หนูน้อยผู้เป็นที่รัก แท้จริงแล้วเป็นธิดาแห่งนรก!

    บทที่ 36 ผีวัณโรค (รีไรต์)

    บทที่ 36 ผีวัณโรค (รีไรต์)


    ไม่คาดคิดเลยว่า บนร่างกายของเขาจะมีผีวัณโรคเกาะติดอยู่จริง ๆ 


    แม้แต่เจ้าก้อนแป้งน้อยเองก็ยังมีสีหน้ามึนงงสงสัย


    "ตามหลักการแล้ว ร่างกายไม่แข็งแรงย่อมดึงดูดสิ่งอัปมงคลเช่นนี้ได้ง่าย ทว่าผีบนตัวพี่รองตนนี้กลับต่างออกไปเล็กน้อย มันมีหน้าตาคล้ายคลึงกับพี่รองยิ่งนัก เห็นทีคงจะเป็นดวงวิญญาณแฝดของพี่รองที่สถิตอยู่..."


    เมื่อสิ้นคำ ทุกคนถึงกับตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ!


    "ฝาแฝดรึ!"


    "จะเป็นไปได้อย่างไรแต่...ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!"


    มารดาผู้ให้กำเนิดเอ้อร์เป่าเป็นใคร ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ 


    ไฉ่ซื่อเป็นเพียงภรรยาใหม่ที่แต่งเข้ามาในภายหลัง ยามนางแต่งเข้ามา ทังเหล่าซื่อก็ต้องไปออกศึกสงครามแล้ว ในตอนนั้นเอ้อร์เป่าก็เติบโตปานนี้แล้ว


    นางไม่เคยได้ยินผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องมารดาแท้ ๆ ของเอ้อร์เป่าเลยแม้แต่น้อย รวมถึงคนบ้านเก่าตระกูลทังเองก็ไม่มีผู้ใดรู้ความจริง


    บ้างก็ลือกันว่า มัยก่อนทังเหล่าซื่อออกไปคุ้มกันสินค้าข้างนอกได้ไปมีสัมพันธ์กับสตรีภายนอกจนเกิดลูกแล้วพากลับมาบ้าน ไม่มีผู้ใดเคยเห็นหน้าตาของหญิงผู้นั้น


    ยิ่งไปกว่านั้น ลูกแต่ละคนยังมีหน้าตาที่แตกต่างกัน จนผู้คนต่างสงสัยว่าทังเหล่าซื่ออาจจะไปไข่ทิ้งไว้ทุกที่ที่ผ่านไป จนลูก ๆ มีมารดาคนละคนกันก็เป็นได้


    ดังนั้น การที่เอ้อร์เป่าจะเกิดมาพร้อมกับฝาแฝดจึงเป็นเรื่องที่มีความเป็นไปได้ ดวงวิญญาณฝาแฝดที่สิ้นใจไปจึงสถิตรวมอยู่ในร่างของเอ้อร์เป่า เรื่องนี้แม้แต่เสี่ยวหยวนเป่าเองก็ยังไม่อาจสังเกตเห็นได้แต่แรก


    ไฉ่ซื่อเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ "เสี่ยวหยวนเป่า แล้วยามนี้จะทำอย่างไรดี ที่พี่รองของลูกขี้โรคเช่นนี้คงเกี่ยวข้องกับมันใช่หรือไม่ มันเป็นคนทำให้พี่รองของลูกเจ็บป่วยรึเปล่า"


    เสี่ยวหยวนเป่ามองไปยังผีวัณโรคที่กำลังสั่นสะท้าน แล้วเอ่ยตามความสัตย์จริง "มันไม่ได้มีเจตนาร้ายจะทำร้ายพี่รองไม่เจ้าค่ะ ทว่ามันเป็นวิญญาณ เมื่ออาศัยอยู่ในร่างกายมนุษย์ ย่อมส่งผลเสียต่อพี่รอง ด้วยเหตุนี้ยันต์คุ้มกันภัยจึงถูกใช้งานไปโดยไม่รู้ตัว"


    ต้าเป่าอดรนทนไม่ได้อีกต่อไป


    "น้องสาว รีบทำพิธีส่งวิญญาณมันไปเสียเถิด จะปล่อยให้มันอยู่รังควานพี่รองของเจ้าต่อไปไม่ได้!"


    เมื่อผีวัณโรคได้ยินคำพูดของต้าเป่า มันพลันเกิดโทสะขึ้นมาทันที จากที่เคยสั่นเทาด้วยความกลัว ยามโกรธแค้นร่างวิญญาณของมันเริ่มบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ เมื่อเป็นเช่นนั้น เอ้อร์เป่าก็เริ่มมีอาการหน้ามืดตาลาย ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว


    คนอื่นมองไม่เห็นวิญญาณ ทว่ายามเห็นอาการเจ็บป่วยที่แสดงออกบนตัวเอ้อร์เป่า พวกเขาก็ล่วงรู้ได้ทันที


    "น้องสาว มันเริ่มแผลงฤทธิ์แล้วใช่หรือไม่"


    เจ้าก้อนแป้งน้อยจ้องมองวิญญาณที่บิดเบี้ยวพลางเอ่ยถาม "นี่เจ้า ไม่ยอมจากร่างกายพี่รองไปใช่หรือไม่"


    ผีวัณโรคพยักหน้า


    "ข้าไม่ไป เหตุใดข้าต้องไปเล่า! ชาติก่อนเราเป็นพี่น้องกัน ชาตินี้ก็ตกลงกันไว้ว่าจะมาเกิดพร้อมกัน เหตุใดข้าต้องตายอยู่ในครรภ์ แต่เขากลับได้เกิดมาอย่างราบรื่นเป็นเพราะเขาแย่งสารอาหารไปจากข้าจนข้าต้องอดตายอยู่ในท้อง ร่างกายนี้ก็ควรเป็นของข้าครึ่งหนึ่ง ข้าไม่ไปเด็ดขาด ใครก็อย่าหวังจะมาไล่ข้า หากจะไล่ข้า ข้าก็จะฉุดเขาไปลงนรกด้วยกัน..."


    เรื่องราวดูท่าจะซับซ้อนเกินกว่าเจ้าก้อนแป้งน้อยจะเรียบเรียงได้หมด นางจึงสรุปใจความที่ผีวัณโรคสื่อสารมาเล่าให้ทุกคนฟัง


    ทุกคนต่างพากันงุนงงไปตาม ๆ กัน! ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีเรื่องราวตื้นลึกหนาบางถึงเพียงนี้


    เอ้อร์เป่าเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด "เรื่องราวก่อนเกิดข้าจำไม่ได้เลยจริง ๆ หากชาติก่อนเราเป็นพี่น้องกันและตกลงจะมาเกิดด้วยกันจริง ทว่ามีเพียงข้าที่รอดชีวิตและเขาต้องตาย ข้าก็นับว่าผิดคำสัตย์ต่อเขาแล้ว"


    ต้าเป่ารีบออกรับแทน "น้องรอง คำพูดของผีตนหนึ่งเจ้าเชื่อถือได้จริงหรือ ตอนยังเป็นเพียงทารกในครรภ์จะมีเจตจำนงสิ่งใดได้การตายในท้องเกิดได้จากหลายสาเหตุ ใครจะรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร หากจะอดตายก็ย่อมต้องตายด้วยกันทั้งคู่ แต่นี่เป็นเพราะร่างกายมันอ่อนแอเองจึงไม่จำเริญเติบโต กลับมาโยนความผิดให้คนที่ดิ้นรนมีชีวิตรอด ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี!"


    ไฉ่ซื่อเองก็ร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก


    "เสี่ยวหยวนเป่า จะปล่อยให้มันพันพัวพี่รองของลูกเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ คนกับวิญญาณย่อมอยู่ร่วมกันไม่ได้ ลูกพอจะมีวิธีบังคับ..."


    วาจาของไฉ่ซื่อยังไม่ทันสิ้นสุด เอ้อร์เป่าก็เริ่มมีอาการขึ้นมาอีก หยดเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดพรายเต็มหน้าผาก ดูท่าคำพูดของไฉ่ซื่อจะไปกระตุกหนวดเสือผีวัณโรคตนนี้เข้าอีกครั้ง


    เสี่ยวหยวนเป่ารีบเอ่ยเตือน "ท่านแม่ ไม่อาจบังคับจับกุมมันได้เจ้าค่ะ เพราะพวกเขามีพันธสัญญาดวงวิญญาณจากชาติปางก่อน มันสามารถควบคุมร่างกายของพี่รองได้ หากใช้กำลังบังคับ พี่รองจะตกอยู่ในอันตรายยิ่งนัก ดวงวิญญาณของเขาจะไม่มั่นคงและอาจถูกมันฉุดกระชากไปได้"


    นางมีน้ำเต้าจิ๋ว หากเจอวิญญาณชั่วร้ายที่ไม่ฟังความ นางย่อมสามารถใช้มันดูดวิญญาณเข้าไปได้ทันที ทว่าหากบังคับเก็บวิญญาณตนนี้ มันจะลากวิญญาณของเอ้อร์เป่าเข้าไปในน้ำเต้าด้วย น้ำเต้านี้คือที่กักขังและขัดเกลาวิญญาณ หากวิญญาณใดเข้าไปย่อมต้องถูกแผดเผาจนแตกดับสูญสลายไปสิ้น


    ครานี้ หามีผู้ใดกล้าเสนอความคิดเห็นอีกไม่ สถานการณ์ช่างยากลำบากยิ่งนัก


    เอ้อร์เป่าถอนหายใจยาว "ช่างเถิด ให้มันอยู่ไปเถิด มันอยากอยู่ถึงเมื่อใดก็ให้มันอยู่ ข้ายังพอทนไหว! หากมันคิดจะฆ่าข้าจริง ๆ ข้าคงไม่มีชีวิตอยู่มาจนถึงป่านนี้..."


    ไฉ่ซื่ออุทานด้วยความตกใจ "จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร"


    แม้ตอนนี้จะดูไม่เป็นไร ทว่ามีสิ่งอัปมงคลตามติดตัวเช่นนี้ ต่อไปภายหน้าร่างกายย่อมทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ ... และจะทำให้อายุขัยสั้นลงอย่างไม่ต้องสงสัย


    ยังคงเป็นต้าเป่าที่ตั้งสติได้มั่นคงกว่า เขาเอ่ยเสียงเข้ม "น้องสาว เจ้าลองถามมันดูว่ามันต้องการสิ่งใดกันแน่การที่มันรั้งอยู่เช่นนี้ไม่ยอมไปผุดไปเกิด ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวมันเองไม่ใช่หรือ"


    ความจริงแล้ว ผีวัณโรคตนนี้ได้ยินคำพูดของทุกคนอย่างชัดเจน เพียงแต่ทุกคนไม่อาจได้ยินเสียงของมันเท่านั้น จึงต้องอาศัยเจ้าก้อนแป้งน้อยเป็นสื่อกลาง


    ผีวัณโรคเอ่ยกับเสี่ยวหยวนเป่า "ข้าไม่ยอมไปตอนนี้แน่ ข้าจะตามติดเขาไปตลอดชีวิต เว้นเสียแต่ว่าพวกเจ้าจะหาครอบครัวที่ร่ำรวยมหาศาลให้ข้าไปเกิด รับประกันว่าข้าเกิดมาจะได้กินหรูอยู่สบาย มีลาภยศสรรเสริญ และไม่มีวันต้องอดตาย..."


    ใบหน้าเคร่งขรึมของเจ้าก้อนแป้งน้อยพลันคลายลง นางถอนหายใจเฮือกใหญ่


    "เฮ้อ! ขอก็เพียงเท่านี้เองรึ เหตุใดไม่บอกแต่แรกเล่า เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ วันใดมีตระกูลผู้ดีมีเงินจะให้กำเนิดบุตร ข้าจะบริกรรม 'คาถาไปสู่สุคติ' ส่งท่านไปเกิดในท้องนั้นโดยตรงเลยดีหรือไม่..."


    ผีวัณโรคทำท่าไม่เชื่อถือ "เหอะ เจ้าก้อนแป้งน้อยอายุเพียงสามขวบครึ่ง จะมีอิทธิฤทธิ์ปานนั้นเชียวรึ ขนาดกุมภัณฑ์รับใช้นรกทั่วไปยังทำไม่ได้เลย การไปผุดไปเกิดต้องมีการเข้าแถวรอนัดหมาย หรือไม่เช่นนั้นก็เป็นการสุ่มตามยถากรรม เจ้ายังไม่ได้ไปรายงานตัวที่นรกภูไม่เสียด้วยซ้ำ จะส่งข้าไปเกิดโดยตรงได้อย่างไรหลอกผีเสียแล้ว!"


    เจ้าก้อนแป้งน้อยหัวเราะร่า "ข้าไม่ได้หลอกผีสักหน่อย ท่านคอยดูเถิด!"


    "เอาเถิด เช่นนั้นเจ้าก็อย่าได้เอาแผ่นยันต์คุ้มกันภัยมาสวมให้เอ้อร์เป่าอีกเลย สวมไว้ก็เท่ากับเราทำร้ายซึ่งกันและกัน หากมีอันตรายใดข้าจะปกป้องเขาเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งยันต์ของเจ้าหรอก"


    "จริงรึ"


    "ข้าเคยช่วยเขามาหลายคราแล้ว ร่างกายเขาอ่อนแอมักดึงดูดเคราะห์ภัย ข้าก็เป็นคนขู่พวกมันจนกระเจิงไปเอง มีคืนหนึ่งสุนัขผีดิบแอบเข้ามาในห้องพวกเจ้า หมายจะทำร้ายเจ้าทว่าถูกพลังสะท้อนกลับจนหนีไป ข้าก็เป็นคนปลุกเขาให้ตื่นเพื่อจะเตือนเจ้า และก่อนหน้านี้ที่มีคนทำคุณไสยใส่เขา ข้าก็เป็นคนออกรับแทนไว้ให้ ยามข้าจากไปแล้ว เจ้าค่อยให้เขาสวมยันต์คุ้มครองก็ยังไม่สาย..."


    เสี่ยวหยวนเป่าฟังแล้วกะพริบตาปริบ ๆ นางนำคำบอกเล่าของผีวัณโรคมาถ่ายทอดให้เอ้อร์เป่าและคนอื่น ๆ ฟังอย่างละเอียด


    ที่แท้ การที่มีผีวัณโรคตามติดตัวเอ้อร์เป่า ไม่ได้มีข้อเสีย กลับมีผลดีอย่างที่คาดไม่ถึง


    สุนัขผีดิบเคยลอบเข้ามาในห้องนอนของพวกเขาหรือ เรื่องนี้หามีผู้ใดล่วงรู้ไม่! อีกทั้งยังมีคนแอบทำคุณไสยใส่เอ้อร์เป่าด้วยหรือช่างเป็นเรื่องที่ประหลาดล้ำพิสดารยิ่งนัก


    เด็กชนบทตัวเล็ก ๆ อย่างเอ้อร์เป่า จะมีผู้ใดลงทุนลงแรงทำคุณไสยมนต์ดำใส่กัน


    เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนจึงไม่ได้รู้สึกรังเกียจผีวัณโรคตนนี้เหมือนในตอนแรกอีกต่อไป


    เอ้อร์เป่าเองก็ยอมรับมันได้ในที่สุด ถือเสียว่าเป็นเพราะเขาผิดนัดในชาติปางก่อนจึงก่อเกิดเป็นอกุศลกรรมพัวพัน อีกทั้งมันเพียงทำให้เขาขี้โรค ทว่าไม่ได้หมายเอาชีวิต ซ้ำยังช่วยปกป้องเขาในทางลับมาหลายครา หากจะนับดูแล้ว ดูเหมือนเขาจะเป็นฝ่ายติดค้างมันเสียมากกว่า