และแล้วก็ถึงวันทดสอบ...
รุ่งอรุณของวันทดสอบมาเยือนพร้อมกับบรรยากาศที่ทั้งตึงเครียดและคึกคัก ศิษย์ชั้นนอกนับร้อยชีวิตที่กล้าพอจะเข้าร่วมการทดสอบ ต่างมารวมตัวกันที่หน้าทางเข้าหุบเขาแห่งหนึ่งซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกหนาทึบตลอดทั้งปี ที่นี่คือทางเข้าสู่ด่านทดสอบแรก...เส้นทางป่ามายา
บนแท่นศิลาเบื้องหน้าทางเข้า เหล่าผู้าุโและครูฝึกหลายท่านยืนเรียงรายกันอยู่เพื่อเป็สักขีพยาน นำโดยผู้าุโหลี่ผู้เ็า และท่านผู้เฒ่าซู (ท่านอาจารย์ซูเหวินเทียน) ซึ่งมองมายังกลุ่มศิษย์ด้วยแววตาอ่อนโยน แต่ก็แฝงไว้ด้วยการประเมินอย่างลึกซึ้ง
หลินเฟิงยืนอยู่อย่างสงบท่ามกลางฝูงชน เขาไม่ได้โดดเด่น แต่ก็ไม่ได้หวาดกลัวเหมือนศิษย์คนอื่นๆ สายตาของเขาจับจ้องไปยังม่านหมอกเบื้องหน้าอย่างครุ่นคิด ในหัวของเขากำลังทบทวนข้อมูลเกี่ยวกับค่ายกลมายาทุกประเภทที่เขาเคยอ่านเจอในนิยาย
"การทดสอบด่านที่หนึ่ง...เส้นทางป่ามายา จะเริ่มต้น ณ บัดนี้!" เสียงทรงอำนาจของผู้าุโหลี่ดังขึ้น "กฎมีเพียงสามข้อ! หนึ่ง, เดินตามเส้นทางที่กำหนดไว้ให้ดี! สอง, ไปให้ถึงปลายทางภายในหนึ่งชั่วยาม! และสาม, จงจำไว้ให้ขึ้นใจ...ทุกสิ่งที่พวกเ้าเห็นในนั้น คือภาพสะท้อนจากจิตใจของพวกเ้าเอง! ผู้ใดที่หลงไปกับภาพมายาหรือออกนอกเส้นทาง จะถูกค่ายกลส่งตัวออกมาและถูกตัดสิทธิ์ทันที! เริ่มการทดสอบได้!"
สิ้นเสียงประกาศ!
"บุกเข้าไป!" "ข้าจะต้องเป็คนแรกให้ได้!"
เหล่าศิษย์หนุ่มสาวที่เืร้อนต่างพากันทะยานเข้าไปในม่านหมอกอย่างไม่คิดชีวิต ราวกับกลัวว่าจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง มีเพียงไม่กี่คนที่ยังคงสงบนิ่งและค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง ซึ่งหลินเฟิงก็คือหนึ่งในนั้น
ทันทีที่ก้าวผ่านม่านหมอกเข้าไป โลกภายนอกก็พลันเงียบหายไปทันที รอบตัวเขากลายเป็ป่าทึบที่มีต้นไม้รูปร่างประหลาดบิดเบี้ยว มีเส้นทางดินเล็กๆ เพียงสายเดียวทอดยาวเข้าไปในความืดสลัวเบื้องหน้า บรรยากาศช่างวังเวงและกดดันอย่างยิ่ง
หลินเฟิงเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แต่ยังไม่ทันที่จะเดินไปได้สิบก้าวดี...
"โอ๊ะ! หีบสมบัติ!" ศิษย์คนหนึ่งที่เดินนำหน้าเขาไปะโขึ้นอย่างดีใจ เขาชี้ไปยังหีบไม้ที่ประดับด้วยอัญมณีซึ่งปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยที่ข้างทางเดิน ด้วยความโลภบังตา เขารีบวิ่งออกจากเส้นทางตรงไปยังหีบใบนั้นทันที แต่ทันทีที่นิ้วของเขาัักับตัวหีบ ร่างของเขาก็พลันสลายกลายเป็ละอองแสงแล้วหายวับไป...เขาถูกค่ายกลส่งตัวออกไปแล้ว
หลินเฟิงมองภาพนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย 'บททดสอบแรกของค่ายกล...ความโลภ'
เขาเดินต่อไปอย่างไม่หวั่นไหว แต่แล้วภาพรอบตัวก็เริ่มบิดเบี้ยวอีกครั้ง คราวนี้พื้นดินเบื้องหน้าเขากลายเป็เหวลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง มีเพียงสะพานไม้เก่าๆ เส้นเดียวพาดผ่านไป ศิษย์หญิงคนหนึ่งที่เดินตามหลังเขามากรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวแล้วทรุดลงนั่งกับพื้น ไม่กล้าที่จะก้าวต่อไป...อีกไม่นานเธอก็คงจะถูกตัดสิทธิ์เพราะหมดเวลา
'บททดสอบที่สอง...ความกลัว' หลินเฟิงวิเคราะห์ในใจ เขาก้าวเท้าเดินไปบนสะพานไม้ที่ดูผุพังนั้นอย่างมั่นคงโดยไม่ลังเล...เพราะเขารู้ดีว่าทั้งหมดนี้เป็เพียงภาพลวงตา
แต่แล้ว...เมื่อเขาเดินมาถึงกลางสะพาน ทิวทัศน์รอบตัวเขาก็พลันเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง!
กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคย...ผนังห้องสีขาวที่น่าอึดอัด...และเสียง "ติ๊ด...ติ๊ด..." ของเครื่องวัดชีพจรที่น่ารำคาญ...
ป่ามายาได้หายไปแล้ว...บัดนี้เขากำลังยืนอยู่ในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาล...ห้องเดียวกับที่เขาจากไปในชาติก่อน!
ความรู้สึกอ่อนแอและเ็ปอย่างรุนแรงแล่นปราดไปทั่วร่างราวกับของจริง กล้ามเนื้อที่เคยแข็งแกร่งกลับรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ลมหายใจติดขัดราวกับมีของเหลวท่วมอยู่ในปอด...มันคือความทรงจำแห่งความตายที่น่าสมเพช!
ชั่วขณะหนึ่ง...จิตใจที่เคยสงบนิ่งของหลินเฟิงก็สั่นไหวอย่างรุนแรง! นี่คือความกลัวที่ฝังลึกที่สุดในจิตใต้สำนึกของเขา...ความกลัวที่จะต้องกลับไปตายอย่างโดดเดี่ยวและไร้ค่าอีกครั้ง!
'ไม่...'
เขากัดฟันแน่นจนกรามสั่นเทา!
'นี่ไม่ใช่ความจริง!'
เขาเค้นพลังปราณจากตันเถียนให้ไหลเวียนไปทั่วร่าง ความรู้สึกอบอุ่นและทรงพลังของระดับหลอมกายาขั้นที่ห้าแล่นพล่านไปทั่วทุกอณู ขับไล่ความรู้สึกอ่อนแอในภาพมายาออกไป!
"ข้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว!" เขาสะกดกลั้นความกลัวแล้วคำรามออกมาในใจ "ข้าคือหลินเฟิง! ข้าคือผู้ฝึกยุทธ์! ร่างกายนี้แข็งแกร่ง! จิตใจนี้เด็ดเดี่ยว! ภาพลวงตาแค่นี้...ทำอะไรข้าไม่ได้!"
เปรี้ยง!
เขาก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หวาดหวั่น! ทันทีที่เท้าของเขาัักับพื้นกระเบื้องของโรงพยาบาล ภาพมายาทั้งหมดก็แตกสลายลงราวกับเศษแก้ว! เขากลับมายืนอยู่บนสะพานไม้เช่นเดิมแล้ว
หลินเฟิงหอบหายใจเล็กน้อย เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมาจากหน้าผาก 'อันตรายจริงๆ...ค่ายกลนี้มันดึงเอาความทรงจำจากชาติก่อนออกมาได้ด้วย'
เขาไม่รอช้า รีบเดินข้ามสะพานไปจนสุดทาง แต่แล้วบททดสอบต่อไปก็มาเยือนทันที
ภาพเบื้องหน้าของเขาปรากฏเป็ร่างของท่านอาจารย์ซูเหวินเทียนและหลิวซูซิน...ทั้งสองคนกำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เ็าและผิดหวังอย่างที่สุด
"หลินเฟิง..." เสียงของท่านอาจารย์ซูเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "ข้าเสียใจจริงๆ ที่รับคนหลอกลวงเช่นเ้ามาเป็ศิษย์ เคล็ดวิชาของเ้ามันไม่ใช่ของสำนักเรา...เ้ามันเป็ตัวอันตราย!"
"ศิษย์น้องหลิน..." หลิวซูซินกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลอาบแก้ม "ข้าไม่คิดเลยว่าคนที่ข้าคอยเป็ห่วงมาตลอด...จะเป็คนหลอกลวงเช่นนี้ ข้าผิดหวังในตัวเ้าจริงๆ"
คำพูดเ่าั้ราวกับมีดนับพันเล่มกรีดแทงเข้ามาในหัวใจของหลินเฟิง! นี่คือบททดสอบที่โหดร้ายกว่าความตายเสียอีก...การถูกผู้มีพระคุณและคนที่เขาเริ่มรู้สึกดีด้วยหันหลังให้!
ความเ็ปและความสับสนถาโถมเข้ามาในจิตใจของเขา...หรือว่าความลับของเขาถูกเปิดโปงแล้ว?
'ไม่...เป็ไปไม่ได้!'
สติปัญญาที่แก่เกินวัยของเขาดึงเขากลับมาจากห้วงอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว!
‘ท่านอาจารย์เป็คนมีเมตตาและสุขุมรอบคอบ หากท่านสงสัยในตัวเราจริงๆ ท่านจะต้องเรียกเราไปสอบสวนอย่างเงียบๆ ไม่ใช่มาประจานเราเช่นนี้...และซูซิน...นางเป็คนจิตใจดีและเชื่อมั่นในตัวเราเสมอมา นางไม่มีทางพูดจาทำร้ายเราแบบนี้แน่!’
'นี่คือบททดสอบ...มันกำลังใช้ความผูกพันของเรามาเป็เครื่องมือโจมตี!'
เมื่อตระหนักได้ถึงความจริง เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วมองไปยังภาพมายาทั้งสองด้วยสายตาที่แน่วแน่และมั่นคง
"ท่านอาจารย์ที่ข้ารู้จัก จะให้โอกาสข้าได้อธิบาย" เขากล่าวเสียงดังฟังชัด "และศิษย์พี่ซูซินที่ข้ารู้จัก ก็จะเชื่อมั่นในตัวข้ามากกว่าคำพูดใส่ร้าย...พวกเ้า...ไม่ใช่ตัวจริง!"
สิ้นเสียงของเขา ร่างของคนทั้งสองก็บิดเบี้ยวแล้วสลายกลายเป็ควันจางหายไป
หลินเฟิงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง...ความรู้สึกโล่งใจและเหนื่อยล้าทางจิตใจถาโถมเข้ามาพร้อมกัน แต่เขาก็ผ่านมันมาได้...เขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า จิตใจของเขานั้นแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องความลับและคนที่เขารักได้
หลังจากนั้น เส้นทางในป่าก็ไม่มีภาพมายาใดๆ มาทำให้เขาสับสนได้อีก ราวกับว่าค่ายกลได้ยอมรับในความแข็งแกร่งทางจิตใจของเขาแล้ว
ไม่นานนัก เขาก็เดินมาจนถึงปลายทาง...ลานกว้างที่มีแสงสว่างส่องถึง ที่นั่นมีศิษย์ประมาณสิบกว่าคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว และมีผู้าุโหลี่ยืนกอดอกบันทึกผลอยู่
เขาไม่ใช่คนแรกที่ออกมา...แต่สภาพของเขานั้นแตกต่างจากคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง ในขณะที่คนอื่นมีสภาพอิดโรย ใบหน้าซีดเผือด และบางคนถึงกับนั่งหมดแรงอยู่กับพื้น...หลินเฟิงกลับเดินออกมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง สภาพเรียบร้อย และลมหายใจสม่ำเสมอ ราวกับเขาเป็เพียงแค่คนที่มาเดินเล่นในป่าเท่านั้น
ความสงบนิ่งที่ผิดธรรมดานี้ตกอยู่ในสายตาของผู้าุโหลี่ทันที...แววตาที่เคยเ็าของท่านปรากฏประกายความประหลาดใจขึ้นมาวูบหนึ่ง...ก่อนจะกลับไปเรียบเฉยดังเดิม
ไม่นานนัก เวลาก็ครบหนึ่งชั่วยามพอดี ศิษย์ที่ไม่ผ่านการทดสอบต่างก็ถูกส่งตัวออกมาจากป่าด้วยสภาพหมดสติบ้าง ร้องไห้ฟูมฟายบ้าง...
จากผู้เข้าร่วมทดสอบนับร้อย...มีผู้ที่ผ่านด่านแรกมาได้เพียงแค่ห้าสิบคนเท่านั้น!
เหล่าผู้รอดชีวิตมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย...ทั้งโล่งใจที่ผ่านด่านแรกมาได้ และหวาดหวั่นต่อด่านต่อไปที่กำลังจะมาถึง...ห้องอสูรจักรกล!