หลังจากนั้นไม่นานบนหน้าจอก็ได้เปลี่ยนไปอีกครั้งและเป็นเหตุการณ์ที่โจกำลังนำคนของเขาบุกไปยังฐานของกูลิก สร้างความฮือฮาให้แก่ผู้ชมเป็นจำนวนมาก ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้ยินเสียงแต่ภาพที่แสดงบนหน้าจอก็ทำให้ดูออกได้ไม่ยาก
ผู้อาวุโสที่เพิ่งทุบตีคนของตัวเองเพื่อระบายความโกรธเสร็จก็กลับไปทุบตีต่ออีกครั้งหลังจากเห็นภาพบนหน้าจอ
โดยปกติแล้วกว่าจะมีการบุกโจมตีอย่างน้อยก็หลายวัน โดยเปรียบเทียบกับดาวเคราะห์ในโลกเสมือนตอนนี้ที่มีเวลาหนึ่งวันเท่ากับ 16 ชั่วโมงนั้นอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาอีก 20 วันถึงจะมีการบุกโจมตี
อย่างไรก็ตามเพิ่งจะผ่านไปแค่อาทิตย์เดียวเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็เริ่มบุกแล้ว
ทว่ามันก็มีเหตุผลที่ทุกคนเข้าใจได้เพราะมนุษย์ได้รวบรวมเสบียงและสร้างฐานของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพวกเขาใช้เวลาเร็วมาก นอกจากนี้ยังบังเอิญได้พบกับฝ่ายตรงข้ามเร็วเกินไปจึงทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้
……
โจกำลังนำทุกคนบุกฐานของเผ่าพันธุ์กูลิก จำนวน 81 ชีวิตมุ่งหน้าไปด้วยความรวดเร็ว
8 ชั่วโมงหลังจากนั้นพวกเขาก็มาถึงฐานของพวกกูลิก โจยังไม่ได้บุกเข้าไปเพียงแต่เขายืนบนที่สูงมองไปที่ฐานของพวกกูลิกที่อยู่ไม่ไกล
ฐานของเผ่าพันธุ์กูลิกมีรั้วไม้ยาวเป็นวงกลมและมีหนามแหลมจากไม้ประเภทต่างๆที่หาได้ไม่ยากในป่า พวกเขานำไม้เหล่านี้มาใช้ประโยชน์ในการป้องกันแบบง่ายๆ
อย่างไรก็ตามมันป้องกันได้เพียงสัตว์ป่าเท่านั้นไม่สามารถป้องกันผู้มีพลัง แต่ที่พวกกูลิกสร้างเอาไว้ก็เพื่อป้องกันสัตว์ป่าเฉยๆ
โจมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นดาวฤกษ์สีฟ้าใกล้จะลับขอบฟ้า
“รอให้ถึงตอนกลางคืนพวกเราจะบุกกัน” โจกล่าวกับพวกเขาจากนั้นก็นั่งลงใต้ต้นไม้รอเวลา
เวลาบนดาวผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่เกินสองชั่วโมงท้องฟ้าก็มืดเป็นที่เรียบร้อย มีเพียงแสงจากดาวฤกษ์หลายพันหลายหมื่นดวงจากระยะไกล
“แบ่งออกเป็นสี่กลุ่มแล้วแยกกันโจมตีทั้งสี่ทิศ” โจออกคำสั่งและพวกเขาก็ทำตามทันที โดยมีกลุ่มละ 20 คน
โจมองที่ฐานกูลิกซึ่งมีแสงไฟจากคบเพลิงรอบตัวฐาน นอกจากนี้ยังมีพวกเขาเดินไปรอบๆหลาบสิบคน เวรยามของพวกกูลิกหนาแน่นมากเป็นไปไม่ได้ที่จะลอบเข้าไป
โจยกมือขึ้นเล็กน้อยแล้วโบกมือพร้อมกับพูดว่า “บุก!!”
……
ณ สหพันธ์
ทุกคนเฝ้ามองมนุษย์ที่กำลังบุกญานเผ่าพันธุ์กูลิก
“คิดว่าพวกมนุษย์จะเอาชนะได้ไหม?”
“ในความเป็นจริงแล้วยาก เพราะจำนวนคนน้อยกว่าฝ้ายตรงข้ามและนอกจากนี้คนที่ป้องกันได้เปรียบกว่า…แต่ว่าพวกมนุษย์ค่อนข้างแข็งแกร่ง ยังสรุปไม่ได้"
“ผมคิดว่าเผ่าพันธุ์กูลิกน่าจะป้องกันได้ เพราะพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์นักรบ”
เผ่าพันธุ์กูลิกเป็นนักรบกันทุกคน เมื่อพวกเขาเกิดและมีอายุ 6 ขวบก็ถูกส่งไปล่าสัตว์และเอาชีวิตรอดในสถานที่ต่างๆ พวกเขาเชี่ยวชาญการต่อสู้และมีความทรหดมาก
“อืม…ไม่มนุษย์ก็กูลิกที่จะต้องถูกไล่ออกจากโลกเสมือนเป็นเผ่าพันธุ์แรก”
“ถ้าหากพวกกูลิกเป็นฝ่ายแพ้ล่ะก็…”
คนที่พูดเหลือบมองเผ่าพันธุ์กูลิกที่นั่งอยู่ไม่ไกล
เผ่าพันธุ์ใดที่พ่ายแพ้เป็นเผ่าพันธุ์แรกจะถูกตราหน้าว่าอ่อนแอที่สุด และเผ่าพันธุ์กูลิกที่ยึดถือความแข็งแกร่งถ้าพวกเขาแพ้เป็นผู้แรกจะถือว่าเป็นความอัปยศของเผ่าพันธุ์นักรบ
และผู้ที่ได้รับเลือกเข้าไปในสงครามเสมือนจะต้องถูกลงโทษรุนแรง!! ไม่เว้นแม้แต่ผู้นำเผ่าพันธุ์ที่เข้าไปด้วยจะต้องถูกลงโทษให้ออกจากตำแหน่งผู้นำ!!
อย่างไรก็ตามผู้อาวุโสของเผ่าพันธุ์กูลิกไม่สามารถทำอะไรได้อีกจึงทำได้เพียงนั่งมองหน้าจอและหวังว่าพวกเขาจะชนะ
……
โจเฝ้ามองทุกคนเข้าโจมตีทั้งสี่ทิศ เพียงเวลาไม่นานก็มีแสงวูบวาบจากการใช้พลังโจมตีใส่กัน มีเสียงระเบิดดังตู้มเป็นระยะๆ นอกจากนี้ในฐานของเผ่าพันธุ์กูลิกก็เริ่มมีควันไฟลอยขึ้นมา
สถานการณ์ของเผ่าพันธุ์กูลิกค่อนข้างย่ำแย่ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นฝ่ายตั้งรับและมีจำนวนคนมากกว่า 20 คน นอกจากนี้ยังมีผู้นำเผ่าพันธุ์อยู่ด้วยแต่พวกเขาก็ทำได้เพียงป้องกันตัวเองอย่างสุดความสามารถ
ทุกอย่างอยู่ในสายตาของโจ มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าคนของตัวเองแข็งแกร่งแค่ไหน
แต่ว่าเผ่าพันธุ์กูลิกก็ย่อมมีความสามารถไม่น้อย ในฐานะเผ่าพันธุ์นักรบพวกเขาสามารถรับมือกับมนุษย์ได้ 1 ต่อ 1 อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนในเผ่าพันธุ์กูลิกที่จะมีความสามารถต่อสู้ 1 ต่อ 1 กับมนุษย์ได้ จึงทำให้สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ดีนัก
ทุกคนในสหพันธ์เฝ้ามองการต่อสู้ด้วยใจจดใจจ่อ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นพวกมนุษย์ต่อสู้ ความดุดัน ความแข็งแกร่ง และความเด็ดขาดในการโจมตีทำให้ทุกคนที่เฝ้ามองตกใจกับความสามารถของมนุษย์
หลายปีที่มนุษย์ต่อสู้กับพวกสเปคทำให้พวกเขามีชั้นเชิงในการต่อสู้และความเด็ดขาดในการโจมตี พวกเขาไม่เคยปราณียามเมื่อพบกับศัตรู
เมื่อ 20 ปีที่แล้วพวกเขายังเป็นเพียงวัยรุ่นที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่ตอนนี้จากหน้ามือเป็นหลังมือ พวกเขาเหมือนกับเทพสงครามที่ไม่เกรงกลัวความตาย พวกเขาได้เห็นพวกพ้องที่ตายในสนามรบไม่น้อยและเห็นคนที่รักจากไปโดยไม่สามารถทำอะไรได้ สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมพวกเขาให้กลายเป็นผู้แข็งแกร่ง
ผู้อาวุโสกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขามองเผ่าพันธุ์ตัวเองกำลังถูกไล่ต้อนและถูกสังหารไปคนแล้วคนเล่า เพียงไม่นานเผ่าพันธุ์กูลิกก็เริ่มเสียเปรียบ
ผู้นำเผ่าพันธุ์มียศพลตรีในสหพันธ์ ด้วยความแข็งแกร่งของเขาสามารถรับมือกับมนุษย์ได้ 5-6 คนพร้อมกัน เป็นเพราะเขาจึงทำให้เผ่าพันธุ์กูลิกยืดเยื้อชีวิตรอดมาได้ถึงตอนนี้
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงหลังจากบุกโจมตีฐาน พวกมนุษย์สูญเสียไปสองคนในขณะที่อีกฝ่ายสูญเสียไปแล้ว 20 คน
โจขมวดคิ้วขณะมองดูจากที่สูง การที่คนของเขาตายไปสองคนนับว่าเป็นความเสียหายที่มากเกินไป เขาคาดหวังเอาไว้ว่าจะไม่สูญเสียใครไปสักคนเดียว แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวัง
เขาจะไปสู้เองก็ย่อมได้เพียงแต่เขาก็อยากให้คนของตัวเองพัฒนามากขึ้นไปอีกเขาจึงเลือกที่จะเฝ้ามอง แน่นอนว่าหากสถานการณ์ไม่ดีจริงๆเขาถึงจะลงมือ
ต้องอย่าลืมว่าสงครามเสมือนมีเผ่าพันธุ์เป็นร้อยเผ่าพันธุ์ที่เข้าร่วม ไม่ใช่แค่เอาชนะได้เพียงหนึ่งครั้งและจะเป็นที่หนึ่ง เขายังต้องต่อสู้กับเผ่าพันธุ์อื่นๆอีก
4 ชั่วโมงผ่านไปในที่สุดก็จบลง มนุษย์ตายไปทั้งสิ้น 3 คนและเผ่าพันธุ์กูลิกก็ถูกทำลายไม่เหลือแม้แต่คนเดียว
ก่อนหน้านั้นเหลือเพียงผู้นำเผ่าพันธุ์กูลิกเพียงคนเดียวแม้เขาจะมีความสามารถแค่ไหนก็ไม่สามารถต่อสู้กับกองทัพเกือบ 80 คนได้ เขาสามารถต้านอยู่ได้ครู่หนึ่งก่อนจะถูกลูกธนูน้ำแข็งเจาะทะลวงหน้าอกด้วยฝีมือของมายด์
หลังจากที่ผู้นำเผ่าพันธุ์กูลิกล้มลงและสลายกลายเป็นละอองแสงก็มีเสียงประกาศดังขึ้น
“เผ่าพันธุ์กูลิกถูกทำลายโดยเผ่าพันธุ์มนุษย์ เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้รับ 1 คะแนน”