ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้พริมที่กำลังหั่นผักเตรียมทำอาหารเย็นต้องหยุดชะงักมือไปก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้วยความสงสัย ใครกันที่มาหาในเวลานี้
“อ้าวเฟรด! มีอะไรหรือเปล่า?” พริมเอ่ยทักทายด้วยความแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นหน้าผู้มาเยือน
“เอ่อ คือ...แวะมาเล่นด้วยน่ะ”เฟรดพูดเสียงแ่ ดวงตาสีเทาเสมองไปทางอื่น แก้มของเขาแดงเรื่อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดพริมจับจ้องมองท่าทางของคนตรงหน้าไม่วางตา หัวใจของหญิงสาวเต้นถี่รัวขึ้นมาทันใดเธอพอจะเข้าใจจุดประสงค์ของชายหนุ่มแล้วในเมื่อโอกาสเข้ามาหา...เธอก็ขอเปิดรับเต็มที่
“เข้ามาเลย” พวงแก้มของพริมกำลังร้อนผ่าวจนแทบไหม้รู้สึกเขินอายกับคำพูดของตัวเอง เธอแง้มเปิดประตูออกกว้างขึ้นต้อนรับเขาชายหนุ่มร่างสูงเดินเข้าไปในห้องของเธอด้วยสีหน้าที่ดูก็รู้ว่ากำลังเก็บอาการอยู่
“ฉันซื้อไก่ทอดกับน้ำอัดลมมาด้วย”เฟรดชูถุงไก่ทอดและน้ำอัดลมให้เธอดูโดยที่ใบหน้าของเขายังคงแดงเรื่อเขินอาย
“อ่อ...พอดีเลย ฉันกำลังจะทำข้าวผัดน่ะ รอสักครู่นะ”พริมให้เขานั่งรอที่โต๊ะทานอาหารเล็กๆ ของเธอ แล้วรีบลงมือทำข้าวผัดที่เธอเตรียมวัตถุดิบเอาไว้ก่อนหน้านี้
“โอเค”เฟรดตอบเสียงนุ่มพร้อมกับนั่งลงรอเธออย่างว่าง่ายเขากวาดสายตามองสำรวจไปทั่วห้องเงียบๆ
“วันนี้เป็ไงบ้าง ยังมีไข้อยู่ไหม?”พริมเอ่ยถามขณะที่มือก็กำลังยุ่งง่วนอยู่กับการทำอาหาร
“หายแล้ว...ทำไมเธอถึงมีกล้องด้วยล่ะ?” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยก่อนจะเปลี่ยนเื่กะทันหันเมื่อเขาได้สังเกตเห็นกล้องตั้งอยู่ใกล้ๆ กับโต๊ะที่เขากำลังนั่งอยู่
“อ๋อฉันใช้ถ่ายคลิปทำอาหารลงแพลตฟอร์มออนไลน์น่ะ” พริมตอบด้วยท่าทีที่ไม่ได้ใส่ใจนัก
“เธอชอบทำอาหารเหรอ?” หญิงสาวรู้สึกได้ถึงสายตาที่กำลังจับจ้องมายังเธอไม่วางตาเขาคงจะแปลกใจไม่น้อย
“ใช่ ชอบมากฉันสามารถอยู่ในห้องครัวได้ทั้งวันเลยล่ะ” พริมตอบพร้อมกับรอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้าเธอสนุกและรู้สึกสงบทุกครั้งที่ได้ทำอาหาร ไม่แน่ว่า โชคชะตาของเธออาจจะถูกกำหนดให้เกิดมาเพื่อทำสิ่งนี้มากกว่า
“เสร็จแล้วล่ะ มาทานกัน”หญิงสาวยกจานข้าวผัดเสิร์ฟตรงหน้าเขา ข้าวสีเหลืองทองเรียงเม็ดสวยน่ารับประทานส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนน้ำลายสอไม่ไหว
“ขอบคุณ” ทันทีที่เฟรดได้ตักข้าวผัดเข้าปากดวงตาของเขาพลันเป็ประกายขึ้นมาทันใด พาให้คนทำถึงกับยิ้มแก้มปริออกมา
“อร่อยดี” คำชมสั้นๆจากชายหนุ่มพาให้หัวใจของหญิงสาวพองโตด้วยความปลาบปลื้มใจ
“นายมาอยู่ที่นี่นานยัง?”พริมถามขึ้นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ หลังจากที่พวกเขาก้มหน้าก้มตาทานอาหารกันเงียบๆมาได้สักพัก
“หมายถึงประเทศไทยเหรอ? ฉันมาอยู่ได้เกือบปีแล้ว”เฟรดตอบขณะที่กำลังเคี้ยวไก่ทอดอยู่ ข้าวผัดตรงหน้าชายหนุ่มถูกกินจนเกลี้ยงไม่เหลือข้าวแม้สักเม็ดเดียว
“ไม่ได้โตที่นี่เหรอ?” เมื่อเขาเกริ่นมาอย่างนี้ความสงสัยที่ตามมามากมายก็ได้พรั่งพรูเข้ามาในหัวหญิงสาว
“เกิดที่ไทยแต่ย้ายไปอยู่อเมริกาั้แ่เด็กน่ะ” คำตอบของเขายิ่งทำให้พริมตาเป็ประกายน่าสนใจดีแฮะ นานๆ ทีจะได้รู้จักกับคนที่เติบโตในต่างประเทศ เธอสงสัยมาตลอดว่า ชาวโลกที่หนึ่งเขาใช้ชีวิตกันอย่างไรนะจะแตกต่างจากประเทศไทยขนาดไหนเพราะที่ผ่านมาเธอมัวแต่ทำงานและทำงานจนไม่มีเวลาอนุญาตให้ตนเองออกไปท่องโลกกว้างเลยน่ะสิ
“โห! ดีจังเลย! พอกลับมาไทยแสดงว่านายต้องปรับตัวเยอะเลยสิ แต่โชคดีที่ได้ภาษาอยู่แล้ว” น้ำเสียงของหญิงสาวแสดงออกถึงความตื่นเต้นชัดเจน
“ที่นั่นก็ไม่ได้ดีเด่อะไรขนาดนั้นหรอก” เฟรดพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเขาดูไม่ได้ใส่ใจมากนักกับท่าทางกระตือรือร้นของเธอ ออกไปทางเบื่อหน่ายเหมือนไม่อยากตอบด้วยซ้ำสงสัยการเติบโตในอเมริกาคงจะเป็เื่ที่ไม่น่าอภิรมย์สำหรับเขา
“แล้วชอบที่นี่ไหม?” แต่พริมก็ยังคงยิงคำถามต่อ
“ชอบมาก ปลอดภัยดี”คำตอบจากชายหนุ่มทำให้เกิดข้อกังขาขึ้นมาในใจหญิงสาว
“เห? ที่นั่นไม่ปลอดภัยอย่างไรเหรอ?”ใช่ว่าเธอจะไม่เคยเห็นข่าวฆาตกรรมหรือการก่อคดีน่าสะพรึงกลัวจากอเมริกา แต่พริมแค่สงสัยคำว่าไม่ปลอดภัยของเขานี่หมายถึงขนาดไหนกันเชียว
“ที่ไทยไม่เคยมีใครเอาปืนมาจ่อหัวฉันเลยมีดก็ไม่เคยเจอ จะออกไปเดินเล่นคนเดียวกลางดึกก็ยังทำได้”เฟรดอธิบายด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเขากำลังพูดเื่ดินฟ้าอากาศทั่วไป
“หา? ยังไงนะ?” พริมตกตะลึงอ้าปากค้างเธอจ้องมองคนตรงหน้าไม่วางตา นี่เธอได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่านะ?
“เป็เื่ปกติของที่นั่นน่ะ”ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“เอ่อ...ไม่น่าปกตินะ คือ...เมื่อกี้นายบอกว่าเคยโดนปืนจ่อหัวอย่างนั้นเหรอ?” หญิงสาวทวนซ้ำ ยังคงไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน
“อืม ใช่! ก็ตอนนั้นถูกเขาใช้ปืนจี้ไถเงินน่ะ”เฟรดยักไหล่ไม่ได้ใส่ใจนัก นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อไปเธอแทบจะไม่กะพริบตาด้วยซ้ำ
“หน้าอึ้งๆ ของเธอ ดูตลกดีนะ”เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างชอบใจ
“ช็อกสิ! เื่แบบนี้”พริมพูดขึ้นหลังเรียกสติกลับมาได้ เธอไม่คิดว่า มันจะอันตรายขนาดนั้นเกินคาดไปมากจริงๆ
“เคยเจอคนถูกแทงตายต่อหน้าด้วยนะทะเลาะกันแล้วอีกฝ่ายหยิบมีดขึ้นมาแทงไม่ยั้งคนโดนแทงล้มลงตัวกระตุกไปพักหนึ่งแล้วก็นิ่งจมกองเือยู่กลางถนนส่วนคนแทงวิ่งหนี ภาพยังติดตาฉันอยู่เลย” เฟรดแบ่งปันประสบการณ์ให้เธอฟังต่อดูเหมือนว่า ชายหนุ่มจะชอบใจที่ได้เห็นปฏิกิริยาแบบนี้จากเธอ
“โห...ฉันดีใจนะที่นายรอดชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้” แต่ละอย่างที่เขาเคยเผชิญมามีแต่เื่ไม่ธรรมดาจริงๆ
“...ไม่หรอก...ก็เกือบไปเหมือนกัน”สีหน้าของชายหนุ่มพลันกลับมาเรียบนิ่งอีกครั้ง เขาเบนสายตามองไปทางอื่นดวงตาสีเทาคู่นั้นแฝงไปด้วยความเ็ปอีกแล้ว...
“อย่าบอกนะว่า มีเื่โหดร้ายกว่านี้น่ะ”พริมลองเปิดประเด็นแบบอ้อมๆ เป็เพราะแววตาแห่งความปวดร้าวคู่นั้นที่ทำให้หญิงสาวอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้
“ก็...ประมาณนั้น” เฟรดตอบเพียงเท่านี้แล้วไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ต่ออีกเขายังคงไม่ยอมหันกลับมาสบตาเธอ
พริมพยักหน้าให้เขาด้วยความเข้าใจ แม้จะยังสงสัยแต่นี่คือเื่ส่วนตัวของคนอื่นเมื่อเขาแสดงออกชัดเจนว่า ไม่้าเปิดเผย ก็ไม่ควรก้าวก่าย
“นายเป็ช่างสักมานานแล้วเหรอ?” พริมรีบเปลี่ยนเื่ก่อนที่บรรยากาศระหว่างพวกเขาจะกร่อยลงไปมากกว่านี้
“ทำมาได้ 3 ปีแล้วล่ะ ก่อนหน้านี้เป็ลูกจ้างในร้านที่อเมริกา 2 ปีตอนนี้ทำร้านของตัวเองที่ไทย” หัวข้อใหม่ได้ผลสีหน้าของเฟรดเริ่มกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น
“แขนขวานี่เพื่อนสักให้ นอกนั้นฉันสักเองทั้งหมด”ชายหนุ่มชี้รอยสักที่คอ แขนซ้าย และขาให้เธอดูด้วยสีหน้าภูมิใจ แน่นอนว่านั่นทำให้ผู้หญิงเนิร์ดๆ อย่างพริมตื่นตาตื่นใจไปกับฝีมือของเขารอยสักแต่ละอันมีแต่สวยๆ ทั้งนั้นเลย
“สักให้ตัวเองเลยเหรอ?! ว้าว!” พริมโน้มใบหน้าเข้าไปพินิจใกล้ๆ ผลงานศิลปะบนเรือนร่างเ่าั้เธอไม่ค่อยรู้เื่เกี่ยวกับคำศัพท์ทางศิลปะเท่าใดแต่รอยสักของเขาเน้นไปทางงานที่เป็ลวดลายออกแนวสยองเท่ๆ อย่างเช่นภาพของค้างคาวปีกขาดบางส่วนที่ปากเต็มไปด้วยเืหรือจะเป็อีกาที่สายตาดูเยือกเย็นแปลกๆ
“แมงมุมนี่เป็รูปแรกที่ฉันสักเองเป็สัญลักษณ์ของวงดนตรีที่ฉันชอบน่ะ” เขายื่นหลังมือซ้ายให้เธอดูเป็รอยสักรูปแมงมุมทารันทูล่าตัวสีดำซึ่งมีลวดลายเฉพาะแต่พริมก็รู้จักสัญลักษณ์แมงมุมนี้เป็อย่างดี
“เป็วงเมทัลคอร์ที่ฉันชอบเหมือนกัน!” ดวงตาของหญิงสาวเป็ประกายยิ่งกว่าเดิม
“โอ้ว!เธอรู้จักวงนี้ด้วยเหรอ!?...” เฟรดถึงกับตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเขาคงไม่นึกไม่ฝันว่า ผู้หญิงที่ดูเรียบร้อยอย่างเธอจะชอบเพลงแนวนี้เหมือนกันเมื่อได้เจอกับคนที่คุยกันรู้เื่ จากชายหนุ่มผู้เงียบขรึมก็ได้กลายไปเป็คนพูดไม่หยุดเสียแล้ว
บทสนทนาระหว่างชายหญิงติดลมบนยิงยาวไปจนถึงดึกดื่นก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน คืนนี้พริมนอนหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มเปื้อนหน้าพอได้รู้จักกับเขามากขึ้น หัวใจของเธอก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาอย่างแปลกประหลาดนี่ใช่ไหมคือสัญญาณที่กำลังบอกว่า เธอได้เจอคนที่ใช่แล้ว...
+++++++++++++++++++++++
เจอกันอีกทีวันพุธจ้า หรืออุดหนุน e-book กันก็ได้นะ