"ท่านจ้าวตำหนัก ข้าได้ทำตามคำสั่งเรียบร้อยแล้วขอรับ นอกจากนี้ยังเพิ่มอุปสรรคเล็กๆให้เจ้าเด็กนั่นอีกด้วย" ผู้อาวุโสตึกลงทัณฑ์ไห่ตงฉี ได้เข้ามาพบท่านจ้าวตำหนักยังห้องพักส่วนตัว
"อุปสรรคที่เจ้าว่า คืออะไรอย่างนั้นหรือ" เสียงกร้าวกังวานสอบถาม
"เจ้าเด็กนั่น ฝึกวิชาภายนอกจนร่างกายแข็งแกร่งถึงขั้นคงกระพัน ข้าน้อยจึงให้มันดื่มยาสกัดกั้นสิบทิศ ทำให้มันไม่อาจใช้ลมปราณได้อีก"
"ดี.ดีมาก เจ้าเด็กอวดดีนั่น เป็นแค่ราชนิกุลปลายแถวของไป๋ฮู่ กล้ามากำแหงทำให้ผู้ยิ่งใหญ่อย่างข้าเสียหน้า มันก็สมควรต้องตายอยู่แล้ว" วูซูสื่อเสียนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี วูซูวู่หลันบุตรสาวยืนอยู่หน้าห้อง กำลังยกอาหารเย็นมาให้บิดา พอได้ยินถึงกับอึ้งพลางคิดในใจ
'หรือว่าเด็กที่ท่านพ่อพูดถึง ก็คือคู่ต่อสู้ของหลินเอ๋อร์ในวันนี้'
∆∆∆∆∆
เสียงระเบิดดังต่อเนื่องในจุดตันเถียนและจุดชีพจรที่เป็นคอขวด ปัง..ปัง..ปัง..มันดังต่อเนื่องถี่ยิบ เพียงแค่อึดใจเดียวเขาสามารถทะลวงผ่านจุดชีพจรได้ 17 จุด ไปถึงระดับปรับแต่งลมปราณขั้นปลายหากผ่านคอขวดอีก 8 จุด ก็สามารถเข้าถึงระดับปราณแท้ขอบเขตแก่นแท้มนุษย์ได้ ตอนนี้ลมปราณสัตว์อสูรนับร้อยปีได้ไหลผ่านเส้นชีพจรไปทั่วร่างดั่งน้ำป่าไหลหลาก
'ยอดเยี่ยม เราสามารถฝึกถึงระดับ 2 แล้ว อีกเพียงก้าวเดียวก็สามารถข้ามขั้นไปสู่ระดับเดียวกับพวกศิษย์ใหม่แล้ว' หลี่หมิงไม่ย่อท้อแม้ว่าร่างกายจะเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส จากการถูกไฟฟ้าช็อตถึง 3 ครั้ง ในขณะที่ฝึกลมปราณอยู่ก็ตาม เพื่อให้รอดพ้นภัยจากสายฟ้า มีทางเดียวเท่านั้นคือการข้ามผ่านระดับลมปราณ ให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
'ข้าจะไม่ยอมถูกฟ้าผ่าตาย ข้าจะต้องมีลมหายใจอยู่ให้ถึงพรุ่งนี้เช้าให้จงได้ ' หลี่หมิงไม่ลังเลอีกต่อไป เทพมรณะเยื้องกายอยู่ตรงหน้า ตอนนี้เขารับรู้ได้ถึงคอขวดอีก 11 แห่ง ที่ลมปราณของเขายังไม่อาจไปต่อ ราวกับมีประตูบานใหญ่กั้นขวางทางเดินของน้ำ เขาจำต้องทะลวงผ่านประตูเหล่านั้นไปให้ได้
ถึงแม้จะใช้ความพยายามอยู่นาน แต่ก็ไม่สำเร็จซักทีจนกระทั่งเกิดฟ้าผ่าลูกใหญ่ความแรงเกือบ 500,000 โวลล์ฟาดผ่าลงมายังประภาคาร ทำให้ร่างของเขากระตุกอย่างหนักหน่วง ด้วยความพลังของไฟฟ้าแรงสูง ทำให้ร่างของเขาดำเกรียมจนได้กลิ่นเนื้อไหม้อย่างชัดเจน
ในที่สุดพลังสายฟ้านั้นกลับกลายเป็นแรงหนุน ทำให้เขาสามารถทะลวงฝ่าคอขวดทั้ง 11 แห่งได้สำเร็จ ตอนนี้ลมปราณสัตว์อสูรนับพันปีไหลผ่านอย่างบ้าคลั่งดั่งเขื่อนแตก มันได้กัดเซาะชำระล้างสิ่งสกปรกที่คั่งค้างอยู่ตามหลอดเลือด ตั้งแต่เมื่อแรกกำเนิดให้ออกมาทางทวารทั้ง 9 จนส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วห้อง เหมือนใครเอาอาจมใส่จนเต็มถัง มาเทราดใส่ตัวหลี่หมิงจนเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปทั้งกาย
จนกระทั่งถึงรุ่งสางเขาสามารถเข้าถึงระดับปราณแท้มนุษย์ได้ซะที หลี่หมิงลืมตาขึ้นอย่างเปี่ยมสุข แต่กลิ่นโสโครกปฏิกูลตามร่าง ทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ
"ยี้.กลิ่นเหม็นเน่า น่าขยะแขยงเหลือทน นี่เจ้า.คนข้างในน่ะ.ตายแล้วหรือยัง" เสียงหญิงสาวกรีดร้องดังมาจากหน้าห้อง
"ข้ายังไม่ตาย เจ้าเป็นใคร" เขาส่งเสียงเหนื่อยล้าตอบไป
"ข้าเป็นคนส่งอาหาร ว่าแต่.ทำไมในห้องของเจ้าถึงได้มีกลิ่นน่ารังเกียจแบบนี้
หลี่หมิงได้ฟังก็คาดการณ์ได้ทันที ว่าไห่ตงฉีส่งคนมาตรวจสอบว่าเขาตายแล้วหรือยัง จะได้ไปรายงานท่านจ้าวตำหนักเพื่อรับความดีความชอบ ถ้าพวกมันรู้ว่าข้ายังไม่ตาย มิหนำซ้ำยังสำเร็จปราณแท้ได้อีก ไม่แคล้วคงถูกทำร้ายด้วยแผนชั่วของพวกมันแน่
เขาจึงแสร้งอำพราง "ข้าถูกสายฟ้านั่น เผาร่างจนบาดเจ็บสาหัสทั่วกาย แม้แต่..เอ่อ.สิ่งปฏิกูลหนัก,เบา ก็.."
หญิงสาวใส่หน้ากากทนฟังไม่ไหว รีบพูดแทรก "พอๆ ไม่ต้องสาธยายจนเห็นภาพแบบนั้นก็ได้ ยี้.แค่นี้ข้าก็กินข้าวเช้าไม่ลงแล้ว ข้าจะวางถาดอาหารไว้ให้เจ้า พรุ่งนี้ถึงจะมาเก็บมันเอาไปล้าง" จากนั้นนางจึงเปิดช่องลับส่งอาหารเข้ามา แล้วทำการปิดกลไกห้องขังเหมือนดังเดิม หลี่หมิงมองมาที่ถาดอาหาร เห็นชามข้าวกับผัดผักพร้อมด้วยกาน้ำและจอกวางอยู่ จึงเอ่ยปากขอบใจ
เสียงฝีเท้าเดินห่างออกไปแล้วหยุดชะงัก ได้ยินไกลๆเอ่ยขึ้นมาว่า "กลางคืนหนาวเหน็บเบื้องบนมีเทพสายฟ้า กลางวันตะวันรอนแผดเผากล้ายากพ้นความตาย บางทีวันพรุ่งข้าอาจจะได้เก็บถาดพร้อมกับร่างของเจ้าในคราวเดียว" พูดจบหญิงสาวก็เดินจากไป
หลี่หมิงได้ฟังจึงฉุกคิดขึ้นมา แสดงว่าช่วงกลางวันอากาศของห้องนี้ คงจะร้อนดุจเตาเผา เขารีบกินอาหารเช้าอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบวิชาเอกสุริยันออกมาอ่านทันที
"วิชาเอกสุริยันเป็นลมปราณธาตุไฟ โชคดีที่เท้าขวาของข้ามีการ์ดของหัวหน้าหมาป่าขนแดงฝังไว้ ทำให้ข้ามีบางส่วนของธาตุไฟอยู่ในร่างจากสกิลเพลิงหมาป่า มันอาจจะมีส่วนช่วยให้ข้าฝึกปรือวิชานี้ได้ง่ายขึ้น และบางทีด้วยความร้อนจากดวงอาทิตย์ อาจจะเป็นแรงสนับสนุนให้ข้าฝึกฝนวิชานี้ ได้สำเร็จเร็วขึ้นก็เป็นไปได้ "
จากนั้นเขาก็เริ่มฝึกวิชานี้ตามขั้นตอนที่ตำราเอกสุริยันได้บันทึกไว้ เพียงแค่ครึ่งวันเขาก็สำเร็จลมปราณสุริยันขั้นต้นเป็นที่เรียบร้อย เพราะฉะนั้นหลังจากช่วงเที่ยงเป็นต้นไป ที่ความร้อนขึ้นสูงถึงระดับ 210 องศา จะทำให้เขาเจ็บปวดปางตาย แต่ด้วยนิสัยทรหดอดทนของยอดนักรบ ทำให้หลี่หมิงก้าวผ่านมันมาได้สำเร็จ ผ่านไปเพียง 1 วันเท่านั้นด้วยความสำเร็จที่ได้มา แม้แต่ขอบเขตแก่นแท้สวรรค์ก็ไม่อาจเอาชนะเขาได้