62 - เริ่มต้นสงคราม
ยามราตรีมาเยือนหลังการคัดเลือกผู้ต้องเข้าร่วมสงครามทหารและพวกนักผจญภัยทุกคนต้องพักผ่อนและเตรียมพร้อมให้ดีรอรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันบ้างหวาดระแวงว่ามันจะบุกมายามค่ำคืนชาวบ้านพากันตื่นตระหนกร่วมกันสวดมนต์อธิษฐานให้วันพรุ่งนี้ตนยังมีชีวิตอยู่ก่อนหลีกหนีลงไปหลบซ่อนในห้องใต้ดินหรือห้องลับของบ้าน บางคนพากันหลีกหนีออกจากเมืองไปอยู่เมืองหลวงหรือสถานที่ห่างชั่วคราวเนื่องด้วยไม่ต้องการที่จะตาย
ทว่าภายในโรงเตี๊ยมหรูของเมืองอควอเทียนั้นยังคงมีแสงไฟส่องสว่างลอดออกมาเป็นพวกพริสทีน ผู้นำแต่ละเผ่าราชันย์ไลแคนสีครามและมังกรทั้งสามนั้นกำลังวางแผนการรบกับเจ้าคราเคนตัวปัญหา
นอกจากเจ้าคราเคนตัวปัญหาแล้วยังต้องลงไปยังแอตแลนติส
ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าต้องหาจังหวะหนึ่งถ่วงเวลาเจ้าคราเคนนั่นให้มากพอเพื่อให้ไลรอนและเหล่าเงือกตนอื่นนั้นกลับไปยังแอตแลนติสให้ได้ในเมื่อยามนี้ไม่มีใครรับรู้ข่าวสารอันใดจากวังใต้บาดาลนั่นแม้แต่น้อย
หรืออาจจะมีการก่อกบฏขึ้นเยี่ยงในอดีตแล้วก็ว่าได้แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถพูดได้เต็มปากว่ามันเกิดขึ้นจริง
ทุกคนต่างหน้าดำคร่ำเครียด วางแผนการรบกันอย่างถี่ถ้วน
....
จะยกเว้นก็สาวผมเงินนี่แหล่ะที่พยายามหยิกแขนตัวเองให้ตื่นห้ามแสดงท่าทีว่าง่วงออกมาเด็ดขาด
บอกตามตรง พริสทีนตามไม่ทันเพราะไม่ใช่คนเก่งเรื่องสงครามเลยสักนิดเดียวเวลาเรียนถึงพยายามถ่างตาให้ตื่นแต่ก็ใช่ว่าจะตื่นได้ง่ายโดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ยิ่งแล้วใหญ่!
กว่าการประชุมวางแผนจะจบ พริสทีนก็เกือบไปเฝ้าพระเจ้าซะแล้ว
ทุกคนจำต้องแยกย้ายกันไปพักผ่อน เดฟไกส์ลองเอ่ยถามพริสทีนระหว่างเดินไปส่งที่ห้องเพราะหล่อนดันแสดงท่าทีงัวเงียตลอดการวางแผนการรบ
“สรุปเจ้าเข้าใจแผนการรบไหมเนี่ย...?”
พริสทีนส่ายหน้า “ไม่อ่ะ”
สิ้นสุดคำถาม...
“ให้ตายสิ เจ้านี่นะ หน้าสิ่วหน้าขวานแท้ๆ”
“ก็มันช่วยไม่ได้นี่” พยายามฟังแล้วมันไม่เข้าใจอารมณ์คล้ายๆตอนเรียนหนังสือจริงๆนั่นแหล่ะ...
ภาพอาจารย์มีอายุพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเนิบนาบชวนให้คล้อยหลับนั่นเป็นอาวุธทำลายล้างที่สุดยอด...
แต่ที่อันตรายสุดคือเรื่องที่พูดคุยกันเป็นเรื่องเข้าใจยากจนสมองตามไม่ทันต่างหากเล่าที่น่ากลัวที่สุด
“เดฟไม่เคยเห็นคราเคนมาก่อนใช่มั้ย”
“แน่อยู่แล้ว เจ้าเคย?”
“ไม่อยู่แล้วล่ะ แต่ข้าใช้ [ตรวจสอบ] ดูเหมือนมันจะตัวสูงตั้ง60 เมตรเลยนะ แถมมันยังน่าเกลียด น่าเกลียดสุดๆเลย”
“บอกลักษณะได้ไหม...”
“ไม่รอลุ้นล่ะ เดี๋ยวก็ได้เจอแล้ว”
“ก็อยากรู้ บอกไม่ได้?”
“ไม่ บอกได้อยู่แล้วล่ะ” ยิ้มตอบกลับไป “ท่อนบนมันหันเหมือนมนุษย์ทว่าท่อนล่างเป็นหนวดปลาหมึก ฟันแหลมคมน่าเกลียดน่ากลัว มือก็เป็นพังผืด ถ้าเป็นโลกเก่าคราเคนที่รู้จักกันก็คือเจ้าหมึกยักษ์นั่นแหล่ะ”
“หา? โลกนั้นหมึกยักษ์ที่มนุษย์กินทั่วไปคือคราเคนเนี่ยนะ?”
“ช่าย~ แถมยังไม่ก่อความวุ่นวายแบบนี้ด้วย”
“เป็นเรื่องที่น่าตลกดี...” เขาถอนหายใจเล็กๆ
ถ้าเจ้าคราเคนตัวปัญหานี่กลายเป็นหมึกยักษ์เหมือนที่สาวผมเงินเล่าก็คงจะดีปัญหาใหญ่นี่จะได้จบง่ายๆทว่ามันก็เป็นเพียงแค่ความฝันลมๆแล้งๆในเมื่อมันไม่ใช่เลยสักนิด
“จะว่าไป... มันสูง 60 เมตร เจ้าสูงแค่ 8 เมตรเอง ไหวมั้ย?”
“ไม่ไหวก็ต้องไหว”
“แน่ใจนะว่าไหว ฉันเป็นห่วงนะ...”
“ไม่ต้องกังวล ข้าได้ A เพราะงั้นข้าจะไม่ตายและถึงตายข้าก็จะกลับมาหาเจ้าแน่นอน....”
เขาย้ำเตือนเธออีกครั้งเพื่อไม่ให้ลืมว่าไลแคนสีครามเช่นตนนั้นมีความพิเศษอย่างไร...ตัวพริสทีนเองก็ใช่ว่าจะลืม แต่พอคิดถึงสงครามกับเจ้าคราเคนนั่นก็อดใจหายไม่ได้อยู่ดี
คำทำนายมันสามารถเปลี่ยนได้ตลอดเวลา หากพลาดพลั้งขึ้นมา...
“ฉัน.. จะรอ”
“....”
อะไรนะ...?
ชายหนุ่มหันไปมองสาวผมเงินข้างกาย หล่อนยังคงยิ้มให้เขาแม้ใบหน้าจะเริ่มแดงระเรื่อเล็กน้อย
“ก...ก็ถ้านายพลาดจริง ฉันก็จะรอ จะกี่สิบปีก็จะรอ เข้าใจมั้ย!”
สิ้นคำพริสทีนก็รีบเดินเข้าห้องตัวเองไปทันทีไม่รอให้เขาได้ตอบอะไรกลับไปเลยแม้แต่น้อย
แต่คำพูดนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มใบหน้าแดงระเรื่อ...
“หลังสงครามและเรื่องทุกอย่างจบลงแล้ว...ข้าขอรางวัลเป็นเลื่อนวันที่สัญญาคราวนั้นเข้ามาละกัน” เขาพูดหน้าห้อง
เนิ่นนานจนหูของไลแคนสีครามกระดิกเล็กๆเมื่อได้ยินเสียง ‘ตกลง’เบาๆตอบกลับมาหลังประตู เป็นคำตอบที่มากพอจะทำให้เขามั่นใจว่าพรุ่งนี้ 1ในกลุ่มคนที่จะต้องตายนั้นไม่มีชื่อเขา
เพราะถ้าตายขึ้นมาจริงๆเดี๋ยวโดนหาว่าผิดสัญญากันพอดี!
คราเคนก็คราเคนเถอะ จะ 60 เมตรหรือ 100 เมตรก็มาเถอะ!!
หมาป่าตัว 8 เมตรตัวนี้จะขย้ำมันให้ตายเอง!!!
ภายในห้องกว้าง หลังจากหล่อนตอบรับชายหนุ่มไปเช่นนั้นเมื่อสัมผัสได้ว่าเขาไปไกลจากบริเวณนั้นแล้ว ใบหน้าก็แดงก่ำด้วยความอายบทพูดที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยายโรแมนติกสมัยก่อนนั่นมันอะไรกัน!!!
จะรองั้นเหรอ!?
เธอกล้าพูดไปได้ยังไง!!? แถมบทสนทนาเมื่อครู่อีกอย่างกับหลุดมาจากภาพยนตร์ในโลกเก่าของเธออีก!! คราวนี้ไม่สามารถใช้คำว่า‘เรื่องแบบนี้มีแต่ในนิยายหรือนิทาน’ ได้ซะแล้ว!!
....
ก็นะ... ในเมื่อพูดไปแล้วจะให้คืนคำก็กระไรอยู่ยังไงซะ...หากเกิดเรื่องเช่นนั้นจริงก็คิดจะรออยู่ดี...
ว่ากันว่า... ช่วงเวลาที่ดูสงบสุขคือช่วงเวลาที่กำลังนับถอยหลัง...
สู่หายนะที่กำลังมาเยือน...
ในช่วงเช้ามืดประมาณตีสาม ทุกอย่างยังดูปกติสุขทหารเฝ้าเปลี่ยนเวรยามกับเหล่านักผจญภัยเพื่อพักผ่อนให้เต็มที่เตรียมพร้อมสำหรับการออกเรือเดินทางพร้อมรบกับเจ้าคราเคนตัวอันตรายนั่น—
ครืน—!!!!!!
“!!!!!!!!!”
แผ่นดินสั่นสะเทือน พื้นผิวน้ำสั่นไหวปลุกให้ผู้คนแตกตื่นลุกขึ้นจากนิทราเป็นสัญญาณเตือนภัยถึงอันตรายที่กำลังจะมาเยือนในไม่ช้า พวกพริสทีนเองเมื่อรับรู้ก็รีบพุ่งขึ้นมาจากเตียงแต่งตัว พุ่งออกมาจากที่พักมาบริเวณท่าเรือกันด้วยความเร่งรีบเคออสรีบกำชับภรรยาของตนให้อยู่แต่ในห้องใต้ดินที่เขาช่วยร่ายเวทย์ป้องกันอีกแรงหนึ่งก่อนรีบตามไปสมทบพี่ชายทั้งสองของตน
ภาพเบื้องหน้าผู้คนคือคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรงยิ่งกว่ายามพายุเข้าหาไม่ใช่พวกจอมเวทย์จากหลายเผ่าร่ายบาเรียไว้ รวมถึงพริสทีนช่วยกางบาเรียเสริมอีกทีมีหวังท่าเรือคงได้พังทลายกลายเป็นเศษซากไปเป็นแน่
ลูเจ “มาเร็วกว่าที่คิดไว้เสียอีก”
เคออส “ไปเลยดีหรือไม่...”
“ข้าเห็นด้วยในเรื่องนี้ ไปกันเถอะ...” พี่ชายคนโตพยักหน้าตอบรับ
ทั้งสามวิ่งไปยังท่าเรือ แสงสีขาวโอบรอบกายลูเจ สภาพกายแปรเปลี่ยนกลับเป็นมังกรสีขาวพิสุทธิ์เฉกเช่นกับอีกสองหนุ่ม
ไอความมืดรอบกายเคออสแปรเปลี่ยนเขาเป็นมังกรสีดำทมิฬ
เปลวเพลิงลุกโชนรอบกายเอลล์แปรเปลี่ยนเขาเป็นมังกรสีแดงราวทับทิม
ผู้นำต่างเผ่า เหล่านักผจญภัย และทหารหลายพันชีวิตต่างตกตะลึงกับภาพของชายหนุ่มทั้งสามแปรเปลี่ยนสภาพกลับเป็นราชันย์มังกรต่อหน้าพวกเขาแม้จะเป็นเหตุการณ์หัวสั่นขวัญแขวนเช่นนี้แต่การกลับคืนร่างของพวกเขามิใช่จะหาชมกันได้ทั่วไปไม่ว่าใครต่างก็รู้ว่าพวกเขานั้นเร้นกายหลบซ่อนจากสายตาผู้คนมานานกี่ร้อยกี่พันปี
หากรอดไปได้...คงสามารถนำไปเล่าให้ลูกหลานได้ฟังว่าพวกเขาได้เห็นราชันย์มังกรทั้งสามเปลี่ยนร่างต่อนหน้าต่อตา!!
ครืนนนน!! ซ่า—!!!
พื้นดินสั่นสะเทือนอีกครั้ง ระลอกคลื่นเริ่มรุนแรงขึ้น เกลียวหนวดแหลมคมของมันโผล่ขึ้นมาจากพื้นน้ำตวัดสร้างคลื่นน้ำรุนแรงพัดกระหน่ำเข้าท่าเรือ จากหนึ่งเป็นสองเริ่มผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ก่อนที่หนวดแหลมคมอันใหญ่ยักษ์นั่นจะตวัดกระแทกกับบาเรียซึ่งกางป้องกันเมือง!!
เพล้ง!!! แคร่ก!!!
บาเรียรอบนอกของพวกจอมเวทย์แตกสลายภายในครั้งเดียวทว่าบาเรียของสาวผมเงินเองก็ถึงขั้นร้าว
“รีบเปลี่ยนจากการสร้างบาเรียรอบนอกไปเสริมบาเรียของพริสทีนซะ!!!!”เจตต์ออกคำสั่งทันทีเมื่อเห็นเช่นนั้น
พริสทีนเองก็รีบซ่อมแซมบาเรียในทันทีก่อนจะทำการส่งมอบความสามารถในการลอยตัวให้แก่พวกเจตต์และนักผจญภัยที่ได้รับเลือกรวมทั้งสร้างเกราะคุ้มกันให้แก่น้องชายทั้งสามของตนไม่พอเธอเริ่มร่ายเวทย์ที่สามารถหายใจในน้ำได้หากมีคนตกลงน้ำ
ซ่า—!! คลื่นน้ำยกสูงขึ้นปรากกฎร่างของเจ้าสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ฟันแหลมคม ครึ่งบนร่างกายดั่งมนุษย์ทว่าครึ่งล่างกลับหนวดปลาหมึกแหลมคมมือพังผืดเหมือนกรงเล็บแหลมคม สูงราว 50-60 เมตรประจักษ์ต่อสายตาผู้คน 1ในตัวทดลองที่เหลือรอดจากอดีตของพวกนักวิทยาศาสตร์บ้าคลั่ง จ้าวอสูรกายแห่งท้องทะเลโบราณกาลคราเคน!!
เสียงคำรามดังสนั่นสะเทือนแผ่นดินจนชาวบ้านที่หลบซ่อนตัวต่างตัวสั่นขวัญแขวนกันหมดได้แต่อธิษฐานให้พระเจ้าคุ้มครองพวกตนและเหล่านักผจญภัยทุกคนคลื่นน้ำใต้ร่างรวมตัวขึ้นมาแปรเปลี่ยนสภาพเป็นมอนสเตอร์รูปร่างคล้ายมนุษย์
“โจมตี!!!!”
เจตต์ออกคำสั่งพวกนักผจญภัยเมื่อมันปรากฏกายออกมา ทั้งพริสทีนและเหล่าจอมเวทย์ทำการร่ายเวทย์โจมตีใส่มันราชันย์มังกรทั้งสามทำการโจมตีจากบนท้องฟ้า บินหลบเลี่ยงหนวดของมันที่สะบัดไปมาพวกนักผจญภัยพุ่งไป
เดฟไกส์กลับคืนร่างไลแคนสีครามด้วยขนาดเท่าเดิมปีนกระโดดไปมาบนหนวดของมันด้วยความรวดเร็วพุ่งประชิดร่าง งั่ม!!!! และกัดเข้าที่บริเวณส่วนคอของคราเคนจนมันคำรามในลำคอ!!
ไลแคนสีครามกระโดดนหลบออกมาก่อนมือที่มันง้างขึ้นมาจะจับตัวเขาไว้ ก่อนคำรามพ่นเปลวเพลิงสีครามใส่เจ้าคราเคนนั่นจังหวะเดียวกันกับราชันย์มังกรแห่งความมืดที่พ่นเปลวเพลิงสีดำทมิฬผสานกับเปลวเพลิงสีขาวของราชันย์มังกรแห่งแสงส่วนราชันย์มังกรเพลิงกำลังสู้กับเจ้าหนวดข้างหนึ่งที่คิดจะพุ่งไปทำลายบาเรียซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ระหว่างนั้นอายาโกะที่ยังลอยอยู่ห่างๆในมือถือยันต์ [ผนึก] ขึ้นมาร่ายคาถาเปลวเพลิงสีฟ้ารายล้อมร่างกาย บริเวณหางตาของเธอเริ่มแต่งแต้มด้วยชาดสีแดง ชุดมิโกะมีเสื้อฮาโอริสีดำบางลวดลายสีทองคลุมกายหางทั้งเก้าทั้งครั้งนี้ปรากฏออกมาอย่างเด่นชัดนางยืนนิ่งก่อนลืมตาสีทองขึ้นมาด้วยท่าทีสงบยิ่ง
“ ‘ไปกันเลย’ ”
ทั้งเขาและเธอประสานเสียงหลังหลอมรวมพลังเป็นหนึ่งชักดาบใหญ่ประจำกายออกมาตั้งท่าเตรียมบุก รวบรวมพลังของตนพุ่งไปยังตัวดาบ จับจ้องไปยังเป้าหมายซึ่งกำลังถูกราชันย์มังกรเพลิงจับเอาไว้และพุ่งเข้าหามัน!
ฉัวะ!!! ตัดหนวดอันหนึ่งของเจ้าคราเคนจนขาด!!
“กร๊าซซซซซซซซซซ!!!!!”
มันร้องเสียงดังด้วยความเจ็บปวด แววตาอาฆาตอย่างเห็นได้ชัด แม้จะไร้ศัตรูตัวฉกาจในอดีตอย่างราชันย์มังกรวารีก็ยังมีตัวน่ารำคาญตัวอื่นอีก!!
หนวดข้างหนึ่งของมันตวัดไปทางราชันย์มังกรเปลวเพลิงด้วยโทสะ
‘!!! เอลล์!! ระวัง!!!!’
ผัวะ!! ตูม!!!!สิ้นคำเตือนของลูเจร่างของน้องชายก็โดนเจ้าหนวดนั่นฟาดจนตกลงท้องทะเลเคออสจึงพุ่งลงน้ำทันทีและแบกร่างของพี่ชายตนออกมามังกรเพลิงนั้นไม่ชื่นชอบน้ำทะเลกับเวทย์น้ำศักดิ์สิทธิ์กับราชันย์มังกรก็ไม่เว้นเพราะมันจะทำให้เปลวเพลิงบนร่างเริ่มมอดไหม้ลง!
พริสทีนที่เห็นก็ไม่รอช้าใช้เวทย์ที่ไม่คิดว่าจำเป็นต้องใช้ในสงครามนี้อย่างเวทย์สามัญทั่วไปในชีวิตธรรมดาอย่างการเป่าแห้งใส่น้องชายตัวเองนี่แหล่ะ!!
เกราะคุ้มครองป้องกันการโจมตี ไม่ได้หมายถึงป้องกันการเปียกนี่!!
“ไลรอน มาริอาพร้อมมั้ย!?”
“พร้อมอยู่แล้ว!” ไลรอนตะโกนตอบ ก่อนพุ่งไปอุ้มมาริอาโดยไว
“งั้นไปเลย!!!!”
ได้ยินแบบนั้นสาวผมเงินรวบรวมมานาของตนร่ายเวทย์ล่องหน เร่งความเร็ว และเกราะคุ้มกันใส่ร่างของทั้งสองและพวกผู้คุ้มกันแห่งแดนแอตแลนติสมากยิ่งกว่าผู้อื่นเส้นทางการเดินทางลงไปยังเบื้องล่างนั้นอันตรายยิ่งกว่าเพราะอาจเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นได้
“ยังไงก็รีบหาทางหลบเลี่ยงให้ได้ภายในหนึ่งชั่วโมงนะ!”
เนื่องด้วยเธอต้องเก็บพลังไว้ใช้สำหรับคนอีกนับพันและการโจมตีเจ้าคราเคนเวทย์จึงใช้ได้เพียงแค่หนึ่งชั่วโมง
“เข้าใจแล้ว!! เจ้าเองก็ระวังตัวด้วยล่ะ!!”
เงือกหนุ่มตะโกนก่อนวิ่งไปอีกทาง เมื่อคิดว่าไกลพอก็รีบกระโดดลงทะเลพร้อมกับองค์หญิงเงือกในอ้อมแขน!ตูม!! ร่างทั้งสองและเหล่าผู้ติดตามแปรเปลี่ยนเป็นร่างเงือกเพื่อความรวดเร็วหากเป็นทุกทีแล้วนั้นท้องทะเลสำหรับเงือกก็เป็นเพียงสนามเด็กเล่นทว่ายามนี้มันอันตรายนัก เพราะการจะพุ่งลงไปในบริเวณนี้เสี่ยงต่อการโดนหนวดของมันเล่นงาน
แต่ถึงเปลี่ยนสถานที่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นซักนิดสัตว์ทะเลกับพวกมอนสเตอร์แห่งท้องทะเลบ้าคลั่งหลีกหนีโจมตีไม่เลือกหน้าเพราะเจ้าคราเคนไร้สมองนี่ตัวเดียว!!!
เงือกหนุ่มใช้สัญญาณมือแทนคลื่นเสียงไม่เช่นนั้นจะโดนพวกนั้นโจมตีใส่เหล่าเงือกว่ายหลบหนวดของเจ้าคราเคนยักษ์ที่ยังมีรอดมาถึงที่บริเวณนี้กับพวกมอนสเตอร์แห่งท้องทะเลนึกขอบคุณที่พริสทีนร่ายเวทย์ล่องหนมาให้จึงปลอดภัยในระดับหนึ่งระหว่างนั้นมาริอากอดไลรอนแน่นด้วยความกลัวเช่นกัน องค์หญิงตัวน้อยยามนี้อ่อนแอนักหวาดกลัวว่าที่อาณาจักรจะเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้ บิดาของเธอจะยังอยู่ดีหรือไม่แล้วท่านหญิง... ราชันย์มังกรแห่งวารีเล่า จะปลอดภัยดีไหม เธอกลัวไปหมด
ไลรอนรับรู้ได้ว่านางเริ่มตัวสั่นจึงกอดตอบเธอเบาๆจนเธอเงยหน้ามอง เขาอยากพูดแต่หากกล่าวอะไรออกมาอาจเกิดปัญหาได้จึงให้เธออ่านปากแทน
มัน-จะ-ไม่-เป็น-ไร
นั่นคือประโยคแรกของเขา...
ข้า-จะ-ปก-ป้อง-เจ้า-เอง
สิ้นประโยคนั้นทำให้มาริอารู้สึกปลอดภัยขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยเขาก็ยังอยู่ตรงนี้ไม่ได้ทอดทิ้งเธอไปไหน...
ส่วนไลรอนนั้น...
บ้าเอ๊ย!!! ถ้าไม่ติดเรื่องแอตแลนติสนะ ข้าจะข้าจะไปร่วมกับพวกพริสทีนฆ่ามันแน่!!!!!ไ-อตัวไหนบังอาจไปปลุกเจ้าคราเคนนี่อย่าหวังว่าจะได้รอดเลยถ้ายัยมาริอาเป็นอะไรขึ้นมา!!!!
อาฆาตไว้เป็นที่เรียบร้อยก่อนรีบดิ่งลงสู่ห้วงทะเลลึกไป...
ส่วนทางพริสทีนตอนนี้ก็วิ่งวุ่นไปทั่วท่าเรือจริงอยู่ว่ามานาเธอมีปริมาณมหาศาลแต่มันก็แยกย้ายแจกจ่ายไม่ทันหรอกนะ(ยะ)! ทางนั้นตะโกนร้องขอให้ไปช่วยรักษาก็ต้องรับร่ายเวทย์รักษารักษาไม่ทันเสร็จก็มีคนตะโกนบอกเรื่องบาเรียเริ่มร้าว ซ่อมแซมไม่ทันจะเสร็จก็มีเสียงตะโกนมาอีก!!
ปวดหัว—!!
นี่แหล่ะถึงได้ไม่ชอบเรื่องวุ่นวายนัก!!!
พริสทีนนึกอยากจะแยกร่างซะตรงนั้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ อิรินาตอนนี้เองก็ช่วยต่อกรกับหนวดกของเจ้าคราเคนนั่นพวกแฟรงเกนสไตน์ดัดแปลงก็ช่วยนักผจญภัยต่อสู้บนพื้นผิวทะเลที่ต้องคอยหลบหลีกเจ้าหนวดยักษ์นั่นไปด้วย
“ตอนนี้ใครรักษาได้รักษาไปก่อน!!!!และใครที่อยู่ในน้ำตอนนี้ก็รีบขึ้นมาเหนือผิวน้ำซะ!!!”
เธอตะโกนเสียงดังก่อนรวบรวมมานาอีกครั้งเจตต์ไม่รอช้ารีบตะโกนสั่งอีกทีหนึ่งพวกฟีเรกับคนอื่นๆก็รีบทำตามทันทีแต่ก็ยังมีหลายคนที่ติดพลันกับการต่อสู้จนไม่สามารถหลีกหนีได้ทันทีที่สั่งยามนี้รอบกายเธอรายล้อมไปด้วยเกล็ดหิมะ พวกมันพุ่งเข้ามารวมอยู่เหนือมือที่กำลังตั้งสมาธิจดจ่อกับบอลหิมะสีขาวนั่นไร้ซึ่งคาถา ไร้ซึ่งเสียงตะโกนใดๆ...
เพราะเวลาฉุกละหุกเช่นนั้นใครจะไปบ้าเสียเวลาตะโกนอีกเล่า!!!
แคร่ก!!!! พื้นผิวน้ำถูกแช่แข็งภายในพริบตาลามไปถึงการล็อกตัวเจ้าคราเคนนั่นเอาไว้อยู่กับที่มันพยายามดิ้นหนีขัดขืนแต่ดูจากสภาพแล้วคงถ่วงเวลาได้อีกไม่นานนักพวกศัตรูที่ถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง บางตัวยังขยับได้แต่ก็เริ่มปริแตก
‘โจมตีขณะที่ยังมีโอกาสซะ!!!!!’ เดฟไกส์ในร่างไลแคนคำรามเสียงดังพวกทหารและพวกนักผจญภัยทุกคนอาศัยโอกาสนั้นบุกโจมตีทันที
ถึงไม่ใช่เวลาแต่จู่ๆอายาโกะก็โผล่มายืนอยู่ข้างกายสาวผมเงิน
“ภาพนี่ทำเอาฉันนึกถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเลยนะว่ามั้ย”
ภาพของเจ้าคราเคนที่ทั่วถูกไอเย็นลามจากพื้นน้ำแข็งขึ้นไปยังร่างจากผิวหนังเต็มไปด้วยเมือกเปียกชื้นทำให้ไอเย็นลามขึ้นไปอย่างรวดเร็วนักทว่ามันยังสามารถขยับตัวต่อกรกับพวกลูเจได้เหมือนกับว่าไอเย็นนั่นไม่ส่งผลอะไรหนวดของมันติดอยู่บนพื้นน้ำแข็งที่ถูกแช่ แต่ก็ยังสามารถขยับได้เล็กน้อย
“ใช่เรื่องสงครามไททันรึเปล่า ที่เกี่ยวกับกับตำนานเพอร์ซีอุสน่ะ”
“ตามนั้นเลยค่ะ อา...ทำไมเมดูซ่าโลกนี้ไม่เหมือนในภาพยนตร์หรือตำนานสมัยก่อนกันนะ”
“อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง”พริสทีนตอบขณะร่ายเวทย์รักษาและเกราะเพิ่มให้อายาโกะ ก่อนเจ้าหล่อนจะพุ่งไปตัดหนวดของเจ้าไลแคนนั่นร่วมกับไดอาน่าและเอลล์
พอนึกถึงที่คุยเมื่อครู่ก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
ในตำนานของเทพเพอร์ซิอุสผู้ช่วยเหลือแอนดรอมิดาได้ใช้หัวเมดูซ่าในการแช่แข็งอสูรกายในภาพยนตร์ก็ใช้ในการแช่แข็งเจ้าคราเคนนั่น เดิมทีเธอคิดจะใช้แผนนี้จัดการทีเดียวจบ
ทว่าความจริงมันโหดร้าย...
พระเจ้าท่านกล่าวไว้... เมดูซ่านั้นมีเพียงหนึ่งซึ่งโดนตัดหัวไปแล้วโดนนำไปประดับบนโล่ และโล่ของเทพีอะธีนาเองก็มิได้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไป
ดังนั้นความคิดนั้นเป็นอันต้องถูกพับเก็บหรือไม่ก็โยนทิ้งไปซะ
เพราะเผ่าเมดูซ่าในโลกใหม่แม้จะมีความสามารถในการแช่แข็งผู้คนเป็นหินทว่าสามารถแช่ได้แค่ขนาดตัวใกล้เคียงกันเท่านั้นไม่ใช่ขนาดใหญ่ยักษ์เหมือนในตำนานนั่น!!!!
และถึงเอามาแช่แข็งคราเคนเป็นหินเดี๋ยวมันอาจจะถูกปลุกขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ในเมื่อโลกนี้มีวิธีลบล้างคำสาปของเผ่าเมดูซ่ายุคนี้!!
ท่านเพอร์ซีอุส!! เทพีอะธีนา!!!ท่านทิ้งโลกนี้ไปแล้วก็ทิ้งโล่ห์ไว้ให้พวกเราหน่อยก็ได้นะคะ—!!!!
++++++++++++++++++
ฮืออออออ ฉากต่อสู้มันทำร้ายยยยยยยยยยย //งอแง
อันนี้พยายามแล้วนะคะ พยายามเกาแล้วจริงๆ แต่งได้แค่นี้อ่า—