เสียงตะหลิวกระทบกระทะเหล็กดังเป็นจังหวะ กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและไข่ฟุ้งไปทั่วห้องครัวเล็กๆ ที่ต่อเติมออกมาจากตัวบ้านไม้หลังใหญ่
“หอมจังเลยจิ๊บ”
เสียงทุ้มอบอุ่นดังขึ้น พร้อมกับอ้อมแขนแข็งแรงที่สวมกอดเธอจากด้านหลัง ยอดซบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของภรรยาที่เพิ่งแต่งงานกันได้สามเดือน สูดกลิ่นอ่อนๆ ที่เขาหลงใหล
“อื้อ พี่ยอด... จั๊กจี๋ค่ะ” จิ๊บย่นคอหนี หัวเราะคิกคัก พลิกตัวกลับไปหอมแก้มสากๆ ของสามี “ตื่นแล้วเหรอคะ กับข้าวใกล้เสร็จแล้ว”
“ตื่นเพราะกลิ่นหอมนี่แหละ” ยอดยิ้ม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรัก “ขยันจังเลยนะเมียพี่”
จิ๊บยิ้มกว้าง ความสุขเอ่อล้นอยู่ในอก เธอรักผู้ชายคนนี้ รักรอยยิ้มของเขา รักความอ่อนโยนที่เขามีให้เสมอ สามเดือนที่ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านตระกูลของยอดในฐานะ "สะใภ้คนโต" แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ความรักที่ยอดมีให้ก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนที่นี่คือบ้าน...
...เกือบจะทั้งหมด
“อ้าว ตื่นกันเช้าจังนะคู่ข้าวใหม่ปลามัน”
เสียงที่สามดังขึ้นจากประตูครัว จิ๊บสะดุ้งเล็กน้อย อ้อมกอดของยอดคลายออกเล็กน้อยเพื่อให้เธอหันไปมอง
เรย์... น้องชายคนเล็กของยอด ยืนพิงกรอบประตูในชุดนอนย้วยๆ เขายิ้มกว้าง... กว้างเกินไป แต่ดวงตาของเขากลับไม่ยิ้มด้วย
“ก็พี่จิ๊บทำกับข้าวหอมนี่นา” ยอดตอบยิ้มๆ ไม่ได้สังเกตเห็นอะไรผิดปกติ “แกนั่นแหละ ตื่นเช้ามาทำไม ปกตินอนกินบ้านกินเมืองไม่ใช่เหรอ”
“ก็ได้กลิ่นหอมๆ นี่แหละ” เรย์พูดลากเสียงยาว สายตาของเขากวาดมองจิ๊บตั้งแต่หัวจรดเท้า... ช้าๆ ราวกับจะประเมินราคา “...ฝีมือพี่สะใภ้คนสวย”
จิ๊บรู้สึกร้อนวูบวาบที่ผิวแก้ม ไม่ใช่เพราะเขิน แต่เพราะอึดอัด เธอขยับตัวเข้าใกล้แผ่นหลังของยอดโดยอัตโนมัติเพื่อหลบสายตาหื่นกระหายที่แทบไม่ปิดบังนั่น
“ไปอาบน้ำไปไอ้เรย์ แล้วมาช่วยกันยกกับข้าว” ยอดสั่ง
“คร้าบๆ” เรย์ยักไหล่ แต่ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป เขาก็ทิ้งสายตาไว้ที่บั้นท้ายกลมกลึงของจิ๊บอีกครั้งหนึ่ง จนเธอรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา เรย์ น้องชายคนเล็กของสามี มักจะหาเรื่องมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เสมอ คำพูดคำจาที่เหมือนจะหยอกล้อ แต่แฝงนัยยะสองแง่สองง่าม สายตาที่จาบจ้วงล่วงเกินเวลาที่ยอดเผลอ มันทำให้เธอขยะแขยงจนอยากจะอาเจียน
แต่เรย์ยังไม่น่าอึดอัดเท่า... เชน
เมื่อทั้งหมดมานั่งพร้อมกันที่โต๊ะอาหารไม้สักตัวยาวที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น บรรยากาศก็หนักอึ้งลงทันที
เชน... น้องชายคนรองของยอด นั่งอยู่อีกฟากของโต๊ะ เขากำลังตักข้าวเข้าปากอย่างเงียบเชียบ ไม่พูดไม่จา เชนเป็นคนเงียบขรึมจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบของเขามักจะจ้องมองเธอเขม็ง ราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงข้างใน ไม่เหมือนสายตาของเรย์ที่จ้องอย่างหื่นกระหาย แต่สายตาของเชน... มันเย็นชา ไร้อารมณ์ เหมือนนักล่าที่กำลังเฝ้าดูเหยื่อ
จิ๊บพยายามไม่สบตาเขา ก้มหน้าก้มตาทานข้าว ยอดที่นั่งข้างๆ ยังคงชวนคุยเรื่องสัพเพเหระอย่างอารมณ์ดี เขารักน้องชายทั้งสองคน และดูเหมือนจะมองไม่เห็นความผิดปกติใดๆ ที่จิ๊บสัมผัสได้เลย
“เออ... จริงสิ” ยอดพูดขึ้น ทำลายความเงียบ “เมื่อคืนลูกค้าที่ระยองโทรมา มีปัญหาด่วนที่หน้างาน พี่คงต้องลงไปดูสัก 2-3 วันนะจิ๊บ”
จิ๊บชะงัก ช้อนที่กำลังจะตักเข้าปากค้างอยู่กลางอากาศ
“คะ? กะทันหันจัง”
“นั่นสิ พี่ก็ไม่อยากไปเลย เพิ่งแต่งงานแท้ๆ” ยอดทำหน้าเซ็ง “แต่ลูกค้าใหญ่น่ะ ไม่ไปไม่ได้จริงๆ”
หัวใจของจิ๊บหล่นวูบ “ต้อง... ไปวันนี้เลยเหรอคะ”
“อืม เดี๋ยวสายๆ ก็คงต้องออกรถแล้วล่ะ”
“โถ่...” จิ๊บเสียงอ่อย ความกังวลฉายชัดขึ้นมาในแววตา
“เฮ้ย ไม่ต้องห่วงน่าพี่จิ๊บ” เรย์พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง “พี่ยอดไม่อยู่ เดี๋ยวผมกับพี่เชนก็ดูแลพี่จิ๊บเอง... ดูแลอย่างดีเลย” เขายิ้มโชว์ฟันขาว
“นั่นสิ” เชนพูดขึ้นเป็นครั้งแรกของเช้า เสียงเขาแหบต่ำ “อยู่ที่นี่ ไม่ต้องกลัวอะไร”
คำปลอบโยนของทั้งคู่ แทนที่จะทำให้เธอสบายใจ กลับทำให้จิ๊บรู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง เธอฝืนยิ้มให้ยอด “ค่ะ... ก็ได้ค่ะ รีบไปรีบกลับนะคะ”
“แน่นอนจ้ะเมียจ๋า” ยอดบีบมือเธอแน่น
...
เก้าโมงเช้า ยอดยืนอยู่หน้าบ้านพร้อมกระเป๋าเดินทางใบเล็ก
“พี่ไปนะ” เขาดึงจิ๊บเข้าไปกอดและจูบหน้าผากอย่างแผ่วเบา “คิดถึงแย่เลย”
“จิ๊บก็จะคิดถึงพี่ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ ถึงแล้วโทรหาจิ๊บด้วย”
“ครับผม” ยอดผละออก หันไปหาน้องชายทั้งสองที่ยืนกอดอกมองอยู่ห่างๆ “ฝากดูแลจิ๊บด้วยนะเว้ย”
“เออ น่า... ไม่ต้องห่วง” เรย์ตอบปัดๆ
“เดินทางปลอดภัย” เชนพูดสั้นๆ
ยอดพยักหน้า ก่อนจะก้าวขึ้นรถกระบะคันเก่าและขับออกไปจนลับสายตา
ทันทีที่เสียงเครื่องยนต์จางหายไป...
บรรยากาศรอบตัวจิ๊บก็เปลี่ยนไปในบัดดล
ความอบอุ่นที่เคยมีจากยอด หายวับไปกับตา เหลือเพียงความเย็นเยียบอึดอัดของบ้านไม้หลังใหญ่ และน้องชายของสามีอีกสองคน
จิ๊บหมุนตัวจะเดินกลับเข้าบ้าน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเรย์มายืนขวางทางไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“จะรีบไปไหนล่ะครับ... พี่สะใภ้”
“เอ่อ... จิ๊บว่าจะขึ้นไปเก็บห้องน่ะค่ะ” เธอพยายามเดินเลี่ยง
“แหม... พี่ยอดเพิ่งไปเอง รีบเหงาซะแล้ว” เรย์ยิ้มมุมปาก สายตาของเขากวาดมองสำรวจเรือนร่างของจิ๊บที่อยู่ในเสื้อยืดรัดรูปกับกางเกงขาสั้นอย่างโจ่งแจ้ง "อยู่กับพวกเรา ไม่เหงาหรอกน่า"
“ขอทางด้วยค่ะ” จิ๊บพยายามทำเสียงให้เข้ม
เรย์หัวเราะในลำคอ แต่ก็ยอมถอยให้แต่โดยดี
จิ๊บรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าบ้าน หัวใจเต้นระรัว เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหนูตัวเล็กๆ ที่กำลังถูกแมวสองตัวจ้องตะครุบ เธอไม่เคยต้องอยู่บ้านนี้ตามลำพังกับเชนและเรย์มาก่อนเลย ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ยอดจะอยู่กับเธอตลอด นี่เป็นครั้งแรก... ครั้งแรกที่ "ยอด" ไม่อยู่บ้าน
เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของเชนที่มองตามแผ่นหลังเธอมาจากหน้าประตูบ้าน แม้ไม่ได้หันไปมอง แต่เธอก็รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบนั้น
จิ๊บหนีขึ้นมาบนห้องนอน ล็อกประตูแน่นหนา เธอนั่งลงบนเตียง เอามือทาบอก พยายามสงบสติอารมณ์
‘เราคงคิดมากไปเอง’ เธอบอกตัวเอง ‘พวกเขาก็แค่น้องชายสามี อาจจะแค่ยังไม่คุ้นที่เราเข้ามาอยู่ใหม่... ใช่ ต้องใช่แน่ๆ’
แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามคิดในแง่ดีแค่ไหน เธอก็สลัดความรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคามไม่หลุด
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า...
จิ๊บขลุกตัวอยู่แต่ในห้องนอน เธอพยายามโทรหายอด แต่สัญญาณมือถือที่นี่แย่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งวันนี้มันเหมือนจะไม่มีสัญญาณเลยสักขีด เธอส่งข้อความไป... แต่ก็ขึ้นว่าส่งไม่สำเร็จ
จนกระทั่งบ่ายคล้อย ความหิวก็บังคับให้เธอต้องออกจากเซฟโซน
จิ๊บย่องลงมาชั้นล่าง บ้านทั้งหลังเงียบกริบจนน่ากลัว เสียงไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามฝีเท้าของเธอ ฟังดูดังผิดปกติ
เธอเดินเข้าไปในครัว รินน้ำดื่มอึกๆ หวังว่าความเย็นของน้ำจะช่วยดับความร้อนรุ่มในใจได้
“หิวเหรอ”
“ว้าย!”
จิ๊บสะดุ้งสุดตัว แก้วน้ำเกือบหลุดจากมือ เธอมองไปที่มุมมืดของครัว ตรงที่แสงส่องไปไม่ถึง ร่างสูงของ เชน กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะเล็กๆ ในมุมนั้น เขานั่งนิ่งเสียจนเธอนึกว่าไม่มีใครอยู่
“เชน... ตกใจหมดเลย มานั่งทำอะไรตรงนี้”
“นั่งคิดอะไรเพลินๆ” เชนตอบเสียงเรียบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ช้าๆ “พี่ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยง”
มันไม่ใช่คำถาม แต่เป็นประโยคบอกเล่า
“เอ่อ... ยังไม่ค่อยหิว”
“ไม่ได้” เชนก้าวเข้ามาหาเธอ จิ๊บถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับเคาน์เตอร์ “คนในบ้านนี้ ต้องกินข้าวให้ตรงเวลา”
“พี่จิ๊บ...”
“พี่แต่งงานกับพี่ยอดมาสามเดือนแล้วนะ จิ๊บ” เชนพูดต่อ ดวงตาคมกริบของเขาจ้องลึกเข้ามาในตาเธอ “พี่คิดว่า... พี่เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลนี้แล้วหรือยัง”
คำถามแปลกๆ ทำให้จิ๊บขมวดคิ้ว “ก็... ก็เป็นแล้วสิคะ พี่จดทะเบียนสมรสกับพี่ยอดแล้ว”
เชนส่ายหัวช้าๆ “ทะเบียนสมรส... มันก็แค่กระดาษ” เขาขยับเข้ามาใกล้อีกก้าว จนจิ๊บได้กลิ่นสบู่จางๆ จากตัวเขา “การยอมรับเข้าสู่ตระกูลอย่างสมบูรณ์... มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง”
“หมายความว่ายังไงคะ” หัวใจเธอเริ่มเต้นแรง
“หมายความว่า...” เรย์เดินเข้ามาสมทบจากทางด้านหลัง “พี่ยังไม่ได้ทำ ‘หน้าที่ของสะใภ้’ อย่างครบถ้วนเลยต่างหากล่ะ”
จิ๊บหันขวับไปมองเรย์ ตอนนี้เธอถูกขนาบข้างด้วยน้องชายของสามีทั้งสองคน ทางหนีถูกปิดตาย
“หน้าที่อะไรอีก จิ๊บก็ทำงานบ้าน ดูแลพี่ยอด...”
“ฮ่าๆๆ” เรย์หัวเราะลั่น “นั่นมันหน้าที่เมียทั่วไป แต่สำหรับ ‘สะใภ้ตระกูลนี้’ มันมีอะไรมากกว่านั้น”
“ใช่” เชนพยักหน้า “มันคือการ ‘ผูกมัด’ ตัวตนของเธอกับ ‘รากเหง้า’ ของบ้านหลังนี้”
จิ๊บเริ่มสั่น เธอไม่เข้าใจว่าพวกเขาพูดเรื่องอะไร แต่สัญชาตญาณกำลังกรีดร้องว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
“พี่ไม่เข้าใจ... พวกเธอพูดเรื่องอะไรกัน”
“เดี๋ยวพี่ก็เข้าใจเอง” เรย์ยิ้ม แววตาของเขาเป็นประกายวาววับ “รอให้ถึง ‘เวลา’ ก่อน”
“ค่ำนี้...” เชนพูดต่อ “เตรียมตัวให้พร้อม”
พูดจบ ทั้งสองคนก็พร้อมใจกันเดินแยกย้ายออกไป ทิ้งให้จิ๊บยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องครัว ความกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจเธอจนหนาวเหน็บ
...
มื้อเย็นวันนั้นหนักหนาสาหัสยิ่งกว่ามื้อเช้า จิ๊บนั่งเขี่ยข้าวในจานไปมา ไม่กล้าเงยหน้าสบตาใคร ทั้งเชนและเรย์ต่างก็นั่งกินข้าวเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไร แต่มันคือความเงียบที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
จานของจิ๊บยังเหลือข้าวเกือบเต็มจานเมื่อเธอตัดสินใจรวบช้อน
“พี่... อิ่มแล้ว ขอตัวนะ”
เธอรีบลุกขึ้น แต่เสียงของเชนก็รั้งเธอไว้
“เดี๋ยวก่อน”
จิ๊บชะงัก หันไปมองอย่างหวาดๆ
“คืนนี้... อย่าเพิ่งนอนเร็ว” เชนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนเดิม “เรามี ‘พิธี’ ที่ต้องทำ”
“พิธี... อะไร”
“พิธีรับขวัญสะใภ้ใหม่” เรย์เป็นคนตอบ เขาเลียริมฝีปากตัวเอง “เป็นประเพณีของตระกูลเรา สะใภ้ทุกคนต้องผ่านพิธีนี้”
“แต่... แต่พี่แต่งมาสามเดือนแล้วนะ ทำไมเพิ่งมาทำตอนนี้”
“เพราะพิธีนี้...” เชนลุกขึ้นยืนช้าๆ “...ต้องทำ... ในเวลาที่ ‘ลูกชายคนโต’ ไม่อยู่บ้านเท่านั้น”
เลือดในกายของจิ๊บเย็นเฉียบ!
นี่มันหมายความว่ายังไง การที่ยอดไปต่างจังหวัด... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญงั้นเหรอ?
“ไม่! พี่ไม่ทำ!” เธอตะโกนออกมาสุดเสียง “พวกเธอจะมาบังคับอะไรพี่ไม่ได้นะ!”
เธอหันหลังและวิ่งสุดฝีเท้าขึ้นบันไดไปยังห้องนอน เธอได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งตามมา แต่เธอก็เร็วพอที่จะพุ่งเข้าห้องและกดล็อกประตูได้ทัน
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงทุบประตูดังลั่น จนบานประตูไม้เก่าๆ สั่นสะเทือน
“เปิดประตู พี่จิ๊บ!” เสียงเชนตะคอกอยู่หน้าห้อง
“ไม่เปิด! พวกเธอมันบ้าไปแล้ว! พี่ยอดกลับมาฉันจะฟ้องให้หมดเลย!”
“หึ... ฟ้องเหรอ” เสียงเรย์หัวเราะ “เธอก็ต้องทำอยู่ดี นี่มันคือ ‘หน้าที่’!”
จิ๊บถอยกรูดไปจนชิดหน้าต่าง ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว เธอควานหามือถือ แต่ก็เหมือนเดิม... ไม่มีสัญญาณ!
เสียงทุบประตูเงียบไป...
จิ๊บนั่งตัวสั่นอยู่มุมห้อง เธอไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน อาจจะหนึ่งชั่วโมง สองชั่วโมง... ความเงียบข้างนอกน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงทุบประตูเสียอีก
พวกเขาไปแล้วเหรอ? พวกเขายอมแพ้แล้วใช่ไหม?
เธอภาวนาให้มันเป็นอย่างนั้น
...จนกระทั่ง... เที่ยงคืน
เสียงนาฬิกาโบราณเรือนใหญ่ชั้นล่างตีบอกเวลาดังหง่างเหง่ง...
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่การทุบอย่างบ้าคลั่ง มันคือการเคาะที่เป็นจังหวะ... ช้าๆ... หนักแน่น... และเยือกเย็น
จิ๊บสะดุ้งสุดตัว เธอเอามือปิดปากแน่น กลั้นเสียงสะอื้น
“ได้เวลาแล้ว พี่จิ๊บ”
เสียงของเชน... มันดังอยู่หน้าห้อง
“เปิดประตู”
“...”
“เธอหนีไม่ได้หรอกนะ พี่สะใภ้” เสียงเรย์ดังตามมา “ถึงเวลาที่เธอต้องเข้าร่วม ‘พิธีถ่ายทอดเชื้อสาย’ แล้ว”
จิ๊บส่ายหัวทั้งน้ำตา “ไม่... ไม่... ฉันไม่ทำ...”
แกร๊ก...
เสียงลูกบิดประตูถูกปลดล็อก!
จิ๊บเบิกตากว้าง... พวกเขามีกุญแจ!
บานประตูค่อยๆ เปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงไม้เสียดสีที่น่าขนลุก ร่างสูงของเชนและเรย์ยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู ในมือของพวกเขาถือเทียนเล่มใหญ่คนละเล่ม แสงสลัวจากเปลวเทียนส่องให้เห็นใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของเชน และรอยยิ้มที่น่าขยะแขยงของเรย์
“ไปกันเถอะ” เชนพูดสั้นๆ
“ไม่! ไม่ไป!” จิ๊บถอยจนหลังติดกำแพง
“อย่าให้ต้องใช้กำลังเลยน่า” เรย์ก้าวเข้ามาในห้อง
จิ๊บไม่มีทางสู้ เธอถูกลาก... ไม่สิ... ถูก "คุมตัว" ออกจากห้องนอน หนึ่งคนจับแขนซ้าย อีกคนจับแขนขวา พวกเขาไม่ได้ทำรุนแรง แต่มือที่บีบแขนเธอนั้นแข็งราวกับคีมเหล็ก
พวกเขาไม่ได้พาเธอลงบันไดหน้าบ้าน แต่กลับพาเธอเดินลึกเข้าไปในส่วนหลังของบ้าน... ไปยังทางเดินที่เธอมั่นใจว่าไม่เคยเห็นมาก่อน มันทอดไปสู่ประตูไม้บานเก่าที่ซ่อนอยู่หลังตู้ใบใหญ่
เชนผลักตู้ให้เลื่อนออก เผยให้เห็นประตูที่ถูกล็อกด้วยแม่กุญแจโบราณ เขาไขมันออกอย่างชำนาญ
กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโชยปะทะใบหน้าของจิ๊บทันทีที่ประตูเปิดออก มันคือทางเดินลงไปยังชั้นใต้ดิน... บ้านหลังนี้มีชั้นใต้ดินด้วยเหรอ?
“ลงไป” เชนสั่ง
จิ๊บขืนตัวไว้ “ไม่! นี่มันอะไรกัน! พวกเธอจะทำอะไรฉัน!”
“ทำหน้าที่ของเธอไง” เรย์กระซิบข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดต้นคอเธอ "หน้าที่ในการ... รับ ‘เชื้อสาย’ ของพวกเรา"
จิ๊บถูกผลักให้เดินลงบันไดหินที่มืดและชัน แสงจากเทียนในมือของทั้งสองส่องให้เห็นทางข้างหน้าเพียงรางๆ เมื่อลงมาถึงสุดบันได เธอก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องใต้ดินเก่าๆ ห้องหนึ่ง
แต่มันไม่ใช่ห้องเก็บของที่รกรุงรัง
มันคือห้องที่ถูก "จัดเตรียม" ไว้...
ผนังหินเย็นเฉียบ พื้นดินถูกอัดแน่น ตรงกลางห้องมีเพียงเสื่อผืนหนาปูลาดไว้ แสงเทียนหลายสิบเล่มถูกจุดไว้ตามขอบผนัง ส่องให้เห็นคราบสีเข้มบางอย่างบนเสื่อนั้น กลิ่นกำยานฉุนกึกผสมกับกลิ่นสาบสางบางอย่างที่ทำให้เธอคลื่นไส้
นี่มัน... ห้องประกอบพิธีกรรมบ้าอะไรสักอย่าง!
“ยินดีต้อนรับ... สู่ครอบครัวอย่างแท้จริง... พี่จิ๊บ” เรย์ยิ้มกว้าง
ปัง!
เสียงประตูไม้หนักๆ ด้านบนถูกปิดลง พร้อมกับเสียงลงกลอน...
จิ๊บถูกขังไว้ในห้องใต้ดินที่น่าสยดสยองนี้... ตามลำพังกับน้องชายสองคนของสามี... ในคืนที่สามีของเธอไม่อยู่บ้าน