ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 114 คำขอร้องของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์.

    เจตนารมณ์แห่งสวรรค์ไม่ได้ให้ความสนใจกับหู่เสวียหรือว่าหวาดกลัวก็ไม่รู้ แต่วินาทีต่อมาทั่วทั้งดวงดาวได้ยินเสียงพูดของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์อย่างชัดเจน

    “ข้าต้องการผู้กล้าที่จะกำจัดผู้นำพาแห่งความมืด ระดับนักรบก่อตั้งหรือนักเวทเต็มตัว เท่านั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องอันตรายมากอาจจะส่งผลกระทบไปทั่วทั้งดวงดาวถ้าพวกเจ้าไม่สามารถจำกัดผู้นำพาแห่งความมืดได้ ไม่ต้องเป็นห่วงว่าผู้นำพาแห่งความมืดจะแข็งแกร่งหรือไม่ คำตอบคือผู้นำพาแห่งความมืดตอนนี้มีระดับปีศาจฝึกฝนหรือที่พวกเจ้ารู้จักคือระดับรวบรวมลมปราณเท่านั้น ถ้ากำจัดผู้นำพาแห่งความมืดได้ไม่ว่าจะกักขังให้ตายหรือฆ่าให้ตาย ทุกคนที่เข้าร่วมจะได้รับพลังของสวรรค์ สมบัติของผู้นำพาแห่งความมืดเป็นระดับเทพทั้งหมด ถ้าผู้นำพาแห่งความมืดตายแล้วนำหัวของเขามาวางให้กับข้า ข้าจะสามารถค้นความทรงจำของเขาได้ พวกเจ้าจะได้วิชาระดับเทพอีกด้วย อีกอย่างร่างกายของผู้นำพาแห่งความมืดมีธาตุภายในตัวมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นธาตุไฟ ธาตุน้ำ ธาตุไม้และธาตุดิน ถ้านำศพของผู้นำพาแห่งความมืดมาให้กับวางให้กับข้า ข้าจะกลั่นร่างกายของผู้นำพาแห่งความมืดเป็นเม็ดยาทำลายขีดจำกัด 4 ธาตุ เม็ดยาทำลายขีดจำกัด 4 ธาตุพวกเจ้าอาจไม่รู้จักแต่ข้าจะบอกให้ ถ้าเจ้ากินเม็ดยาทำลายขีดจำกัดเป็นนักรบเจ้าจะสามารถเพิ่มพลังทุกส่วนของร่างกายและมีพลังในการฟื้นฟูตัวเองถึง 30 เท่า ส่วนนักเวทถ้ากินเข้าไป เจ้าจะสามารถใช้เวทได้ถึง 4 ธาตุและร่างกายของเจ้าจะไม่ด้อยไปกว่านักรบ ข้าต้องการ 300 คนเท่านั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องอันตรายมาก จงตัดสินใจถ้าเจ้าต้องการเข้าร่วมก็จงตะโกนว่าจะเข้าร่วมในการกำจัดผู้นำพาแห่งความมืด แล้วร่างกายของเจ้าจะถูกส่งไปที่สนามรบ”

    ผู้คนทุกคนหลังได้ยินคำประกาศของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ก็ตกตะลึง รางวัลในครั้งนี้มันมากกว่าตอนที่ปีศาจได้บุกดวงดาวเคอเซอร์

    แต่อีกใจหนึ่งพวกเขาก็กังวล เสียงของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์อ่อนแอมากราวกับคนแก่ที่กำลังจะหมดอายุขัย

    อีกเรื่องหนึ่งถ้าผู้นำพาแห่งความมืดอ่อนแอจริงทำไมถึงมีการปะทะกันที่ทางทิศใต้ของดวงดาวเคอเซอร์นั้นรุนแรงมาก มันอยู่คนละระดับกับพวกเขาและไม่ต้องบอกว่าใครแพ้ คนที่แพ้คือเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ไม่งั้นเขาคงไม่ต้องการความช่วยเหลือของผู้คนในดวงดาวหรอก

    ทุกคนรู้ว่าเจตนารมณ์แห่งสวรรค์แข็งแกร่งมากนัก อาจจะแข็งแกร่งมากกว่าตำนานผู้กล้าทั้ง 10 อีก ต้องบอกอีกอย่างหนึ่งตอนนี้คนที่สามารถมีระดับเดียวกันกับผู้กล้าทั้ง 10 ในตำนานนั้นมีไม่ถึง 3 คนในที่ถูกเปิดเผย

    เจตนารมณ์แห่งสวรรค์รู้ว่าทุกคนกังวลเรื่องอะไร

    “ไม่ต้องเป็นห่วงผู้นำพาแห่งความมืดไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ อีกอย่างหนึ่งตอนที่พวกเจ้าเข้าไป พวกเจ้าก็ได้รับสมุนไพรอันล้ำค่าเป็นการตอบแทน เจ้าจะสามารถนำกลับไปเท่าไรก็ได้ ส่วนเรื่องที่ข้......ข้าแพ้นั้น”

    เสียงของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์รู้สึกกังวล อายและโกรธเกรี้ยวมากที่จะพูดออกมาว่า ตนแพ้ เจตนารมณ์แห่งสวรรค์ตั้งแต่ลืมตาดูโลกก็สามารถบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างได้ตามใจปรารถนา ไม่ว่าจะสร้างสมุนไพรที่สามารถชุบชีวิตได้ สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งราวกับพระเจ้าหรืออะไรต่าง ๆ

    การจะพูดว่าคนที่แข็งแกร่งที่สุดในดวงดาวได้พ่ายแพ้ให้กับคนนอกอย่างนี้ มันจะสูญเสียขวัญกำลังใจมาก แต่เขาไม่มีทางเลือก

    “ข้าได้แพ้ แต่ตอนนี้คนที่ทำให้ข้าแพ้ไม่ได้อยู่กับผู้นำพาแห่งความมืด เพราะฉะนั้นจงหายห่วง”

    สิ้นเสียงเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ทุกคนก็กังวลหนักมากกว่าเดิมไปอีก เจตนารมณ์แห่งสวรรค์ผู้ที่แกร่งแข็งขนาดนี้ยังต้องพ่ายแพ้ ถ้าพวกเขาฆ่าผู้นำพาแห่งความมืด

    คนที่สามารถเอาชนะเจตนารมณ์แห่งสวรรค์จะไม่ฆ่าพวกเขาหรือไง แค่คิดพวกเขาก็หนาวไปถึงกระดูกสันหลัง เจตนารมณ์แห่งสวรรค์เห็นว่าไม่มีใครแสดงตัวออกมาว่าจะไปสู้กับผู้นำพาแห่งความมืด

    “ได้โปรดผู้กล้าทั้งหลาย ได้โปรดช่วยเหลือดวงดาวแห่งนี้ด้วย ข้าขอร้องพวกเจ้าในฐานะคนที่ดูแลพวกเจ้ามาโดยตลอด พวกเจ้าไม่ต้องกังวลว่าหลังจากที่เจ้าฆ่าผู้นำพาแห่งความมืดแล้วจะมีใครไปฆ่าเจ้า เมื่อถึงตอนนั้นข้าสามารถช่วยเหลือพวกเจ้าได้ อีกอย่างทุกสิ่งทุกอย่างของผู้นำพาแห่งความมืดเป็นสมบัติทุกหมดพวกเจ้าไม่สนใจหรือ”

    จากความหวาดกลัวเป็นความกล้าหาญแทน พวกเขาบางคนไม่ได้เป็นองค์ชายหรือองค์หญิง การจะหาสมุนไพรหรือของทรัพยากรอื่นมาเพิ่มพลังระดับของตนเองนั้นยากมาก ๆ

    ในเมื่อตอนนี้เป็นโอกาสดีของพวกเขาจะละทิ้งทำไม ทุกคนที่อยู่ระดับนักรบก่อตั้งหรือนักเวทเต็มตัวได้หยิบอาวุธขึ้นก่อนตะโกนพร้อมกันว่า

    “เพื่อดวงดาวเราจะสู้ตาย”

    “กำจัดผู้นำพาแห่งความมืด”

    “กำจัดหายนะของพวกเราทุกคน เราจะไปตัดหัวผู้นำพาแห่งความมืด”

    “ฆ่า...” “ฆ่า....”

    ทุกคนที่ตะโกนนั้นได้รับความชื่นชมจากคนรอบข้าง บางคนอิจฉาด้วยซ้ำไปทำไมเขาไม่อยู่ในระดับนักรบก่อตั้งหรือนักเวท แต่บางคนมองพวกเขาเป็นคนโง่ที่ถูกหลอกด้วยวิธีการแบบนี้ แต่ก็ไม่สามารถโทษพวกเขาได้เพราะว่าการไปฆ่าคนที่ไม่มีทางสู้ก็สามารถได้พลังของสวรรค์ ถ้าพวกเขาไม่เสี่ยงแล้วจะอยู่เหนือคนอื่นได้ยังไง ถึงจะถูกหลอกและจะตายก็ตาม

    ...................

    ภายในห้องที่เต็มไปด้วยผู้ชาย ผู้หญิง เด็กหรือเผ่าต่าง ๆ กำลังถูกแขวงและกรีดร้องอย่างทรมาน ในห้องมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังจะตัดแขนหญิงสาวคนหนึ่งด้วยดาบเขา หญิงสาวกำลังมองดาบในมือชายคนนั้นด้วยสายตาหวาดกลัว

    ปากของหญิงสาวถูกตัดออก หูและจมูกก็เช่นกัน ใบหน้ามีรอยกรีดด้วยของมีคมเป็นจำนวนมาก แต่ในร่างกายของหญิงสาวไม่มีแผลแม้แต่แผลเดียว ถ้าไม่มีรอยแผลหญิงสาวคนนี้จะสวยงามมาก ผู้ชายคนนั้นลูบแขนหญิงสาวเบา ๆ

    “ไม่ต้องกลัว อีกเดียวเธอก็จะมีความสุข”

    หญิงสาวพยายามจะดิ้นในสุดเพื่อหลบหนีไปจากที่นี้ ระหว่างที่ผู้ชายคนนั้นกำลังตัดแขนเธอนั้น เขาได้ยินเสียงประกาศของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์พอดี เขาจึงหยุดมือและพูดขึ้นว่า

    “ไปเรียก พาวโบ มาพบกันฉัน”

    ทันใดนั้นด้านหลังของชายคนนั้นมีเงาหนึ่งปรากฏขึ้นและหายไป ผู้ชายคนนั้นแทงดาบเข้าที่หัวของหญิงสาวคนนั้นทันที

    “ฮ่า ๆ ฉันต้องได้สมบัตินั้น ไม่มีอะไรที่องค์กรกำไลเลือด หมายตาแล้วจะรอดไปได้ ฮ่า ๆ”

    เสียงหัวเราะของชายคนนั้นทำให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้หวาดกลัว เสียงหัวเราะของผู้ชายคนนั้นเหมือนกับภูตผี

    ................

    ภายในประสาทขนาดใหญ่ที่สวยงามแห่งหนึ่ง ได้มีบัลลังก์แห่งหนึ่งมีชายคนหนึ่งได้นั่งด้วยท่าทางสง่างามและปิดตาของเขา

    แต่ออร่าของเขานั้นเป็นที่หวาดกลัวมาก แม้แต่ทหารที่ประจำในประสาทแห่งนี้ยังเหงื่อตกตลอดเวลาเมื่ออยู่ต่อหน้าชายคนนี้

    เขาคือราชาแห่งอาณาจักรโดฮา หลังได้ยินเสียงประกาศของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ ดวงตาของราชาอาณาจักรโดฮาได้เปิดพร้อมกับออร่าอันมหาศาล

    เครื่องประดับต่าง ๆ ชุดเกราะหรืออาวุธได้ขาดราวกับถูกดาบฟัน ทหารที่ประจำในประสาทหวาดกลัวมาก ชุดเกราะและอาวุธของเขาทั้งหมดได้ถูกตัดทั้งหมด

    แค่ออร่าของราชาอาณาจักรโดฮาเท่านั้น แม้จะหวาดกลัวแต่ยังแฝงไปด้วยความเคารพราวกับพระเจ้า ราชาอาณาจักรโดฮาพูดขึ้น

    “ไปเรียกองค์ชาย 12 มาพบกับฉัน”

    “ครับ”

    ทหารที่ประจำการรีบไปรายงานกับองค์ชาย 12 โดยด่วน หลังจากที่ทหารออกไปด้านนอกทั้งหมด ราชาอาณาจักรโดฮาพูดขึ้น

    “ยุคความวุ่นวายกำลังจะเริ่มขึ้น ไม่รู้ว่าฉันจะอยู่ดูองค์ชาย 3 ได้เป็นใหญ่และถึงเป้าหมายที่บรรพบุรุษเราปรารถนาได้ไหม”

    หลังพูดจบราชาอาณาจักรโดฮาก็ถอนหายใจ

    ..............................

    ภายในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มีแสงศักดิ์สิทธิ์ส่องตลอดเวลา มีรูปปั้นเทวดา 6 ปีกตั้งสง่าอยู่ใจกลางภูเขาและกำลังได้รับการบูชาจากสาวกจำนวนมาก

    ในปราสาททองคำ ในห้องโถงหลัก กำลังมีชายแก่คนสวมชุดขาวตัดทองกำลังเปิดหนังสืออ่าน หนังสือนั้นไม่ใช้หนังสือธรรมดาแต่เป็นหนังสือที่บรรจุคำสอนจำนวนมากของศาสนาแห่งแสง

    หลังได้ยินคำประกาศของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ขึ้น ชายแก่คนนั้นได้ถอนหายใจพร้อมกับปิดหนังสือคำสอนลง

    ทันใดนั้นประตูได้เปิดขึ้นอย่างเสียงดัง พร้อมกับมีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังวิ่งมาหาชายแก่คนนั้นอย่างเหนื่อยล้า เหงื่อทั่วตัวราวกับวิ่งรอบโลกมา

    “ท่านพระสันตะปาปา จะทำยังไงดีครับ”

    ชายแก่คนนั้นคือพระสันตะปาปา พระสันตะปาปาจ้องมองชายหนุ่มที่เข้ามารายงานกับเขา

    พระสันตะปาปาถอนหายใจพร้อมกับพูดกลับไป

    “เนีย ถ้าฉันตายไปนายจะมารับตำแหน่งพระสันตะปาปาแทนฉันได้ไหม”

    เนียตกใจที่พระสันตะปาปาพูดอย่างนี้ เนียรีบเข้าไปหาพระสันตะปาปาพร้อมกับกอด

    “ท่านพ่อ ฉันไม่เข้าใจ”

    พระสันตะปาปามองเนียพร้อมกับถอนหายใจ เนียเป็นเด็กที่เขาเก็บมาหลังสงครามปีศาจบุกดวงดาวนี้จบลง เนียคือคนที่เขาอยากให้ขึ้นเป็นตำแหน่งพระสันตะปาปามากที่สุด

    หลายคนอาจจะมองเนียเป็นเด็กหนุ่มแต่เนียมีอายุเกือบจะ 1000 ปีได้ เนียในตอนนี้เป็นจอมเวทชั้นสูง คนที่รู้ว่าเนียมีระดับพลังอะไรมีแค่เขากับอูหลินเท่านั้น

    “ไปเรียกนักรบแห่งแสงมา 100 คนและให้ไปกำจัดผู้นำพาแห่งความมืดและนำค่ายกลเสาแสงปิดผนึก 8 ด้านไปด้วย”

    เมื่อพูดขึ้นผู้นำพาแห่งความมืด สายตาของเนียได้มืดมนลงเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับปีศาจ เนียจะโกรธแค้นขึ้นทุกทีและเนียทำตามคำสั่งของพระสันตะปาปาอย่างรวดเร็ว

    เนียได้ประกาศหานักรบแห่งแสงจำนวนมากไปรบ ระหว่างประกาศนั้นมีหญิงสาวร่างสวยคนคนหนึ่งมีใบหน้าละเอียดปรากฏขึ้น

    หญิงสาวคนนั้นคือฟารี ฟารีเห็นทุกอย่างและได้ยินคำประกาศของเจตนารมณ์แห่งความมืดตกตะลึง ฟารีรู้ว่าใครเป็นคนชนะเจตนารมณ์แห่งสวรรค์ คนนั้นน่าจะเป็นหญิงสาวเย็นชาที่อยู่กับผู้นำพาแห่งความมืด

    ฟารีแอบดีใจและเชียร์ให้ผู้นำพาแห่งความมืดตาย ฟารีได้กลับมาพร้อมกับข้อมูลผู้นำพาแห่งความมืดเล็กน้อย หลังจากกลับมาฟารีค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสัญญาปีศาจ

    เพื่อที่จะแก้ไขมัน และพบว่ามันเป็นสัญญาระดับสูงที่เทพเขาใช้กัน ฟารีสิ้นหวังมากเมื่อได้รับรู้สิ่งนั้น ได้ความหวังของเธอก็ยังไม่ดับลงเมื่อได้ยินคำประกาศของเจตนารมณ์แห่งสวรรค์

    ฟารีรีบเดินไปหาเนียเพื่อมอบอะไรบางอย่างให้

    .....................

    ภายในแก่นโลก แม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาว แจ๊คกำจัดจะหลอมเปลวไฟแก่นโลกกับแก่นแท้วิญญาณธาตุดิน เมื่อมีธาตุอาละวาดอยู่ในร่างถึง 2 ธาตุทำให้แจ๊คต้องแบ่งสมาธิไปหยุดอีกอัน ส่วนอีกอันหลอมรวมเข้ากับร่างกาย

    ความยากในการหลอมเพิ่มขึ้น แจ๊คไม่คิดว่ามันจะยากขึ้นขนาดนี้ ธาตุทั้ง 2 มันมีจิตวิญญาณเมื่อพวกมันรับรู้ว่ากำลังจะตายพวกมันทั้ง 2 ได้ร่วมมือกันฆ่าแจ๊ค

    ดีที่ตรงที่แจ๊คอยู่คือแม่น้ำดาราไหลผ่านดวงดาว ไม่งั้นแจ๊คคงได้ตายแน่ ๆ แต่แจ๊ครู้ว่าเขาทำแบบนี้อีก 1 เดือนเขาสามารถหลอมธาตุทั้ง 2 ได้ครบแน่ ๆ

    ระหว่างที่แจ๊คกำลังหลอมรวมธาตุทั้ง 2 นั้นอยู่ ๆ เขาก็รู้สึกไม่ดีขึ้นราวกับจะเกิดเรื่องร้าย ๆ ในอนาคต ทำให้แจ๊คไม่มีสมาธิในการหลอมรวมธาตุ

    “คิดไปเองหรือเปล่า”

    ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

    คล้ายกับเรื่องผู้ร่วงหล่น ที่คุณอ่าน