ตอนที่ 9
หลังจากที่นิลกาฬตรวจสอบบริเวณรอบๆแค้มป์ที่พัก เขาได้ติดตั้งกับดักแล้วอุปกรณ์เตือนภัยรอบๆรัศมี 3 กม. เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วเขาก็กลับมานั่งข้างๆกองไฟ หน้าเต้นท์นอนของหลิน เต้นท์นอนที่นิลกาฬเตรียมไว้ให้หลินนั้นสามารถนอนพักได้ถึง4คน เป็เต้นท์ผ้าอย่างดีมีความแข็งแรงสูง สามารถกันน้ำฝน และแมลงต่าง
ระหว่างที่เขาเฝ้ายาม เขาไม่ได้เฝ้ายามเฉยๆ เขายังฝึกศาสตร์แห่งจักรวาลพร้อมกับเฝ้ายามอีกด้วย ตอนนี้เขาสามารถมองเห็นพื้นที่รอบตัวในรัศมี 5 กิโลเมตรได้อย่างสบายๆ พลังจักรวาลนั้นมีอยู่ทุกที่ แต่ละพื้นที่จะมีความหนาแน่นของพลังจักรวาลที่แตกต่างกันออกไป ถ้าเขาใช้พลังเต็มที่ในการตรวจสอบ เขาสามารถมองเห็นภายในรัศมี 8 กิโลเมตรได้เลยที่เดียว แต่ถ้าทำแบบนั้นจะทำให้เหนื่อยล้าเป็อย่างมาก เขาเองก็้าค่อยๆฝึกฝนและทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับพลังแห่งจักรวาล ยิ่งเขาทำความเข้าใจมากขึ้นเท่าไร เขาก็ยิ่งสนใจในศาสตร์แห่งจักรวาลมากขึ้นเท่านั้น เนื่องจากการจะตรวจสอบพื้นที่บริเวณรอบๆนั้น เขาจะต้องใช้สมาธิและพลังเป็อย่างมาก ซึ่งการนี้ก็เปรียบเสมือนการฝึกสมาธิและควบคุมสติ
“ถึงว่าทำไมพระพุทธองค์ถึงอยากให้เราฝึกศาสตร์แห่งจักรวาล”
นิลกาฬก็นั่งสมาธิและฝึกศาสตร์แห่งจักรวาลต่อไป
อ๊าก~ อ๊าก~
เคร้ง เคร้ง
“ฆ่าพวกมันให้หมด อย่าให้ใครรอดไปได้แม้แต่คนเดียว” กลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากสีขาว 20 คนกำลังไล่ฆ่านักเดินทางกลุ่มนึงอยู่
“องค์หญิงพวกเราจะทำยังไงกันดี ตอนนี้พวกโจรมันจัดการคนของเราไปหลายคนแล้ว พวกโจรนั้นไม่ใช่พวกกระจอกๆเลย แต่ละคนนั้นอยู่ระดับผู้วิวัฒนาการ คนที่มากับพวกเราส่วนใหญ่พึ่งจะเลื่อนระดับผู้วิวัฒนาการมาได้ไม่นาน มีเพียงข้าคนเดียวที่อยู่อยู่ระดับผู้วิวัฒนาการขั้นท้าย องค์หญิงตอนนี้พวกเราควรจะหนีได้แล้ว ข้าว่าพวกโจรที่มาลอบโจมตีจะต้องหมายเอาชีวิตของท่านเป็แน่” ชายหนุ่มร่างกายสมส่วน สูงประมาณ 180 ซม. สวมชุดคล้ายๆนินจาแบบญี่ปุ่น รีบวิ่งเข้ามาบอกหญิงสาวที่อยู่ด้านในเต้นท์
“พวกเราถอยเต็มกำลัง ยังไงข้าก็จะต้องเดินทางไปให้ถึงเมืองไม้ครามให้จงได้ พวกเสด็จพี่ทั้งหลายเองก็เห็นข้าเป็เซียนหนาม แสดงว่าพวกโจรพวกนี้จะต้องเป็พวกที่เสด็จพี่ส่งมาแน่ ซันโซเ้าพาข้าหนีไปให้เร็วที่สุด และบอกองครักษ์คนอื่นๆ ให้แยกย้ายหลบหนีออกมาให้ได้ แล้วให้พวกเขาไปเจอกันที่เมืองไม้คราม” หญิงสาวตอบอย่างนุ่มนวล ราวกับว่าเหตุการณ์ที่เกิดเป็เื่ปกติ
“ขอรับองค์หญิง” หลังจากที่องค์หญิงถ่ายทอดคำสั่งไปแล้วนั้น องครักษ์ทุกคนก็แยกย้ายหนี ไปกันในทันที
ซันโซและองค์หญิงนั้นก็ได้หนีเช่นกัน แต่ทางที่พวกเขากำลังหนีไปนั้นเป็ทางที่พวกนิลกาฬและหลินตั้งแค้มป์อยู่
“มีคนกำลังมาทางนี้ 2 ไม่สิ 10 กว่าคน 2 คนแรกที่เข้ามาเหมือนจะถูกตามล่า อีก 11 คนที่เหลือคงจะเป็โจรไม่ก็นักฆ่าสิ การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและมีระบบแบบนั้น คงจะถูกฝึกกันมาเป็อย่างดี เอาไงดีจะช่วยดีไหมหรือไม่ช่วยดี” นิลกาฬนั่งคิดอยู่สักพักหนึ่ง
“ข้าเองก็เป็คนดีคนหนึ่ง ช่วยก็ได้ “หลังอาน” เ้าอยู่เฝ้าที่นี้แทนข้าด้วย ใครแปลกหน้าเข้ามา กัดมันให้ยับ เข้าใจไหม” นิลกาฬเรียกราชันย์หมาป่าทมิฬเขี้ยวเงินออกมาเฝ้าแค้มป์
“แห๊ะๆ” หมาป่าทมิฬพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ดีมาก” หลังพูดจบนิลกาฬก็เคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูง เพื่อที่จะหาที่ซุ่มบนยอดไม้
ฟิ้ว~ ฟิ้ว~ เสียงอาวุธลับ
ซันโซและองค์หญิงวิ่งหลบอาวุธลับที่ถูกปามา
“องค์หญิง ข้าน้อยว่าถ้าองค์หญิงไปกับข้า คงหนีพวกมันไม่พ้นเป็แน่ ท่านหนีไปก่อนเลย เดียวข้าจะถ่วงเวลาพวกมันเอาไว้เอง”
“ไม่ถ้าข้าไปคนเดียวก็คงจะไม่รอดเช่นกัน พวกมันมีตั้ง 11 คน เ้าคนเดียวรับมือพวกนั้นไม่ไหวหรอกซันโซ”
ระหว่างที่กำลังคุยกันนั้นเอง พวกองค์หญิงและซันโซ ก็ถูกล้อมทางหนีไว้หมดแล้ว
“ฮ่า~ พวกเ้าถูกล้อมไว้หมดแล้ว ไม่ทางให้พวกเ้าหนีแล้ว จงตายอยู่ที่นี้เสียเถอะ” กลุ่มโจรก็พุ่งเข้ามาโจมตีทันที
ฟิ้ว~ ซวบ(แตก1พี่แตก1 ล้อเล่นครับ)
1 ในกลุ่มนักฆ่าโดนยิงเข้าที่หัว หัวของเขาะเิและตายโดยทันที ทำให้กลุ่มพวกนักฆ่าใรีบแอบหลังต้นไม้ทันที
หัวหน้ากลุ่มโจระโออกมา “ใครนะ พวกข้านั้นไม่ได้มีความบาดหมางกับท่าน ท่านอย่าได้เข้ามายุ่งกับเื่ของพวกข้าดีกว่า ถ้าท่านรู้ว่าพวกข้าเป็ใครแล้วท่านจะเดือด..”
ฟิ้ว~ ซวบ นักฆ่าคนนั้นถูกยิ่งเข้าที่หัว ตายทันทีเช่นกัน
หลังจากที่ได้เห็นหัวหน้าของพวกเขาตายต่อหน้าต่อตา กลุ่มนักฆ่าอีก 9 คนที่เหลือ สั่นด้วยความกลัวทันที ทุกคนก็ไม่กล้าขยับออกจากหลังต้นไม้ที่ตนหลบ
นิลกาฬซุ่มอยู่บนยอดไม้ห่างไกลกว่า 2.5 กม. เข้าได้เรียกปืน M110 SASS type - 88 กึ่งออโต้สีดำ เป็ปืนสไนเปอร์ที่ถูกนิลกาฬดัดแปลงมาอีกที โดยเขาได้ลงอักขระโบราณและอักษรรูนช่วยเพิ่มแรงถืบและความทนทานของตัวปืน ปรับเกลียวลำกล้องให้ลูกกระสูนหมุนเร็วขึ้นอีก 2 เท่าและช่วยระบายความร้อนได้เร็วขึ้น ทำให้ลูกกระสูนที่ยิงออกไปเร็วแรง ต่อเนื่อง และเพิ่มความเสถียรของลูกกระสูนที่ยิงไปให้มีความแม่นยำมากขึ้น
ส่วยตัวลูกกระสูนนั้นก็ได้ลงอักขระเพิ่มพลังทะลุทะลวงทำให้สามารถยิ่งทะลุแร่ทังสเตนหนา 20 ซม. ได้อย่างสบายๆ
เขาไม่จำเป็ต้องใช้สโคปในการเล็งเป้าหมาย แต่เขาใช้พลังศาสตร์แห่งวาลหรือััจักรวาลในการเล็งเป้าหมายแทน
ฟิ้ว~ ฟิ้ว~ ซวบ ซวบ (Double kill) นักฆ่าที่แอบอยู่ตรงใต้พุ่งไม้ กับหลังต้นไม้ โดนยิงเข้าที่หัวตายทันที นักฆ่าอีก 7 คนที่เหลือ ต่างรีบหนีด้วยความกลัวกันทันที
ฟิ้ว~ ซวบ ฟิ้ว~ ซวบ ฟิ้ว~ ซวบ (Trible kill)
“ม๊าย~ อยากฆ่าพวกเลย”
นักฆ่าอีก 4 คนที่เหลือ ร้องออกมาด้วยความกลัว รีบหนีออกจากตรงนี้ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่กะนั้นก็
ฟิ้ว~ ฟิ้ว~ ฟิ้ว~ ฟิ้ว~ ซวบ ซวบ ซวบ ซวบ (Quadra kill)
“ฝีมือของเราก็ยังไม่ตกแหะ” นิลกาฬชมตัวเอง
“ข้าขอขอบคุณท่านาุโที่ช่วยพวกข้าเอาไว้ ไม่ทราบว่าพวกข้าขอทราบชื่อของท่านได้หรือไม่” ซันโซ ะโถาม
“ฮ่า~ ผู้าุโยังงั้นหรอ พวกเ้าคิดว่าข้าแก่ขนาดนั้นเลยหรือ” นิลกาฬก็ะโกลับมาเช่นกัน
ซันโซสงสัยเป็อย่างมาก เสียงที่พูดออกมานั้นยังฟังเด็กอยู่เลย
“ข้ามิกล้า” ซันโซยกมือก้มคำนับไปทางต้นเสียงทันที
“พวกเ้ามาทางไหนกลับทางนั้น ข้าไม่ต้อนรับแขก แต่ถ้าพวกเ้าต้องหลบอยู่แถวนี้ก็ย่อมได้”
“พวกข้า ขอขอบคุณท่านมากจริง ไม่ทราบว่าข้าจะขอทราบชื่อของท่านได้หรือไม่ พวกข้ากำลังจะเดินทางไปที่เมืองไม้คราม เมื่อข้าไปถึงที่เมืองไม้คราม ข้าจะตอบแทนท่านอย่างดีเลย” เสียงที่อ่อนนุ่มไพเราะ ทำให้นิลกาฬโฟกัสไปที่หญิงสาวทันที
นางดูไร้เดียวสาและไร้ที่ติ ใบหน้าที่นิ่มนวลดวงตาสีฟ้าของนางดูสุขุมและเยือกเย็น ซึ่งขัดกับใบหน้าที่ดูน่ารักน่าทะนุถนอม ผิวของนางเองก็ขาวราวกับเกล็ดหิมะ ผมยาวสีดำเกือบถึงเอว สวมชุดกิโมโนสีฟ้าและมีลายเกล็ดหิมะสีขาว ราวกับว่านางไม่มนุษย์แต่เป็นางฟ้า
นิลกาฬคิดอยู่สักพักนึงว่าจะทำยังไงดี ถ้ามีคนร่วมเดินทางด้วย ก็ดีเช่นกันเพราะพวกเขาเองก็ไม่รู้เส้นทางไปยังเมืองฟ้าครามที่แน่ชัด แต่ดูจากเสื้อผ้าพวกเขาแล้วคงจะมาจากตระกลูระดับสูงเป็แน่
‘ถ้ามีแค่ข้ากับหลินเดินทางก็คงจะหลงทางเป็แน่ มีเพื่อนร่วมทางก็ดีเหมือนกัน’
‘เ้าหนู เ้าหนู’ นนทกเรียก
‘ว่าไงนนทก’ นิลกาฬถามด้วยความสงสัย
‘เ้าช่วยพวกนางเถอะ แม่หนูน้อยคนนั้นจะต้องมีฐานะไม่ธรรมดาเป็แน่ นางมีจิตของมหาราชินีภูติหิมะ ถ้าเ้าช่วยนาง นางก็จะเป็หนี้ชีวิตเ้า บางทีเ้าอาจจะได้คนคอยช่วยหนุนหลังเมื่อถึงเมืองไม้ครามก็เป็ได้ ยังไงเ้าก็ไม่ได้เสียหายอะไรอยู่แล้ว ดูจากอายุของแม่หนูน้อยน่าจะเท่ากับพวกเ้าเลยด้วยซ้ำ ผู้หญิงของเ้าจะได้มีเพื่อนสาววัยเดียวกัน ไม่ดีหรอกหรือ’
‘ก็บอกแล้วไงว่านางเป็เพื่อนข้า เห้อ~ ก็ได้ๆ ข้าเองก็คิดว่าดีเหมือนกันที่มีเพื่อนร่วมเดินทาง แต่ถ้าจะให้ข้าเฝ้ายามคนเดียวทุกคืนข้าเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน’
“ตรงนี้คุยกับลำบาก พวกเ้าเดินขึ้นมาทางเหนือประมาณ 4 กิโลเมตร จะเจอแค้มป์พักของพวกข้า เื่ที่เหลือเอาไว้ค่อยคุยหลังจากไปถึงที่นั้น”
หลังนิลกาฬพูดจบก็กลับไปที่แค้มป์ทันที
“องค์หญิงท่านจะไปที่นั้นจริงๆหรือ” ซันโซถาม
“ข้าเองก็อยากรู้เหมือนว่าผู้กล้าหนุ่มปริศนาท่านนี้เป็ใครกัน ซันโซเวลาอยู่กับพวกเขาเ้าจะต้องเรียกข้าว่าคุณหนู เข้าใจไหม”
“ขอรับคุณหนู”
นิลกาฬมาถึงที่แค้มป์อย่างรวดเร็ว เพื่อเก็บกับดักและอุปกรณ์เตือนภัย
“หลังอาน ทำได้ดีมาก ว่าแต่เ้าช่วยย่อตัวของเ้าให้เล็กลงหน่อยจะได้ไหม เดียวพวกเขามาเห็นสภาพนี้แล้วจะกลัวเ้ากันหมด อ่อ~ แล้วก็ลดระดับพลังของเ้าลงให้เหลือเพียงชั้นยอดพอ เข้าใจไหม”
“หงิงๆ” หลังอานพยักหน้าเข้าใจ
แล้วตัวของมันก็ค่อยๆย่อเล็กลงทันที ขนาดของมันพอๆกับหมาชิวาว่า แต่ก็ยังคงรูปลักษณ์หมาป่าเอาไว้ หลังจากย่อขนาดลงมาแล้วมันก็รีบวิ่งไปหานิลกาฬทันที
นิลกาฬนั่งลงข้างๆกองไฟและอุ่มหลังอานมาไว้บนตัก
“หลิน หลิน”
“อืม~ มีอะไรยังงั้นหรอนิล” หลินขยี้ตา ด้วยความงัวเงีย
“เดียวสักพักเราจะมีแขกมาหา”
“ใครหรอ”
“นักเดินทางเหมือนกันนะ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเดินทางไปที่เมืองไม้ครามเช่นเดียวกับพวกเรา ข้าเลยชวนพวกเขามาร่วมเดินทางด้วย”
“อืม~ ไม่มีอะไรแล้วข้าขอนอนต่อนะ”
ทันใดนั้นเอง องค์หญิงและซันโซก็เดินทางมาถึงแค้มป์
“เข้ามานั่งก่อนสิ ไม่ต้องแกร่งใจ มีน้ำชาอยู่ตรงนั้น บริการตัวเองด้วย” จิลกาฬพูด
“ข้าขอขอบคุณท่านมากๆ ท่านผู้กล้า” องค์หญิงพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ทง เทิง ท่าน อะไรกัน ข้ากับเ้าก็อายุพอๆกัน ข้าชื่อข้าว่านิลกาฬ เรียกข้าว่านิล เฉยๆก็ได้ พวกข้าเองก็กำลังจะเดินทางไปที่เมืองไม้ครามเช่นกัน”
“เ้า..” องค์หญิงห้ามไม่ให้ซันโซพูดอะไรออกมา
“ข้ามีนามว่ายูกิ ข้าเองก็กำลังจะเดินทางไปที่เมืองไม้คราม แต่ระหว่างทางก็ถูกพวกโจรเข้ามาโจมตีเสียก่อน ดีที่ข้ามาเจอท่าน เลยทำให้พวกข้าหนีรอดมาได้ ข้าขอขอบคุณท่านอีกครั้งจริงๆ” ยูกิพูด
“มันไม่ได้มีเหตุผลอะไรเพียงแค่ข้าคิดว่า ถ้าข้าไม่ช่วยพวกเ้า พวกเ้าและพวกนักฆ่าเ่าั้ก็คงมาทางนี้เป็แน่ มันจะทำให้ข้าลำบากได้ ก็เลยไปช่วยพวกเ้าก็เท่านั้นเองไม่ต้องคิดมาก ช่วยๆกัน” นิลกาฬพูดเสมือนว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“หึ~ เ้าหนู แค่เ้าช่วยพวกข้า และยังจะกล้ามาปากดีกับคุณหนูอีกหรือ”
ซันโซทนไม่ไหวกับความอวดดีของนิลกาฬ
“หยุดนะซันโซ เ้าจะทำอะไรกับผู้มีพระคุณ” ยูกิรีบเตือนซันโซทันที่
“กรรร~” หนังอานที่อยู่บนตักนิลกาฬ ขนของมันพองฟู และขู่ไปที่ซันโซ
“แต่ว่า..” ซันโซ้าจะพูดอะไรบางอย่าง และไม่รู้ถึงการขู่ของหลังอาน
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น เ้าช่วยอยู่เงียบๆจะได้ไหม ข้ากำลังคุยกับผู้มีพระคุณอยู่ นี่คือคำสั่ง” ยูกิเองก็เริ่มไม่พอใจกับพฤติกรรมของซันโซเลยบอกให้ซันโซอยู่เฉยๆ
“ขอรับคุณหนู”
ที่นิลกาฬพยายามพูดจาอวดดีก็เพื่อ้าดูว่า พวกเขาทั้ง 2 คนนั้นมีปฏิกิริยาต่อพวกเขายังไง และมีความจริงใจต่อเขาแค่ไหน จากที่นิลกาฬสังเกตุยูกิเป็คนที่มีจิตใจเมตตา และรู้คุณคน ส่วนซันโซเป็คนที่ขี้หวาดระแวง แต่ดูเหมือนว่าเขาพยายามที่จะปกป้องยูกิทุกวิถีทาง
“ข้างนอกเสียงดังกันจังเลย ข้านอนต่อไม่ได้เลย” หลินเดินออกมาจากเต้นท์ด้วยความสงสัยว่าใครกันที่คุยกันเสียงดังขนาดนี้
“ข้าต้องขอโทษแทนคนของข้าด้วย แม่นาง” ยูกิพูดขอโทษด้วยความรู้สึกผิดทันที
“ไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้คือ” ยูกิถามด้วยความสงสัย
“ข้าชื่อหลินเป็เพื่อนของนิล มาจากหมู่บ้านเดียวกัน พวกเรากำลังจะเดินทางไปที่เมืองไม้ครามเพื่อไปสมัครเรียนที่โรงเรียนกลางนะ”
“หึ~ อยากพวกเ้านะหรือจะสมัครเข้าโรงเรียนกลาง พวกเ้าไม่มีความสามารถพอที่จะผ่านการทดสอบได้หรอก” ซันโซพูดออกมาด้วยความดูถูก
แต่ทันใดนั้นเองนิลกาฬก็พุ่งไปด้วยความเร็วสูงแล้วเรียกมีดสั้นสีดำออกมาจากกำไล จี้ไปที่คอของซันโซ
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นไวมากขนาดซันโซมีระดับผู้วิวัฒนาการขั้นท้าย ยังไม่สามารถรับรู้ได้ว่านิลกาฬเข้ามาใกล้เขาขนาดนี้ได้ั้แ่เมื่อไหร่
“เ้าดูถูกข้า ข้าไม่ว่า แต่อย่าได้มาดูถูกเพื่อนของข้า คิดว่าเ้าอยู่ในระดับผู้วิวัฒนาการขั้นท้ายแล้วเ้าจะเก่งเหนือฟ้า ถ้าข้าไม่เห็นแกหน้าคุณหนูของเ้า ข้าฆ่าเ้าไปนานแล้ว” หลังจากพูดจบนิลกาฬก็เดินไปนั่งที่เดิม แล้วลูบหัวของหลังอาน “ใจเย็นๆหลังอาน ข้าจัดการได้” หลังอานก็ค่อยๆใจเย็นลงและเลิกขู่ซันโซ
“ซันโซเ้าทำอะไรของเ้านะข้าบอกแล้วใช่ไหมให้เ้าอยู่เงียบๆ ถ้าท่านนิลไม่เขาไปห้ามไว้ เป่านนี้เ้าโดยหมาป่าตัวนั้นกินไปแล้ว” ยูกิเตือนซันโซ
‘นางมีสายตาที่เฉียบแหลมเป็อย่างมาก สามารถมองถึงภาพรวมและแยกแยะลำดับเหตุการณ์ได้ดีที่เดียว’ นิลกาฬคิด
ซันโซล้มทั้งยืนทันที เขาคิดว่านิลกาฬก็แค่ระดับปุถุชน ไม่น่าจะใช่คนที่ช่วยชีวิตพวกเข้า แต่เมื่อซันโซเห็นการเคลื่อนไหลเมื่อกี่ทำให้เขาได้รู้ว่านิลกาฬยังไม่ได้แสดงพลังของเขาออกมาจริงๆ
หลังจากที่ซันโซตั้งสติกลับมาได้ เขาก็ได้ก้มหัวขอโทษ หลิน และนิลกาฬทันที