บทที่ 123 หรือชิว เหวินเจี้ยนจะพ่ายแพ้
หนี่เหยาตกตะลึงไม่น้อยที่เห็นร่างของชิว เหวินเจี้ยนกระอักเลือดออกมา ตั้งแต่ผู้มีพระคุณของเขาเข้ามาช่วยเหลือไม่ให้ตกตายหลายต่อหลายครั้ง ไม่มีครั้งไหนเลยที่ชิว เหวินเจี้ยนจะได้รับบาดเจ็บ แต่คราวนี้นั้นไม่เหมือนกัน ยามเมื่อเทพมารเอาจริงขึ้นมา ชิว เหวินเจี้ยนเองก็พลาดท่าเป็นเหมือนกัน
“ท่านชิว เหวินเจี้ยน” หนี่เหยาร้อง เขารีบรุดขึ้นไปประคองร่างของชายหนุ่ม หากแต่ว่าชิว เหวินเจี้ยนส่ายหน้าปฏิเสธ เขายกมือขึ้นปรามก่อนจะหยัดกายให้ตนเองยืนให้มั่น “ท่านเป็นอะไรหรือไม่ แย่แล้ว แขนของท่าน”
หนี่เหยาเบิกตากว้าง ชายหนุ่มร้อนรนหายารักษาแต่ทว่าในมิติแห่งนี้เขาไม่ได้นำสิ่งใดมาด้วยเลย ชิว เหวินเจี้ยนไม่มีทีท่าว่าเจ็บปวด เขาเพียงแค่หลุบมองต้นแขนที่มีรอยแผลยาว โลหิตไหลอาบแขนจนโชกชุ่ม ชิว เหวินเจี้ยนแตะแผลนั้น ไม่มีพิษหรือเวทร้ายแรงอันใดติดมาด้วย
“เป็นอย่างไรเล่า” เทพมารหัวเราะอย่างสนุก เขาไม่ได้เห็นบุรุษตรงหน้าหลั่งเลือดมาตั้งแต่จำความได้ แม้กระทั่งการต่อสู้ที่น่ากลัวและยาวนานชิว เหวินเจี้ยนก็มักยืนอยู่ตรงนั้น ไร้ร่องรอยบาดแผลและความเจ็บปวดไม่เหมือนกับคนอื่น ไม่ว่าเทพมารจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถชนะคนๆ นี้ได้
แต่เมื่อเขากลับมาเกิดใหม่อยู่ในร่างมนุษย์เช่นนี้แล้ว เทพมารก็ฉุกคิดได้ว่ามันยังพอมีโอกาสอยู่บ้าง โอกาสที่จะชนะคนที่ผนึกเขาเอาไว้ เทพมารยึดขวานในมือ อาวุธเพียงหนึ่งเดียวของเขาก่อนจะก้มมองชิว เหวินเจี้ยนที่มามือเปล่า
“ลิ้มรสความเจ็บปวดเสียบ้างหนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอ” เทพมารก้าวเข้ามาหาชิว เหวินเจี้ยน ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เกรงกลัว แม้ต้นแขนจะยังรู้สึกเจ็บปวด หากแต่เป็นความรู้สึกที่เขาสามารถทนทานได้
“ข้าไม่ใช่หนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหออีกต่อไปแล้ว” ชิว เหวินเจี้ยนบอกกับเทพมาร หันไปหาหนี่เหยาและบอกให้หลบทางไปเสีย แต่คนเขลาข้างกายกลับส่ายหัวปฏิเสธทันควัน
“หนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอคือใคร เป็นท่านหรือ ท่านกลับชาติมาเกิดงั้นหรือ” หนี่เหยายังคงรบเร้า ชิว เหวินเจี้ยนผลักหนี่เหยาให้พ้นทางในขณะที่ขวานไฟลอยผ่านหน้าของเขาเพียงคืบ เทพมารกำลังหรรษาอย่างบอกไม่ถูก เขาแกล้งทำเป็นเฉียดใกล้ให้ทั้งสองตกใจเล่น ราวกับจักพรรดิศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้เก่งกล้าอะไร
“นี่ไม่ใช่เวลาจะมาพูดเรื่องนั้น เจ้าหลบไปเสีย” ชิว เหวินเจี้ยนตะโกนบอก ฉีกแขนเสื้อของตนมาห้ามเลือดไม่ให้ไหลไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มเริ่มคิดกังวลถึงร่างต้นของตนเองที่อยู่ที่ลานหิน หากมีผู้ใดคิดจะปองร้ายเวลานี้คงเหมาะยิ่งนัก นอกจากจะป้องกันตัวเองแล้วยังไม่ต้องมาเสียเวลาเล่าเท้าความอีก เห็นที... “เจ้าออกไปจากมิตินี้ได้แล้วหนี่เหยา”
หนี่เหยาตะเกียกตะกายอยู่ที่พื้น ยามเมื่อเห็นเทพมารวิ่งมาหาพร้อมกับศาสตราวุธอัคคี เขาก็ร้องลั่นทั้งยังไม่คิดจะฟังชิว เหวินเจี้ยนสักนิด ชิว เหวินเจี้ยนเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ หันไปหาเทพมารที่ขว้างอาวุธไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเสาหินรอบกายแหลกละเอียดไปหมด คราต่อไปคงกลายเป็นหัวของเขาทั้งสองแทน
“ออกไปด้วยกันเถอะท่านชิว เหวินเจี้ยน เห็นอยู่แล้วว่าพวกเราไม่สามารถชนะเทพมารได้ ดาบนั่นช่างมันประไร” หนี่เหยาบอกทั้งแบบนั้น ชิว เหวินเจี้ยนเม้มปาก
“ข้ารำคาญพวกเจ้าเหลือทนแล้ว” เทพมารสบถด่า เทพมารควงอาวุธไปมาก่อนจะวิ่งเข้าใส่ชิว เหวินเจี้ยน ชิว เหวินเจี้ยนที่เห็นแบบนั้นก่อนจึงผลักหนี่เหยาเสียเต็มแรง เขายกมือขึ้นเหนืออก วงเวทปรากฏขึ้นเพียงครู่ก่อนที่ร่างของหนี่เหยาจะหายวับไปในทันที
ชิว เหวินเจี้ยนกระโจนออกจากจุดนั้นที่ซึ่งตอนนี้มีปลายขวานจามอยู่ที่พื้น เทพมารหายใจฟืดฟาด ทุกครั้งที่ทำแบบนั้นก็ราวกับทั้งห้องถูกล้อมด้วยเปลวเพลิง แม้จะเข้ามาเพียงจิตใจแต่ก็สามารถรู้สึกถึงความร้อนเหล่านั้นได้เป็นอย่างดี ชิว เหวินเจี้ยนไม่เคยหวาดกลัวผู้ใดหากแต่ว่าลืมคิดไปว่าตอนที่เขากำราบเทพมารนั้นมีคนหนุนหลังอยู่ด้วย คราวนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้น และเขาเองก็ยังไม่ได้มีพลังเทียบเท่ากับตนในอดีต
“สู้ข้าสิ!” เทพมารประกาศกร้าวทั้งฟาดและเหวี่ยงขวานไม่ลดละ มีบางครั้งที่เทพมารหายใจเข้าปอดอย่างรุนแรงก่อนจะพ่นไฟกาลป์ที่ร้อนเกินจะทนทานมาที่พื้นโดยรอบ ไฟนั้นล้อมกันเป็นวงกลอมรอบชิว เหวินเจี้ยนและเทพมารทำให้อาณาเขตการต่อสู้นั้นลดลงจนน่าตกใจ
จากทีแรกที่ชิว เหวินเจี้ยนจะสามารถกระโจนหลบได้อย่างง่ายดายกลายเป็นว่าถูกจำกัดเอาไว้ ไม่มีที่ให้ชิว เหวินเจี้ยนหนี พอเห็นแบบนั้นแล้วชายหนุ่มก็หยุดความคิดเหล่านั้นทิ้งทั้งหมด เทพมารยิ้มเมื่อเห็นแววตาจากชิว เหวินเจี้ยน เป็นแววตาเดียวกับที่เคยเห็นจากหนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอไม่มีผิด แม้รูปลักษณ์จะต่างไปแต่สายตานั้นมิเเปรเปลี่ยน
“หากเจ้าปรารถนาที่จะสู้ข้าก็มิขัดข้องอีกต่อไป” ชิว เหวินเจี้ยนบอกกลับไปท่ามกลางเปลวเพลิงที่ล้อมรอบร่างกายของเขา
“ด้วยตัวคนเดียวนี่น่ะหรือ”
“ด้วยตัวข้าเพียงคนเดียวนี่แหละ” ชิว เหวินเจี้ยนร่ายเวท วงแหวนมากมายปรากฏขึ้นรอบกายเขาพร้อมกับดวงตาที่สว่างจ้า เทพมารนึกขันในใจว่าเพียงแค่นี้จะสามารถชนะเขาได้อย่างไร กำแพงไฟพากันพุ่งขึ้นจนถึงเพดาน ปิดบังวงเวทของชิว เหวินเจี้ยนจนหมดสิ้น
“ไฟนี่ไม่ใช่ไฟธรรมดา มันสามารถกันเวทของเจ้าได้ หากเจ้าไม่ถูกบั่นคอก็คงโดนเผาตาย” เทพมารมองไปที่กำแพงไฟของตนอย่างภาคภูมิใจ ชิว เหวินเจี้ยนลดมือลง เขาขยับกายหนีขวานไฟที่ถูกใช้เป็นอาวุธสังหารเขาอีกครั้ง
ชิว เหวินเจี้ยนเบี่ยงตัวหลบ ไม่ให้ร่างของตนเองขาดครึ่งในการฟันแต่ละครั้ง เพราะงั้นแล้วเลยกลายเป็นพื้นหินแทนที่แหลกละเอียด ชิว เหวินเจี้ยนนิ่วหน้ายามเมื่อร่างของตนถากเข้ากับไฟร้อน เขาต้องย้ายไปอยู่ตรงกลางวงพื้นที่ที่ถูกจำกัดนั้นอีกครั้ง ทุกอย่างอยู่ในความสำราญของเทพมาร
“ฮ่าฮ่าฮ่า” เทพมารหัวเราะร่า “เป็นเวลานานเหลือเกินที่ข้าเฝ้ารอคอย” เทพมารจ้องมองชิว เหวินเจี้ยนด้วยความเคียดแค้น
ชายหนุ่มวาดมือขนานไปกับลำตัว ฉับพลันเร็วเท่าความคิดสายน้ำที่ไม่มีที่มาก็ไหลมาจากปลายนิ้วทั้งสิบของเขา หลอมรวมกันเป็นธารน้ำใหญ่พุ่งเข้าหากำแพงไฟที่ห้อมล้อมอยู่อย่างรวดเร็ว เทพมารหน้าตาตื่นตอนที่เห็นไอน้ำมากมายพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศ เทพมารขบฟันอย่างหงุดหงิดใจ ใช้กีบเท้าหนาของตนตวัดร่างของชิว เหวินเจี้ยนให้ลอยขึ้นสู่ฟ้า สายน้ำพลันขาดช่วงในขณะที่ตัวเขาลอยคว้าง
“ตายซะ!” เสียงตะโกนบันดาลโทสะดังกังวาน ชิว เหวินเจี้ยนพลิกตัวหลบแต่เทพมารนั้นคาดการณ์เอาไว้ ใช้สันขวานงัดร่างที่เคลื่อนไปอีกที่ของชิว เหวินเจี้ยนให้ลอยสู่อากาศอีกครั้ง หมัดหนักกระแทกลงที่ร่างของเขาส่งผลให้ตัวของชิว เหวินเจี้ยนพุ่งลงสู่พื้นเบื้องล่าง
ตู้ม!!!
เสียงระเบิดดังปัมนาทไปทั่วทิศทาง ชิว เหวินเจี้ยนนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นที่ยุบเป็นรอยใหญ่ เทพมารกระโดดลงตามไป จ้องมองผลงานของตนเองอย่างมีความสุข ชิว เหวินเจี้ยนสภาพยับเยิน เสื้อผ้าขาดวิ่นเพราะการต่อสู้ที่ผ่านมาเมื่อครู่ มีเพียงอกที่กระเพื่อมขึ้นลงที่ยืนยันว่าเขายังหายใจ
เทพมารเงื้อขวานขึ้น ในตอนที่ออกแรงฟาดลงมาชายหนุ่มก็เบิกตากว้าง ดวงตาของเขาเป็นสีน้ำเงินสว่างจ้า จากนั้นกำแพงไฟก็ถูกสายน้ำมหาศาลจากไหนก็มิอาจรู้ได้ทลายจนสิ้น ไอน้ำบิดมวนอยู่รอบกาย กำแพงไฟถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย
แต่การกระทำทั้งหมดหาได้เรียกสีหน้าตื่นตระหนกใจ กลับกันเทพมารยิ้มเยาะ
หลังจากไอน้ำจางหายไปหมด สิ่งที่ปรากฏอยู่รอบกายคือลูกบอลพลังงานสีแดงฉานหลายร้อยลูกที่ถูกสร้างขึ้นทั่วห้องมิติแห่งนี้ มันบิดตัวอย่างเกรี้ยวกราด ด้านในมีแต่พลังมหาศาลและเปลวเพลิงที่ร้อนฉ่า พวกมันเป็นเวทที่รอคำสั่ง เพียงแค่เทพมารจรดชี้นิ้วมาที่ชิว เหวินเจี้ยน เหล่าบอลพลังงานเหล่านั้นก็จะพุ่งมาหาเขา…
“กำแพงไฟ...ตั้งใจจะขังข้าไว้ ในระหว่างที่ข้าหาทางออกจากมันเจ้าก็สร้างเวทรอไว้อยู่แล้ว” ชิว เหวินเจี้ยนหยัดกายขึ้นยืน เห็นเพียงแสงสีส้มที่ส่องสว่างทั่วทั้งห้อง
“ไม่มีประโยชน์เลยว่าเจ้าจะทำเช่นไร”
ชิว เหวินเจี้ยนรับรู้วันนี้เองว่าเทพมารเคียดแค้นเขาเพียงใด อยากสังหารเขาขนาดไหนจนถึงขนาดฝึกฝนตนเองเรื่อยมา
“ไม่ว่าข้าจะทำอย่างไร เจ้าก็จะฆ่าข้าให้ได้อยู่แล้ว...”
อัพเลทไปหนึ่งวันติดธุระงับ :) ขอบคุณที่ติดตาม