ตะวันยังไม่ลอยขึ้นจากฟ้า ท่ามกลางป่าเปลี่ยวมืด เสียงนกกาเริ่มออกหากินกันแต่เช้า พลอยขยับตัวไปมาก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความเคยชินที่ถูกฝึกมา การนอนในป่าจะนอนนานไม่ได้ เธอนอนแค่พอให้หายเหนื่อยและร่างกายได้พักบ้าง เพื่อไม่ให้ตกเป็เป้าหมายของศัตรู เธอจึงระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา
"แม่พลอย ตื่นแต่รุ่งสางเทียว ไม่นอนต่ออีกหน่อยล่ะจ๊ะ" เสียงนั้นมาจากไม่ไกลนัก ชายผิวสีทองแดงเอ่ยกับเธอ เขาใช้ผ้าพันคอป่ายปัดยุงที่วนเวียนอยู่รอบๆ ตอนนี้กองไฟมอดดับลงแล้ว เขานั่งเฝ้ายามเพื่อให้ทุกคนได้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างเพียงพอ
"ฉันนอนพอแล้วจ้ะพี่หมาย พี่ก็นอนอีกนิดดีหรือไม่ ตื่นมาเฝ้ายามั้แ่สองยาม ฉันว่าพี่น่าจะเหนื่อย พี่เรืองแลพ่อนิลเองก็ยังไม่ตื่น" พลอยดันตัวลุกขึ้นมา ในใจก็คิดว่าหากมีน้ำล้างหน้าก็คงดี จะได้สดชื่นขึ้นหน่อย แต่่ว่าตอนนี้ เธอรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด พี่หมายผู้นี้ดูจะใส่ใจเธอเป็พิเศษ แต่ก็คงไม่หรอกมั้ง เธอคิดในใจ
"มิได้ดอก พี่เป็ชาย จักให้ผู้หญิงอยู่ยามได้เยี่ยงไร" หมายยิ้มกว้างยามที่คุยกับพลอย เขาดีใจที่ได้สนทนากับเด็กหญิงสองคนโดยไม่มีผู้ใดรบกวน ทั้งเรือง นิลและลุงมั่น ต่างก็ยังไม่มีใครตื่นในยามนี้ด้วยที่หมดแรงกันจากการเดินทางเมื่อวาน
"ถ้างั้นข้าขอเดินไปดูอะไรแถวนี้หน่อยนะจ๊ะ เผื่อมีอะไรที่พอกินได้บ้าง ข้าวปลาที่ยายเฒ่าห่อมาให้คงกินได้ไม่พออิ่มวันนี้" ความรู้สึกไม่สบายใจก่อตัวขึ้นมากกว่าเดิม เธอจำเป็ต้องหลุดออกจากสถานการณ์นี้ ใช่ เธอต้องไปจากตรงนี้ก่อน แล้วค่อยกลับมาตอนที่ทุกคนตื่นแล้ว พลางลุกขึ้นเมื่อพูดกับหมายจบ แต่ถูกอีกฝ่ายห้ามไว้เสียก่อน
"อย่าเลยแม่พลอย ป่าเขาอันตรายนัก แม่พลอยอยู่ที่นี่รอพี่แล้วกันจ้ะ" หมายเดินมาใกล้พลอยหวังจะใกล้ชิด แต่ถูกพลอยหลบเลี่ยงอย่างลื่นไหล เขาต้องจากไปอย่างเสียไม่ได้ พร้อมกับย่ามและกระบอกน้ำในมือ
รออยู่นานกว่าชั่วโมง พลอยไม่รู้จะทำอะไรจึงฝึกมวยอยู่คนเดียว เมื่อคืนนี้เธอใช้แรงไปมากโข ทำร้ายเขาแต่ก็กลับทำร้ายด้วยเองด้วยเพราะฝืนใช้กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ถูกฝึกมาให้ต่อสู้ เธอมองรอยฟกช้ำที่แขนและขาก็ทอดถอนใจ เหตุใดจึงอ่อนแอนักนะแม่พลอย แต่ก็พอเข้าใจได้ ในเมื่อมันเป็ค่านิยมของผู้หญิงสมัยนี้ แม้แต่สมัยเธอก็ยังมีค่านิยมผู้หญิงไม่นิยมความรุนแรงอยู่ แม้ว่าจะมีบางกลุ่มที่เหมือนเธอ ชอบศิลปะการต่อสู้และเรียนรู้ไม่ว่าจะเพื่อเป็ทหาร หรือเพื่อเป็งานอดิเรก
และในที่สุด หมายก็กลับมา เขาหอบปลามาด้วยสี่ห้าตัว พร้อมทั้งกระบอกน้ำที่มีน้ำเต็มปริบสามกระบอก หมายเอ่ยกับพลอยอย่างภาคภูมิใจ
"กลับมาแล้วจ้ะ มีลำธารอยู่ใกล้ๆเลยได้ทั้งปลาแลน้ำมาตุนไว้ตอนเดินทาง ก่อไฟกันเถิด เดี๋ยวพี่จักปิ้งปลาให้เอ็งกินหนา" เขาวางปลาลงบนผ้า ก่อนจะรวบรวมหญ้าแลกิ่งไม้เพื่อจะจุดไฟ หากแต่ถูกพลอยหยุดไว้ก่อน
"ให้ข้าทำเถอะพี่หมาย พี่ไปหาของมาก็เหนื่อยแล้ว" เด็กหญิงเชี่ยวชาญการทำอาหารในป่า ตอนอยู่ชาติก่อน เธอทำได้เพียงอาหารง่ายๆในป่าเท่านั้น หากจะกินอะไรที่หรูหราหรือยุ่งยากเธอทำไม่เป็ แต่ในชาตินี้ เธอมีความทรงจำของแม่พลอย ซึ่งซึมลึกเข้าไปถึงพฤติกรรมที่ร่างกายจดจำ ทำให้เธอนั้นได้ความสามารถของแม่พลอยมาด้วย
"จ้ะ จ้ะ พี่นี่มีบุญเสียจริงที่ได้กินอาหารที่แม่พลอยทำ" หมายมีดวงตาประกายแวววับ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะได้กินอาหารฝีมือแม่พลอยเร็วนัก แม่เรืองเคยพูดว่าฝีมือแม่พลอยนั้นเป็หนึ่งในเรือน เขานั้นอยากจะได้ชิมเสียจนใจแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
"ก็แค่ย่างปลา" เด็กสาวพึมพำเบาๆ เธอไม่เข้าใจว่ามีกระไรน่าตื่นเต้น ปลาย่างใครก็ทำได้ แลทำอร่อยด้วย ขนาดความสามารถด้านการทำอาหารติดลบอย่างเธอยังทำได้เลย
"แม่พลอยว่ากระไรนะ พี่ได้ยินไม่ถนัด" หมายที่ได้ยินเพียงแว่วๆเอ่ยถามซ้ำ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อพลอยปฏิเสธออกมา
"เปล่าจ้ะ" เด็กสาวส่ายหน้าเบาๆ
พลอยไม่ได้เอาไส้พุงปลาออก เพียงแค่ขอดเกล็ดแล้วเอาไว้เสียบเท่านั้น เธอปักปลาไว้ข้างๆกองไฟที่หมายจุดเอาไว้ทีละตัว ่เวลาน่าอึดอัดยามที่อยู่กับหมายสองคนทำให้เธอปวดหัวหนึบๆขึ้นมาทันที
"แม่พลอยมาจากกรุงศรีรึ" ในที่สุด หมายก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา เขายิ้มให้พลอยอย่างซื่อๆ ไม่ได้คิดหมายปองร้ายอย่างใด
"จ้ะ" พลอยเพียงตอบสั้นๆ ไม่ได้ต่อความอันใด
"พี่ไม่เคยไปกรุงศรีเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาลือกันว่ากรุงศรีนั้นเจริญนัก แลขุนนางก็มีมากมายนับไม่ถ้วน ไม่เหมือนที่ปากน้ำโพ" หมายยังคงพยายามคุยต่อ หากเป็ไปได้ เขาอยากคุยกับแม่พลอยให้นานที่สุด เพราะเขาไม่รู้ว่าจะมีเวลาที่ได้คุยกันสองคนเช่นนี้อีกหรือไม่
"เป็เช่นนั้นจ้ะ" เด็กสาวเอ่ยเนือยๆ
"แล้วครอบครัวแม่พลอยที่กรุงศรีเล่า ไม่มีใครแล้วงั้นรึ" หมายเอียงใบหน้าถาม นี่คือสิ่งที่เขาอยากรู้จริงจัง เพราะเขากลัวว่าแม่พลอยจะย้ายไปจากปากน้ำโพ
"ไม่มีแล้วจ้ะ" ส่ายหน้าเบาๆ พลอยมิได้เอ่ยสิ่งใดต่อมาอีก
"เช่นนั้นก็วางใจเถิด มีอันใดก็บอกพี่ พี่จักดูแลปกป้องแม่พลอยเอง" หมายทุบหน้าอกตัวเองอย่างมั่นใจ และเขาก็อยากให้พลอยมั่นใจในตัวเขาด้วย ถึงแม้พลอยจะคิดว่าเธอควรจะมั่นใจในตัวเองมากกว่าก็ตามที แต่ทำอย่างไรได้ หมายไม่มีทางรู้ความคิดของพลอย
"พวกข้าไม่กล้าลำบากพี่ดอกจ้ะ สามคนเราก็พอเอาตัวรอดได้" เด็กสาวพูดเอ่ยเป็มารยาท แต่อีกฝ่ายกลับไม่เข้าใจ นี่พี่หมายนั้นซื่อหรือเซ่อกันแน่ ไม่เข้าใจความหมายที่เธอจะสื่อจริงๆรึ
"ลำบากกระไรกัน พ่อพี่ก็เอ็นดูพวกเ้านัก อย่าคิดมากไปเลย" หมายยิ้มกว้างให้พลอย พยายามจะปลอบประโลมเธอ
"ข้าขอขอบคุณพี่ไว้ล่วงหน้านะจ๊ะ" เมื่อเห็นว่าการบอกปัดคงไม่ได้ความ พลอยจึงเปลี่ยนแผนเป็ยอมรับความช่วยเหลือไว้บังหน้า แต่เมื่อถึงเวลาจริง เธอก็ไม่พึ่งพาเขาอยู่ดี
และในตอนนั้นเองที่หมายได้ล้วงบางสิ่งออกมาจากย่าม มือของเขากำดอกไม้ป่าสีขาวออกมากำหนึ่ง มันมีดอกเล็กๆน่ารัก และใบหน้าของหมายก็มีสีแดงระเรือขึ้นมา
"อันนี้ ตอนที่พี่ไปจับปลา พี่เห็นมันขึ้นอยู่ที่ข้างลำธาร เห็นว่ามันงามดีแลละม้ายคล้ายแม่พลอยจึงเผลอเก็บมาด้วยจ้ะ แม่พลอยจะรับไว้ได้หรือไม่จ๊ะ" เขาเอ่ยก่อนจะยื่นดอกไม้ช่อนั้นให้กับพลอยช้าๆ แต่ในหัวพลอยตอนนี้กลับหมุนติ้วจนไม่รู้จะทำตัวเช่นไร เธอเพียงอึกอัก ไม่รู้ว่าจะรับไว้หรือปฏิเสธอไปดี
"เอ่อ ข้า…" เด็กหญิงมีใบหน้าใระคนทำตัวไม่ถูก เธอยังไม่ได้รับช่อดอกไม้นั้นมา และในตอนนั้นเองก็มีเสียงของเรืองดังขึ้นเื้ัของเธอ
"แม่พลอยตื่นแล้วรึ นั่นอันใดกัน หอมเชียว" เรืองทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นปลาย่างที่ปักไว้ใกล้กองไฟ พลอยได้ทีหันไปคุยกับเรืองแล้วปล่อยให้มั่นถือช่อดอกไม้ค้างไว้ด้วยสีหน้าแดงก่ำเพราะความอับอาย
"พี่หมายไปจับปลามาน่ะจ้ะพี่เรือง เดี๋ยวพอทุกคนตื่นแล้วก็กินข้าวกันเถิด" เด็กหญิงพยายามทำตัวปกติที่สุด ราวกับว่าเธอไม่เคยเห็นช่อดอกไม้ แลไม่เคยได้ยินสิ่งที่หมายพูดกับเธอเมื่อสักครู่
"แม่พลอย…" หมายพยายามเรียกความสนใจจากพลอยแต่ก็ไม่เป็ผล เธอนั้นไม่สนใจเขาเลยสักนิด
"เอ้อ พี่เรืองจ๊ะ ข้าวในห่อใบตองยังเหลือมั้ยจ๊ะ" พลอยตีเนียนถามหาข้าวที่เหลืออยู่ ทำให้เรืองกุลีกุจอค้นดูในย่ามข้างๆตน
"เดี๋ยวพี่ดูก่อน อ้ะ เหลือพอกินได้มื้อหนึ่ง กินกับปลาปิ้งก็น่าจะอิ่มพอดี" เมื่อพบว่ายังเหลือข้าวอีกสามห่อ เรืองก็โล่งใจขึ้น หากแต่พลอยนั้นไม่ได้โล่งใจด้วย หมดข้อสนทนาแล้ว เธอต้องรีบหนี!
"เดี๋ยวข้ามานะ ข้าจะไปดูว่าพอมีผลหมากรากไม้อันใดพอเก็บไว้กินระหว่างทางได้บ้าง" พลอยะโผึงลุกขึ้นจากพื้น บอกกับเรืองและวิ่งเข้าไปในป่าทันทีโดยไม่ลืมย่ามไว้เก็บผลไม้ ทิ้งให้หมายนั่งหน้าเจื่อนและเรืองดูงุงงงกับท่าทีของนายหญิง
"แม่พลอยดูรีบร้อนพิกล หรืออยากจะเวจ" เธอพูดกับตัวเอง ดวงตามีแต่ความสงสัยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
ฝ่ายพลอยที่วิ่งเข้ามาในป่านั้น ตอนนี้เธอก็หยุดวิ่งและยืนหอบกับตัวเอง เธอว่าแล้วว่าเหตุใดมันมันรู้สึกคุ้นเคยนัก พี่หมายผู้นี้ทำให้เธอคิดถึงคนผู้หนึ่ง คนที่เธอเกลียดจนเข้าไส้ ไอ้ช้ง!
"นี่เรากำลังโดนจีบอยู่ใช่มั้ย บ้าน่า ฉันตอนนี้น่ะอายุแค่สิบเอ็ดขวบเองนะ จะมาชอบพออะไร เป็พวกเปโดรึไง แล้วงี้จะเดินทางด้วยต่อยังไงล่ะเนี่ย" เด็กหญิงระบายความเครียดกับตัวเอง เธอไม่คิดเลยว่าการเข้าร่างแม่พลอยจะเป็ปัญหาขนาดนี้ เพราะแม่พลอยนั้นอายุเพียงสิบเอ็ดปี ถือว่าเด็กอยู่มาก นี่เพียงสามสี่วันแรกเท่านั้นปัญหาก็เกิดขึ้นแล้ว แล้วนานไปเธอจักอยู่อย่างไรให้พ้นเงื้อมมือเสือสิงห์ที่จ้องจะเข้ามาล่าเธอ
"เอาเถอะ ถ้าไม่มาวอแวจะทำเป็ไม่เห็นแล้วกัน แม่พลอยนะแม่พลอย ใครใช้ให้เกิดมาสวยขนาดนี้ ขนาดตัวฉันเองเห็นหน้าตัวเองยังหลงเลย คนขี้เหร่มาตลอดชีวิตอย่างฉันทำยังไงก็ไม่ชิน และหัวเด็ดตีนขาดยังไงชีวิตนี้ฉันก็จะไม่รักใครแลไม่แต่งงานด้วย" พลอยปฏิญาณมั่นกับตัวเองเช่นเดียวกับเมื่อชาติก่อน สวยอย่างไรก็สวยไป แต่ฉันจะไม่รับรักใครสักคนแล้วใครจะมาบีบบังคับได้ ก่อนใบหน้าจะซีดเผือดลงเพราะนึกอะไรบางอย่างออก
"เอ๊ะ แต่แม่พลอยมีคู่หมายที่ชื่อพ่อกันต์มิใช่รึ ถ้าเขาตามมาเจอ เราก็ต้องถูกบังคับแต่งงานน่ะสิ แบบนั้นไม่ได้นะ เราจะต้องไม่ใหใครตามมาเจอ ต้องปิดบังที่อยู่ให้ไม่มีคนรู้" เด็กสาวเอามือทั้งสองข้างตบแก้มตนเอง ในความทรงจำ ใบหน้าของกันต์นั้นเลือนลาง เพราะแม่พลอยเคยเห็นเขาเพียงครั้งเดียว แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าพลอยนั้นยอมรับในตัวของชายหนุ่มผู้เป็คู่หมายผู้นั้น
ไม่นานนักหลังจากจัดการความคิดตนเองแลปีนป่ายต้นไม้เก็บผลใส่ย่าม เธอก็เดินกลับมายังจุดพักแรม พบว่าลุงมั่นนั้นตื่นแล้ว เขานั่งอยู่ข้างๆสัมภาระตนเอง กองไฟที่ย่างปลาเมื่อครู่ดับลงแล้ว เพราะเริ่มเช้า ไม่หนาวอีกต่อไปแล้ว
"อ้าว กลับมาแล้วรึแม่พลอย ได้ผลไม้มาเยอะเชียว" ลุงมั่นทักเธอด้วยใบหน้าสดชื่น เขามองไปที่ย่ามของพลอยที่ตุงไปด้วยผลไม้ก้อนกลมๆมากมาย
"ใช่จ้ะ เอาเก็บไว้กินกลางทางนะจ๊ะลุงมั่น" เด็กหญิงเอ่ยแจง ก่อนจะแบ่งส่วนหนึ่งให้กับลุงมั่นด้วย เยอะขนาดนี้ สามคนพี่น้องกินไม่หมดอยู่แล้ว
"ถ้านังแม้นมันเก่งกาจได้สักครึ่งของแม่พลอยก็คงดี วันๆเอาแต่นั่งหน้าขาว ข้าละเหนื่อยใจกับลูกสาว" ลุงมั่นถอนหายใจกับตนเองพลางคิดถึงลูกสาวที่บ้าน แม้จะบอกว่าไม่เอาไหน แต่เขาก็รักแลหวงแหนมันนัก ด้วยเป็ลูกสาวคนเล็กแลคนเดียวที่เขามี
"แม่แม้นเขาอาจจะมีดีทางอื่นก็ได้นะจ๊ะลุง ลองให้โอกาสแม่แม้นสำรวจความถนัดของตัวเองดูจ้ะ ลุงลองสังเกตุดูว่าวันหนึ่ง แม่แม้นทำกระไรบ้าง เช่นทำกับข้าว ทำงานบ้าน ค้าขาย แลลุงควรให้แม่แม้นได้มีโอกาสลองสิ่งใหม่ๆบ้าง" พลอยเอ่ยแนะนำ เธอไม่อยากให้พ่อแม่กำหนดเส้นทางให้กับเด็ก และเธอเชื่อว่าคนเรามีความถนัดไม่เหมือนกัน เพียงแค่คนยุคนี้จะให้ค่าความสามารถของแม้นหรือไม่ หรือแม้นนั้นจะสามารถหาความถนัดของเธอเจอหรือไม่
"ข้าก็มิเห็นมันทำอันใด กับข้าวกับปลาก็หาทำอร่อยไม่ งานบ้านงานเรือนก็ต้องให้นังช่วยแม่มันเป็คนสั่ง เลี้ยงวัวคลายรึก็ไม่มีความอดทน แต่ถ้าแม่พลอยว่าเยี่ยงนั้นข้าก็จะลองให้โอกาสมันดู อ้าว พ่อนิล ตื่นแล้วรึ" ลุงมั่นหัวร่อขำขัน ก่อนจะเหลือบไปเห็นร่างเล็กที่สุดในกลุ่มเดินงัวเงียเข้ามาหาพี่สาว
"ตื่นแล้วขอรับ" นิลตอบเสียงงัวเงีย ใบหน้าดูน่ารักน่าชัง หากแต่ทันใดนั้นก็มีเสียงโครกครากดังมาจากท้องของเด็กน้อย นิลเพียงแค่เอามือจับท้องของตัวเองไว้ด้วยความอาย ใบหน้ามีสีแดงระเรือ
"ท่าทางเอ็งจะหิวสินะ มาๆ กินข้าว แล้วค่อยออกเดินทาง" มั่นกวักมือเรียกนิล แล้วทุกคนก็เข้ามานั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกันรอบกองไฟที่มอดแล้ว
"แม่พลอยจ๊ะ" พลอยสะดุ้งขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของหมายเรียกเธอ
"จ๊ะ พี่หมาย" เธอเอ่ยตอบเรียบๆ ไม่มีอารมณ์ใดๆปะปน
"เดี๋ยวพี่แกะก้างให้หนา เ้าจะได้กินได้สบายๆ" หมายเอื้อมมือไปพยายามจะเอาปลาของพลอยมาแกะให้ แต่พลอยแค่เอามือป้องไว้ไม่ให้เขาจับได้ทัน
"ไม่ต้องดอกจ้ะ ข้าแกะก้างของข้าแลของพ่อนิลด้วยกัน ไม่มีปัญหาอันใด ทำไมพี่หมายไม่ลองแกะให้ลุงมั่นดูล่ะจ๊ะ เป็ลูกต้องกตัญญูต่อพ่อแม่นะจ๊ะ" เด็กหญิงหาข้ออ้างไปเรื่อย ซึ่งเธอเองก็ไม่คิดว่าจะจบลงเหตุผลนี้เช่นกัน
"แต่พี่…" หมายชะงักไปแต่ก็ยังไม่อยากยอมแพ้ ทว่า พ่อของเขากลับโพล่งขึ้นมา
"นี่สิ มันต้องอย่างนี้สิ ข้านี่อยากมีลูกสาวอย่างแม่พลอยเสียจริง ช่างกตัญญูนัก เอ็งได้ยินหรือไม่ ไอ้หมาย แกะก้างปลาให้ข้าเสีย" มั่นหันไปหาหมายที่ทำตาค้างด้วยทำอะไรไม่ถูก เขาพยายามปรับสีหน้าก่อนจะเอ่ยกับพ่อของเขา
"พ่อจ๊ะ ปกติพ่อก็แกะเองอยู่แล้ว แลบางทีก็แกะให้แม่ด้วย ไม่เคยเห็นต้องให้ข้าแกะให้เลยนี่จ๊ะ" ชายหนุ่มอ้อนวอน เหตุใดพ่อจึงต้องขัดขวางเขาด้วยเล่า มิใช่ว่าจะช่วยกันหรอกรึ!
"อุบ๊ะ ก็วันนี้ข้าอยากให้เอ็งแกะ ข้าอยากเห็นความกตัญญูของเอ็ง อย่าชักช้า ข้าหิวแล้ว" ลุงมั่นสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด หมายจึงเอนเข้าไปหาพ่อแล้วกระซิบกระซาบความในมิให้พลอยได้ยิน
"เมื่อสักครู่พ่อบอกอยากได้แม่พลอยมาเป็ลูกสาวมิใช่ดอกรึ ตอนนี้อย่าขวางข้าเลยจ้ะพ่อ" หมายทำเสียงอ้อนวอน ทำให้คนเป็พ่อนึกขึ้นได้และยอมตามน้ำไปกับลูกชายทันที
"เออ ๆ แล้วแต่เอ็ง" ลุงหมายพูดจบก็แกะปลาของตัวเองกินทันที
"มาจ้ะแม่พลอย ส่งปลามาให้พี่เถิด" หมายยิ้มหวานให้กับพลอย นั่นทำให้เธอคิดแผนร้ายออกได้อย่างหนึ่ง
"จะแกะให้จริงๆหรือจ๊ะ" เธอถามย้ำหมายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
"จ้ะ แม่พลอย" หมายนึกว่าทุกอย่างเข้าทางตนแล้วก็เอ่ยตอบอย่างดีใจ
"งั้นเอานี่ไปจ้ะ" พลอยส่งปลาตัวหนึ่งให้กับหมาย ก่อนจะป้อนข้าวให้นิลด้วยมือของเธอเอง และไม่นานนัก หมายก็แกะปลาให้พลอยจนเสร็จ เขาส่งใบตองที่เต็มไปด้วยปลาให้กับเธอ
"เสร็จแล้วจ้ะ ค่อยๆกินนะ มะ…แม่พลอยทำกระไรน่ะ" พลอยรับปลาที่แกะแล้วมา ก่อนจะส่งมันให้กับเรืองที่อยู่ข้างๆนิล ทำเอาหมายผงะตั้งตัวไม่ถูกไปทันที
"ก็เอาปลาที่พี่หมายแกะให้พี่เรืองอย่างไรเล่าจ๊ะ พี่เรืองมัวแต่แกะให้พ่อนิลจนมิได้แกะของตนเอง พี่จะใจร้ายกับพี่เรืองได้ลงคอเชียวรึ" เด็กหญิงอธิบาย เธอมีรอยยิ้มชั่วร้ายฉาบอยู่บนใบหน้า ขอโทษทีนะพี่หมาย แต่ข้าไม่อยากมีคู่ครอง ไม่ว่าจะกลเม็ดเด็ดดวงอันใดที่ผู้ชายใช้ เธอล้วนเห็นจากช้งมาหมดแล้ว
"แต่…" หมายยังคงไม่อยากยอมรับ เขาอยากจะประท้วงใจแทบขาดแต่ปลาก็ถึงมือของแม่เรืองแล้ว เขาไม่สามารถแย่งมันคืนมาได้
"รับไปสิพี่เรือง" พลอยพยักหน้าย้ำให้พี่เรืองของเธอรับไป
"ขอบใจนะจ๊ะ พ่อหมาย" เรืองรับมาก่อนจะเอ่ยยิ้มๆกับคุณหนูขอเธออย่างรู้กันจากนั้นก็เอ่ยขอบคุณหมายที่ทำให้เธอไม่ต้องแกะปลาเอง