อี้เฉินจึงตัดสินใจเดินทางไปอาณาจักรสายฟ้าเพื่อแก้แค้น บวกกับสะสมประสบการณ์เพื่อเลื่อนขั้นพลังของเขามันอาจจะใช้เวลาอีกมากกว่าเขาจะไปถึงดินแดนร้อยแคว้น
ถ้าอี้เฉินใจร้อนเกินไปอาจจะกลายเป็นเข้าไปฆ่าตัวตายเสียเอง เขาอยากจะให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อยเขาจะข้ามป่าไร้สิ้นสุดไป
อี้เฉินใช้เวลาเดินทางไม่นานก็มาถึงเขตเมืองหุบเขาไฟของอาณาจักรเพลิง เขาเดินทางผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย ต่อทันทีไปยังอาณาจักรสายฟ้า
ภายในเมืองสายฟ้า เต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างสวยงาม เห็นวังวิหารใหญ่สะดุดตา กับเจดีย์9ยักษ์สีทองตั้งตง่า รอบๆ เมืองมีต้นไม้สายฟ้ายักษ์นับสิบนับร้อยต้นเรียงราย
ปราณพลังฟ้าดินก็หนาแน่น สิ่งที่สะดุดตาที่สุดก็คงจะเป็นสายฟ้าที่ผ่าลงมาใส่
ต้นไม้สายฟ้ารอบไปเมือง ดูสวยงามอีกแบบเหมือนต้นไม้พวกนี้ดูดสายฟ้าเพื่อเติบโต
เหมาะสมอย่างยิ่งที่เรียกว่าอาณาจักรสายฟ้า
ภายในเมืองเต็มไปด้วยสีสัน ร้านค้าคึกคักอย่างมากผู้คนล้นหลามเดินกันขวักไขว่
อี้เฉินเดินหาข้อมูลตระกูลชิงอยู่หลายที่แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดฟังเสียงพูดคุยของเหล่าจอมยุทธรุ่นเยาว์
เขาได้ยินเสียงหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งคุยกันอย่างออกรส
"อีกไม่กี่วันเจดีย์ 9 ชั้นจะเปิดให้เข้าไป หยั่งรู้วิถีของราชันย์สายฟ้าโบราณ ใครๆ ก็สามารถเข้าได้" อี้เฉินได้ยินเขาสนใจมากจึงไต่ถาม
"สหายยุทธพวกท่านอธิบายให้ข้าเข้าใจหน่อยได้หรือไม่ เจดีย์ 9 ชั้นเป็นสถานที่แบบใด"
พวกเขามีสีหน้าไม่พอใจอี้เฉินเท่าไร มองดูแคลนอี้เฉินที่ปราณพลังที่ปลดปล่อยออกมานั้นน้อยเกินไป บงบอกถึงอี้เฉินนั้นยังอ่อนแอ ปราณพลังจึงอ่อนด้อยตาม
เฉินนั้นเก็บซ่อนปราณพลังไว้บางส่วนเขาไม่อยากเป็นจุดสนใจผู้คน
"น้องชายเจ้าพึ่งเคยมาอาณาจักรสายฟ้าสินะ ได้ข้าจะอธิบายให้ฟัง"
"มันเคยเปิดมาหลายครั้งมากแล้ว
ผู้ปกครองอาณาจักรสายฟ้าจะเป็นคนเปิดเองกับมือ ว่ากันว่ามันเป็นวิถีการฝึกฝนเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรวิเศษ แต่ที่มันยากจริงๆ ก็คือไปให้ถึงชั้นสูงๆ"
"แล้วหยั่งรู้วิถีที่นั่น ว่ากันว่าเปิดให้เข้าไปหลายครั้งแล้ว แม้แต่ขั้นพลังนภาก็สามารถเข้าไปในเจดีย์ 9 ชั้นได้
แรงกดดันเจดีย์นั้นขึ้นอยู่กับขั้นพลังของผู้จะเข้าไป ยิ่งขั้นพลังมากแรงกดดันก็จะมาก"
"แต่ไม่มีใครไปถึงชั้นบนสุด เห็นว่าตอนนี้สูงสุดอยู่ชั้นที่7 แล้วมีคนตายในนั้นด้วย"
"แล้วเหตุใดต้องขึ้นไปชั้นสูงๆ" อี้เฉินไต่ถาม
"ยิ่งขึ้นไปชั้นบนสูงมากเท่าไร ภาพสลักก็จะเห็นเด่นชัดมากยิ่งขึ้นทำให้หลายๆ คนอยากไปหยั่งรู้บนชั้นสูงๆ เพื่อหวังว่าจะตระหนักรู้วิถีราชันย์โบราณถ้าเดินตามรอยเท้าราชันย์โบราณได้ก็เท่ากับภายภาคหน้าจะเดินไปได้อีกไกลไร้สิ้นสุด"
"ดูท่าเจ้าจะสนใจ" หญิงสาวพูดขึ้นแล้วกะพริบตามีที่อี้เฉิน
อี้เฉินยิ้ม "ขอบคุณสหายยุทธ ที่ช่วยไขข้อคล่องใจ"
อี้เฉิน รู้ว่าอีก2วันเจดีย์ 9 ชั้น จะเปิด
ผู้คนหลั่งไหลมามากมาย แม้กระทั่งขั้นนภายังมา หยั่งรู้วิถีราชันย์สายฟ้า อี้เฉินนั่งฟังหลายคนคุยกันในโรงเตี้ยม เจดีย์ 9 ชั้นไม่ใช่ของสามัญ มัน
"เป็นถึงวิถีของราชันย์โบราณสลักไว้ ถ้าได้หยั่งรู้อาจเลื่อนขั้นพลังได้เลย"
หลายคนก็พยักหน้ารับ บางคนก็ส่ายหัวแล้วพูด"มันเป็นแค่วิถีการฝึกฝน ใช่ว่าจะเรียนแบบการฝึกปรือของราชันย์โบราณได้ง่ายๆ ไหนจะต้อง
ตระหนักรู้ภาพที่สลักไว้มันไม่ได้เขียนอักขระบอกโต้งๆ"
"ก็ถูกของเจ้า" จอมยุทธท่านหนึ่งพูด
บางคนยังถามอีกว่า "จุดประสงค์เจดีย์ 9 ชั้นจริงๆ แล้วมีแค่หยั่งรู้ภาพสลักฝาผนังงั้นหรือ
มันอาจจะมีอย่างอื่นซ้อนอยู่ก็เป็นได้"
"ก็อาจจะเป็นไปได้" ชายชรากล่าว
"ยังไม่เคยมีใครไปถึงชั้นที่9 ถ้ามีคนไปถึงอาจจะได้วิชาหรือ อาวุธกลับมาก็เป็นได้"จอมยุทธหลายๆ คนนั่งโต้เถียงกันไปมากันแม้แต่ขั้น นภายังเข้าร่วม จนโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ครึกครื้น
พวกเขาโต้เถียงกันแม้กระทั่งวิถีของตัวทำให้อี้เฉินได้เปิดโลกเรียนรู้
หลายๆ อย่างจากคนพวกนี้ มีแม้กระทั่ง จอมยุทธชรา ขั้นก่อกำเนิดมาโต้เถียงพูดคุย
การเป็นว่าคนที่นั่งฟังได้เรียนรู้วิถีของชายชราท่านนี้ น้อยนักที่จะมีจอมยุทธมาบอกกล่าวให้ฟัง
วันเปิด เจดีย์9ชั้นก็มาถึง พวกเขาให้เกียรติผู้ที่มีขั้นพลัง นภา เข้าไปก่อนส่วนใหญ่จะเป็น
ผู้อาวุโสของสำนักต่างๆ บางคนก็เป็นจอมยุทธพเนจร ไม่นานก็มีผู้อาวุโสท่านหนึ่งเตือนอนุชน
"ถ้ารับแรงกดดันไม่ไหวอย่าฝืนเข้าไปลึก ทุกชั้นมีภาพสลักอยู่ ยิ่งชั้นสูงๆ แค่ภาพสลักจะชัดเจนขึ้นเท่านั้น แต่การจะไปชั้นสูงๆ นั้นยากลำบาก
ขนาดขั้นนภายัง ไปได้แค่ชั้น7"
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามอนุชนก็ได้รับอนุญาต ให้เข้าไปได้ พวกอนุชนนั้นมีมาก เกือบจะถึง 1000คน พวกเขาทยอยกันเข้าไปบางคนถึงกับแข่งกันใครไปสูงกว่ากัน
อี้เฉินมองภายนอกเห็นเจดีย์ส่องแสง นั้นอาจบ่งบอกถึง มีคนไปชั้นที่4แล้วงั้นหรือ
อี้เฉินถึงกับประหลาดใจพวกขั้นนภา เข้าไปตั้งนานแล้วพวกเขายังอยู่แค่ชั้น4
ทำไมข้างในต้องมีอะไรขัดขว้างแน่ๆ ไมนานก็ถึงคิวเขาเข้าไปทันทีที่เข้าไปในเจดีย์
เหมือนมีจอมยุทธปลดปล่อยปราณพลังเข้ามากดดันตลอดเวลา แต่ชั้นแรกยัง
เบาบาง ไม่สามารถกดดันอี้เฉินได้ อี้เฉินมองรอบๆ เหมือนเป็นเพียงห้องกว้างขวาง มีภาพเลือนรางสลักรอบผนังห้องโถง
อี้เฉินเดินเรียบไปที่ทางขึ้นชั้นที่สอง
หลายๆ คนเองก็เดินขึ้นชั้นจนเช่นกัน ทันทีที่ก้าวเท้าขึ้นบันไดชั้นสองแรงกดดันก็สูงขึ้นกว่าชั้นแรกเป็นเท่าตัว
ภายในเจดีย์ชั้น 2 กลายเป็นเหมือนห้องสายฟ้าหลายพันเส้นสาย แลบแปลบปลาบ
ทุกการก้าวเดินยากลำบากสายฟ้าช็อตจนแขนขาชา อี้เฉินยังถือว่าสบาย แต่หลายๆ คนที่มากันเริ่มมีคน เดินไม่ออก