รุ่นเยาว์ที่เดินตามจี้หวางมาได้สักพัก พวกเขาก็เริ่มสังเกตเห็นบรรยากาศรอบๆตัวเปลี่ยนไป พวกเขารู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย ทำให้พวกเขารู้ทันทีเลยวา บริเวณแถวนี้เหมาะสมกับการฝึกฝนของพวกเขามากกว่าข้างล่าง
‘ สมแล้วละนะที่ทุกๆคนต่างก็อยากเข้าร่วมนิกายเมฆา ทั้งที่เพิ่งจะขึ้นมาได้ไม่นานก็รู้สึกดีเช่นนี้แล้ว หากขึ้นไปสูงสุดคงเหมาะสมแก่การฝึกฝนมากๆเป็นแน่ ’ หลินเฟิงครุ่นคิดเขาเองก็ยอมรับเลยว่าถูกใจกับสิ่งนี้เอามากๆ หากเขาได้ฝึกฝนในสถานที่เช่นนี้ตั้งแต่แรก เขาจะสามารถพัมนาได้รวดเร็วกว่านี้แน่นอน ไม่ต้องพูดถึงขั้น7 ขั้น 8 เขาก็สามารถทำได้
“นี้หลินเฟิง ทำไมบรรยากาศมันดีเช่นนี้ละ” หลินหลานกล่าวถามด้วยความสงสัย
“ข้าไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร ” หลินเฟิงกล่าวตอพลางส่ายหน้า เขาเพิ่งจะเข้ามาโลกนี้ได้ไม่กี่ปี รวมทั้งเวลาทั้งหมดก็เอาไปฝึกฝน เขาแทบจะไม่รู้จักโลกนี้ด้วยซ้ำ แล้วจะไปตอบคำถามของหลินหลานได้อย่างไร
จากนั้นหลินเฟิงก็หันไปมองหลินอี้หาน แต่หลินอี้หานก็ส่ายหน้าเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงรู้และเข้าใจทันทีว่ามันไม่แปลกเลยที่คนภายนอกจะไม่รู้ เพราะมันคงเป็นความลับของนิกาย หากไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครอยากเข้าร่วมกับนอกายเป็นแน่
เดินไปอีกสักพัก หลินเฟิงเริ่มมองเห็นศิษย์นอกคนอื่นๆเดินผ่านไปมา เขายังเห็นบ้าน ตึก อาคารอีกหลายๆหลัง พวกมันทุกๆหลังดูดีและหรูหรากว่าหมู่บ้านตระกูลหลินเสียอีก นอกจากนี้ มันยังมีบ้านบางหลังที่มีความแตกต่างกับหลังอื่นอย่างมาก นั่นคือมันดูทรุดโทรม บางทีมันอาจจะแย่กว่าที่หมู่บ้านตระกูลหลินเอามากๆอีกด้วย
บ้านหลังที่ดูดีหรูหรากับทรุดโทรมนั้น ถูกแบ่งแยกจากกันอย่างชัดเจน เพราะมันมีรั้วกั้นไว้ระหว่างบ้านหรูหรากับบ้านทรุดโทรมและยังมีป้ายติดไว้อีก ป้ายตรงรั้วบ้านทรุดโทรมเขียนไว้ว่า พื้นที่พักชั้นนอก ส่วนป้ายตรงรั้วบ้านหรูหรานั้นเขียนไว้ว่าพื้นที่พักชั้นใน
ที่สำคัญ จำนวนบ้านในพื้นที่พักชั้นนอกมันมีมากว่าบ้านในพื้นที่พักชั้นในมาก ทุกๆบ้านมันมีหมายเลขติดอยู่ด้วย เพราะบ้านในพื้นที่พักชั้นในมีเพียง 10 หลังเท่านั้น ส่วนพื้นที่พักชั้นนอกมี 20 หลัง และหากสังเกตให้ดีๆแล้ว จะมีศิษย์นอกเข้าออกบ้านทรุดโทรมหลังหนึ่งนั้นประมาณ 3-4 คน แต่บ้านที่ดูหรูหรานั้นแถบจะไม่มีคนเข้าออก อีกทั้งมันราวกับว่าเป็นบ้านพักของคนๆเดียว ทั้งที่มันใหญ่กว่าบ้านที่ทรุดโทรมเสียอีก แแน่นอนว่ารุ่นเยาว์ที่มาใหม่นั้นยังไม่รู้ความต่างของพื้นที่พักชั้นนอกและชั้นใน ทำให้พวกเขาไม่ใส่ใจกับมันมากนัก
เมื่อเดินอีกสักพัก จี้หวางก็หยุดหยู่ตรงบริเวณอาคารแห่งหนึ่ง มันตั้งอยู่หน้าทางเข้าพื้นที่พักชั้นนอกกับชั้นใน และเขาก็หันมาบอกให้รุ่นเยาว์หยุดรออยู่ข้างหน้า ส่วนเขาก็เข้าไปข้างใน จี้หวางเข้าไปได้สักพักเขาก็ออกมา แต่เขาออกมาพร้อมกับชายชราและศิษย์นอกจำนวนหนึ่ง
“เอาละ พวกเจ้าจำต้องลงทะเบียนเป็นศิษย์นอกเสียก่อน จากนั้นพวกเจ้าจะได้รับชุด ให้ส่วมใส่ชุดของนิกายที่พวกเจ้าได้รับการแจก พวกเจ้าจะต้องทำภารกิจอย่างน้อยเดือนละครั้ง หากเจ้าไม่ทำภารกิจเลยเป็นเวลา สามเดือนพวกเจ้าจะถูกปลดออกจากนิกายเมฆาทันที” จี้หวางกล่าวอธิบาย
หลังจากที่จี้หวางกล่าวจบก็เริ่มมีรุ่นเยาว์ทยอยกันไปลงทะเบียนและได้รับชุดมา และตอนนี้พวกเขาก็ได้สมใจหวังแล้วนั่นคือการเป็นศิษย์นอกของนิกายเมฆา พวกเขาหวาดฝันเอาไว้อย่างสวยงามว่าจะสามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด
ในระหว่างที่กำลังลงทะเบียนศิษย์นอกอยู่นั้น จี้หวางก็ได้กล่าวอธิบายพื้นที่บริเวณรอบๆ ว่ามีอะไรบ้าง เช่นมีอาคารที่ไว้สำหรับให้ศิษย์มากินข้าว หรือหอภารกิจที่ไว้ให้ศิษย์นอกได้ทำภารกิจ หรือจะเป็นหาวรยุทธ์นอก ที่มีไว้ให้ศิษย์นอกได้มาหาดูวรยุทธ์ที่ตัวเองต้องการฝึกฝนเพื่อพัฒนาตัวเอง
ยังมีอาคารจัดการอีก มันคืออาคารที่มีไว้สำหรับการซื้อขายสมุนไพร เม็ดยาและอาวุธ และสิ่งที่พวกศิษย์ต้องใช้เพื่อซื้อนั้นคือแต้มสะสมจากการทำภารกิจ ซึ่งจะสามารถได้มากได้น้อยนั้นขึ้นอยู่กับความยากของภารกิจนั้นๆ
สุดท้ายอาคารที่พวกเขายืนอยู่นี้คืออาคารศิษย์นอก มีไว้จัดการเกี่ยวกับศิษย์ ไม่ว่าจะเป็นลงทะเยียนศิษย์นอก ลงโทษศิษย์นอก การที่ต้องออกไปทำภารกิจข้างนอกนิกายก็จำเป็นต้องแจ้งต่อผู้อาวุโสที่ทำหน้าที่อยู่ในอาคารศิษย์นอก หรือการเลื่อนขึ้นไปเป็นศิษย์ใน ก็อยู่ภายใต้การจัดการของอาคารศิษย์นอกด้วยเช่นกัน
และเรื่องสุดท้ายที่สำคัญมากๆ คือ การเลื่อนเป็นศิษในนั้นต้องสามารถบรรลุระดับรวบรวมขั้น 1 ให้ได้ภายใน อายุ 18 ปี และหากไม่สามารถบรรลุได้ก็จะถูกปลดจากศิษย์นอกและขับไล่ออกจากนิกายเมฆา จำต้องกลับไปอยู่บ้านดังเดิน หรือไม่อาจได้รับตำแหน่งหน้าที่อะไรบางอย่างหใ้ไปจัดการดูแล แน่นอนว่าหน้าที่พวกนี้ไม่ได้สำคัญมากนัก
“ผู้ใดมีเรื่องสงสัยหรือไม่” จี้หวางกล่าวถามหลังจากอธิบายเสร็จสิ้นแล้ว
“ผู้อาวุโสจี้ขอรับ ข้ามีเรื่องสงสัย” เมื่อจี้หวางกล่าวอธิบายเสร็จแล้ว ก็มีรุ่นเยาว์กล่าวถามขึ้นมาทันที
“ว่ามา”จี้หวางกล่าวอย่างเฉยเมย
“แล้วที่พักของพวกเราละขอรับ” รุ่นเยาว์ถามด้วยความสงสัย เพราะมีทุกเรื่องที่จี้หว่างอะธิบาย แต่มีเพียงเรื่องเดียวที่จี้หวางไม่อธิบายนั่นคือ ที่พักของพวกเขา
จี้หวางมองไปที่บรรดาเหล่าศิษย์นอกที่เข้ามาใหม่ จากนั้นก็ละสายตาไปมองศิษย์นอกคนอื่นๆรวมทั้งพื้นที่พักชั้นนอกและชั้นใน จากนั้นเขาก็กล่าวกับรุ่นเยาว์ที่ถามว่า
“ที่นิกายเมฆานี้ หากพวกเจ้าอยากได้อะไรจำเป็นต้องหามันมาให้ได้ด้วยความสามารถของพวกเจ้าเอง หากพวกเจ้าอยากได้ที่พักก็จงเข้าไปท้าทายคนที่พักอยู่ข้างในบ้านหลังนั้นๆ หากพวกเจ้าชนะ พวกเจ้าสามารถอยู่ข้างในบ้านหหลังนั้นได้ หากไม่พวกเจ้าก็ต้องหาที่นอนที่อื่น” จี้หว่างกล่าวอย่างเฉยเมย
อ้ะ!!
เมื่อได้ยินคำกล่าวของจี้หว่าง บรรดาเหล่ารุ่นเยาว์ที่หวาดฝันเอาไว้ราวกับถูกพังทลายทันที เพราะแค่ดูก็รู้แล้วว่าศิษย์ที่มีอยูในตอนนี้มีมากเกินกว่าพื้นที่พักชั้นนอกและชั้นในจะสามารถรองรับได้ นั่นหมายความว่าอย่างไร
มันหมายความว่าพื้นที่พักมีไว้ให้คนที่มีความสามารถเท่านั้น หากใครไร้ความสามารถย่อมไม่สามารถพักในบ้านได้ แล้วการที่พวกมันเป็นศิษย์ใหม่ พวกมันจะไปสู้กับศิษย์พี่ของพวกมันที่เข้ามาก่อนได้อย่างไร นี้ยัง
“หลินเฟิง” หลินหลานที่ได้ยินเช่นนั้นนางก็วิตกกังวลเช่นกัน นางไม่คิดเลยว่าการเข้าร่วมนิกายจะกดดันขนาดนี้เพราะจะอย่างไรการต้องนอนข้างนอกอาจไม่ใช่ปัญหา แต่มันไม่เหมาะสมสำหรับการพักผ่อน หรือฟื้นฟูความเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกฝนหรือทำภารกิจเลยจริงๆ
“พวกเจ้าไม่ต้องคิดมาก ข้าจะหาบ้านพักมาให้พวกเราหลังหนึ่งแน่นอน” หลินอี้หานที่หลินหลานกับหลินฮุยวิตกกังวลก็กล่าวออกมาทันที แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้มั่นใจในฝีมือของเขาเท่าใดนัก แต่อย่างไรก็ตามเขายังมีหลินเฟิงอยู่ เขาย่อมต้องมีที่นอนแน่นอน
หลินเฟิงพยักหน้าให้หลินอี้หาน หากหลินอี้หานไม่สามารถรับมือได้ เขาจะจัดการด้วยตัวเอง เพราะเขาก็ไม่คิดเช่นกันว่าจะมีการแข็งขันที่รุนแรงเช่นนี้ หากไม่นับรวมเรื่องของเรื่องที่เอาไว้สำหรับพักฟื้นฟูร่างกายแล้ว บ้านเหล่านี้มีไว้จัดอันดับด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นมันมีจะหมายเลขมาเพื่ออะไร ยิ่งหมายเลขสูง ฝีมือย่อสูงตามไปด้วย