เปรี๊ยะเปรี๊ยะ... เปรี้ยง!
และในเวลาต่อมาไม่นานเขตแดนของบุปผาราตรีก็ได้พังทลายลง! แสงครอบสีชมพูอ่อนบางเบาค่อยๆ จางหายไปจนกระทั่งหายไปทั้งหมด กลับเข้าสู่ช่วงเวลาของปัจจุบันขณะ ณ พื้นที่บริเวณชายป่าดำอย่างเช่นเดิม ท้องฟ้าของตอนนี้ยังคงมืดครึ้มแต่ปรากฏแสงสว่างสีส้มอ่อนๆ อยู่รำไรขอบฟ้าเป็นช่วงเวลาใกล้จะเช้าของวันใหม่แล้ว
ณ บริเวณพื้นที่ว่างเปล่าเหลือเพียงร่างของเด็กชายที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพักพิงต้นไม้ใหญ่อยู่ท่ามกลางความมืดมิดแต่เพียงลำพังเท่านั้น
‘มิคาเอลเจ้าพร้อมนะ?’ (แอลฟ์) มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาเอ่ยถามมิคาเอลด้วยน้ำเสียงจริงจัง คิดถึงวิธีการที่มันจะใช้ออกไปจากที่นี่ให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด ร่างกายของมิคาเอลยังไม่พร้อม... แต่ว่าพวกเขาก็รั้งตัวอยู่ที่นี่นานกว่านี้ไม่ได้แล้ว
“อะอือ... อืม” มิคาเอลตอบรับกลับไปด้วยอาการลมหายใจติดขัดขาดห้วง ก่อนพลางจะกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวดร่างกาย อย่างไรก็รั้งตัวอยู่ที่นี่ไม่ได้ หากอยู่นานกว่านี้เห็นทีว่าแม้แต่ชีวิตเขาก็คงจะรักษาไว้ไม่ได้เลย... ช่วงเวลาของวันใหม่สัตว์อสูรระดับต่ำออกหากิน ซึ่งขณะตอนนี้แค่เพียงแค่สัตว์อสูรระดับต่ำเขาก็รับมือไม่ไหวหรอก
‘ข้าก็คิดเช่นนั้นเช่นกัน’ (แอลฟ์) มันยังสู้ไหวอยู่แต่ไม่สู้น่าจะดีกว่า! วิธีการที่มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาคิดจะใช้คือ การใช้วิถีเนตรนภาร่วมกับความสามารถหนึ่งในวิถีนภาอีกหนึ่ง ซึ่งก็คือ ‘วิถีนภาหนึ่งเสี้ยวพริบตา’ นั่นเอง เป็นเวทเคลื่อนย้ายที่มันเคยใช้ไปครั้งหนึ่งเมื่อครั้งเคลื่อนย้ายไปที่ห้วงลึกสุดภูเขาแอลฟ์ และเมื่อครั้งแรกนั้นเองที่สร้างความเจ็บปวดให้มิคาเอลมากนักเนื่องจากเป็นการแทรกแซงมิติที่ขั้นสูงเกินไป
แต่สำหรับครั้งนี้มันคิดว่า... ก็ยังเจ็บปวดเหมือนเดิม! เพราะมิคาเอลได้รับบาดเจ็บมาอยู่แล้วหากใช้เวทเคลื่อนย้ายผ่านนี้ก็คงจะไปได้ไม่ไกลนัก เอาเท่าที่แค่พวกเขามั่นใจว่าจะพอไหวและปลอดภัยจากป่าดำป่าพิศวงแห่งนี้ก่อนก็พอ
“เดี๋ยวก่อน...”
มิคาเอลกล่าวพลางค่อยๆ พยุงร่างขึ้นทั้งพิงหลังยันไปกับต้นไม้... เขาไม่แน่ใจว่าที่นี่จะทิ้งหลักฐานอะไรที่บ่งบอกโยงใยเกี่ยวกับเขาเหลือไว้บ้างหรือไม่ เพราะฉะนั้น....
‘มีอะไรรึ? ...!’ (แอลฟ์) มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาเอ่ยถามทั้งงุนงงทั้งสงสัย แต่วินาทีต่อมามันก็เข้าใจภายในทันที!
มิคาเอลยังมีไพ่ตายใบสุดท้ายเหลืออยู่! และเขาก็กำลังจะทิ้งไพ่ตายใบสุดท้ายนี้ไว้ที่นี่!
“เหรียญอัญเชิญ... ไซแซลลี่! จงออกมา!”
กรี๊สสสสสส....!
มิคาเอลหยิบเหรียญหนึ่งออกมาจากเสื้อคลุมก่อนจะใช้พลังเวทส่งเข้าไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแค่จุดเปิดเส้นทางเพื่ออัญเชิญ ‘ไซแซลลี่’ ออกมา... ต่อมาทันใดนั้นเองจึงปรากฏเป็นแสงสว่างจ้าเป็นวงกว้างขึ้นมาทีหนึ่งทั่วผืนบริเวณนี้ เหรียญอัญเชิญถูกเปิดออกพร้อมกับกลิ่นอายของพลังธาตุอัคคีที่แผ่ออกมา และตามด้วยเสียงกรีดร้องอันน่าพรั่นสะพรึงของหญิงสาวผู้หนึ่ง!
* ‘เหรียญอัญเชิญ’ ถือเป็นอาวุธเวทชนิดหนึ่งซึ่งมีหลายลักษณะหลายประเภท แต่ที่มิคาเอลใช้เป็นลักษณะเหรียญที่สร้างบรรจุพลังธาตุไว้และใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น!
‘ไซแซลลี่’ จิตวิญญาณอัญเชิญร่างจุติเพลิงหญิงสาวผู้ใช้อัคคี มีลักษณะรูปลักษณ์เป็นหญิงสาวผู้งดงามราวเทพธิดาผู้หนึ่ง ร่างทั้งร่างจุติด้วยเพลิงตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าตามลักษณะของจิตวิญญาณใช้ธาตุอัคคี ซึ่งบรรจุพลังธาตุอัคคีที่มีพลังความบริสุทธิ์ธาตุถึง [ขั้นธาตุพิสุทธิ์] เลยทีเดียว!
“จงเผาผลาญมันให้มอดไหม้ซะ!”
มิคาเอลถือเหรียญอัญเชิญไว้กล่าวขึ้นก่อนที่จะโยนมันขึ้นกลางอากาศ พลางใช้กระแสจิตเวทนึกคิดส่งเข้าไปเพื่อบ่งบอกตำแหน่งจุดบริเวณบริบทพื้นที่ในการดำเนินตามคำสั่ง
‘ไซแซลลี่’ ลอยตัวอยู่กลางอากาศต่อหน้าผู้อัญเชิญก่อนที่ดวงตาสีแดงเพลิงของมันจะสว่างวาบขึ้นเป็นประกายครั้งหนึ่ง ถือเป็นการได้รับคำสั่งดังกล่าวนั้นแล้ว
กรี๊ส กรี๊ส กรี๊สสสสสส....!
พรู่ววววพรู่ววววววว.... พรึ่บพรึ่บ พรึ่บพรึ่บ!
ทันใดนั้นเอง... แสงเพลิงความบริสุทธิ์ [ขั้นธาตุพิสุทธิ์] สีอ่อนบางเบาจึงปรากฏสว่างวาบขึ้นมาทีหนึ่งครอบคลุมผืนบริเวณที่มิคาเอลนึกคิด ร่างจุติเพลิงของไซแซลลี่ลุกฮือพรึ่บขึ้นมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องอันน่าสะพรั่นสะพรึงดังกึกก้องทั่วทั้งบริเวณอีกครั้ง ร่างนั้นหมุนวนรอบเป็นวงกลมนำส่งร่างของมันลอยขึ้นกลางอากาศสูงขึ้นเรื่อยๆ ไซแซลลี่เงยใบหน้างดงามราวกับเทพธิดาขึ้นมองท้องฟ้า ก่อนต่อมาใบหน้านั้นจะปรากฏเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมอย่างน่าขนลุกขึ้น พลางวาดเรียวแขนทั้งสองข้างโอบตนเองก่อนที่มันจะปลดปล่อยพลังเวทธาตุอัคคีความบริสุทธิ์ [ขั้นธาตุพิสุทธิ์] ออกมาเผาผลาญ ณ ผืนบริเวณนั้นตามคำสั่งของผู้อัญเชิญอย่างทีเดียวทั้งหมดภายในคราวเดียว!
พรึ่บพรึ่บ พรึ่บ! พรึ่บพรึ่บ.....!!
ความมืดมิดอันเงียบเหงาถูกแทนที่ด้วยไฟเผาผลาญของไซแซลลี่... เพลิงบริสุทธิ์ [ขั้นธาตุพิสุทธิ์] ลุกฮือพรึ่บเริ่มลุกไหม้เผาผลาญทั่วอาณาเขตบริเวณชายป่าดำที่เคยเป็นที่ที่บุปผาราตรีสร้างเขตแดนไว้และสิ้นสุดลงไปก่อนหน้านี้ตามคำสั่งของมิคาเอล เพลิงผลาญนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาดเปรี้ยงเดียวทีเดียวทั้งหมดก็ถูกเผาไปแทบไม่เหลือร่องรอย แม้กระทั่งร่างจุติเพลิงของไซแซลลี่ก็เผาผลาญตนเองไปกับเพลิงนั้นด้วยเช่นกัน ถือเป็นการสิ้นสุดของทั้งสิ้น!
มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภามองแล้วก็คิดว่า... กับป่าดำป่าพิศวงแห่งนี้ อย่างไรเสียมิคาเอลก็เคยเผามันให้วอดวายมาแล้วตั้งหลายครั้งเมื่อวานนี้ ไหนๆ ก็ไหนๆ มาถึงขั้นนี้แล้วก็เผามันไปอีกสักรอบจะเป็นไรไป!
ไฟเผาผลาญที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วสายฟ้าฟาดนี้จะสร้างความเสียหายได้ยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็รอดูพรุ่งนี้เช้าเถอะ!
วิธีการของมิคาเอลก็แค่.....!
‘ทำลายหลักฐานก่อนทั้งหมด... และสร้างหลักฐานอื่นอันใหม่ทิ้งไว้!’
เมื่อร่างจุติเพลิงไซแซลลี่กำลังเริ่มทำการเผาผลาญบริเวณนั้นอยู่ มิคาเอลก็กลับมาให้ความสนใจแก่สถานการณ์ของตนเองต่อ เขาขยับเขยื้อนร่างกายทั้งด้วยความปวดร้าวทั่วทั้งร่าง พลางกัดฟันกึกอดทนต่อความเจ็บปวดนั้นแล้วพยายามเตรียมความพร้อมทั้งกายใจเท่าที่จะทำได้กับการที่จะเคลื่อนย้ายด้วยเวทของมังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภา
ส่วนกับที่นี่นั้นเขาไม่จำเป็นต้องกังวลให้มากแล้ว เพราะอัคคีของไซแซลลี่นั้นเป็นสร้างบรรจุขึ้น ถึงแม้ว่าอาจจะมีหลงเหลือตกค้างอยู่บ้างแต่ ‘สิ่งอื่น’ ก็ไม่สามารถที่จะทำการดูดซับได้หรือจดจำต้นตอได้ เพราะมันจะค่อยๆ เผาผลาญตัวเองไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจางหายสลายไปเองทั้งหมด!
คนที่จะสามารถทราบร่องรอยของ ‘ไซแซลลี่’ ได้มันก็มีเพียงแค่... เจ้าของคนที่ให้เขามาก็เท่านั้นแหละ!
‘แบบนั้นมัน...’ (แอลฟ์) ก็เปิดเผยแล้วว่ามิคาเอลมีสัตว์อสูรในพันธสัญญาพลังธาตุมืด (เจ้าก้อนดำฟรีซ) แล้วก็ต้องเปิดเผยอีกน่ะสิว่ามิคาเอลยังมีไซแซลลี่ของ... (จุดจุดจุด) อีกด้วย!
“ยังไงก็ต้องรู้อยู่ดีว่าข้ายังมีชีวิตอยู่... ไม่สู้เปิดเผยทิ้งหลักฐานเป็นอัคคีไว้ไม่ดีกว่ารึ” มิคาเอลกล่าวอย่างเข้าใจสิ่งที่มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาคิด อย่างไรเสียฝ่ายนักฆ่าในเงามืดนั่นก็ต้องรู้อยู่ดีว่าเขา... มิคาเอล สเวน แม็กซีวีลอน ผู้นี้นั้นยังมีชีวิตอยู่และยังพอมีฝีมืออีกด้วย!
ฉะนั้นทิ้งหลักฐานเป็น ‘อัคคี [ขั้นธาตุพิสุทธิ์] ของไซแซลลี่’ ไว้มันก็ดีกว่าเปิดเผยทิ้งหลักฐานเป็น ‘เหมันต์นิรันดร’ ไม่ใช่รึ?!
อีกอย่างการใช้ ‘ไซแซลลี่’ ของเขาก็มีประโยชน์อีกประการหนึ่งสำคัญด้วย....!
‘ดี! ยังไงก็ดีกว่าอยู่แล้ว!’ (แอลฟ์) ประโยชน์สองทางในทีเดียว! ...
ในขณะที่ไซแซลลี่กำลังเผาผลาญบริเวณพื้นที่อดีตเขตแดนของบุปผาราตรีอย่างต่อเนื่องพร้อมกับทั้งเผาผลาญตัวมันเองไปด้วย มิคาเอลพยายามควบคุมสติสมาธิและลมหายใจอยู่กับที่อย่างนิ่งสงบ ส่วนมังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาก็เริ่มทำการคำนวณกะเกณฑ์ความพอดีพอไหวของร่างกายมิคาเอลไปสู่จุดที่สามารถไปถึงได้... มันจึงยิ่งพบว่ามิคาเอลบาดเจ็บบอบช้ำทางภายในหนักมากจริงๆ! ที่ที่มิคาเอลสามารถไปถึงได้จากจุดนี้ไปอีกจุดไม่ไกลนักจริงๆ แต่ยังไงก็ถือว่าดีกว่าอยู่ที่นี่ละกัน!
ก่อนต่อมามังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาจะโคจรพลังเวทนภาอันบางเบาขึ้นปรากฏเป็นละอองนภาออกมาก่อตัวปกคลุมครอบร่างของมิคาเอลทั้งตัว และจากนั้นมันจึงใช้ ‘วิถีนภาหนึ่งเสี้ยวพริบตา’ เคลื่อนย้ายพวกเขาออกไปให้พ้นจากพื้นที่บริเวณอันตรายนี้!
‘วิถีนภาหนึ่งเสี้ยวพริบตา’ .... เวทเคลื่อนย้ายตามด้วยใช้เนตรแห่งความจริงวิถีเนตรนภาขั้นผู้ปกครองผืนนภาของมังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาร่วมด้วย ปรากฏเป็นดวงตาดุดันคมกริบของมังกรขึ้นเพ่งมองพินิจลงมาจากผืนนภาก่อนจะถ่ายพลังเวทออกมาตราตรึงเวท ณ จุดบริเวณดังกล่าวแล้วใช้หนึ่งเสี้ยวพริบตาก้าวเคลื่อนย้ายต่อภายในทันที!
ตรืดตรืด.. ฟรึ่บฟรึ่บ ฟรึ่บบ!
เพียงเสี้ยวเวลาต่อมามิคาเอลก็ได้เคลื่อนย้ายออกจากบริเวณชายป่าดำเดิมแล้ว... เวทเคลื่อนย้ายเพียงเสี้ยวพริบตาของมังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาเคลื่อนย้ายส่งมิคาเอลมายังจุดที่ห่างไกลจากบริเวณป่าดำได้เพียงแค่ไม่กี่ไมล์เท่านั้น ถ้าจะให้กล่าวคือมันก็ยังไม่พ้นจากอาณาบริเวณใกล้ขอบเขตของป่าดำเท่าไหร่เลยด้วยซ้ำ!
แต่ยังไงก็ดีกว่าที่เดิมน่ะ!
‘เจ้าเป็น อย่าง... ไร บ้าง!’ (แอลฟ์) มังกรวารีเหมันต์แห่งผืนนภาเอ่ยถามมิคาเอลก่อนอย่างห่วงใยในอาการ แต่เสียงของมันที่เปล่งออกมาก็ขาดห้วงไปจากการได้ยินของมิคาเอลแล้วอย่างช่วยไม่ได้...
หลังจากที่ได้เคลื่อนย้ายออกมาเรียบร้อย... มิคาเอลก็อดรนทนฝืนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว!
“เอื้อกกอั่กกก...!” มิคาเอลกระอักเลือดออกมาอีกครั้งพลางได้ยินเสียงของเจ้ามังกรอย่างขาดๆ หายๆ เท่านั้น และก่อนที่ต่อมาจะไม่ได้ยินอะไรอีกเลย... หรือก็คือเขาไม่รับรู้อะไรอีกเลย!
มิคาเอลยืนโงนเงนไปมาอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างของเด็กชายพลันทรุดตัวลงกับพื้นหาที่พิงเป็นโขดหินใหญ่ เขาหลับตานิ่งหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วงติดขัดและขาดห้วง การใช้พลังเวทแม้แต่เศษเสี้ยวผ่านร่างกายนี้มันยิ่งทำให้ความเจ็บปวดที่มีรุนแรงมากขึ้น ความบอบช้ำเจ็บปวดรวดร้าวทั้งภายในและภายนอกล้วนประดังประเดแทรกซึมลึกเข้ามาทั่วอณูร่างกายยันลึกถึงสมองของเขา... เขาไม่สามารถอดทนต่อไปได้อีกแล้วจริงๆ ก่อนที่ต่อมามิคาเอลจะสลบเหมือดนิ่งไปทั้งอย่างนั้น!!
ช่วงเวลาของวันค่อยๆ หมุนวนผ่านพ้นไปต่อไปเรื่อยๆ จากแสงสีส้มอ่อนของพระอาทิตย์สว่างรำไรบริเวณขอบฟ้าบ่งบอกเวลาเช้ามืดของวันก่อนหน้านี้ ณ จวบตอนนี้ก็โผล่พ้นขอบฟ้านั้นออกมาแล้ว พระอาทิตย์ส่องแสงแดดสว่างจ้าร้อนเผากันเลยทีเดียวบ่งบอกเวลาเข้าสู่เที่ยงของวันนั้นเข้าไปแล้ว
ป่าดำป่าพิศวง... ด้วยกิตติศัพท์ความน่าพิศวงอันพรั่นสะพรึงของมันมีมากนัก จึงทำให้ไม่มีผู้ใดที่จะกล้าเข้ามาค้นหาหรือเก็บเกี่ยววัตถุดิบสมุนไพรที่อุดมสมบูรณ์นี้ ส่งผลให้บริเวณพื้นที่นี้จึงมักจะเงียบสงบเสมอและความเงียบสงบนั้นก็ยังเผื่อแผ่มาถึงบริเวณใกล้กับขอบเขตป่าดำป่าพิศวงนี้ด้วย
แต่... ก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้ใดเข้ามาใกล้เลยสักคนจริงๆ
“ฮื้ม... เอ๊ะ ตรงนี้มีคนอยู่นี่!”
--------------------------
*เหรียญอัญเชิญประเภทนี้ผู้สร้างบรรจุใช้พลังธาตุสร้างรูปร่างขึ้นมาโดยใช้พลังธาตุดังกล่าวเป็นพลังการโจมตีของมัน อย่างเช่น ‘ไซแซลลี่’ ที่ถูกสร้างบรรจุด้วยพลังธาตุอัคคีที่มีพลังความบริสุทธิ์ธาตุ [ขั้นธาตุพิสุทธิ์] มันจึงใช้พลังนี้ในการโจมตี
*ส่วนจำนวนการใช้ได้กี่ครั้งหรือจะใช้ได้เป็นการถาวรของเหรียญอัญเชิญนั้นก็ขึ้นอยู่กับวิธีและระดับความสามารถของผู้สร้างบรรจุแล้ว!
--------------
อ้าว มีคนมา!! จะเป็นใครเดี๋ยวพรุ่งนี้รู้จ้า!
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ :)