ตอนที่ 57 พบเจอ
ตอนที่ 57 พบเจอ เมื่อออกจากถนนแล้ว เซิงห่าวรีบร้อนกลับไปที่โรงแรม เขาตื่นเต้นจนแทบจะรอไม่ไหว หลังจากที่เขาดูยาเส้นก้อนสีดำก้อนนั้น ก็เกิดความรู้สึกสนใจอย่างมาก อยากจะรู้ว่ายาเส้นนี้ถูกทิ้งมานานขนาดไหนแล้ว และในตลาดจะนับว่าเป็นของเก่าอย่างหนึ่งหรือเปล่า เขานำยาเส้นก้อนนั้นไปประเมิน คาดไม่ถึงว่ายาเส้นนั้นจะเป็นไข่มุกที่เขาตามหา เหตุที่เขาให้ฉีเจาซื้อขวดยานยนต์นี้ ทั้งหมดนั้นก็เป็นเพราะไข่มุกก้อนนี้นั่นเอง เมื่อเดินมาจนเห็นประตูของโรงแรม เขาก็เร่งฝีเท้าขึ้นอีก แต่การเลี้ยวเขาประตูโรงแรมอย่างกะทันหันทำให้เกือบจะชนกับใครคนหนึ่งเข้า ดีที่เขาเคยเรียนศิลปะการต่อสู้ ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองว่องไวกว่าผู้คนทั่วไป ยังไม่ทันที่จะชนเข้ากับฝ่ายตรงข้ามเขาก็หยุดฝีเท้าเอาไว้ได้ทัน "ไม่มีตาหรือไง?" คนที่เกือบจะถูกชนพูดขึ้นมาคำหนึ่ง ยังไม่ทันที่เซิงห่าวจะมองว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นเป็นใครกันแน่ ผู้ชายคนนั้นกลับเอ่ยขึ้นอีกคำอย่างประหลาดใจและแฝงไปด้วยความหวาดกลัว "เซิงห่าว?" เซิงห่าวเงยหน้าขึ้น เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของตู้เหวินหู่ "นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน?" เซิงห่าวเองก็รู้สึกค่อนข้างประหลาดใจอยู่บ้างเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าตู้เหวินหู่ไม่ใช่คนที่จะสามารถเข้าร่วมงานประชุมอย่างนี้ได้ ตู้เหวินหู่ก็คาดไม่ถึงเช่นกันว่าจะมาพบเจอกับเซิงห่าวที่นี่ เขาพูดขึ้นอย่างตื่นตระหนก "ฉันมาที่นี่เพราะว่ามีธุระ!" เรื่องที่เขาพ่ายแพ้ให้เซิงห่าวเมื่อครั้งที่แล้ว เขาก็ยังคงจดจำมันได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้านขึ้นมา "นายมาที่นี่เพราะมีธุระ?" เซิงห่าวมองไปทางโรงแรมครู่หนึ่ง "เพราะอะไรนายถึงมาทำธุระที่นี่ล่ะ?" "นี่มันเรื่องส่วนตัวของฉัน ดังนั้น..." ตู้เหวินหู่ทำหน้าเหยเก ความจริงแล้วจุดประสงค์ที่ตู้เหวินหู่มาถึงที่นี่ เซิงห่าวนั้นไม่ได้มีความสนใจอะไรเท่าไรนัก อย่างไรก็ตามแค่ไม่มาขัดขวางเขาก็พอแล้ว เมื่อตู้เหวินหู่เห็นว่าเซิงห่าวไม่พูดอะไร ก็กลัวว่าเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปเลยรีบร้อนพูดขึ้นมาว่า "ฉัน...เพื่อนของฉันมีเรื่องบางอย่างก็เลยเรียกให้ฉันมาช่วยเท่านั้นเอง!" "เหรอ?" เซิงห่าวไม่ได้ใส่ใจนัก ถ้าหากว่าตู้เหวินหู่อยากหาปัญหามาให้เขาล่ะก็ ต้องดูว่าตู้เหวินหู่จะมีความสามารถขนาดนั้นไหม “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว!” ตู้เหวินหู่พยักหน้าอย่างรีบร้อน เซิงห่าวขี้เกียจเกินกว่าที่จะไปสนใจตู้เหวินหู่ ตอนนี้ในใจเขาคิดแต่เรื่องของไข่มุก เขาจึงเดินอ้อมตู้เหวินหู่เพื่อตรงเข้าโรงแรม ตู้เหวินหู่เห็นเขาเดินเข้าโรงแรม ก็อุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว "นายก็พักอยู่ที่โรงแรมนี้อย่างนั้นเหรอ?" ก็? เซิงห่าวได้ยินดังนั้น ก็หันหน้ากลับมา "อะไรนะ? นายก็พักอยู่ที่นี่? ฉันจำได้ว่านายไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมวัตถุโบราณไม่ใช่เหรอ?" "ไม่ใช่!" ตู้เหวินหู่ส่ายหน้าอย่างลุกลี้ลุกลน หลังจากนั้นก็พูดขึ้นว่า "ฉันจะไปมีความเกี่ยวข้องกับวัตถุโบราณได้ยังไง มือเท้าของฉันหยาบกร้านขนาดนี้ มันจะไปเหมาะสมกับธุรกิจวรรณกรรมและศิลปะได้ที่ไหนกันล่ะ" เซิงห่าวคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่ามันก็จริงอย่างว่า ในเมื่อตู้เหวินหู่ไม่ได้อยู่ในแวดวงนี้ ถ้าอย่างนั้นเพราะอะไรถึงมาเข้าพักที่โรงแรมนี้ได้? เขามาถึงที่นี่ได้กี่วันแล้ว? และเขาก็ไม่เคยเห็นตู้เหวินหู่อยู่ที่งานประชุมนักประเมินมาก่อน งานประชุมนักประเมินในวันแรกนั้นตู้เหวินหู่ไม่ได้มา แสดงว่าเขาน่าจะพึ่งมาถึงไม่นานเท่าไรนัก เขาถามตู้เหวินหู่ขึ้นมาว่า "เพื่อนของนายก็อยู่ในโรงแรมนี้ด้วยเหรอ?" "ใช่แล้ว" ตู้เหวินหู่พยักหน้า เขารู้สึกหงุดหงิดตัวเองเล็กน้อยเพราะอะไรเมื่อกี้ถึงได้ตะโกนประโยคนั้นออกไปนะ หากว่าไม่ได้ตะโกนออกไปแล้วล่ะก็ เซิงห่าวก็คงจะเดินไปแล้ว เซิงห่าวหรี่ตามองไปที่เขาอีกครั้งหนึ่ง "นายคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อที่จะทำเรื่องที่มันไม่ดีใช่ไหม?" เขาจะต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย เขารู้ดีว่าตู้เหวินหู่นั้นเป็นคนอย่างไร ตอนนี้งานประชุมนักประเมินเดินทางมาจนถึงวันสุดท้ายแล้ว ผู้คนมากมายเหล่านั้นต่างก็มีวัตถุโบราณที่ล้ำค่าอยู่กับตัว ถ้าหากว่ามีใครบางคนที่มีความคิดที่ออกนอกลู่นอกทางแล้วล่ะก็ จะต้องจับตาดูพวกเขาจนถึงนาทีสุดท้ายอย่างแน่นอน "จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง! มีนายอยู่ที่นี่ฉันจะไปกล้าทำเรื่องไม่ดีได้ยังไงกัน!" ตู้เหวินหู่ตกใจ รีบร้อนอธิบายขึ้นมา "ก็แค่...เพื่อนของฉันขอร้องให้มาช่วยทำธุระให้ก็เท่านั้น จัดการเสร็จเรียบร้อยฉันก็จะกลับทันที!" จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาที่มาที่นี่ย่อมบอกเซิงห่าวไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว เขาเพียงแค่แอบบงการอยู่เบื้องหลัง เซิงห่าวไม่มีทางที่จะรู้อย่างแน่นอน! "ขอแค่นายไม่ได้มาทำเรื่องไม่ดีก็พอแล้ว" เซิงห่าวเหลือบมองมาทางเขา จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไป เขามีเพียงทักษะในการสแกน ไม่มีความสามารถในการอ่านใจ ย่อมไม่รู้ว่าที่ตู้เหวินหู่พูดนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเท็จกันแน่ เมื่อตู้เหวินหู่เห็นว่าเซิงห่าวไปแล้ว ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขากลัวจริงๆว่าเซิงห่าวจะยังคงซักถามเขาต่ออีก "ไม่ได้ๆ ต้องให้ความสนใจกับสองวันนี้ และจะให้เซิงห่าวรู้ไม่ได้ว่าเขากำลังจะทำอะไรอยู่" ตู้เหวินหู่กลัวเซิงห่าวรู้จริงๆ หากเขารู้ก็คงจะมาหยุดเรื่องนี้ไว้ก่อนที่มันจะสำเร็จอย่างแน่นอน เขารู้สึกว่าคงจะดีกว่าถ้าเขาจะออกมาเดินเตร็ดเตร่ให้น้อยลง คิดถึงตรงนี้ เขาก็ไปซื้อบุหรี่ซองหนึ่งจากร้านขายของเล็กๆข้างโรงแรม และรออยู่สักครู่หนึ่งเพื่อให้เซิงห่าวกลับไปถึงห้องพักเรียบร้อยแล้ว เขาถึงได้กลับไปที่โรงแรมอีกครั้ง เมื่อกลับเข้ามาในห้องพักแล้ว เซิงห่าวรีบร้อนปิดประตูและวิ่งเข้าไปที่ห้องน้ำทันที เขาหยิบเอาขวดยานัตถุ์ที่ใส่ไว้ในถุงและยาเส้นที่อัดกันเป็นก้อนๆนั้นออกมา เมื่อสแกนไปที่ด้านในของก้อนยาเส้นครู่หนึ่ง เซิงห่าวก็เห็นไข่มุกสีม่วงลูกหนึ่งอยู่ข้างใน เขาจึงคิดหาวิธีที่จะนำมันออกมาอย่างระมัดระวังที่สุด หลังจากที่นำไข่มุกออกมาได้และใช้น้ำล้างจนสะอาดเอี่ยมแล้ว โฉมหน้าที่แท้จริงของไข่มุกก็ปรากฏขึ้น ไข่มุกสีม่วงสดใสราวกับแอเมทิสต์ที่เปล่งประกายอยู่ใต้แสงไฟ ไม่คาดคิดเลยว่าแสงสีม่วงจางๆนี้จะเผยออกมาจากตัวของไข่มุกเองได้ ไข่มุกปรารถนา ถือเป็นสิ่งของบรรณาการประเทศที่ตกอยู่ภายใต้อาณัติจากการเสียเอกราชให้กับประเทศซ่ง อีกทั้งยังมีมูลค่าสูงถึงสิบห้าล้านหยวน นี่ก็คือผลลัพธ์ที่ระบบได้ประเมินออกมา ถึงแม้ว่าหากดูไข่มุกที่ก้อนเล็กเพียงแค่นี้ แม้แต่เซิงห่าวก็ยังคิดไม่ถึงว่ามันจะมีจะมีมูลค่ามากถึงสิบล้านหยวนได้ และที่คาดเดาไม่ออกเลยก็คือ ไข่มุกชิ้นอันแสนล้ำค่าจะถึงกับถูกทิ้งไว้ในขวดยานัตถุ์ใบนี้ได้ "ใช้เงินแค่สามพันหยวนก็ซื้อไข่มุกก้อนนี้มาได้ ถือว่าทำกำไรได้มากเลยจริง ๆ !" ดวงตาของเซิงห่าวเปล่งประกายแวววับ ตอนนี้เขาได้เข้าใจถึงความรู้สึกที่ทั้งกังวลและโกรธเคือง หลังจากชายทรงผมสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนได้ยินชายชราพูดว่าจะไม่ขายให้ หลังจากที่ทำประเมินไข่มุกลูกนี้แล้ว ตอนนั้นเขายังกลัวขึ้นมาจริง ๆ ว่าฉีเจาจะไม่ยอมซื้อมันมากให้ ยังดีที่ฉีเจาเชื่อเขามากกว่า จนสุดท้ายก็ซื้อมันมาจนได้ ณ ขณะนั้น ถนนเส้นนี้สำหรับเซิงห่าวก็เหมือนกับถนนแห่งสมบัติไปโดยปริยาย แม้ว่าที่นั่นจะมีของปลอมอยู่มากมาย แต่การที่ยังมีระบบอยู่ก็ถือเป็นเรื่องง่ายหากเขาคิดที่จะหาสิ่งของล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ของปลอมพวกนั้นให้เจอได้ เมื่อนำไข่มุกปรารถนาเก็บเอาไว้เรียบร้อย เขาก็ออกไปจากโรงแรมอีกครั้ง และเดินไปตามถนนเส้นนั้น การที่ได้ไข่มุกปรารถนามาอยู่ในกำมือได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ ก็แทบจะไม่ต่างอะไรไปจากการที่เขาเหมือนฉีดเลือกไก่เข้าเส้นเลือด ภายในใจถึงกับรู้สึกตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ เมื่อเดินมาถึงถนนเส้นนั้นแล้ว ฝูงชนได้กลับเดินกันอย่างขวักไขว่กันอีกครั้ง ชายชราที่ไร้ยางอายผู้นั้นก็ยังคงใช้สองตาจับจ้องไปที่ทุกคนที่มาซื้อของในแผงลอยของเขา เซิงห่าวครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก็ได้สาวเท้าเดินไปยังทางด้านที่ชายชราผู้นั้นอยู่ “เฮ้! น้องชาย!” ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวเข้าไปแม้สักก้าวเดียว ทันใดนั้นเถ้าแก่ที่แนะนำขวดเหล้าของชาวหูเหรินปลอมให้เขา ก็ได้เรียกให้เขาหยุดในทันที อีกทั้งยังคงถือขวดเหล้าใบนั้นเอาไว้ : "น้องชาย ไม่คิดที่จะซื้อดูหน่อยหรือไง ? ราคาที่ฉันให้ทั้งยุติธรรมแล้วก็ไม่แพงด้วย!" ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าเถ้าแก่คนนี้จะดื้อด้านได้ถึงขนาดนี้ เขาเองก็ได้ยิ้มและปฏิเสธไปอย่างจนปัญญา : "ไม่ต้องแล้วครับ" จากนั้นเขายังคงเดินไปทางด้านหน้าต่อไป ชายชราคนนั้นเมื่อพบเขาก็เห็นได้ชัดว่าจำเขาขึ้นได้ในทันที เขาแสดงออกถึงความระแวดระวังผ่านทางสายตาของแล้วพูดขึ้นว่า : "ของที่ซื้อไปแล้ว ไม่สามารถคืนได้แล้ว" เห็นได้ชัดว่าตัวเขาเองก็คิดว่าเซิงห่าวต้องมาเพื่อที่จะคืนสินค้า เซิงห่าวจึงได้กางมือที่ว่างเปล่าทั้งสองข้างของเขาแล้วพูดขึ้นว่า : "ของชิ้นนั้นเป็นศิษย์พี่ของผมซื้อไป จะเป็นผมที่เอามาคืนให้ได้ยังไงล่ะ ผมก็แค่มาดูว่าจะมีของที่ถูกใจด้วยบ้างหรือเปล่าก็เท่านั้นเอง” เมื่อชายชราได้ยินเขาอธิบาย ทำเสียงฮึดฮัดสองครั้งแล้วเชิดคางขึ้นเล็กน้อย : "ดูสิ สินค้าทั้งหมดก็อยู่ตรงนั้นนั่นแหละ เธอก็ระวังอย่าทำให้มันเสียหายล่ะ ไม่อย่างนั้นต้องชดใช้นะ!" เมื่อได้ยินคำพูดเหล้านี้ของชายชรา เซิงห่าวก็คิดขึ้นมาได้ว่าชายชราเคยยัดขวดยานัตถุ์ให้ชายที่มีทางผมเมดิเตอร์เรเนียน หลังจากนั้นก็นำไปสู่ตอนที่ขวดยานัตถุ์นั้นตกลงพื้น เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นเล็กน้อย : "ผมจะไม่แตะต้องมัน ผมแค่จะดูมัน" เขากลัวเล่ห์เหลี่ยมและกลโกงของชายชราคนนี้จริงๆ ความปรารถนาที่ค้นหาของที่แท้จนพบได้เอาชนะเหตุผลของเขาไปแล้ว อย่างไรก็ตามเขาไม่จำเป็นต้องถือสิ่งของชิ้นนั้นระบบก็สามารถที่จะประเมินได้ หลังจากที่พูดจบ เขาก็หลบอยู่ด้านหน้าของแผงลอย โดยไม่ได้สนใจสายตาของชายชราที่มองเขาราวกับว่าเขานั้นเหมือนกับคนบ้า หลังจากที่ผ่านไปนาน เขาก็ได้ถอนสายตาออกมาด้วยความผิดหวัง บนแผงลอยของชายชราเว้นแต่ไข่มุกปรารถนาที่บังเอิญปรากฎออกมาแล้ว ของชิ้นอื่น ๆ ล้วนแต่เป็นของธรรมดา "ศิษย์น้อง เธอกลับมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร?" ทันใดนั้นก็มีคนเอามือมาตบที่หลังของเขา เซิงห่าวหันกลับไปเห็นฉีเจา ตู้อวี้หมิง และคนอื่น ๆ เซิงห่าวอธิบายว่า : "ผมไม่อยากรออยู่ที่โรงแรมเลยมาเดินดูของที่นี่" เขามองไปบนมือที่ว่างเปล่าทั้งสองข้างของฉีเจา : "ศิษย์พี่ ไม่เจอของดีๆบ้างเลยเหรอ?" "ไม่ คิดว่าจะมีของดีอยู่ที่นี่สักชิ้น แต่มันก็ไม่ใช่งานง่ายๆเลย" ฉีเจาส่ายหัว ทันใดนั้นสายตาของเขาก็แฝงเอาไว้ด้วยความหมายที่ลึกซึ้งอยู่เล็กน้อย : "เอาขวดยานัตถุ์ขวดนั้นกลับไปเก็บแล้วงั้นเหรอ?"...