ตอนที่ห้าสิบสาม คุยข่ม
“ฮะ ฮะ ฮ่า ข้าบอกแล้วว่าต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็จะค้ำยันให้ คนอย่างข้าไม่เคยผิดคำพูด” นักพรตคิ้วขาวกล่าวอย่างดีใจที่หัวหน้ามือปราบแห่งนครหลวงได้ล่าถอยกลับไป
“เฒ่าหงเจ้าอย่าได้ปิดทองใส่หน้าตนเอง หากไม่ได้พวกข้าร่วมด้วย มีหรือเจ้าพวกสุนัขทางการจะถอยไปง่ายดายเช่นนี้”
เจ้าสำนักหัวซานกล่าวขัดคอหงซิ่วฉวน
“เฮอะ” หงซิ่วฉวน นักพรตคิ้วขาวแค่นหายใจแต่มิได้กล่าวอะไรตอบโต้
สุนัขทางการชอบหยิ่งผยองพองขนนัก คอยลูบคมพวกฝ่ายยุทธจักรอยู่เนืองๆ พวกเราให้เกียรติพวกนั้นสามเชี๊ยะ กลับจะเอาเปรียบพวกเราสามลี้
สุนัขทางการที่ผยองพองขน จำต้องได้รับการหวดกลับไปบ้าง มิเช่นนั้นจะสะกดข่ม ทำให้ฝ่ายยุทธจักรห้าสำนักเสื่อมเสียหน้าได้
แต่แน่นอน เมื่อขับไล่ศัตรูภายนอกไปแล้วก็ต้องมีการแข่งขันกันภายใน
เมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่คือข้อตกลงของห้าสำนักที่จะเพาะพันธุ์ผู้เยาว์รุ่นใหม่เพื่อรวมกำลังไปปราบพรรคมาร เชิดชูคุณธรรมของยุทธภพ
“ข้าไม่ค่อยเชื่อว่าเมล็ดพันธุ์ของเจ้าจะแน่สักเท่าไร แน่นอนคนที่ผ่านทัณฑ์สวรรค์มาได้ย่อมไม่ใช่คนที่จิตใจโลเล ขี้ขลาด แต่เพลงกระบี่ที่ล้ำลึก ข้าไม่เชื่อว่าจะมีใครรุดหน้าไปได้มากกว่าหลานสาวข้าหานซวง ที่เหมาะกับเป็นเมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ยิ่งนัก”
เมื่อได้เวลาจะคุยกัน พวกผู้อาวุโสก็มักจะยกลูกศิษย์เมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่มาคุยข่มกัน
นักพรตคิ้วขาวนั้นค่อนข้างเลือกเมล็ดพันธ์ช้ากว่าคนอื่น เพราะจะมีข้อบกพร่องตำหนิไปทั่ว
หมายความว่าจริงๆแล้วหวังลี่เข้าใจผิดในเรื่องฝีมือของตนเอง
การที่หวังลี่โดนตำหนินั้นไม่ใช่เพราะฝีมือด้อยกว่า สติปัญญาไม่ดีพอแต่เพราะนักพรตคิ้วขาวตั้งความหวังไว้กับหวังลี่เหนือกว่าที่ตั้งไว้กับลูกศิษย์ทั่วไปมากๆต่างหาก
และเหตุผลก็คือเหตุการณ์ที่จะคุยข่มกันของห้าสำนักนี่เอง
“เจ้าสำนักทั้งหลายและพี่น้องมาแต่ไกล ข้าถือโอกาสเชิญพวกท่านมาสนทนาปราศรัยกัน”
ผู้อาวุโสท่าทางคงแก่เรียนได้เชิญเหล่าจอมยุทธที่มาช่วยเข้ามาในสำนักเป็นกิจจะลักษณะ
เหล่าเจ้าสำนักก็คิดเช่นกันว่าไหนไหนก็มาแล้ว ถือโอกาสมาเจรจาปราศรัยเรื่องราวต่างๆเสียเลยเพื่อจะได้ไม่มาเสียเที่ยว
และแน่นอน ถือโอกาสนี้ประลองฝีมือกันระหว่างห้าสำนัก
การมาช่วยกลายเป็นงานประลองย่อยๆในลานประลองใหญ่ของสำนักที่จัดขึ้น
พวกเขามองว่าเป็นการสร้างความกลมเกลียวและการกดข่มต่างสำนักในเวลาเดียวกัน
หากไม่รู้ฝีมือฝ่ายตรงข้าม ไหนเลยยอมเป็นพวกเดียวกันได้?
..
หวังลี่เดินพลังจนสีหน้าผ่องใสขึ้นหลอมรวมพลังสวรรค์เข้ามาในกระแสปราณได้ก็พบว่าตนเองนั้นล้อมรอบอยู่ด้วยค่ายกลยันต์ที่มีอักขระรักษาอยู่อย่างเข้มแข็ง
เขาสะบัดมือหนึ่งทีก็สามารถดูดกลืนค่ายกลยันต์เข้ามาในสนามพลังของเขาได้
นภาไร้ขอบเขตก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น ราวกับจะมีสีทองของแสงแห่งสวรรค์ไหลไปมาบนท้องฟ้า
กระบี่ที่ดูดกลืนดวงจิตของสวรรค์ก็ราวกับมีชีวิตของตนเอง สั่นสะท้านตามพลังของเขา
กระบี่นี้ก็นับว่าเป็นกระบี่ที่ดีมีนามว่า “มังกรเขียว”ที่ตระกูลหวังได้ประทานจากองค์ไท่จู่
มันก็ปรากฏในเรื่องเหมือนกันประมาณมีการบรรยายว่า
“ด้วยพลังจากมังกรเขียวได้สะกดข่มรัศมีราชันย์..”หรืออะไรนี่ล่ะเพื่ออธิบายเหตุผลว่าทำไมพระเอกไม่สามารถฆ่าอำมาตย์หวังได้ภายในการสะบัดมือทีเดียวและหักกระบี่ได้ในภายหลัง
แต่การที่พระเอกพังของอะไรหรือทำลายวิชาอะไรได้ ไม่ได้หมายความว่าวิชาหรือของนั้นกระจอก
ผมไม่ปฏิเสธอุปกรณ์เทพๆอยู่แล้ว แค่ผมคิดว่าของพวกนี้มันป้องกันพระเอกนางเอกไม่ได้เท่านั้นเอง แต่มีก็ดีกว่าไม่มีล่ะนะ
หวังม่อ ได้เลือกกระบี่นี้ให้เข้าชุดหางเครื่องของผมที่มีมังกรประดับตรงหัวไหล่
ท่าทางกระบี่นี้จะมีดีจริงๆอย่างที่โม้ไว้แฮะ ถึงไม่ละลายตอนโดนสายฟ้าจากสวรรค์และดวงจิตสวรรค์ฟาดใส่
การเดินพลังได้ราวกับลมหายใจนี่คือพลังของระดับมหาคุรุยุทธหรือนี่? แตกต่างจากคุรุยุทธจริงๆที่การเคลื่อนไหวของพลังปราณและสัมผัสนั้นคล่องแคล่วมากกว่าเดิมและอาจจะเพราะเป็นการหลอมรวมของพลังสวรรค์ด้วย
“โอ้ หวังลี่ เจ้านี่ทำให้ทุกคนแปลกใจอีกแล้วไม่ถึงครึ่งวันก็ทำให้พลังสวรรค์หลอมรวมกับเจ้าได้แล้ว”
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งที่จับตาดูหวังลี่ด้านข้างตลอดก็ได้ปรากฏกายขึ้น นักพรตคิ้วขาวไม่ปล่อยให้ค่ายกลที่คุ้มครองหวังลี่ไว้โดยไม่มีใครคุ้มกัน แม้ในสภาวะที่สำนักจะมีคนเข้ามาจำนวนมากก็ตาม
“ตามข้ามาเถอะ ไปชมเรื่องสนุกสนานกันหน่อย เจ้าสำนักของเราและเจ้าสำนักคนอื่นคงอยากพบเห็นเจ้าในตอนนี้แน่ๆ”
“ขอรับท่านผู้อาวุโส” หวังลี่รับคำแต่ก็ก็งงในใจ
เจ้าสำนักอื่น?
มันหมายความว่าไงกันแน่?
พวกนั้นโผล่มาเป็นแค่ฉากผ่านๆตอนที่จะเข้ามาหาเรื่องพระเอกนางเอกหลังจากนักพรตคิ้วขาวตายไป พระเอกสะบัดมือทีเดียวก็เลยฆ่าระดับเจ้าสำนักได้ ที่เหลือเลยยอมจำนนให้กับราชสำนักนี่นา
มีอะไรที่ผมไม่รู้เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักอีกหรือเปล่า?
แต่ต้องระวังให้ดี พวกเจ้าสำนักนั้นกระจอกถ้าเทียบกับพระเอกก็จริง แต่เทียบกับคนทั่วไปพวกเขาก็เก่งล่ะนะ
..
หวังลี่ เมล็ดพันธุ์รุ่นใหม่ ลุกศิษย์ของนักพรตคิ้วขาว สำนักไท่ซาน
มหาคุรุยุทธ สองดาว
ความก้าวหน้าระดับนี้ไม่เคยมีมาก่อนและจะเป็นการสั่นสะเทือนยุทธภพ
แม้แต่ระดับพระเอกก็ก้าวหน้าไม่รวดเร็วเท่านี้