ในยามแรกเริ่มนั้นเซย์รินไม่สามารถที่จะสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเองได้เลยแต่แล้วอยู่ๆพลังอันมหาศาลไร้ที่มาที่ไประเบิดออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัวเสียงระเบิดของพลังเวทดังสนั่นออกไปหลายสิบกิโลเหล่าสัตว์อสูรที่สามารถสัมผัสคลื่นพลังเวทอันบ้าคลั่งได้พวกมันต่างรู้สึกตื่นตระหนกและหวาดกลัวมันไม่ได้มีเพียงแค่เสียงระเบิดเท่านั้นมันมาพร้อมกับจิตสังหารที่น่ากลัวมันดูราวกับเป็นจิตสังหารของยมทูตแห่งความตายที่พร้อมจะฉีกกระชากวิญญาณของพวกมันได้ทุกเมื่อร่างกายของเด็กหนุ่มนั้นดูราวกับหมดสติไปแต่ตามความเป็นจริงแล้วจิตสำนึกของเขากับเข้ามายังสถานที่แห่งหนึ่ง
ณสถานที่แห่งนี้มันเต็มไปด้วยความอับและความชื้นความรู้สึกของตนเองนั้นเหมือนอยู่ภายในถ้ำน้ำตกขนาดใหญ่บรรยากาศสลั่วๆมีครบเพลิงที่มันถูกจุดไปทั่วทั้งบริเวณยาวจนสุดสายตาเซย์รินมีความตั้งใจที่จะเดินไปสุดทางเพราะภายในใจของตนนั้นราวกับมีสิ่งใดกำลังที่จะเรียกหาตนเองอยู่พร้อมกับเสียงน้ำตกที่มันดังสนั่นอยู่ตลอดเวลาเมื่อเดินตรงมาเรื่อยๆเขาถึงกับตกใจเพราะภาพตรงหน้าของตนนั้นมันเต็มไปด้ววยรูปปั้นของเหล่าสัตว์อสูรขนาดยักษ์ที่ดูแล้วมันราวกับมีชีวิตและทรงพลังตลอดทั้งชีวิตเด็กหนุ่มไม่เคยเห็นสัตว์อสูรพวกนี้มาก่อน
พวกมันดูทั้งตัวใหญ่ยักษ์และแข็งแกร่งและเขาก็ไม่แน่ใจว่ามนุษย์ในยามนี้หากปะทะกับพวกมันเข้าจริงๆจะมีปัญญาอะไรไปสู้มันได้หรือป่าวถึงแม่มันจะเป็นเพียงแค่รูปปั่นแต่มันคล้ายกับมีพลังของพวกมันแผร่ออกมาในยามนี้จิตใจของเด็กหนุ่มถึงกับสั่นสะท้านเจ้าสัตว์ประหลาดพวกนี้แท้จริงแล้วพลังของพวกมันนั้นอยู่ในระดับขอบเขตใดกันมันเกินความรู้ความเข้าใจของข้ามากนัก
เซย์รินเดินไปจนสุดทางภาพตรงหน้าของเขานั้นคือสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์แต่เจ้านี่มันไม่ใช่รูปปั้นเหมือนตนอื่นๆมันคือสิ่งมีชีวิตจริงๆมันคือสิ่งมีชีวิตประเภทสัตว์เลื่อยคานที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตทีเขาเคยพบเคยเห็นมาถึงรูปร่างของมันนั้นจะดูน่าหวาดกลัวและจิตสังหารที่รุนแรงแต่มันก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจทำไมเขากับไม่รู้สึกกลัวมันเลยแต่ความรู้สึกๆเต็มไปด้วยความคิดถึงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ในที่สุดพวกเราก็ได้พบเจอกันเสียทีนายท่านข้านั้นเฝ้าคิดถึงท่านมาโดยตลอดมันเป็นเวลาที่นานแสนนานที่พวกเรานั้นไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันเลย
"เจ้าเป็นใครกันเด็กหนุ่มถามด้วยความรู้สึกใคร่รู้ถึงจะไม่รู้ว่ามันเป็นใครแต่เด็กหนุ่มก็มีความรู้สึกที่พิเศษอะไรบางอย่าง
"ข้าเป็นใครอย่างงั้นหรือในยามนี้นั้นข้าคือส่วนหนึ่งของวิญญาณท่านและทักษะจิตสังหารที่ท่านใช้อยู่นั้นมันก็เป็นผลมาจากข้านั่นแหล่ะจะมีที่ไหนที่มนุษย์ธรรมดาเช่นท่านจะมีจิตสังหารเช่นนั้นได้ฮ่า ฮ่า เป็นเวลาที่นานแสนนานจนข้านั้นจำไม่ได้
"ท่านและข้าเคยต่อสู้กันถึง 10 วัน 10 คืน แต่ก็ยังไม่มีใครรู้ผลแพ้ชนะและวันสุดท้ายก็มาถึงท่านนั้นใช้วิธีการที่ต่ำช้าไร้ยางอายเพื่อที่จะกำจัดข้าโดยใช้วีธีการหลอมรวมวิญญาณ วันนั้นพวกเราทั้งครู่ล้วนตกตายไปด้วยกันไม่ว่าท่านจะเกิดใหม่กี่ครั้งต่อกี่ครั้งข้าก็ยังคงเฝ้าดูและแอบแฝงอยู่ในดวงจิตของท่านแต่ระชาติภพของท่านนั้นช่างสร้างความบันเทิงให้แก่ข้าไม่น้อยถึงจะไม่อยากจะยอมรับนักในตอนนี้ท่านก็เสมือนกับเป็นนายของข้าตั้งแต่ดวงจิตของพวกเราถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันถึงมันจะเป็นอย่างนั้นมันก็ไม่ได้หมายความว่าข้านั้นจะต้องรับฟังคำสั่งใครถึงท่านจะตายข้าก็ไม่ทุกร้อนอะไรพวกเราก็แค่เกิดใหม่ฮ่า ฮ่า ฮ่า
"อ่อ ลืมบอกไปท่านนั้นเป็นหนี้ชีวิตของข้าอยู่หนึ่งครั้ง
"หืม…ข้าไปเป็นหนี้ชีวิตเจ้าตั้งแต่ตอนไหนข้าไม่เคยเห็นจะจำได้
"จิ๊ จิ๊ ลืมไปแล้วเหรอก็ตอนที่อยู่ในคุกใต้ทะเลนั้นไง เป็นตัวข้านิแหล่ะที่กำจัดเจ้ามังกรโสโครกให้และก็พาท่านออกมาจากสถานที่แห่งนั้น
"เป็นเจ้านี่เองซินะ เห้อ…ข้าก็เคยคิดเรื่องนี้มานานเหมือนกันแต่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องมันจะเป็นเช่นนี้แล้วแล้วเจ้าต้องการให้ข้าทำอะไรตอบแทนเจ้าในเมื่อเจ้าสามารถออกมาที่โลกภายนอกได้ทำไมไม่ออกมา
"ไม่ต้องมาตอบแทนอะไรข้า โลกในตอนนี้นั้นมันไม่มีอะไรที่น่าสนใจเมื่อถึงเวลาข้าจะออกไปเอง
"ชิช่างเป็นข้ารับใช้ที่หยิ่งเสียจริง เด็กหนุ่มกล่าวอย่างหัวเสีย
"จิ๊ จิ๊ข้าจะถือว่ามันเป็นคำชมแล้วกันที่พวกเราได้คุยกันในวันนี้เป็นเพราะพลังของท่านกล้าแข็งขึ้นพวกเราจึงจะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ เอาแหละออกไปได้แล้ว อ่อเกือบลืมบอกชื่อไปข้าคือ มิเกล จำชื่อนี้ไว้ให้ดีล่ะ
ภาพของเซย์รินก็มืดดับลง หลังจากการตัดการติดต่อกับ มิเกล เมื่อเด็กหนุ่มกลับไปแล้วมันจึงจำแลงกายในร่างมนุษย์ "มันยังไม่ถึงเวลาที่ข้านั้นจะเหยียบไปยังโลกภายนอกหากข้าออกไปพวกมันจะต้องรู้ถึงตัวตนของข้าเป็นแน่และนายท่านตอนนี้นั้นก็ยังอ่อนแอจนเกินไป
หากมันรู้ถึงการคงอยู่ของมิเกลตอนนี้เหล่าตัวตนที่แข็งแกร่งลำดับต้นๆของโลกจะต้องออกมาตามล่าสังหารเป็นแน่เพราะมิเกลคือตัวอันตรายลำดับ 1ใน 5 ของยุคบรรพกาลในยุคนั้นเซย์รินคือหนึ่งในผู้นำผู้ล่าสังหารมิเกลเขาเลือกที่จะไม่ทำลายดวงจิตของมิเกลเพราะเชื่อมั่นว่าคนเราล้วนจะกับตัวกับใจได้ชาตินี้เป็นคนเลวมันไม่ได้หมายความว่าชาติต่อไปก็จะเป็นคนเลวเหมือนเดิมคนเราล้วนที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เขาจึงเลือกวิธีการหลอมรวมวิญญาณจากการตัดสินใจในตอนนั้น
เซย์รินจึงถูกตัดสินว่าเป็นผู้ทรยศและเป็นตัวอันตรายเขาจึงถูกจบชีวิตในวันนั้น และในโลกปัจจุบันนี้องกรลึกลับนี้ก็ยังคงอยู่คนพวกนี้จะไม่เปิดเผยตัวต่อโลกภายนอกถึงจะมีเหตุการร้ายแรงแค่ไหนก็ตามพวกมันก็ไม่ยอมเคลื่อนไหวและยอมออกมานอกเสียจากมันจะรุนแรงถึงขั้นทำลายล้างโลกได้ทั้งใบพวกมันจึงจะยอมเคลื่อนไหว