาวุโสประจำตระกูลแม้แต่ชีวิตเดียว ชนชั้นนำภายในตระกูลแทบจะตายหมดเกลี้ยงจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ นี่นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับตระกูลที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์
เหล่าสมาชิกตระกูลที่เหลือต่างขวัญเสียหน้าซีด พยายามหลบหนีจากไป แต่ก็มีอีกหลายชีวิตที่หนีไม่พ้น กลายเป็นก้อนเนื้อภายใต้แรงหมัดจากโกเลมหินทั้งสอง
จินเห็นว่าสถานการณ์อยู่ในการควบคุมแล้ว ก็เรียกโกเลมหินทั้งสองตัวกลับมาหาตนทันที การไล่ตามตัวตนเล็กจ้อยเหล่านี้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา พวกมันมีมากจนเกินไป หากต้องการไล่ล่าสังหารทุกคนให้หมดทั้งตระกูลคงเป็นไปไม่ได้ ทำได้แต่ปล่อยให้ปลาบางตัวหลุดออกจากแหไปบ้าง
อย่างไรเขาก็ไม่ได้ต้องการจะอยู่ที่นี่ต่ออยู่แล้ว เพียงสร้างความวุ่นวายให้กับเมืองขนาดใหญ่ ทำลายตระกูลหวงหลงให้ไม่มีโอกาสได้เติบโต นับจากนี้พวกมันจะไม่มีกำลังมารุกรานตระกูลของเขาได้อีก
เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น จินก็แค่ลอยคว้างกลับไปที่ตระกูล ทิ้งความวุ่นวายที่เกิดขึ้นไว้ที่นี่ ผู้ก่อเหตุสลายหายไปกับอากาศ จะจับมือใครดมก็ไม่ได้ ตั้งใจจะหาก็คงหาไม่เจออีกแล้ว
ทั้งหมดจะเป็นแผนที่สมบูรณ์แบบหากไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
สมาชิกตระกูลหวงหลงหลบหนีหัวซุกหัวซุนหายไปจากสายตาของจิน
โกเลมหินแฝดทั้งสองตัวเดินกลับมาโค้งคำนับให้กับผู้เป็นนาย
ในขณะที่จินกำลังจะเก็บโกเลมทั้งสองตัวกลับไปนั้น เสียงจากระบบที่ไม่ได้ยินมาเสียนานก็ดังขึ้น
[เตือนภัย! สมาชิกตระกูลพีไรซ์รุ่นที่เจ็ดตกอยู่ในอันตราย โปรดเร่งช่วยเหลือโดยด่วน]
[เตือนภัย! สมาชิกตระกูลพีไรซ์รุ่นที่แปดตกอยู่ในอันตราย โปรดเร่งช่วยเหลือโดยด่วน]
[เตือนภัย! สมาชิกตระกูลพีไรซ์รุ่นที่เก้าตกอยู่ในอันตราย โปรดเร่งช่วยเหลือโดยด่วน]
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นต่อเนื่องกันสามครั้ง ทำเอาจินที่กำลังจะเก็บโกเลมหินทั้งสองตัวเข้าคลังระบบต้องหยุดชะงัก ดวงตาเบิกกว้าง ย่นคิ้วเข้าหากัน ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตนได้ยินนั้นถูกต้องหรือไม่ หรือเป็นอาการประสาทหลอนอันเนื่องมาจากร่างกายที่บาดเจ็บ
ชายหนุ่มชุดขาวเปิดหน้าต่างระบบเพื่อยืนยันอีกครั้ง ก็พบว่าทุกอย่างเป็นความจริง แต่ทำไมถึงมีการแจ้งเตือนสามครั้งจากทั้งสามรุ่น? หรือว่าคฤหาสน์ตระกูลพีไรซ์เกิดเรื่องอะไรขึ้น!
จินกำลังคิดว่าควรทำลายกายเทียมเพื่อให้ร่างวิญญาณกลับไปที่ศาลบรรพชนของตระกูลโดยตรงดีหรือไม่ ระบบพลันแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้ง…แต่คราวนี้ดูเหมือนมันจะร้ายแรงกว่าคราวแรกมาก
[แจ้งเตือน! ค่ายกลป้องกันรอบเขตตระกูลถูกโจมตี]
[แจ้งเตือน! ค่ายกลป้องกันรอบเขตตระกูลถูกทำลาย โปรดแก้ไขโดยด่วน]
เสียงแจ้งเตือนสองครั้งล่าสุดทำเอาชายหนุ่มชุดขาวขนลุกซู่
ค่ายกลป้องกันรอบเขตตระกูลถูกทำลาย! ทั้งยังถูกทำลายภายในไม่กี่วินาทีหลังจากถูกโจมตี นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว!
แม้ฟังก์ชันค่ายกลป้องกันที่ได้มาตอนตระกูลยกระดับจะระบุแค่ว่ามันมีความสามารถในการป้องกันพลังโจมตีจากอเวกระดับห้าได้โดยสมบูรณ์ แต่กับการโจมตีที่เหนือกว่านั้นก็ใช่ว่าค่ายกลป้องกันชนิดนี้จะต้านไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องปกป้องคุ้มครองคฤหาสน์ตระกูลพีไรซ์ได้สักระยะหนึ่ง
การที่มันถูกทำลายแทบจะในทันทีเช่นนี้ ความเป็นไปได้คือมีศัตรูจำนวนมหาศาลที่เป็นอเวกระดับหกขึ้นไป หรืออีกความเป็นไปได้คือความแข็งแกร่งของศัตรูนั้นมากกว่าอเวกระดับเจ็ด!
ศัตรูที่แข็งแกร่งระดับนั้น…อเวกระดับเจ็ดสองคนที่คอยเฝ้าคุ้มครองตระกูลอยู่ก็อาจจะไม่สามารถต้านทานได้นานนัก บรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์คิด
คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันจนแทบจะชิด ใบหน้าของจินเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
จินตัดสินใจจะสละกายเทียมแล้วกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลพีไรซ์ทันที อย่างน้อยเขาก็น่าจะช่วยอะไรได้บ้าง
จินเก็บโกเลมหินทั้งสองตัวเข้าไปในคลังของระบบ จากนั้นจึงเตรียมสละร่างกายนี้ไปก่อนเวลา ทว่า…
[แจ้งเตือน! คฤหาสน์ตระกูลพีไรซ์ถูกทำลาย]
[แจ้งเตือน! จุดสิงสถิตวิญญาณถูกทำลาย]
[ส่งมอบภารกิจ : โปรดหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับก่อตั้งเขตตระกูลขึ้นมาใหม่ หากผู้ใช้ไม่สามารถหาพื้นที่ตั้งเขตตระกูลพีไรซ์ได้ใหม่ภายในหนึ่งชั่วโมง จะถูกลดระดับตระกูลหนึ่งระดับถาวร ฟังก์ชันทุกอย่างที่มีจะถูกยกเลิกทันที]
จินที่เตรียมสละร่างรีบหยุดการกระทำทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศจากระบบ
ดวงตาสั่นไหว เสียงในหัวอื้ออึงไปหมด การแจ้งเตือนจากระบบยังคงก้องไปมาอยู่ภายในนั้น
คฤหาสน์ตระกูลพีไรซ์ถูกทำลาย? เป็นไปได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้น? แล้วลูกหลานของเขาทุกคนเป็นอย่างไรบ้าง?
แต่อย่างน้อยก็ไม่มีแจ้งเตือนว่าสมาชิกตระกูลคนใดบาดเจ็บล้มตาย ตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? คฤหาสน์ถูกพังราบเป็นหน้ากลอง แม้แต่ศาลบรรพชนที่เป็นที่สิงสถิตของดวงวิญญาณบรรพบุรุษยังถูกทำลาย แล้วเหตุใดระบบจึงไม่แจ้งว่ามีสมาชิกในตระกูลเป็นอะไรเลย พวกเขารู้ล่วงหน้าแล้วเตรียมการหลบหนีได้ทันอย่างนั้นหรือ?
จินไม่คิดว่าการที่ตนหายไปจากตระกูลเพียงไม่กี่วัน จะมีเรื่องร้ายแรงมากมายเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่ระแคะระคายใดๆ เกี่ยวกับมันเลย ตอนนี้เขาไม่มีข้อมูลมากพอจะทำความเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ใบหน้าของชายหนุ่มชุดขาวบิดเบี้ยวน่าเกลียด อารมณ์ของเขาสับสนวุ่นวายไปหมด หรือนี่เป็นการตัดสินใจพลาดของเขาเอง?
แล้วหากเขาอยู่ที่ตระกูลจริงๆ จะยังสามารถช่วยเหลืออะไรในฝั่งนั้นได้จริงๆ หรือไม่ เพราะดูแล้วศัตรูในคราวนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ การทำลายล้างทั้งคฤหาสน์ภายในชั่วพริบตาเช่นนี้ แม้แต่คนที่ตระกูลหวงหลงส่งมาก็ทำไม่ได้
ไหนจะเรื่องศาลบรรพชนที่ถูกทำลายอีก ตอนนี้วิญญาณบรรพบุรุษอย่างจินไม่มีที่สิงสถิตอีกต่อไป และเขาก็ไม่รู้ว่าเมื่อเป็นเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้น กลายเป็นวิญญาณอิสระ? หรือจะถูกกฎเกณฑ์ของโลกชักนำไปที่ไหนสักแห่ง บางทีอาจจะถูกทำลายตัวตนไปเลยก็ได้
ฉะนั้นเขาจะสละวิญญาณออกจากร่างตอนนี้ไม่ได้ มันเสี่ยงเกินไป
จินใช้ความคิดอย่างหนัก ในฐานะที่เป็นบรรพบุรุษ เขาร้อนใจมากเรื่องสถานการณ์ของอีกฝั่ง ว่าจะเป็นตายร้ายดีเช่นไร ในที่สุดก็ตัดสินใจจะตรวจดูความเป็นไปของอีกฟากฝั่งเสียก่อนจะดำเนินการใดต่อไป
จินกดใช้งานยันต์ติดตามผ่านความคิด ยันต์ใบน้อยลอยอยู่เบื้องหน้าของร่างในชุดขาวเปื้อนเลือด ดวงไฟลุกติดขึ้นเอง ก่อนจะเผาไหม้แผ่นยันต์จนหมด ก่อตัวเป็นม่านแสดงภาพในมุมมองบุคคลที่สามของเป้าหมาย ซึ่งคนที่จินเลือกเอาไว้ก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากหัวหน้าตระกูล 'มาคัส'
ภาพที่ฉายออกมาค่อยๆ แสดงให้เห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคย แต่ชุดสีน้ำเงินที่มาคัสสวมใส่ในวันนี้ดูจะหม่นหมองกว่าทุกวัน มีคราบเขม่าควันเกาะเป็นกระหย่อม ฝุ่นผงสีเทาติดเต็มเสื้อผ้าไปหมด ซึ่งเมื่อภาพค่อยๆ ขยับมุมมอง จินก็มองเห็นสภาพแวดล้อมโดยรอบมากขึ้น
ฝุ่นสีขาวลอยกระจายไปทั่วจนมองระยะไกลได้ยากลำบากขึ้นเล็กน้อย ควันไฟสีเทาลอยขึ้นฟ้าเป็นสิบๆ สาย สร้างบรรยากาศอึมครึมให้กับพื้นที่โดยรอบ
เมื่อสังเกตดีๆ จะเห็นได้ว่าควันไฟเหล่านั้นลอยขึ้นมาจากบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างภายในเมืองแห่งหนึ่ง...สภาพของมันเละเทะจนแทบจะจินตนาการภาพเดิมไม่ออก แต่หากจะให้เดาล่ะก็ คงไม่พ้นเมืองปากัสอันเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์ตระกูลพีไรซ์
บ้านเรือนยังคงถูกทำลายอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีหยุดพัก เมืองทั้งเมืองกำลังจะไม่เหลือเค้าเดิมเมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลจะเป็นฝีมือใครไปไม่ได้นอกเสียจากกองทัพสัตว์อสูรที่กรีธาทัพเข้าโจมตีเมืองปากัสด้วยจำนวนมากมายมหาศาล
ภาพที่จินเห็นคือสัตว์อสูรน้อยใหญ่ต่างกรูกันเข้ามาภายในเมือง ทุบทำลายบ้านช่องของมนุษย์จนพังทลายเสียหาย สัตว์อสูรบางตัวกำลังไล่ฆ่าสังหารมนุษย์แล้วจับตัวผู้โชคร้ายเหล่านั้นมาดื่มกินเลือดสดๆ เคี้ยวโครงกระดูกราวกับเป็นของขบเคี้ยว
พวกมันมีทั้งสัตว์อสูรระดับต่ำและสัตว์อสูรระดับสูงปะปนกันไป ส่วนใหญ่แล้วสัตว์อสูรระดับสูงจะมุ่งเน้นไปที่การเหยียบย่ำทำลายเมืองแล้วเคลื่อนตัวผ่านออกไปราวกับเป็นทางผ่าน ส่วนสัตว์อสูรระดับที่ต่ำลงมาก็พุ่งเข้าหามนุษย์ที่หนีตายราวกับที่นี่เป็นภัตตาคารอาหารเลิศรส
จินที่เห็นสภาพการณ์ตรงหน้าก็ตกตะลึง ไม่น่าเชื่อว่าเหล่าสัตว์อสูรจะทำงานกันเป็นระเบียบแบบแผนเช่นนี้ราวกับมีผู้ควบคุม สัตว์อสูรทุกตัวทำหน้าที่ของตนเอง สัตว์อสูรระดับต่ำต่างก็มีโอกาสได้ล่าสังหารและลิ้มชิมรสอาหารอันโอชา แต่สัตว์อสูรระดับสูงต่างรีบทำลายสิ่งปลูกสร้างแล้วมุ่งหน้าต่อไปยังทิศทางหนึ่ง...ซึ่งทิศทางนั้นเหมือนจะเป็นเส้นทางที่มุ่งหน้าตรงสู่จุดศูนย์กลางของอาณาเขต C
จินนึกภาพแผนที่ในหัวตามไปด้วย
มหานครเขต C! พวกมันต้องการเดินทัพมุ่งหน้าเข้าสู่มหานครเขต C อย่างแน่นอน
สัตว์อสูรระดับสูงเน้นทำลายล้าง รุกคืบล่วงหน้าไปสู่หัวเมืองส่วนใน ส่วนสัตว์อสูรระดับต่ำมีหน้าที่กำจัดมนุษย์ตามเมืองขนาดเล็ก
จินขมวดคิ้วมุ่น ทำไมมหานครเขต C ถึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ก็มีกบฏ ไหนจะมีการร่วมมือระหว่างสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬกับกลุ่มก่อกบฏ แล้วนี่ยังจะมีปัญหากองทัพสัตว์อสูรที่เคลื่อนที่เข้าสู่มหานครอีก หรือจริงๆ แล้วมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรที่ตัวเขาไม่รู้?
บางทีการที่เมืองขนาดใหญ่ C-04 เข้มงวดกวดขันเรื่องการเข้าออก อาจเป็นเพราะล่วงรู้ปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ได้ เช่นนั้นหมายความว่าที่แห่งนี้กำลังจะมีเภทภัยตามมา?
อย่างน้อยๆ ก็มีฝูงสัตว์อสูรกำลังมุ่งหน้าเข้ามา และคงมาถึงในไม่ช้า จินไม่แน่ใจเลยจริงๆ ว่ากองกำลังภายในเมืองขนาดใหญ่นี้จะต้านทานกองทัพสัตว์อสูรจำนวนเท่านั้นได้หรือไม่
การอยู่ภายในเมืองอาจจะปลอดภัยได้ไม่นานนัก...แต่เช่นเดียวกัน ตอนนี้เมืองปากัสถูกทำลายลงไปแล้ว ไม่มีสถานที่ให้ดวงวิญญาณของจินล่องลอยกลับไป ภารกิจที่ออกมาใหม่ก็มีกำหนดเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหนีออกจากเมือง C-04 แม้จะรู้ว่าอันตราย
สิ่งที่ทำได้ในยามนี้คือยึดครองพื้นที่ในเมืองเฉพาะหน้าไปก่อน และพื้นที่พร้อมใช้งานก็คงมีเพียง......คฤหาสน์ตระกูลหวงหลงแห่งนี้