The Lost Swordsman

    บทที่ 41 เรือลมปราณ

    คนเรามักพบเจอเรื่องราวสุดแสนจะไร้เหตุผลเข้ามาบางครั้งในชีวิต สิทธิ์การเลือกที่จะอยู่หรือไป ผู้สมควรตัดสินใจควรเป็นของเหมาเว่ย หาใช่ผู้อื่นหรือแม้แต่ชายชราที่ยืนอยู่บนยอดเสากระโดงเรือไม่
    ‘ข้าต้องกลับไป ไม่เช่นนั้นโรงเตี๊ยม บ่อน้ำและคนของข้าจะตกอยู่ในอันตราย’เหมาเว่ยขบกัดฟันแน่นแทบจะแหลกละเอียด
    ฟุบบบบ!!!
    “ใครก็ห้ามข้าไม่ได้”ชายหนุ่มเหงื่อท่วมตัวพุ่งจะโจนออกจากเรือโดยพลัน ไม่ต้องการจะเสียเวลาอยู่ที่นี่ต่อแม้เพียงลมหายใจ’ว่ายน้ำเข้าฝั่งเองก็ได้ ระยะแค่นี้สบายหายห่วง ช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนเตรียมทหาร เพื่อนๆเรียกข้าว่าฉลามขาว!!’
    “ใครอนุญาตให้เจ้าไป!!”
    กึดดดด!!
    ทันทีที่เสียงแผดคำรามจากชายชราดังกึกก้องไม่ยิมยอมให้ผู้ใดลงจากเรือกลางคัน ร่างกายของเหมาเว่ยที่กำลังจะตกสัมผัสผิวน้ำด้านล่าง พลันหยุดแน่นิ่งกลางอากาศไม่ไหวติง ทั้งหมดเป็นผลมาจากคลื่นปราณเข้มข้นดูราวกับของแข็งกุมกำร่างกายเหมาเว่ยเอาไว้
    มันเป็นมือขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นจากคลื่นปราณ ยื่นยาวจากฝ่ามือแสนเหี่ยวย่น ไม่ยิมยอมให้ผู้ใดทำผิดกฎที่ตั้งเอาไว้
    “เกิดอะไรขึ้น พลังนี่มันคือสิ่งใด ข้าขยับตัวไม่ได้ อ้า....!!”สองมือของเหมาเว่ยพยายามแกะออก ขยับดิ้นให้หลุดแต่ก็ไม่เป็นผล
    “เปลี่ยนพลังปราณให้กลายเป็นรูปธรรม!!”
    “สุดยอดดดด!!!”
    “ข้าเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก”
    “อุ้งมือใหญ่ที่กำลังจับตัวเจ้านั่น คือปราณ?”
    “สมกับเป็นหนึ่งในหกผู้เฒ่าของนิกายนักบุญ!!!”
    “พลังระดับอันน่าสะพรึง...ราชันจักรพรรดิ!!”
    “เจ้าหนุ่มนี่ดื้อรั้ง เห็นที่ข้าควรทำให้มันสงบต่อไปสักพัก”ชายชราลูบเคราขาว เกร็งอีกมือกระชากกลับเข้ามาอย่างแรง
    วืวววว!!!
    “....!!!? ราชาจักรพรรดิ”เหมาเว่ยพึมพำครั้งสุดท้ายเท่าที่สัมผัสได้ ดวงตาคู่โตคล้ายกับรู้สึกถึงความเหนื่อยล้า วูบดับไปอย่างช้าๆอย่างไร้ทางต่อต้าน’ขะ...ข้าตะ...ต้องกลับ...ไป....’
    .
    .
    .
    สี่วันต่อมา ร่างกายแข็งทื่อนอนไร้สติกว่าหลายวันพลันเริ่มรู้สึกตัวขยับ เปลือกตาสองข้างค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ รับแสงจากภายนอกที่ส่องเข้ามากระทบ พร้อมเอนตัวพยุงขึ้นทีละนิดทีละนิด
    “นี่ข้าเป็นอะไรไป”เหมาเว่ยบิดหันลำคอกวาดตามองทั้งซ้ายและขวา ก็พบเพียงสิ่งที่ใช้หนุนนอนเป็นจำนวนหนึ่งวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ’ห้องนอนหรอกหรือ? นี่ข้าอยู่ที่ไหน ไม่ มัวช้าไม่ได้แล้ว ต้องรีบกลับบบ’
    ตึบบ ตึบบ ตึบบบ!!
    เสียงย่ำเท้าเดินดังมาจากทิศทางหนึ่ง จนต้องมุ่งความสนใจหันไปมอง
    “ตื่นแล้วเหรอ? เจ้าหลับไปสี่วันเต็มๆ หากหิวก็ไปหาอาหารกินที่ห้องครัวซะสิ”
    “สี่วัน!!?? นี่ข้าหลับไปตั้งสี่วัน”เหมาเว่ยเอ่ยย้ำถึงสิ่งที่ได้ยิน คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน”ข้าต้องกลับไป ไม่มีเวลาแล้ว”
    ฟุบบบ!
    “เดี๋ยวๆ เชื่อข้าสิ เจ้าไม่มีทางกลั...... โธ่ ไม่ฟังกันบ้างเลย”ชายผมสีน้ำเงินส่ายหัวถึงความดื้อรั้งอันเปล่าประโยชน์
    จินหมิงเป็นชายหนุ่มมีอายุยี่สิบปี ดวงตาเล็กเรียวคิ้วบางปลายชี้เฉียงขึ้น ผิวคล้ำหยาบกร้านราวกับทำงานหนักมาเป็นเวลานาน เส้นผมสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างสูงโปร่งสูงกว่าเหมาเว่ยเล็กน้อย
    แม้ว่าโดยรวมจะไม่หน้าไว้ใจ คล้ายกับต้องการหาเรื่องอยู่ตลอดเวลา หากแต่เป็นผู้เดียวในจำนวนทั้งหมด ที่ให้ความเป็นมิตรต่อเหมาเว่ยมากที่สุด
    “สวรรค์ นี่มันอะไรกัน...!”
    เสียงกู่ร้องดังก้องมาจากทางด้านหนึ่งของลำเรือ และเหมาเว่ยที่วิ่งออกไปก็พบว่าตนไม่อาจกลับไปได้อีกในเร็ววัน เมื่อสิ่งที่เผยจากด้านข้างลำเรือหาใช่ผิวน้ำไม่ กลับเป็นสายลมและความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่กว่าแม่น้ำเป็นไหนๆ
    วืบบบบบบ!!
    “เรือลำนี้กำลังบินบนอากาศ!!”
    “ก็ใช่น่ะสิ เจ้าคิดว่านี่เป็นเรือธรรมดาหรืออย่างไร นิกายนักบุญเชียวนะ ย่อมมีของล้ำค่าไว้ใช้งานเป็นธรรมดา เรือลมปราณยังไงล่ะ!!”เสียงตะโกนจากจินหมิงตามติดออกมา
    “ยอดเลยเรือลมปราณ ข้าเพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก”
    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าก็เหมือนกันกับเจ้านั่นแหละ แต่เลิกคิดจะกลับไปได้แล้ว มาเตรียมตัวเข้าทดสอบกันดีกว่า ขอเพียงเป็นศิษย์ของนิกายนักบุญ เจ้าก็จะได้กลับไป”
    “ทดสอบ?”
    “ใช่ เป็นการต่อสู้เอาชีวิตรอดหาผู้ชนะ ท่าทางเจ้าก็ไม่ธรรมดา เป็นคนจากตระกูลใหญ่หรือจากที่ใดกันล่ะ?”
    ‘ต่อสู้หาผู้ชนะงั้นหรอ เช่นนี้หากข้าแสร้งยอมแพ้ ก็จะได้กลับไปน่ะสิ’เหมาเว่ยเริ่มมีความหวังแววตาเป็นประกาย พลางเอ่ยกลับไปว่า”ข้าไม่ใช่คนจากตระกูลใหญ่หรืออะไรทำนองนั้นหรอก เจ้าเรียกข้าว่าเหมาเว่ยแล้วกัน”
    “เหมาเว่ย ได้”
    และจากนั้น ทั้งคู่เหมาเว่ยและจินหมิงต่างปรึกษาถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น การทดสอบที่ใกล้เข้ามาว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร เพราะเมื่อการเดินทางกลับไปในยามนี้นับเป็นเรื่องเพ้อฝัน เขาจึงค่อยๆทำใจยอมรับและคิดหาทางอื่นเช่นการยอมแพ้ในการทดสอบ
    เหตุการณ์ที่ดำเนินมาเช่นนี้ ความดื้อรั้งของชายหนุ่มนับว่าเปล่าประโยชน์ ต่อให้สามารถใช้เล่ห์กลหรือคิดวิธีหนีรอดไปจากชายชราผู้นั้นได้ อุปสรรคตรงหน้าก็นับว่าใหญ่หลวง คงไม่มีใครกล้ากระโจนลงไปดื้อๆจากความสูงระดับนี้เป็นแน่
    “เจ้าว่าอย่างไรนะ มีเรื่องบ้าๆเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ?”เหมาเว่ยเปล่งเสียงถามด้วยความตกใจ หลังจากที่มีโอกาสได้ฟังรายละเอียดของการทดสอบ
    จินหมิงพยักหน้าเบาๆ“ใช่ หากแพ้ต้องตาย เหมือนข้าจะเคยได้ยินมาแบบนั้นนะ”
    “มีการทดสอบบ้าๆเช่นนี้จริงๆหรอ อย่างกับว่ามาหาที่ตาย”
    “จริงแท้แน่นอน ก็อย่างที่เล่าไป ไม่มีใครถูกบังคับให้ขึ้นเรือตั้งแต่ต้น จะโทษก็ต้องโทษตัวเจ้าเองทีก้าวขึ้นเรือ”
    “ก็จริงอยู่ แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่รู้เรื่องการทดสอบด้วยซ้ำ”
    “พูดไปก็เปล่าประโยชน์ เห็นชัดๆว่าเจ้าจงใจกระโดดขึ้นเรือมา ทุกคนที่นี่ก็เห็นกันทั้งนั้น หากขึ้นมาแล้วก็เท่ากับว่ายอมรับเรื่องบ้าๆที่เจ้าว่านั่นแหละ”จินหมิงตบบ่าเหมาเว่ยเบาๆเพื่อคล้ายความกังวล”ข้างหน้านั่น คงจะใกล้ถึงแล้ว”
    เหมาเว่ยมองตามนิ้วของชายผมน้ำเงินออกไป ก็พบกับสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ใจกลางป่าทึบ ซึ่งบริเวณใกล้ๆยังพบเห็นเทือกเขาสูงใหญ่ตั้งตระหง่าน และแหล่งน้ำตามธรรมชาติอีกด้วย
    “แล้วถ้าข้าหาโอกาสหนีระหว่างนี้ล่ะ”
    “หมดสิทธิ์ เจ้าดูข้างบนซะก่อน ผู้เฒ่าท่านนั้นยืนเฝ้าอยู่บนเสากระโดงมาตั้งสี่วันเต็ม ก็ตั้งแต่ที่เจ้าขึ้นเรือมานั่นแหละนะ”จินหมิงเปลี่ยนทิศทางชี้ขึ้นไปด้านบน
    “นี่ข้าไม่มีสิทธิ์เลือกทางในชีวิตตัวเองเลยหรือ เฮ่อออ...!”เหมาเว่ยถอนหายเฮือกใหญ่
    “เจ้ากลัวหรอ กลัวตายใช่ไหม?”สุ้มเสียงจากทางด้านหลัง เปล่งตามสายลมตกกระทบเข้าใบหูเหมาเว่ย
    “.....”เหมาเว่ยมิได้ตอบโต้ พลางหันกลับไปมองโดยพลัน’เจ้าเด็กนี่เอง ว่าก็ว่าเถอะ ทุกคนที่นี่อย่างต่ำก็มีระดับพลังยุทธสูงๆทั้งนั้น ปรมาจารย์ขั้นสิบเป็นอย่างต่ำ ไม่อยากจะเชื่อเลย พวกมันเทียบเท่าผู้อาวุโสในสำนักพยัคฆ์อัสนี’
    “คงไม่ใช่ลูกหลานตระกูลใหญ่ หรือสำนักดังสินะเจ้าน่ะ ต่อให้โชคเข้าข้างบ่มเพาะพลังได้จนมาถึงระดับนี้ แต่ความตาขาวก็ยังคงมีติดตัว ต่างกับพวกข้าโดยแท้”เด็กหนุ่มอายุย่างสิบหกปีก้าวเข้าไปทางทั้งสองคน คำพูดเย้ยหยันถูกพ่นออกมาไม่หยุด
    “คงจะจริงของเจ้า นี่สินะที่เขาเรียกว่าสวะ!”
    เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ปรากฎใกล้เข้ามา อีกหนึ่งเด็กหนุ่มจากตระกูลมีชื่อ เดินตามติดเปิดฉากข่มผู้คนรอบข้างอย่างไร้มารยาท
    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า จริงของเจ้า!!”
    “ใช่ๆ ข้าพูดถูกใช่ไหมล่ะ หย่งหนาน ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
    เด็กหนุ่มทั้งคู่ที่เดินเข้ามาใหม่ต่างมีอายุไล่เลี่ยกัน พูดจาถูกคอราวกับว่ารู้จักกันมาก่อนในอดีต พวกมันต่างจ้องมองเหมาเว่ยและจินหมิงด้วยสายตาดูถูกอย่างเด่นชัด
    “จินหมิงจากสำนักเล็กๆ กับเจ้านี่เหมาะสมเป็นสหายกันดีว่าไหม?”
    “เหมาเว่ย อย่าไปถือสาเด็กเลย ไปคุยกันต่อทางด้านโน้นกันเถอะ”
    “ได้”เหมาเว่ยพยักหน้าเดินตามไปติดๆ’เจ้าพวกนี้มันอะไรกัน ไว้ถึงการทดสอบข้าจะหาก้านมะยมหวดพวกมันสักป๊าบสองป๊าบ...หึ’
    .
    .
    .
    ณ ดินแดนรกร้างใจกลางป่าเขียวขจี สถานที่ซึ่งถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นนิกายอันยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยศิษย์และผู้ที่เกี่ยวข้องมากมายพักอาศัย ใช้ฝึกฝนบ่มเพาะและเรียกรู้การใช้ชีวิตในแบบของผู้ฝึกตน
    วูบบบบบ!!
    ไม่นานนักเหมาเว่ยก็มาถึงที่หมาย กระโจนลงเรือลมปราณลงบนพื้นที่โล่งกว้าง อันเต็มไปด้วยผู้ที่มารอต้อนรับ และผู้มาเยือนร่วมทดสอบจากที่ต่างๆจำนวนหนึ่ง
    ‘นั่นเป็นคนจากอาณาจักรอื่นสินะ’เหมาเว่ยกวาดตามองไปโดยรอบ บนลานกว้างก็มิได้มีเพียงเรือเหาะลำเดียวร่อนลงจอด’เข้าใจง่ายดี หากชนะผ่านการทดสอบก็จะได้กลับแล้ว แต่ถ้าหาทางหนีกลับตอนนี้ก็อาจจะกลับไม่ถูก เอาก็เอา อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ต่อให้กลับไปตอนนี้คงไม่ทันอยู่ดี’
    แท้ที่จริงก่อนการทดสอบที่ถูกจัดขึ้นในแต่ละปีของนิกายนักบุญ เรือลมปราณจะถูกส่งออกไปยังแต่ละอาณาจักรพร้อมกับผู้เฒ่า เพื่อรับผู้ที่สนใจและมีพลังยุทธระดับปรมาจารย์ขั้นสิบเป็นอย่างน้อย กลับเพื่อเข้าทดสอบเป็นศิษย์นิกาย
    ซึ่งแต่ละครั้งก็จะมีผู้ที่สนใจผ่านเกณฑ์เบื้องต้นเพียงไม่มากและครั้งนี้ก็เช่นกัน หนุ่มสาวจากหกอาณาจักรที่มาถึงมีเพียงแค่หยิบมือ อีกทั้งการทดสอบที่จะเกิดขึ้นยังเปิดโอกาสให้สามารถเข่นฆ่ากันได้เพื่อชัยชนะ
    ณ ที่ลับตาคนใต้ต้นไม้ใหญ่
    “เจ้าว่าครั้งนี้จะมีผู้ผ่านการทดสอบศิษย์ใหม่สักกี่คน”
    “ข้าว่าคงจะไม่มากเช่นเคย แต่อย่างไรก็ต้องหาทางเพิ่มกำลังคน รับศิษย์ใหม่เข้ากองทัพของเราให้จงได้ เข้าใจไหม!!”
    หนุ่มสาวคู่หนึ่งยืนสังเกตการณ์จากระยะไกล ไม่ต่างจากทางด้านอื่นๆที่มีศิษย์นิกายนักบุญเฝ้ามองผู้ที่มาจากอยู่ไม่ห่าง
    “เยว่ฉาน เจ้านั่นดูคุ้นๆไหม?”
    ‘เหมาเว่ย’

    คล้ายกับเรื่องThe Lost Swordsman ที่คุณอ่าน

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912