วูบ…
มืดมิด! มันมีแต่ความมืดมิด ไม่ได้แตกต่างจากทางเดินที่ออสการ์เคยผ่านเพื่อไปเก็บไข่ของเจ้าดำเกิงน้อยมาเลยแม้แต่นิดเดียว
พอแน่ใจแล้วว่าด้านหลังเป็นทางตัน และแสงจากเพลิงสีชาด เพลิงฟ้าคราม หรือเพลิงไร้ลักษณ์ให้ความสว่างไม่ได้ เด็กหนุ่มก็พึมพำถามเพื่อนร่วมทางตัวเดียวของเขาเบา ๆ
“เอาไงดำเกิง! ซ้ายหรือขวา?”
‘ซ้าย!’
เสียงตอบกลับดังขึ้นมาในหัวอย่างไม่มีการเสียเวลาคิด เจ้าตัวน้อยเกลียดมือขวาของออสการ์ เพราะมันยังพอสู้กับมือซ้ายของเขาได้บ้าง แต่ไม่มีโอกาสที่จะต่อกรกับท่าจักจี้ของมือขวาได้เลย
“อืม… ได้! ซ้ายยาวไปเลย”
ไม่ได้มีทางเลี้ยวหรือทางแยกอะไร ทางเดินแห่งนี้มีขนาดกว้างประมาณ 3 เมตรให้พอกวัดแกว่งดาบได้แบบสบาย ๆ ที่เด็กหนุ่มต้องเลือกข้างเพราะตั้งใจจะเดินเกาะผนังถ้ำมุ่งหน้าไปเรื่อย ๆ ไม่ให้หลงทิศเท่านั้น
ดาบยักษ์ถูกสะพายกลับขึ้นไปอยู่บนแผ่นหลัง มือซ้ายกระตุ้นใช้ปราการไม้เลื้อยให้ยืดยาวออกไปสัมผัสผนังถ้ำ ส่วนอื่น ๆ ของร่างกายถูกปกคลุมด้วยอินทรีย์ทองเป็นการป้องกันตัวเอาไว้ก่อนชั้นแรก มือขวากระตุ้นใช้ม่านวารีบำบัดเป็นเครื่องรับประกันชั้นที่ 2
เมื่อทุกอย่างพร้อม ออสการ์ก็ก้าวยาว ๆ มุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเลอีก
มันไม่น่าจะมีสัตว์ร้ายอะไรดักรออยู่อีก ควรจะเป็นเส้นทางที่ว่างเปล่า และมีเอาไว้ใช้ทดสอบเจตจำนงความมุ่งมั่นเท่านั้น
มันเหมือนกับการฝ่าไพรทมิฬ!
เด็กหนุ่มคิดว่าตัวเองไม่น่าจะเดาผิดในเรื่องนี้
……
‘หิว หม่ำ’
เสียงเรียกร้องที่ปรากฏขึ้นในหัวบอกออสการ์ว่าเขาเข้ามาใน ‘ถ้ำทมิฬ’ นี้ได้ 2 วันแล้ว เพราะนี่เป็นครั้งที่ 2 ที่เจ้าดำเกิงน้อยหิวและเรียกร้องอยากดูดซับพลังชีวิต
เด็กหนุ่มไม่ได้หยุดเดิน แค่ขยับมือขวาที่คลุมเอาไว้ด้วยม่านวารีบำบัดอยู่แล้วขึ้นไปจับที่ด้ามดาบและเอ่ยอนุญาตออกมาเบา ๆ
“ค่อย ๆ กินล่ะ”
วันแรกผ่านไปแบบไม่มีอะไรตื่นเต้น และวันที่ 2 เขาก็เริ่มถูกทักทายด้วยแรงโน้มถ่วงและแรงกดดันที่ค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ออสการ์ไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาไกลเท่าไร และไม่ได้สนใจด้วย เด็กหนุ่มมุ่งหน้าต่อไปอย่างช้า ๆ แต่ว่ามั่นคง
‘ของหวาน’
“เป็นแกนี่มันสบายดีจริง ๆ นะ! ฉันได้กินแค่เม็ดยาแก้หิวแท้ ๆ”
เขาบ่นออกมาตามความเคยชิน ก่อนจะระงับไม่ให้พลังชีวิตรั่วไหล แล้วเปลี่ยนเป็นอัดพลังเวทย์เข้าไปในดาบแทน
……
“ผ่านมากี่วันแล้ว!? ดำเกิงแกรู้มั้ย?”
‘ไม่ ไม่หิว!’
“เฮอะ! แกนี่พึ่งไม่ได้จริง ๆ”
ออสการ์นับวันเวลาจากความหิวของเจ้าตัวน้อยไม่ได้อีก เพราะมันกินของหวานอยู่ตลอดเวลาในตอนนี้ แรงโน้มถ่วงที่เพิ่มมากขึ้นยังไม่ถึงกับสร้างภาระหนักหนาให้กับร่างกาย
น้ำหนักดาบยักษ์ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าตัวต่างหากที่เริ่มสร้างปัญหา เด็กหนุ่มต้องอัดปีกแห่งสายลมเข้าไปให้เจ้าดำเกิงน้อยช่วยลดน้ำหนักของดาบยักษ์อยู่ตลอดเวลา มันไม่เคยบ่นหิวหรือขอดูดซับพลังชีวิตอีกในช่วง 2-3 เอ… หรือ 4-5 วันที่ผ่านมานี้
นอกจากแรงโน้มถ่วงและแรงกดดัน ออสการ์ยังต้องเผชิญกับความหนาวเย็นอย่างสุดขั้วเป็นระยะ มันสลับกันเข้ามากับความร้อนระอุราวกับอยู่ในเตาหลอมที่แม้แต่เหล็กก็ต้องละลาย
ยัง! ยังไม่มีพายุลมฝนที่โหมกระหน่ำและสายฟ้าฟาดลงมาอย่างรุนแรง
แต่เด็กหนุ่มคิดว่ามันคงจะมาในเวลาอีกไม่นานนัก
……
พายุทราย! พายุลูกเห็บ! หมอกไอน้ำที่ร้อนระอุ! มีอุปสรรคหลายอย่างผ่านเข้ามาให้เผชิญ แต่ยัง ยังไม่มีสายฟ้า!
และนอกจากน้ำหนักดาบ ยังไม่มีอะไรสร้างความลำบากให้ออสการ์ได้มากนักเลย
เขาคิดถูก ที่นี่เป็นการทดสอบคัดเลือก มันเกี่ยวข้องกับความกลมกลืนและต้านทานเวทย์สายต่าง ๆ
แต่เพื่ออะไร? ถ้าอยากรู้ก็ต้อง ตามไปดู!!
……
มันยาวนานและกดดันสร้างความเหนื่อยล้าให้กับสภาพจิตใจเป็นอย่างมาก แต่ในที่สุดออสการ์ก็เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ คราวนี้มันไม่ได้ลาดลงต่ำลงไปด้านล่างเหมือนกับตอนที่ไปเอาไข่ แต่เป็นทางลาดที่ทอดสูงขึ้นไปทางด้านบน
“แฮ่...”
เสียงขู่คำรามดังขึ้นมาที่ข้างหู และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กหนุ่มผ่านความมืดมิดอันยาวนานมาได้อย่างไม่สับสนฟุ้งซ่านมากนัก เจ้าดำเกิงน้อยออกมาจากดาบยักษ์ได้หลังจากที่ผ่านไป เอ่อ… ราว ๆ อืม… 10 วัน การมีมันเป็นเพื่อนช่วยให้ผ่านกาลเวลาอันยาวนานได้เป็นอย่างดี
และถ้านับจากเม็ดยาแก้หิวที่ออสการ์กินลงไปแค่ 7 เม็ด เขาน่าจะเข้ามาใน ‘ถ้ำทมิฬ’ แห่งนี้แค่เพียง 10 อย่างมากไม่เกิน 15 วันเท่านั้น
“กลัวเหรอ?”
‘กลัว ไม่ ไม่ กลัว’
เสียงที่ตอบกลับมาในหัวมีอาการลังเลอยู่เล็กน้อย อาจจะเป็นเพราะว่าเจ้าตัวน้อยไม่รู้จักว่าความกลัวคืออะไร?
ยังคงเป็นลานกว้างที่มีแท่นสีทองอยู่ตรงกลางเหมือนเดิม แต่คราวนี้ไม่ใช่แท่นสูงให้วางมือ มันเป็นเพียงแท่นเตี้ย ๆ ที่น่าจะให้ผู้มาถึงไปยืนอยู่บนนั้น
ครั้งนี้ออสการ์มาถึงในสภาพที่ร่างกายพร้อมสมบูรณ์ และมีเวลาเหลือมากพอที่จะกวาดตามองดูรอบลานกว้างและบริเวณรอบ ๆอย่างละเอียด
ที่นี่ไม่ได้เป็นถ้ำอีกต่อไป มันเป็นเหมือนหุบเหวลึกเสียมากกว่า ข้างบนไม่ได้เป็นเพดานถ้ำแต่เป็นท้องฟ้าที่กระจ่างใส รอบด้านคือหน้าผาที่สูงชันและราบเรียบ
และในตอนนี้ ถ้ำที่เด็กหนุ่มเดินออกมาหายไปแล้ว มันไม่มีทางให้ย้อนกลับหรือที่ให้หลบซ่อนตัวเหลืออยู่อีก
“พร้อมมั้ย?”
‘พร้อม’
แม้ว่าจะเกาะอยู่บนบ่าเขาด้วยอาการตัวเกร็ง แต่เจ้าดำเกิงน้อยก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว ออสการ์ปลดดาบยักษ์ลงจากหลังมาถือเอาไว้ในมือ และบอกย้ำกับเจ้าตัวน้อยสีดำอีกครั้ง
“บางทีดาบยักษ์อาจจะหายไป ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาให้กลับเข้าไปอยู่ในห้วงจิต แกเข้าไปเองได้ใช่มั้ย?”
‘ห้วงจิต ได้ ไม่อยากเข้า’
เป็นทั้งการตอบรับและปฏิเสธออกมาพร้อมกันในคราวเดียว เด็กหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะสั่งกำชับเสียงแข็ง
“ไม่อยากเข้าก็ต้องเข้า ฉันไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นยังไง แกเข้าไปอยู่ในห้วงจิตน่าจะรับประกันได้มากกว่าว่าจะตามฉันไปได้! อยากไปด้วยกันมั้ยล่ะ?”
‘ไป’
คราวนี้ดำเกิงน้อยรับคำออกมาแต่โดยดี ทำให้ออสการ์เบาใจได้เล็กน้อย เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ครั้งหนึ่ง ก่อนจะเข้าไปในขอบเขตของลวดลายที่ปรากฏอยู่บนพื้นของลานกว้าง
ยังไม่มีอะไรเกิดขี้น! หลังจากยืนรอจนแน่ใจว่าไม่มีแสงสว่างอะไรเรืองรองขึ้นมา เด็กหนุ่มก็ค่อย ๆ ขยับเข้าไปที่กลางลานทีละก้าว สมาธิจดจ่ออยู่กับร่างกายของตัวเอง เจ้าดำเกิงน้อยบนบ่า ดาบในมือ และลวดลายที่ปรากฏอยู่บนพื้นตามลำดับ
ราบรื่นปลอดภัยไร้เรื่องราว สิ่งที่ออสการ์สังเกตได้ก็คือ ลวดลายบนพื้นไม่เหมือนเดิม มันไม่เหมือนกับทั้งที่ไพรทมิฬและในโถงเก็บไข่ เขาก้าวเท้ารุดหน้าไปอย่างช้า ๆ จนในที่สุดก็มาถึงขอบของ ‘วงเวทย์’ ที่อยู่ด้านในสุด
มันเหมือนกันกับของไพรทมิฬแล้ว! เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ อีกครั้ง ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปอย่างไม่ลังเลอีก
อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด!
‘ห้วงจิต ดาบ’
คำสื่อสารสั้น ๆ ของดำเกิงดังขึ้นในหัว และดาบในมือของเขาก็เริ่มจางหายไป สิ่งแรกที่คิดแวบขึ้นมาในหัวคือการให้เจ้าตัวน้อยตามไปอยู่ข้างในห้วงจิตกับดาบยักษ์ในตอนนี้เลย
‘ไป ห้วงจิต’
น้ำเสียงนั้นมีความอาลัยอาวรณ์จนทำให้ออสการ์ใจเสียขึ้นมาเล็กน้อย แต่เด็กหนุ่มทำอะไรไม่ได้แล้ว ดูเหมือนว่าเจ้าดำเกิงจะถูกบังคับให้เข้าไปในห้วงจิตอย่างขัดขืนไม่ได้
“รออยู่ในนั้นแหละ! พอฉันตื่นแล้วจะหาวิธีเรียกออกมาเอง ไม่นานหรอก”
‘รอ’
นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่สื่อสารเข้ามาในหัวก่อนที่ร่างเล็ก ๆ ของเจ้าดำเกิงจะหายไปอย่างสมบูรณ์ พร้อมกับลวดลายบนพื้นด้านในสุดที่เรืองแสงขึ้นมา แต่…
คราวนี้ร่างของออสการ์ไม่ได้จางหายตามลงไปด้วย
เขาแค่ถูกบังคับยกตัวให้ลอยขึ้นไปยืนอยู่บนแท่นสีทอง พร้อมกับลวดลายที่อยู่ด้านนอกเริ่มเรืองแสงขึ้นทีละส่วนทั้ง 4 ด้าน
และถ้าออสการ์เดาไม่ผิด มันเรียงลำดับเป็น ดิน! น้ำ! ลม! และไฟ! ธาตุทั้ง 4 ที่จะประกอบขึ้นเป็นร่างกายของสิ่งมีชีวิตขึ้นมา
ความกลมกลืนกับเวทย์หรือความกลมกลืนกับธาตุมีไว้สำหรับการสร้างกายเนื้อ! นี่คือสมมติฐานสุดท้ายที่เด็กหนุ่มมี
และที่นี่ไม่ได้ว่างเปล่า! การทดสอบสุดท้ายคือสายฟ้าที่จะกระตุ้นผสานวิญญาณกับกายเนื้อให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
ออสการ์เงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าด้วยความหวาดหวั่นในแววตา…