ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่72 รับภารกิจ

            วันนี้เกิดเรื่องวุ่นวายมากมายผู้อาวุโสต่างหน้าดำค่ำเครียดบรรยากาศภายในสำนักช่างอึมครึม หนิงเฟยหลงไม่รู้จะไปไหนดีคิดจะลองหลอมโอสถดูแต่ก็ไม่มีวัตถุดิบและเตาหลอม คิดจะไปตามหาของปริศนาก็ย่อมต้องแก้ปริศนาก่อน

     

              ชายหนุ่มไม่รู้จะทำสิ่งใดจึงออกมาเดินเล่นแล้วนึกถึงบรรยากาศส่วนในก็ทำให้รู้สึกเบิกบานขึ้นจึงเดินเล่นเข้าไปยังส่วนในแล้วโชว์ป้ายไม้อีกครั้งตอนนี้มันเข้าออกได้เพียงเขตส่วนนอกและส่วนในเท่านั้น จึงไปมาได้เพียงเท่านี้หากอยากออกนอกสำนักต้องได้เลื่อนเป็นศิษย์ฝ่ายในก่อน

     

              เมื่อชมทิวทัศน์ที่งดงามเสร็จแล้วก็ตามหาจิ๋นหลี่เพื่อสอบถามเรื่องเลื่อนเป็นศิษย์ฝ่ายในได้เรื่องราวว่าต้องผ่านภารกิจไม่ต่ำกว่าสามภารกิจและการประลองในวันคัดเลือกต้องติดหนึ่งในห้าเท่านั้นจึงจะสามารถเลื่อนเป็นศิษย์ฝ่ายในได้

     

              การประลองไม่ใช่ปัญหาสำหรับชายหนุ่มแต่ที่ปัญหาที่แท้จริงคือ การทำภารกิจ เท่าที่มันได้ยินมาผู้อาวุโสที่ควบคุมภารกิจเป็นพวกเดียวกันกับถูลู่หลิ่งโชคชะตาช่างเล่นตลกร้าย ไหน ๆช่วงนี้มันก็ไม่สามารถตามหาของปริศนาและหลอมโอสถได้เช่นนั้นก็ไปทำภารกิจสำนักดีกว่า

     

              หนิงเฟยหลงมุ่งหน้าไปยังตึกบัญชาตึกบัญชาเป็นที่รับภารกิจและสั่งการศิษย์ฝ่ายนอก บริเวณนี้ผู้คนพลุกพล่านต่างพากันมารับภารกิจนั่นเพราะเมื่อสำเร็จภารกิจจะได้รับแต้มมาแลกสิ่งของภายในสำนักนำไปแลกได้ที่ตึกศาสตราซึ่งจะมีอาวุธมากมายรวมถึงยาหลอมโอสถที่มีอยู่เพียงสิบเม็ดในนั้น ย่อมเป็นที่ปรารถนาของผู้คนมูลค่ามากมายมหาศาล

     

              เมื่อเข้ามาภายในแล้วก็จะพบกันใบภารกิจที่ถูกแปะไว้ตามผนังซึ่งแบ่งแยกระดับไว้เด่นชัด ได้แก่ หนึ่งดาว สองดาว สามดาวทั้งยังแบ่งสีของดาวเป็น คราม ม่วง ขาว ไล่มาจากต่ำไปสูงยิ่งภารกิจยากก็ยิ่งได้รับแต้มมากเท่านั้น

     

              หนิงเฟยหลงกวาดตามองภารกิจไปทั่วก็พบเข้ากับภารกิจที่ตนเองสนใจซึ่งเป็นภารกิจสามดาวขาวที่เป็นภารกิจสูงสุดที่ส่วนใหญ่ศิษย์ฝ่ายในจะรับไป ในคราแรกมันจะเดินไปหยิบเลยแต่ชายหนุ่มกลับฉุกคิดได้ จึงเดินไปหยิบเอาภารกิจหนึ่งดาวสีครามที่อยู่ใกล้ ๆแทนแล้วไปยังผู้อาวุโสผู้มอบภารกิจ

     

              ทันทีที่ชายหนุ่มยื่นภารกิจไปผู้อาวุโสนั้นกลับทำเป็นไม่สนใจ แล้วว่า“ภารกิจนี่มันสำหรับคนที่ยังอยู่ขอบเขตแดนกายเจ้าอยู่ขอบเขตแดนพลังรับภารกิจนี้ไม่ได้ ถ้าอย่างไรเจ้าสมควรให้ข้าเลือกให้”ผู้อาวุโสผู้นี้เผยรอยยิ้มที่แปลกประหลาดพลางมองไปที่ภารกิจที่ยากที่สุดซึ่งมีด้วยกันห้าภารกิจ แล้วมองไปยังหนิงเฟยหลง

     

              หนิงเฟยหลงแกล้งมองดูภารกิจสามดาวสีขาวที่ตนอยากได้แล้วทำทีทำสีหน้าหวาดหวั่น ผู้อาวุโสเห็นดังนั้นจึงเดินไปหยิบภารกิจนั้นมา“นี่สิเหมาะกับเจ้า” กล่าวจบมันก็ยื่นภารกิจมอบให้

     

              ทว่าชายหนุ่มกลับยังไม่ไป“ผู้อาวุโสเปลี่ยนไม่ได้หรือ ? ข้าต้องการเลื่อนเป็นศิษย์ฝ่ายในขอท่านได้โปรดเลือกให้ใหม่ด้วย และขอเพิ่มอีกสองภารกิจด้วยขอรับ”ชายหนุ่มทำทีอ้อนวอน

     

              สายตาของผู้อาวุโสยังคงเย็นชา “ได้ !”ผู้อาวุโสผู้นี้ก็เดินไปหยิบภารกิจระดับสามดาวขาวมาทั้งหมดครบสามภารกิจทำเอาสีหน้าชายหนุ่มขาวซีด

     

              “นี่เป็นอย่างไร ? รับไป แล้วไปให้พ้นๆ” สีหน้าที่เย็นชากับรอยยิ้มที่พิลึก ทำให้เหล่าศิษย์ต่างหวาดกลัว

     

              “ขะ....ขอรับ”หนิงเฟยหลงรีบรับภารกิจแล้วรีบออกไป ในใจก็ลิงโลดยิ่งไม่คิดว่าผู้อาวุโสผู้นี้จะหลอกง่ายถึงเพียงนี้ แค่เพียงเป็นการแสดงตบตาง่ายๆก็หลงเชื่อเสียแล้ว

     

              พ้นเขตตึกบัญชา หนิงเฟยหลงก็สำรวจภารกิจตนภารกิจแรก สังหาร ‘จู่ช่างลิว’ และเหยี่ยวปีกทอง สัตว์อสูรคู่ใจสำเร็จภารกิจรับ สองหมื่นแต้ม ภารกิจที่สอง ทลายกลุ่มโจรภูเขาตงซานเขตตะวันออกของอาณาจักร สำเร็จภารกิจรับ หนึ่งหมื่นแต้ม ภารกิจที่สามคุ้มครองคณะทูตจากแคว้นอู๋ (ภารกิจเร่งด่วน) สำเร็จภารกิจรับ สองหมื่นแต้ม

     

              “ภารกิจแต่ละอย่างยากไม่เบาเลย”อันที่จริงภารกิจที่มันเลือกก็คือภารกิจแรก ส่วนภารกิจที่เหลือล้วนถูกเลือกให้หนิงเฟยหลงไตร่ตรองแล้วภารกิจที่ต้องทำก่อนคือภารกิจที่สามคุ้มครองคณะทูตจากชายแดนมาสู่นครหลวงเหอผิง

     

              ชายหนุ่มไม่อาจรีรอได้อีกหากขบวนคณะทูตเคลื่อนที่จากชายแดนแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่อาจเข้าขบวนได้และภารกิจนี้ก็จะตกไป ตกดึกมันลอบพบเจอกับชายชุดดำจึงได้รู้ว่าชายชุดดำนี้มีนามว่า‘ซู่เฟิง’ ถูกจ้างวานมาและมีพลังยุทธ์อยู่ระดับแก่นแท้พลังขั้นที่สอง ไม่นับว่าอ่อนด้อยสามารถโลดโหนได้ทั่วแดนทว่าภาวนาอย่าให้ได้เจอกับสัตว์ประหลาดอย่างหนิงเฟยหลงและผู้ที่มีพลังเหนือกว่าก็เท่านั้น

     

              หนิงเฟยหลงหวังจะนำซู่เฟิงไปร่วมภารกิจด้วยถึงอย่างไรต้องมีคนเล่นไม่ซื่อกับมันอยู่แล้ว มันเล่นไม่ซื่อบ้างแล้วจะเป็นไรไปอย่างน้อยการไปครั้งนี้ สมควรมีผู้ติดตามไปด้วย ชงเป่าและชงหยงไม่สมควรไปต้องเป็นผู้อื่น ไม่เช่นนั้นจะมีผู้จับพิรุธได้ชายหนุ่มได้มอบหมายคำสั่งและตราประจำตัวให้ซู่เฟิงไปบอกกล่าวแก่ชงเป่าและให้ไปพบกันที่นอกเมืองตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างจากนครหลวงห้าสิบลี้

     

              จัดแจงคำสั่งเสร็จสรรพหนิงเฟยหลงก็รอจนใกล้สายัณห์จึงเริ่มออกเดินทางอย่างแรกคือผ่านประตูสำนัก โชว์หมายภารกิจ เมื่อออกจากสำนักชงเป่าก็ได้มารอแล้วการเดินทางนี้ต้องไปอย่างรัดกุมจะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้หากมีข้อผิดพลาดนั่นคงหมายถึงชีวิต

     

              การปกป้องตนเองก็เป็นสิ่งสำคัญในภารกิจนี้และแน่นอนว่าตลอดทางนั้นปลอดภัยจนถึงนอกนครหลวง องครักษ์จึงหยุดตามแล้วกลับจวนไปเหลือแต่เพียงชายหนุ่มกับอาชาคู่ใจ ชายหนุ่มไม่ได้รีบร้อนเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆสายตาไม่ได้ล่อกแล่ก แต่ได้แผ่การรับรู้ไว้ในระยะรอบตัวกว่าสิบจั้งเมื่อมีพลังจิตและพลังปราณหนุนนำการตรวจจับก็แทบไม่ผิดพลาดและยังเพิ่มพื้นที่ได้ไกลขึ้น

     

              ออกนอกนครหลวงมาแล้วกว่ายี่สิบลี้ตอนนี้พลบค่ำแล้วบนนภาดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวปรากฏ ดวงดาวนับหมื่นพันระยิบระยับอาชากล้ายังไม่แสดงความอ่อนล้า ทว่าชายหนุ่มกลับควบม้าช้าลงด้านหน้าของมันล้วนเป็นพงไพร เส้นทางนี้จำต้องผ่านป่าขนาดเล็กนี้ไปแล้วเข้าหุบเขาอีกทีจึงจะถึงที่นัดพบ

     

              “หึ ตามมาก็ไม่น้อย แต่ยังไม่กล้าลงมือคงจะรอให้ข้าถึงป่าน้อยด้านหน้านี้ก่อนสินะเอาเถอะข้าก็อยากจะรู้ว่าพวกมันจะมีปัญญาทำอะไรได้บ้าง !” ชายหนุ่มนึกขึ้นแล้วก็ขบขันพวกที่ตามมาย่อมไม่ทราบถึงการรับรู้นี้แล้ว

     

              ชายหนุ่มทำตัวตามสบายพร้อมกับยกไก่ที่เตรียมมาฉีกกินอย่างเอร็ดอร่อยชายหนุ่มฉีกกัดคล้ายตั้งใจจะยั่วน้ำลายผู้ใด ทว่าป่านี้เงียบสงัดจะมีผู้ใดได้อีกแต่แล้วอย่างไร นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะคนที่ต้องการจะล่อไม่ได้อยู่ในป่าแต่ตามมันมาอยู่

     

              ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !

     

              ลูกศรสามดอกพุ่งออกมาราวจะทะลวงร่างของชายหนุ่มให้พรุนทว่านี่มันไม่ใช่ฝีมือของยอดธนูสวรรค์ไหนเลยจะรวดเร็วพอที่จะสยบความว่องไวของชายหนุ่มได้ลูกศรทั้งสามถูกรับไว้ในมือของชายหนุ่ม

     

              “ไม่เลว ๆ มีอีกหรือไม่ ?”ชายหนุ่มหันหน้าไปมองทิศที่ลูกศรถูกปล่อยออกมา

     

              ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !

     

              ชายหนุ่มรอคอยอย่างคาดหวังแล้วนักธนูนั่นก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลยลูกศรอีกสามดอกถูกปล่อยออกมาพร้อมกับการโจมตีที่ด้านหลังของชายหนุ่ม สถานการณ์เข้าสู่ความคับขันทว่าขณะที่การโจมตีนั้นเข้ามาเงาร่างของชายหนุ่มก็ได้หายไปปรากฏอยู่ด้านข้าง

     

              ฉึก ! “อ๊าก !! เจ้าบ้ายิงข้าทำไมกัน !” ชายร่างใหญ่เครายาวแผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดพลางมองไปที่นักธนูด้วยดวงตาที่ดุร้าย

     

              “เฮ้อ ! พวกเจ้าออกมาให้หมดเถอะ แค่สองคนนี้ ฆ่าข้าไม่ได้หรอก !” กล่าวจบเงาร่างอีกห้าคนก็ได้ปรากฏขึ้นรอบกายชายหนุ่มแต่ละคนล้วนมีอาวุธที่แตกต่างที่สำคัญคือพวกนี้ ล้วนไม่มีฝีมือในการลอบสังหารเลยชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะส่ายศีรษะ “มีที่ไหนกันที่คนที่ตนต้องลอบสังหารเรียกให้ออกมาแล้วผู้ลอบสังหารต้องออก พวกเจ้านี่ชักจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว”

     

              “มาทำให้มันจบ ๆไปเดี๋ยวไก่ข้าจะเสียรสชาติ !!” สิ้นเสียงเงาดำสามร่างก็ได้ล้มตัวลงนอน ไม่ใช่เพราะพวกมันง่วงแต่เพราะมันตายไปแล้ว

     

              คนที่เหลือกก็ต่างเว้นระยะห่างมากยิ่งขึ้นพวกมันสัมผัสได้ว่าชายคนนี้อันตรายเพียงแค่สะบัดมือลูกศรก็ได้ไปปักเสียบทะลุหัวใจได้แล้ว

     

              ทว่าอย่างไรจำนวนของกลุ่มคนพวกนี้ก็ยังมีมากกว่าเมื่อถอยออกมาได้สองก้าว มือสังหารที่คล้ายจะเป็นผู้นำก็ออกคำสั่ง“พวกเราลุยพร้อมกัน !” มือสังหารทั้งห้าต่างปล่อยเคล็ดวิชาที่ตนเองชำนาญทะยานร่างเข้ามาหวังจะจบชีวิตชายหนุ่ม ทว่าชายหนุ่มจะตายแน่หรือ ?

     

              ฟับ !

     

              สิ้นเสียงชายหนุ่มเช็ดคราบโลหิตที่ตัวกระบี่แล้วเก็บไปไม่ได้สนใจมือสังหารทั้งห้าอีก ก้าวได้เพียงสองก้าวร่างทั้งห้าก็ล้มลงใช่แล้วมือสังหารกิ๊ก๊อกนี้ได้สิ้นชีพไปหมดแล้ว

     

            ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะขึ้นหลังอาชาก็ได้นึกอะไรออกมันเดินกลับมาที่ศพของมือสังหารทำการเพ่งพินิจแล้วเอ่ย

             

            “เกือบลืมไปเลย การเดินทางครั้งนี้ยาวไกลไม่น้อย เงินทองก็ไม่ได้หยิบเตรียมมาเสบียงก็น่าจะไม่พอ อาวุธและของวิเศษก็จำเป็น อย่างน้อย ๆพวกเจ้าก็มีประโยชน์ล่ะนะ ถ้าหากพวกเจ้าไม่มาลอบสังหารข้าคงจะมีชีวิตที่ยืนยาวเพราะความฉลาดน้อยของพวกเจ้าแท้ ๆ แต่อย่างไรก็ต้องขอบคุณในการเสียสละครั้งนี้ด้วยมั้งนะ ข้อขอเอาไปละกัน”

             

            หากมือสังหารทั้งแปดได้ยินคงจะต้องกระอักเลือดตายอีกรอบเจ้าบ้านี่สังหารพวกมันแล้ว ยังจะมีหน้ามากล่าวสรรเสริญความโง่ของพวกมันอีกทั้งยังเก็บสมบัติของพวกมันไป ที่สำคัญคือการขอบคุณอย่างไม่จริงใจนี่มันอะไรกัน

             

            เมื่อเก็บเกี่ยวเรียบร้อยชายหนุ่มก็ไม่รอช้าฉีกน่องไก่เข้ามางับแล้วขึ้นอาชาเดินทางต่อ