บทที่ 37
รอฟังข่าวดี
จางหยวนกลับมาสนใจเกี่ยวกับเรื่องงานส่วนของตนเองหลังจากที่พบเจอเสิ่นเหยียนในตอนนี้ก็ได้รู้แล้วว่าคนผู้นั้นมีนิสัยที่ไม่น่าคบหาจริงๆ
ในตอนแรกเขาพยายามยื่นข้อเสนอให้กับมันเพื่อที่จะให้มันเสนอผลประโยชน์ให้
แต่หลังจากที่ได้ลองสนทนากันและมองดูถึงท่าทางและก็วิธีการเขาเองก็มองเห็นว่ามันไม่น่าคบเอาซะเลย
จางหยวนเลยคิดว่าในตอนนี้ตัวของเขาแล้วก็มันคงจะไม่มีทางที่จะร่วมมือกันได้อย่างแน่นอน
และมันก็ทำให้จางหยวนเข้าใจด้วยว่าเหตุใดในช่วงประมาณหลายปีหลังมานี้ผู้คนส่วนใหญ่ต่างให้ความสนใจเกี่ยวกับการค้าขายร่วมกับตระกูลโม่มากกว่า
มองดูจากแนวทางของมันแล้วการค้าขายของคนผู้นี้มุ่งเน้นแนวทางหาผลประโยชน์ให้กับตนเองโดยการกดขี่ผู้อื่นแน่นอนว่ามันไม่ใช่นิสัยของคู่ค้าที่ดี
เพราะแบบนั้นเมื่อเทียบกับตระกูลโม่ที่ตอนนี้ทำการค้าขายอย่างโปร่งใสไม่กดขี่ผู้อื่นย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกับผู้คน
จางหยวนลงแรงปลูกผักวิญญาณอย่างแข็งขันในตอนนี้สวนผักวิญญาณของเขาเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
โดยทำการขยับขยายสวนผักวิญญาณให้มากขึ้นแล้วก็ยิ่งทำให้สวนผักวิญญาณของเขามีผลกำไรมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
สวนผักวิญญาณในตอนนี้ที่ปลูกอยู่ภายในที่ดินเขาสามารถทำการดูแลพวกมันได้
ยังคงอยู่ในขอบเขตการดูแลที่ไม่หนักหนาเกินไปสำหรับการลงแรงทำเพียงแค่สี่คน
จางหยวนก็เฝ้ารอลึกลึกภายในใจเขากำลังเฝ้ารอถึงผลลัพธ์จากกับดักที่ตนเองวางเอาไว้ว่ามันจะส่งผลออกมาร้ายแรงขนาดไหน
….
ผ่านไปหลายวันหลังจากที่ได้สนทนากับผู้นำของตระกูลเสิ่น
ในตอนนี้ผ่านมาได้ประมาณหกถึงเจ็ดวันหลังจากวันนั้นจางหยวนรอข่าวของพวกมันอย่างต่อเนื่อง
มันทำให้เขาได้ล่วงรู้ว่าตอนนี้พวกมันธรรมการนำที่ดินบางแปลงปลูกผักวิญญาณพวกนั้นตามสูตรที่เขาให้
พวกมันถึงกับลงทุนลงแรงนำเอาที่ดินที่ว่างเปล่าของตนเองลงเงินและก็ทำการปลูกผักวิญญาณอีกหลายแปลง
จางหยวนนั่งอยู่บริเวณด้านหน้าบ้านด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยิ้มแย้ม
หย่งคังเดินเข้ามาใกล้ๆหลังจากที่ออกไปล่าสัตว์ภายในป่ามา
ในตอนนี้สวนผักวิญญาณของพวกเขามันจะเหนื่อยเพียงแค่ตอนลงเมล็ดและก็ตอนเก็บเกี่ยวเท่านั้น
ถ้านอกจากพวกนี้แล้วแน่นอนว่าส่วนใหญ่เวลาในการดูแลมันก็น้อยเป็นอย่างมากเพียงแค่ต้องรดน้ำพวกมันอย่างสม่ำเสมอ
เลยพอจะมีเวลาว่างหย่งคังเองก็เข้าไปล่าสัตว์ภายในป่าอยู่เป็นประจำ
ในวันนี้เขาล่าได้เป็นหมูป่าตัวใหญ่เดินกลับมามองเห็นจางหยวนกำลังนั่งยิ้มจึงถามขึ้น“ เจ้ากำลังนั่งยิ้มอันใดมีเรื่องอันใดที่น่ายินดี?”
“ หรือว่ากำไรในการค้าขายผักวิญญาณเพิ่มมากขึ้นอย่างงั้นรึ?”
“ แน่นอนว่าไม่ใช่แต่ในตอนนี้ที่กำลังยิ้มเป็นเพราะว่าข้าได้ยินข่าวว่าตระกูลเสิ่นพวกมันลงทุนลงแรงนำเอาที่ดินหลายสิบหมู่ไปทำการเปิดแปลงผักวิญญาณเพื่อที่จะปลูกผักวิญญาณ”
“ ลองคำนวณเล่นๆดูแล้วที่ดินของพวกมันหลายสิบหมู่เกรงว่าคงจะต้องลงทุนลงแรงหมู่และไม่ต่ำกว่ายี่สิบคำนึงอย่างแน่นอน” จางหยวนพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
ในตอนนี้พวกมันคงจะสูญเสียเงินในการลงทุนไปแล้วหลายสิบหรือหลายร้อยอันหนึ่ง
แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีของเขาเมื่อคิดจินตนาการถึงใบหน้าของพวกมันที่กระอักเลือดหลังจากมองเห็นว่าวิธีการปลูกผักวิญญาณของตนเองผิดจางหยวนก็ยิ้มอย่างสนุก
หย่งคังถอนหายใจเฮือกใหญ่ “นั้นสินะข้าเองก็ได้ยินมาเหมือนกันว่าพวกมันลงทุนนำเอาที่ดินหลายหมู่ของตนเองไปทำการเพาะปลูก ”
“ มองดูแล้วพวกมันคงจะสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากและเพราะแบบนั้นเมื่อพวกมันสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากความแค้นทั้งหมดก็จะมาลงที่เจ้ายังไงล่ะ”
“ ฮ่าๆๆๆ ยิ่งแค้นมากเท่าไหร่ยิ่งดีข้าชอบเป็นอย่างมากเวลาคนเราจะปฏิบัติอันใดหรือว่าจะทำอันใดโดยการผลักดันด้วยความแค้นมันรู้สึกสนุกดี ”
“ ถึงแม้ว่าพวกมันจะเป็นตระกูลใหญ่ที่ร่ำรวยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้มาหลายสิบปีหรือหลายรุ่นค่าก็ไม่สนใจหรอก”
“ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการของข้าจะมองดูสิในตอนนี้ข้าคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าพวกมันจะทำการปลูกผักวิญญาณโดยที่ไม่ตรวจสอบสูตรของตนเองเพราะว่าพวกมันโลก ”
“ แล้วมันเองก็เป็นเช่นนั้นนี่ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าพวกมันไม่ได้ฉลาดไปกว่าพวกเราขอเพียงแค่คาดการณ์ให้ชัดเจนพวกเราเองก็มีสิทธิ์ที่จะชนะมัน ” จางหยวนพูดอธิบาย
“ ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะแต่ว่าการเอาชนะหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของภายในเมืองแห่งนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลยนะ ”
“ เอาน่าเจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลกว่าพวกมันจะรู้ว่าตนเองสูญเสียเงินให้กับความโง่ของพวกมันก็คงจะใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งเดือน”
“ จนถึงในตอนนั้นข้าคิดว่าข้าสามารถรับมือกับพวกมันได้ ” จางหยวนอยู่อยู่เปลวเพลิงแห่งการต่อสู้ภายในจิตใจก็ลุกไหม้ขึ้นมา
ในตอนนี้สัญชาตญาณการต่อสู้ภายในร่างกายของตนเองมันถูกกระตุ้นจากการสนทนากับคน
จางหยวนรู้สึกอยากจะสั่งสอนพวกมัน
ในตอนแรกคิดว่าจะทำธุรกิจภายในเมืองแห่งนี้อย่างเงียบๆพยายามค่อยๆเก็บเกี่ยวไปเรื่อยๆแต่ผู้ใดจะคิดเล่าว่าในตอนนี้มันจะเป็นแบบนี้
หย่งคังมองเห็นใบหน้าที่จริงจังของจางหยวนเขาไม่คิดจะห้าม
หลังจากที่ได้อยู่ด้วยกันมาเป็นเวลานานจึงพอจะเชื่อใจเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ว่าอย่างไรเสียเขาก็ไม่ทำให้เสียการใหญ่อย่างแน่นอน
เป้าหมายของพวกเขาใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้แน่นอนว่าจะมาพลาดท่าตรงนี้
หย่งคังสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนั้นและก็พูดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “จริงสิข้าเองก็ลืมบอกไปตอนนี้ภายในเมืองอีกประมาณสองวันจะมีการจัดงานใหญ่ขึ้น ”
“ งานใหญ่อย่างงั้นหรอเป็นงานอะไร? ”
“ ข้าคิดว่างานในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นมาน่าจะเหมาะกับเจ้าด้วยมันคืองานเทศกาลวรรณกรรม ”
จางหยวนแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ หมายความว่ายังไงไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีงานเทศกาลเช่นนี้ด้วย ”
“ มันเป็นงานที่ถูกจัดขึ้นมาทุกๆสี่ปีของภายในเมืองแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในงานเทศกาลที่เรื่องชื่อของเมืองจินหยวนเลยทีเดียวโดยภายในงานจะมีพวกวรรณกรรมมาก ”
“ ไม่ว่าจะเป็นบทกวีตัวอักษรหรือว่าภาพวาดล้วนแล้วถูกนำมาแสดงให้ผู้คนนั้นได้ชมกันภายในงานแห่งนั้น ”
“ คนที่จัดงานเทศกาลนี้ขึ้นมาตั้งแต่ก็คือผู้นำตระกูลสวีเขาเป็นคนที่ชื่นชอบงานวรรณกรรมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะงานเกี่ยวกับเรื่องพวกภาพวาดชื่นชอบมากกว่าผู้นำของตระกูลโม่เสียอีก ”
“ เจ้าเองก็ชื่นชอบงานศิลปะและก็ยังสามารถรังสรรค์งานศิลปะที่งดงามออกมาได้เหตุใดไม่ลองไปเข้าร่วมดูเล่าบางทีถ้างานของเจ้าถูกแสดงโชว์ภายในสถานที่แห่งนั้นอาจมีผู้คนทำการซื้อมาในราคาสูงก็ได้เพราะว่ามันมีการประมูลภาพวาดภายในงานด้วย ”
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นมุมปากของจางหยวนยกยิ้ม “ฟังดูแล้วน่าสนใจดี!!! ”
“ โดยทั่วไปมีงานวาดถูกจัดแสดงภายในสถานที่อย่างนั้นมากหรือไม่ ”
“ แน่นอนว่ามากเพราะว่ามันถูกจัดขึ้นโดยหลายปีจัดขึ้นสักครั้งเลยมีผู้คนมากมายเดินทางเข้ามาเพื่อที่จะมาเยี่ยมชม ”
“ งานวาดหรือว่างานวรรณกรรมต่างๆก็ถูกนำมาจัดแสดงภายในสถานที่แห่งนี้อีกมากมาย”
“ แล้วมันก็ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้จิตกรที่กำลังเรื่องชื่ออยู่ภายในยุคสมัยนี้เป็นที่รู้จักอีกด้วย ”
“ ก่อนหน้านี้นักวาดภาพหลายคนไม่มีชื่อเสียงแต่เมื่อนำเอาภาพวาดมาแสดงภายในงานและถูกประมูลออกไปในราคาสูงหลังจากนั้นไม่นานเขาก็เป็นที่รู้จักและก็กลายเป็นจิตรกรชื่อดัง ”
“ จะเอาเป็นคนที่มีพรสวรรค์เหตุใดไม่ลองเข้าร่วมดูเล่า” หย่งคังมองเห็นว่าเขามีความสามารถในด้านการวาดภาพ
“ งานถูกจัดขึ้นเมื่อไหร่? ” จางหยวนถาม
“ อีกห้าวันข้างหน้า ”
หลังจากได้ยินเช่นนั้นจางหยวนก้มใบหน้าเล็กน้อยคิดบางอย่าง “เข้าใจแล้วน่าจะทันอยู่ ยังพอมีเวลา ”
จบบท