OSVALDO ผู้ปกครองทั้งสี่มิติ (ภาคโรงเรียนเวทมนตร์)

    การเลือกชมรมที่ชื่นชอบ ( 2 )

    เมื่ออานนท์เดินตามขึ้นมา เด็กหนุ่มรีบกวาดตามองสิ่งตรงหน้า เหมือนสระว่ายน้ำทั่วไป แต่มีขนาดใหญ่มาก ความกว้างประมาณสามสิบห้าและยาวหกสิบกว่าเมตร ส่วนบริเวณปลายสระมีสปริงบอร์ดอยู่ทั้งหมดสามอัน มีพวกรุ่นพี่สี่คนนั่งหยอกเย้าเล่นกันบนเบาะยืนเหยียดของจุดสตาร์ท ตรงสุดปลายขอบสระทางด้านซ้ายมือ ส่วนตามแนวกำแพงกระเบื้องขาวมีประตูห้องอยู่ทั้งหมดเจ็ดบานไว้สำหรับเปลี่ยนชุดแยกชายหญิง ฯลฯ  เห็นคนจำนวนหนึ่งราวสามสิบกว่าคนซึ่งมีชายซะส่วนใหญ่  ส่วนผู้หญิงมีน้อยจนนับคนได้เลย นั่งแยกกันเป็นสองกลุ่ม  กลุ่มแรกคือประเภทนั่งเรียบร้อยสงบเสงี่ยมบนพื้นร่องไม้สีดำไม่เหมือนกลุ่มที่สองนั่งคุยกันเสียงดังสนั่นเหมือนตลาดสดยกมาอยู่ที่นี่ก็ว่าได้  ก่อนทุกคนหยุดการกระทำของตัวเอง  หันมามองพวกผู้มาใหม่ด้วยสายตาตะลึงกับความสวยหล่อดุจนางฟ้าเทพบุตรก็ไม่ปาน มีดีกรีเป็นถึงบุคคลที่น่าติดตามที่สุดในโรงเรียนเลยทีเดียวเชียวอานนท์กับเพื่อนสาวอีกสี่คนเลือกมานั่งอยู่ด้านหลังสุดของแถวเสร็จ รุ่นพี่เวนเนลท์กับพี่บิลเริ่มอธิบายเกี่ยวกับชมรมพร้อมบอกกฎเกณฑ์ของมันให้ทราบ คือต้องไปเปลี่ยนชุดที่เตรียมให้ทุกครั้งในการเข้าชมรม  มีล็อกเกอร์ให้เก็บของส่วนตัวด้านในห้องเปลี่ยนเสื้อ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ  มีป้ายบอกอีกทีหนึ่งตามจุดต่าง ๆ ของบริเวณรอบสระ และทุก ๆ สัปดาห์มีการแข่งขันภายในชมรมเพื่อค้นหาตัวแทนเข้าร่วมแข่งว่ายน้ำในรายการต่าง ๆ  ทั้งในอดีตและปัจจุบันชมรมนี้ได้สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนอยู่เรื่อยมา  ซึ่งดูได้จากถ้วยรางวัลและเกียรติบัตรเป็นพ้น ๆ ถ้วยตามแนวกำแพงสีแดงอีกฝั่งหนึ่งของสระและโต๊ะหินอ่อนยาวสร้างขึ้น ไว้สำหรับตั้งโชว์ผลงานต่าง ๆ ได้เลย‘ ลูซ เจ้ายังนอนอยู่หรือเปล่า ’เสียงเด็กหนุ่มทักภูตตัวเองขึ้น  หลังจากพวกเพื่อนสาวขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ได้ลากเอล่าไปด้วย มันทำให้เขารู้สึกโล่งใจไปเปาะหนึ่ง  ส่วนคนอื่นวิ่งหายไปจากหลังบานประตูห้องเพื่อเปลี่ยนชุดพร้อมออกมาลงน้ำเต็มที่เมื่อพวกรุ่นพี่ปล่อยให้พักกันตามอัธยาศัย ตอนนี้อานนท์กำลังเดินสำรวจไปรอบ ๆ  สระตามประสาคนหล่อ  จนไม่ได้สนใจใครที่หันมามองยังอานนท์เป็นระยะ ๆ ยิ่งเฉพาะพวกผู้หญิงด้านหลังเขาด้วยแล้ว เดินตามหลังกันเป็นขบวน ซึ่งนับคนได้เลยแค่เพียงหกสาวเท่านั้น เด็กหนุ่มหยุดเดินตรงไหน ผู้หญิงด้านหลังก็หยุดก้าวเท่านั้น แต่แปลกตรงอานนท์ไม่รู้สึกถึงสายตาอิจฉาหรือหมั่นไส้จากพวกเพื่อนผู้ชายต่างสายเรียนสายปีเลยสักนิดเดียว ซึ่งปกติมันต้องมีบ้างหรืออาจจะมีเยอะไปเลย‘ ลูซ ’อานนท์ทักอีกรอบ  สายตาเห็นพวกผู้ชายตรงข้ามของสระ ถอดเสื้อคลุมขาวเผยเห็นเป็นชุดเหมือนดำน้ำรัดรูปสีดำแขนยาว แถบข้างสีน้ำเงินเข้มเป็นขาสั้น กำลังพากันกระโดดตูมพลันหายไปเลยไร้ร่องรอยคลื่นน้ำต้องแผ่กว้างตามน้ำหนักพุ่งลง เด็กหนุ่มรีบชะโงกหน้ามองลงกับไม่เห็นอะไรนอกเสียจากผิวน้ำเรียบนิ่งดุจแผ่นกระดานไร้การเคลื่อนไหว‘ โกทาล ’เด็กหนุ่มเปลี่ยนมาถามภูตดาบ หมุนตัวกลับต้องพบใบหน้าสวยของผู้หญิงหกคนยื่นเข้ามาใกล้จนเขาผงะก้าวถอยหลัง ส้นรองเท้าผ้าใบดำยื่นออกมาจากขอบสระไปครึ่งหนึ่งเกือบหงายหลังดิ่งลงน้ำ แต่ดีที่มีหลายมือคว้าดึงเด็กหนุ่มเข้ามาไว้ได้ทัน จนหน้าเขาพุ่งเข้ากับทรวงอกนิ่มของผู้หญิงร่างเล็กตรงหน้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก่อนมือใหญ่ยื่นจับเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวตามสัญชาตญาณพลันปรากฏมือเล็กพุ่งตบหน้าอานนท์ไปอย่างเร็ว“ กรี๊ด !! ”พร้อมเสียงร้องว่าไล่ตามมา เมื่อตัวอานนท์ได้ดิ่งลงไปในน้ำจริง ๆ เสียแล้ว พลันรู้สึกถึงรอบกายเย็นฉ่ำเหมือนโดนแป้งเย็นตราโบราณโรยตัว  เขาตัดสินใจเปิดเปลือกตาขึ้น เห็นปะการังหลากหลายสีสันอาศัยอยู่ตามแนวเนินเขาลูกเล็กลูกใหญ่เรียงซ้อนกัน คลื่นพลิ้วไหวลอยตามสายน้ำกับซอกหินมากมายเติบโตบนพื้นดินอันติดกันเป็นที่พักอาศัยของสิ่งมีชีวิตในใต้น้ำตามธรรมชาติ  เด็กหนุ่มก้มมองท่อนล่างของตัวเองพบว่ามันได้กลายเป็นหางเงือกสีฟ้าเกล็ดขาวเปล่งประกายระยิบระยับเหมือนกลุ่มผู้ชายด้านหน้าเขาไปซะแล้ว อานนท์ลองสะบัดหางไปมาอย่างชอบใจ   แต่การหายใจใต้น้ำต้องอาศัยการกลั้นไว้ให้นานที่สุดเช่นกัน“ แปลกแฮะ ทำไมพวกนั้นถึงหายใจดูปกติจังนะ ”อานนท์พูดเปรย เอาแขนกดลงน้ำ กวาดออก ดึงแขนกลับมา กดลงซ้ำหลายรอบ ลักษณะคล้ายวาดเลขแปด  หางเงือกสะบัดไปมาเบา ๆ เพื่อพยุงตัวให้คงที่ยิ่งขึ้น ส่วนดวงตาของเขากับไม่รู้สึกแสบเลยสักนิดเดียว แถมยังเห็นชัดเหมือนอยู่บนบกเลยก็ว่าได้“ เจ้าชื่ออานนท์ใช่ไหม ? ” เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มคนหนึ่งอยู่ด้านหลังดังขึ้น ทำให้เจ้าของชื่อรีบหันไปมอง พบใบหน้าคมคาย ปลายจมูกโค้งงอราวตะขอดุจสตรีงาม มีผมสีดำปล่อยยาวโต้คลื่นสายน้ำ รูปร่างตัวเล็กกว่าบุรุษทั่วไป“ ใช่ มีอะไรเหรอ ? ” อานนท์ตอบเสียงเรียบ ทำหน้าสงสัย“ เปล่า ๆ ข้าแค่อยากรู้จักเจ้าเฉย ๆ น่ะ  ”  เด็กหนุ่มผมดำยิ้มอย่างเป็นมิตร ยื่นมือออกไปทักทาย “ ข้าชื่อ ลา... ลาวาน ยินดีที่ได้รู้จัก ” อานนท์มองมือข้างขวาของคนที่ชื่อลาวานอยู่สักครู่ ตัดสินใจยื่นมือตัวเองออกไปจับทักทายกลับ  แต่แววตายังคงระแวงผู้ชายตรงหน้าอยู่บ้างตามนิสัยชอบคิดในแง่ลบของเขา“ ยินดีที่ได้รู้จัก ” อานนท์ยิ้ม สายตาเห็นผู้ชายกลุ่มหนึ่งมีอยู่ห้าคน นั่งแถวภูเขารอบปะการังสีชมพูปะปนขาวซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลมากนัก กำลังสุ่มหัวคุยซุบซิบกัน หันมามองยังพวกเขาอย่างรู้สึกได้ชัดเจน เด็กหนุ่มจ้องกลับ จนพวกนั้นเลิกสายตามองมา “ พวกนั้นมองข้าทำไม... ” อานนท์เปรย แต่ลาวานรู้ว่าอยากให้เขาตอบ “ พวกเซเรส ”“ พวกเซเรส ? ทำไมเหรอ... ” อานนท์ทวนคำ ถาม หันไปมองพวกนั้นอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ“ ก็พวกนั้นไงที่อยู่ในกลุ่มนีอา พวกนั้นชื่นชอบเจ้าตัวยงเลยล่ะ... นี่เจ้าไม่รู้รึ ?  ” ลาวานเอ่ย ส่วนอานนท์ส่ายหน้าและคิด ‘ มีคนชอบดีกว่ามีคนเกลียดเราละกันวะ ’  เมื่ออานนท์กับเพื่อนใหม่ทำความรู้จักกันมากขึ้น เพราะถึงยังไงชมรมนี้เด็กหนุ่มต้องหาเพื่อนผู้ชายไว้อยู่บ้าง เพื่อได้ไม่ดูน่าเบื่อจนเกินไป มีอะไรคุยกันได้ตรง ๆ อย่างไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนอยู่กับพวกเพื่อนสาวเป็นครั้งคราว ระหว่างนั้นพูดคุยกันถึงเรื่องการแข่งขันของชมรมไปด้วย จนเขาลืมพวกเพื่อนสาวไปเสียสนิท เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง อานนท์ขอตัวแยกออกมาว่ายสำรวจในนี้ต่อไปเรื่อย ๆ รอบตัวเขามีทั้งคนทั้งสัตว์เวทหรือไม่ก็ภูตแหวกว่ายไปมาอย่างอิสระ ชวนน่าเพลินตาในการมอง  ทำให้เด็กหนุ่มยื่นมือออกไปจับสัตว์พวกนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่คว้าได้แค่มวลน้ำมาเพียงเท่านั้น เพราะมันกับทะลุเมื่อมีมือโดนตัว พลันเปล่งแสง และสลายหายไป ปรากฏอีกทีเห็นว่ายไปไกลจากตัวเขากว่าสิบเมตรซะแล้ว“ เฮ้อ ! แค่ก ๆ !! ”เสียงถอนหายใจกลับมาเปลี่ยนเป็นไอสำลักแทน เมื่ออานนท์ลืมไปเลยว่าตัวเองอยู่ใต้น้ำ กำลังกลั้นหายใจอยู่ แต่แปลกตรงที่ทำไมเด็กหนุ่มถึงกลั้นได้นานกว่าปกติ แทนยังพูดคุยได้เหมือนอยู่บนบก ‘ นี่ก็ปาไปเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าแล้ว ทำไมข้าถึงยังอึดได้ขนาดนี้นะ... ’ อานนท์ก้มดูนาฬิกาตัวเอง(15.48น.)  รู้สึกถึงสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังพุ่งเข้ามาทางด้านหลังเขาอย่างเร็วมาก  เด็กหนุ่มรีบหันไปมองกับพบดวงตากลมโตข้างซ้ายมีสีฟ้าข้างขวาเป็นสีชมพู มันคือไดโนเสาร์สีขาวตัวนั้น หน้าของมันคล้ายไทแรนโนซอรัสไม่มีผิดเพี้ยน !  อานนท์เรียกสติกลับคืนมา  รีบว่ายหนีมันอย่างไม่คิดชีวิต แต่ความเร็วกลับด้อยกว่าตัวนั้นมากนัก จนกล้ามเนื้อแขนมันเริ่มอ่อนล้าลง แต่ยังว่ายต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้ เขาลืมไปเลยว่าท่อนล่างเป็นหางเงือก ไม่ต้องสั่งให้ช่วงแขนทำงานหนัก เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวาเพื่อหาที่ตั้งหลัก แต่มันกับไม่พบให้หลบภัยเลย‘ เอาไงดี ลูซกับโกทาลก็หายเงียบไปอีก ! ’เด็กหนุ่มรีบเอี้ยวหลังมองไดโนเสาร์ตัวนั้น กำลังว่ายตามมาอย่างไม่ลดละ  ตัดสินใจกางม่านพลังสีเหลืองเข้มปกคลุมรอบตัวกั้นไว้ พลันมีการปะทะกันเกิดขึ้นตีเป็นวงกว้าง เมื่อเจ้าไทแรนโนซอรัสอ้าปากโชว์ฟันแหลม ปรากฏลูกไฟรัตติกาลขนาดใหญ่พุ่งใส่มนุษย์เบื้องหน้า สะบัดหางยาวไปด้านหน้าเพื่อหวังทำลายม่านพลังนั้นให้แตกออก แต่ไม่ง่ายอย่างนั้นในเมื่ออานนท์ได้สร้างม่านพลังซ้อนกันอีกสามชั้นป้องกันไว้ (ใช้วิธีเค้นพลังภายในผนึกเวทย์เพื่อกางม่านพลังป้องกันตัวเอง) เพื่อรักษาความปลอดภัยของตัวเองไปอีกขั้นหนึ่ง แต่มันกับปรากฏรอยแตกร้าวของม่านพลังชั้นแรก ทำให้ใจเด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกวูบลงไปได้เลย‘ พลังรัตติกาล... ! ทำไมมันต้องเพ่งเล็งมาที่ข้าด้วยเนี่ย ! คนอื่นก็มีอยู่ตั้งเยอะตั้งแยะ ! ’อานนท์ยกมือต้านไว้เหมือนในหนังกำลังภายใน  รู้สึกโมโหและโทษชะตาตัวเองที่ชอบกลั่นแกล้งเขาอยู่เรื่อย ม่านพลังชั้นแรกได้สลายหายไปเพราะต้านทานลูกไฟของเจ้าไทแรนไม่ไหว จนม่านพลังที่สองเริ่มแตกร้าวปรากฏขึ้นตามมา เขารู้สึกเหนื่อยและเริ่มปวดร้าวไปทั้งตัว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนยังคงจ้องมันอย่างสู้ใจขาด ‘ ข้าไม่ยอมแพ้แกง่าย ๆ หรอก ! เอาสิ แน่จริงก็ทำลายอีกชั้นหนึ่งให้ได้สิ !! ’ อานนท์คิดจงใจส่งถึงมัน รีบถ่ายพลังตัวเองเข้าไปเพิ่ม  ทั้งต้องกลั้นหายใจแถมยังต้องฝืนร่างกายเพื่อต่อสู้มันอย่างไม่ยอมแพ้ “ โค โค !!! ”เสียงคำรามของมันเปล่งดังสนั่น คลื่นน้ำสะเทือน พลันม่านพลังพังทลายลงเมื่อไทแรนรับรู้ได้ มันเพิ่มลูกไฟดำขนาดยักษ์อัดเข้ากับลูกแรกไปสมทบ จนมนุษย์เบื้องหน้ากระเด็นออกมาพร้อมเศษเสี้ยวของม่านพลังตน  ดิ่งลงสู่ดั่งใต้ท้องทะเลลึก เรี่ยวแรงทั้งหมดกับไม่มีหลงเหลือ อานนท์ปิดเปลือกตาลงสนิท ทุกการเคลื่อนไหวเขายังรู้สึกดีอยู่ หน้าอกเริ่มอึดอัดเหมือนมีคนมานั่งทับไว้ อาการหูอื้อเริ่มตามมาจากร่างเด็กหนุ่มเริ่มดิ่งเร็วราวจรวด“ อานนท์ !!!!!! ” เสียงมากมายลอยเข้ามาสู่โสตประสาท พลันทุกอย่างเริ่มไร้ความรู้สึก แสงทองอ่อนส่องประกายระยิบระยับอันไกลลิบลิ่วจากเด็กหนุ่มมากนัก เป็นแสงสุดท้ายที่เขาสัมผัสถึงความอบอุ่นอย่างแท้จริง
    ..........................................................

    คล้ายกับเรื่องOSVALDO ผู้ปกครองทั้งสี่มิติ (ภาคโรงเรียนเวทมนตร์) ที่คุณอ่าน

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    152K 152
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912