หลังจากที่เซย์รินนั้นจัดการกับสัตว์อสูรที่เข้ามาวุ่นวายกับตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็รีบเร่งเดินทางต่อโดยทันทีเพื่อทำการหาที่พักค้างแรมเพราะตอนนี้นั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ใกล้จะค่ำแล้วหลังจากที่หาที่พักค้างแรมอยู่นานนั้นเด็กหนุ่มก็พบกับถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งเหมาะกับการพักอาศัยชั่วคราวเป็นอย่างมากหากเปรียบเทียบกับสภาพโดยรอบที่เดินผ่านมาป่ารกทึบนั้นมันจะเต็มไปด้วยภัยอันตรายไม่จะเป็นพวกสัตว์อสูร หรือแม้แต่มนุษย์ด้วยกันเองก็ตาม
เพราะในสถานที่แห่งนี้ไม่สามารถที่จะไว้ใจใครได้เลยในการแข่งขันคนทุกคนล้วนที่จะต้องการอยากผ่านเข้ารอบบางคนไม่สนวิธีการขอเพียงแค่ชนะก็เป็นพอ พวกหัวรุนแรงบางคนเลือกวิธีที่จะกำจัดฝ่ายตรงข้ามเพื่อลดจำนวนของผู้ทดสอบหรือแม้แต่ทำเป็นมาตีสนิทและแอบผสมยาพิษลงไปภายในอาหารเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามหมดแรง
ในการทดสอบนี้สามารถที่จะใช้วิธีการชั่วช้าขนาดไหนก็ได้ขอเพียงอย่างเดียวว่าขอย่าให้ถึงแก่ความตายคุณสามารถทรมานฝ่ายตรงข้ามขนาดไหนก็ได้หรือแม้แต่ซ้อมคู่ต่อสู้ถึงขั้นพิการก็ไม่ถือว่าผิดกฎอันใดแต่จุดหมายหลักของการแข่งรอบแรกคือใครก็ได้ที่สามารถออกจากที่นี่ได้300 คนแรกถือว่าผ่านในรอบคัดเลือกรอบแรก
แต่ที่อนุญาตให้ต่อสู้กันนั้นเพราะจุดมุ้งหมายแต่แรกก็บอกอยู่แล้วว่านี่คือการต่อสู้จัดอันดับผู้ที่มีความแข่งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่ใน100 อันดับแรกบางคนไม่สนใจที่จะปะทะกับคนอื่นจึงต้องแอบซ่อนตัวให้มิดชิดพร้อมทั้งจึงรีบหาทางออกจากป่ามายาแห่งนี้ให้ไวที่สุดเพื่อที่จะได้ผ่านเข้ารอบแต่บางคนที่มีแต่ความกระหายเลือดจึงเลือกที่จะฟาดฟันเหล่าผู้พบเห็นคนตรงหน้าพร้อมทั้งผ่านเข้ารอบไปด้วย
ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสู้เลยเพียงแค่ออกจากป่ามายาให้ไวที่สุดก็ผ่านเข้ารอบไปได้แล้วแต่พวกมันนั้นเห็นว่าเวลานี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะได้จัดการผู้พบเห็นหรือบุคคลที่ไม่ค่อยชอบหน้าหรือคอยสั่งสอนพวกที่อ่อนแอกว่าตนในการทดสอบในครั้งนี้แทบจะทุกคนที่จะต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่มหรือแม้แต่อยู่ด้วยกันตั้งแต่2 คนขึ้นไปเพื่อคอยระหวังเหตุการที่ไม่คาดฝันที่มันอาจจะเกิดขึ้นมาก็ได้
หลังจากที่เซย์รินนั้นทำความสะอาดภายในถ้ำเพื่อสำหรับค้างแรมในคืนนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงออกมาภายนอกหน้าปากทางเข้าถ้ำเพื่อมานั่งผิงไฟพร้อมทั้งมองดูแสงดาวยามค่ำคืนอากาศยามนี้ช่างเย็นสบายนักไม่คิดเลยพวกอาหารการกินที่ได้จากการเก็บเกี่ยวจากการไปดันเจี้ยนระดับ1 ในครั้งนั้นเนื้อสัตว์อสูรที่ยังคงเก็บไว้อยู่ภายในแหวนมิติจะไม่เน่าไม่เสีย
นอกจากจะมีเนื้อที่เพียบพร้อมแล้วเซย์รินยังได้เตรียมเครื่องดื่มมาอีกหลายอย่างเพราะเขาได้เตรียมการก่อนเข้ามาภายในป่ามายาแล้วอุปกรณ์และเครื่องดื่มหรือแม้แต่สิ่งของที่มีความจำเป็นกับการค้างแรมนั้นยูริเป็นผู้จัดเตรียมไว้ให้เพราะกลัวว่าเด็กหนุ่มนั้นจะลำบากหากเข้ามาอยู่ภายในป่ามายาในระหว่างที่เซย์รินนั้นกำลังกินอาหารนั้นเด็กหนุ่มก็เริ่มทำการคิดวิเคราะห์เพราะตลอดการเดินทางนั้นเด็กหนุ่มสัมผัสได้รางๆว่าการเดินเพื่อข้ามป่ามายาไปฝั่งตรงข้ามนั้นมันมีอะไรที่ผิดปกติสักอย่างเขารู้สึกได้ว่าเหมือนเดินอ้อมเส้นทางโดยที่ไม่ได้ผ่านจุดศูนย์กลางของป่ามายาทั้งที่ตนเองนั้นมีความสามารถในการเดินป่าอยู่ในระดับหนึ่ง
แต่เด็กหนุ่มนั้นก็ยังพอที่จะสัมผัสได้ว่าภายในเขตของป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยภาพลวงตาแต่ก็ไม่ได้มีอันตรายอันใดเพียงแค่ทำให้ตนเองนั้นเดินออกนอกเส้นทางนิดหน่อยแต่มันก็สามารถทำให้ไปถึงจุดมุ่งหมายได้เหมือนกันโดยเรื่องนี้นั้นยูริ ไม่ได้บอกกล่าวกับเซย์รินว่าที่มาของภาพมายาของป่าแห่งนี้นั้นมันเกิดจากสัตว์อสูรระดับตำนานตนหนึ่งเพราะเธอมีความเชื่อมั่นว่าหากเด็กหนุ่มได้ย่างเท้าเข้ามาอยู่ภายในพื้นที่แห่งนี้ก็จะสามารถหาคำตอบได้ด้วยตนเอง
เพราะเชื่อมั่นในความสามารถของผู้เป็นนาย ยูริจึงไม่ได้บอกกล่าวอะไรกับเด็กหนุ่มเพราะเห็นเพียงเป็นเรื่องที่เล็กน้อยเท่านั้น
ทางด้านของเซย์รินนั้นหลังจากที่กินมื้อค่ำเสร็จแล้วเด็กหนุ่มจึงได้ทำการตัดสินใจโดยทันทีว่าจะตรวจสอบที่มาที่ไปของภาพมายาภายในป่าแห่งนี้ผ่านไปเพียงชั่วลมหายใจเซย์รินทำการปิดเปือกตาพร้อมทั้งเปิดประสาทสัมผัสของตนเองทั้งหมดเพื่อขยายขอบเขตการรับรู้ของตนว่าสภาพแวดล้อมของที่นี่โดยรวมมีอะไรบ้างไม่ว่าจะเป็นคนหรือแม้แต่เป็นพวกเหล่าสัตว์อสูรเมื่อขยายขอบเขตรับรู้ที่มากขึ้นและไกลขึ้น
จึงจำเป็นที่จะต้องใช้พลังจิตเป็นอย่างมากคนทั่วไปขยายขอบเขตการรับรู้ได้เพียงไม่กี่เมตรเท่านั้นแต่เซย์รินกับขยายขอบเขตการรับรู้ได้มากถึง10 กิโลเพราะพลังจิตของเซย์รินนั้นกล้าแข็งเป็นอย่างมากอย่างเช่นทักษะจิตสังหารก็คือการใช้พลังจิตที่แข็งแกร่งรูปแบบหนึ่งยิ่งระดับพลังเวทสูงพลังจิตก็จะถูกยกระดับขึ้นไปด้วยในระหว่างที่ขยายพลังจิตนั้นเซย์รินก็เห็นกลุ่มของเอลซ่าพร้อมทั้งดราก้อนและชิริว
ตอนนี้พวกเขานั้นทำการรวมกลุ่มกันซึง่อยู่ห่างจากตรงด้านหน้าเขาเพียง ไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้นเมื่อขยายขอบเขตไกลขึ้นไปอีกตอนนี้นั้นขอบตการรับรู้ของเด็กหนุ่มนั้นถึงใจกลางของป่ามายาแล้วซึ่งเป็นสถานที่ ที่ไม่มีผู้ใดได้เคยสัมผัสและพบเห็นมาก่อนเซย์รินอาจจะเป็นผู้พบเห็นคนแรกเลยก็เป็นได้การขยายจิตรับรู้ให้ความรู้สึกเหมือนกับมองเห็นด้วยตาเปล่านั้นมันอะไรกันเจ้าประตูขนาดยักษ์นั้น ทำไมถึงมันมีขนาดใหญ่ขนาดนั้นหากผ่านประตูนี้เข้าไปมันจะพาเข้าไปสู่สถานที่แห่งใดกันเมื่อมองประตูนั้นได้ไม่นานเซย์รินมองเห็นเจ้าสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งมันคือตัวอะไร หมายักษ์สามหัวอย่างงั้นรึทำไมตัวมันถึงใหญ่ขนาดนั้นกันเจ้านี่คือผู้เฝ้าประตูสินะ
ณ จุดศูนย์กลางของป่ามายา
อะไรกันไอ้ความรู้สึกนี้ข้ารู้สึกเหมือนว่ามีใครกำลังจ้องมองข้าอยู่อย่างงั้นแหละเจ้าหมายักษ์สามหัวตนนี้นั้นมันสามารถจับสัมผัสได้เรือนรางว่าเหมือนมีคนกำลังจดจ้องมองมาที่มันอยู่หน้าที่หลักของมันคือคอยเฝ้าประตูแห่งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดผ่านเข้าประตูแห่งนี้ไปเพราะที่ด้านหลังประตูแห่งนี้นั้นเป็นสถานที่อันตรายอย่างแท้จริงหากผู้ใดได้เข้าไปแล้วอาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับมาอีก
ทางด้านของเซย์รินในความเป็นจริงข้าจะเดินไปเส้นทางนี้ก็ได้ตามที่เจ้าสัตว์อสูรนั้นสร้างภาพมายาให้เดินอ้อมไปแต่ข้าสงสัยเหลือเกินว่าเจ้าประตูแห่งนั้นมันคือสิ่งใดกันจากเท่าที่ดูพฤติกรรมของเจ้าหมาสามหัวตนนี้นั้นหาใช่ดุร้ายไม่มันเพียงแค่ป้องกันไม่ให้ผู้ใดได้เข้าใกล้เข้ามาหวังว่ามันจะพูดสื่อสารโต้ตอบกันได้ข้าคงจะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากเจ้านั้นเป็นแน่ในระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังคิดและวางแผนเกี่ยวกับการเดินทางไปจุดศูนย์กลางของป่ามายาอยู่นั้นก็เริ่มที่จะจับสัมผัสถึงคนกลุ่มหนึ่งได้ว่ามันกำลังมาที่จะเข้ามาใกล้ทุกที
คนกลุ่มนี้นั้นก็เป็นหนึ่งในบุคคลผู้เข้าแข่งขันพวกมันรวมกลุ่มกันถึงห้าคนหน้าตาของพวกมันแต่ระคนนั้นเพียงแค่มองเด็กก็ยังรู้เลยว่าพวกมันนั้นไม่ได้เป็นมิตรอย่างแน่นอนพวกมันคอยจ้องเล่นงานผู้เข้าแข่งขันรายอื่นๆที่มีพลังระดับความแข็งแกร่งนั้นอ่อนแอกว่าพวกมันในการเข้ารวมในการทดสอบในครั้งนี้มันจัดการผู้เข้าร่วมการแข่งขันไปแล้วกว่า4 คนและสภาพแต่ระคนที่ถูกมันเล่นงานนั้นสาหัสเป็นอย่างมากบางคนที่ขั้นอาจจะพิการไปตลอดชีวิตเมื่อจัดการจนหน่ำใจแล้วพวกมันก็ออกเดินทางต่อ
ก่อนที่มันจะปรากฎตัวออกมานั้นพวกมันได้คอยมองดูเด็กหนุ่มอยู่สักพักหนึ่งแล้วและเพื่อเป็นการไม่ประมาทพวกมันจึงจะทำการตรวจวัดระดับพลังของฝ่ายตรงข้ามเสมอก่อนที่จะเข้าไปจัดการจากการที่พวกมันทดสอบวัดระดับพลังของเซย์รินนั้นอยู่เพียงแค่ระดับดินขั้นที่ 5 เพียงเท่านั้นเองพวกมันจึงชะร่าใจขึ้นมา
ถึงแม้ว่าตอนนี้เซย์รินจะกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอยู่มากหากใครได้ยินชื่อไม่ว่านักเรียนหรือแม้แต่อาจารย์ผู้สอนเมื่อได้ยินนามนี้ต่างก็รู้จักกันดีเด็กหนุ่มผู้ที่มีความแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดที่สามารถจัดการกับผู้อาวุโสคุมกฎอย่างง่ายดายเพียงแค่การโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวถึงชื่อเสียงของเด็กหนุ่มในตอนนี้จะดังมากขนาดไหนแต่ก็ยังมีคนอีกหลายคนที่ต่างก็ไม่รู้ว่าคนที่ชื่อเซย์รินนั้นจะมีหน้าตาเป็นเช่นไรหากคนทั้ง5 คนนี้ได้ยินนามของเด็กหนุ่มตรงหน้าระก็คงจะหนีอย่างไม่ต้องคิดชีวิตหลังจากที่มันวัดระดับพลังได้พลังก็แค่อยู่ในพวกกลุ่มระดับกลางเท่านั้นใครเล่าจะคิดว่าเป็นคนคนเดียวกับผู้ที่จัดการผู้อาวุโสคุมกฎได้
"เจ้านี่ช่างใจกล้าเหลือเกินเลย นะที่คิดจะเดินทางผ่านป่ามายาแห่งนี้อยู่เพียงลำพัง โจผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มของคนทั้ง 5 พูดด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยองเป็นเชิงท้าทายเด็กหนุ่มตรงหน้า
"เจ้าไม่ต้องยุ้งมาทางไหนเชิญกลับไปซะอย่าหาว่าข้าผู้นี้ไม่เตือนเจ้าเซย์รู้ถึงความไม่เป็นมิตรของบุคคลตรงหน้าดังนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะพูดดีด้วย
จิ๊ จิ๊ ปากกล้าดีนักนะ คุณโจอุส่าพูดดีด้วยแท้ๆ เจ้าควรจะหัดเจียมเนื้อเจียมตัวเสียบ้างพลังแค่ระดับดินเท่านั้นแต่ลูกพี่ของข้าอยู่ในระดับฟ้าขั้นที่ 3 จะทุบตีเจ้ามันช่างง่ายดายยิ่งนัก
"เฮ้ย เจ้าไปตบปากมันให้ข้า ซักทีซิข้อหาที่มันกล้ามาหยาบคายกับข้า โจหันไปคุยกับลูกน้องของมันที่พูดจาประจบเมื่อครู่
ได้เลยลูกพี่มันเดินเข้าไปใกล้เซย์รินอย่างไม่เกรงกลัวพร้อมทั้งจะยื่นมือเพื่อที่จะตบปากบุคคลตรงหน้าที่กล้าทำตัวหยาบคายต่อลูกพี่ของมัน
ในระหว่างที่มันจะง้างมือเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มนั้นเพียงพริบตาเดียวแขนมันก็หายวับไปพร้อมทั้งมีเลือดไหลสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
อ๊ากกกกกกกกกกกก มันร้องโหยหวนดังรั่น
โจและลูกน้องที่เหลือของมันต่างก็หน้าถอดสีมันคิดว่ามันคือผู้ที่โหดเหี้ยมและแต่คนตรงหน้าโหดยิ่งเสียกว่า
ยังไม่ทันได้หายตกใจที่อยู่ๆลูกน้องของมันก็แขนขาดกระจุยพริบตาเดียวไม่ทันที่มันจะได้รู้สึกตัวอยู่ๆร่างกายของมันก็เสียสมดุล ล้มลงกับพื้น….
อ๊ากกกกกกก ขาของข้า ขาของข้ามันร้องดังลั่นด้วยความตกใจไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำอยู่ๆขามันก็กระจุยไปเสียแล้วคนที่เหลือที่เห็นภาพตรงหน้าต่างก็พยายามวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตแต่ก็สายเกินไปแล้วในระหว่างที่พวกมันจะหนีไปเซย์รินก็จัดการด้วยทักษะดัชนีสายฟ้าขาพวกมันทั้งหมดขาดกระจุยภายในพริบตา ตอนนี้ชายทั้ง 5 ก็ไม่ต่างอะไรกับคนพิกาลบ้างเสียแขนบ้างก็เสียขา
"เจ้าจะฆ่าข้าเจ้าไม่กลัวทางอาณาจักรจะเอาเรื่องรึไงถึงแม้จะต่อสู้กันบางตายสักเพียงไหนแต่ก็มีกฏข้อห้ามคือห้ามฆ่าฝ่ายตรงข้ามเด็ดขาด
"อะไรกันมีกฎแบบนี้ด้วยอย่างงั้นรึข้าไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยก็ได้ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า…เด็กหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัย
หลังจากนั้นเซย์รินจึงใช้เวทรักษาขั้นสูงพริบตาเดียวแขนขาที่ขาดกระจุยก็กลับมาเป็นสภาพเดิมเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น มันมองมาที่หน้าของเซย์รินเจ้าทำได้อย่างไรกันยังที่มันไม่พูดจบดี ขามันก็กระจุยไปอีกครั้ง
อ๊ากกกกกหลังจากนั้นเซย์รินก็รักษาให้ใหม่ และก็ทำรายขาของมันอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จนกระทั่งเซย์รินจนพอใจแล้วถึงหยุดมือพร้อมทั้งหันไปยิ้มให้กับบุคคลตรงหน้าด้วยความเมตรากรุณาเห็นไหมว่าข้านั้นจะไม่ฆ่าเจ้าทีนี้พวกเจ้าสำนึกผิดแล้วหรือยัง
โจถึงกับร้องไห้ฟูมฟาย ออกมามันไม่เคยโดนทรมาณที่โหดเหี้ยมแบบนี้มาก่อน พวกลูกน้องของมันเองก็ไม่ต่างกันสภาพจิตใจของมันตอนนี้นั้นย่ำแย่เป็นอย่างมาก
ในสายตาของข้านั้นพวกเจ้ามันก็ไม่ต่างอะไรจากพวกเด็กทารถ…จัดการเพียงนิ้วเดียวก็ไปเกิดใหม่ได้แล้วแต่เพราะข้าเป็นคนจิตใจดีมีเมตราข้าเลยไม่ฆ่าเจ้า…ข้าเพียงแค่ต้องการสั่งสอนพวกเจ้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และข้าก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะกับตัวเสียใหม่
สั่งสอนเล็กน้อย !!! โจถึงกับหลั่งน้ำตาออกมามากกว่าเดิม…
หน่วยก้านของพวกเจ้านั้นไม่เลวเลยสนใจมาเป็นลูกน้องของข้าไหมข้ารับลองว่าจะดูแลพวกเจ้าเป็นอย่างดี
อยากให้ข้าติดตามท่านอย่างงั้นเหรอ โจเริ่มมีสายตาเป็นประกาย…..