บทที่ 89 สิ่งที่ทำได้
ยาพิษหม้อใหญ่ถูกบรรจุใส่โหลขนาดใหญ่ 5 โหล ชิงหมินปล่อยให้ฝูเซ่าจัดการเรื่องนี้เอง ในขณะที่เขากำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมยาแก้อัมพาต
ชิงหมินรู้สึกสนุกกับขั้นตอนนี้มากกว่า เพราะนอกจากจะใส่สมุนไพรโยนๆเข้าไปเหมือนกับหม้อปรุงยาพิษแล้ว เขายังต้องตรวจสอบอุณหภูมิของไฟให้ดี ต้องดูทิศทางลมและอื่นๆ กลายเป็นว่ารายละเอียดของมันสูงกว่ามากๆ และทำให้คนที่อยู่หน้าหม้อไฟจนเกือบจะหลับได้สติกลับมา
เขาจัดการอยู่พักใหญ่ๆ ในที่สุดเป้าหมายของวันนี้ก็เสร็จสิ้นภายใน 3 ชั่วโมง ถือเป็นการทำงานหนักอีกวันของเขาเลยก็ว่าได้ ดังนั้นชิงหมินจึงไม่ฝืนฝึกฝนต่อไป การปรุงยาพิษจากสมุนไพรกระรอกหางจร ระดับ 1 ดาว เพิ่มค่าประสบการณ์ให้เขาเป็น 20 ส่วนจาก 100 ส่วน พร้อมๆกับยาแก้อัมพาตที่มีอัตราส่วนมากกว่าเล็กน้อย นี่คงเป็นเพราะกระบวนการทำงานที่มากกว่า และใช้เวลาอยู่กับการปรุงยามากกว่า
ตอนนี้มันเลื่อนไปอยู่ที่ 24 ส่วนจาก 100 ส่วนแล้ว การที่ทำงานประสบความสำเร็จในครั้งแรกจะให้ค่าประสบการณ์มากมายจริงๆ ในครั้งที่สองและสามต่อไป เขาอาจจะได้เพิ่มอีกหม้อละ 2 ส่วน หรือ 3 ส่วนก็ได้ เว้นเสียแต่ว่าเขาจะหาข้อผิดพลาด หรือวิธีที่ลดความยุ่งยากออกไปได้ ตอนนั้นค่าประสบการณ์ของเขาจึงจะเพิ่มขึ้นพรวดพราด
แต่ชิงหมินพอใจกับมันมาก เขาจะใช้เวลาเล็กน้อยๆในแต่ละวันเพื่อฝึกฝนการปรุงยาพิษนี้ให้ค่าเต็ม 100 ส่วนเพื่อดูว่าจะมีโบนัสอะไรหรือไม่
ในขณะที่ด้านนอกค่ายก็กำลังวุ่นวายเพราะการต่อสู้ถูกผลักดันให้กลายเป็นใหญ่โตมากขึ้น ซีเฉิงไม่ได้กลับมาเลยเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว ชิงหมินทำได้แค่สอบถามสถานการณ์จากทหารคนอื่นๆที่ผลัดกันเข้าออกค่ายเท่านั้น
ผู้รักษาและนักปรุงยาจากโรงหมอถูกส่งออกไปที่สนามรบกับเขาด้วย ตอนนี้เหลือผู้ดูแลที่ค่ายเพียง 2 คนเท่านั้น เป็นผู้รักษาหนึ่งคนและผู้ปรุงยาหนึ่งคน งานของพวกเขาแทบจะล้นมือ เนื่องจากผู้บาดเจ็บรุนแรงและสามารถช่วยกลับมาได้ พวกเขาก็จะเอามาทิ้งไว้ที่ค่าย ก่อนที่พรรคพวกทหารจะจากไปเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้อีกครั้ง
ตอนนี้โรงหมอเต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บหลายสิบคน ชิงหมินยังสังเกตเห็นว่ามีผู้ใช้ธาตุน้ำถูกส่งกลับมา 2-3 คนแล้ว ทั้งๆที่เขาได้รับการยกระดับถึงขนาดนั้นก็ยังบาดเจ็บกลับมา เช่นนี้แปลว่าการต่อสู้นั้นไม่ง่ายอีกต่อไป
“ฮู่...”
สิงโตตัวน้อยกลับมาพร้อมกับปลาในปาก 4 ตัว มันอารมณ์ดีอย่างมากที่จะได้กินอาหาร ตอนนี้ตัวของมันขยายใหญ่ขึ้น กินเพียงมื้อละไม่กี่ตัวไม่ได้อีกแล้ว นอกจากปลาทั้งสี่...มันยังริเริ่มที่จะล่าสัตว์ป่าตัวใหญ่อีกด้วย ดูเหมือนว่าปลาในน้ำจะเป็นแค่อาหารกินเล่นของมันก็เท่านั้นเอง
“กลับมาแล้วหรือ?”
ชิงหมินเอ่ยถามเจ้าตัวใหญ่ มันสูงเกือบจะ 2 เมตรแล้วในตอนนี้ ชิงหมินลืมสอบถามเกี่ยวกับขนาดของมารดามันไว้ก่อน ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าโอกาสพัฒนาของเจ้าสิงโตน้อยนี้จะไปถึงไหน เขากลัวว่ามันคงจะตัวใหญ่เท่ากับบ้านหลังหนึ่งเลยในสักวันก็ได้...
“ฮู่..” เจ้าตัวใหญ่ตอบรับ มันใช้หัวของตนเองดันที่มือของชิงหมิน ราวกับต้องการให้เจ้านายลูบหัวมันเพื่อชื่นชม
ชิงหมินหัวเราะเบาๆแต่ก็ยอมทำตามที่มันต้องการ เขาเล่นกับเจ้าสิงโตตัวใหญ่ได้เพียงชั่วครู่เดียว ทหารนายหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแล้ว
“คุณชายหลี่ขอรับ คุณชายหลี่ขอรับ” เขาเรียกชื่อชิงหมินถึงสองครั้ง ฝูเซ่าที่กำลังฝึกฝนร่างกายก็รีบวิ่งเข้ามาเช่นกัน
“มีอะไรหรือ?”
“คุณชายหลี่ช่วยด้วยขอรับ ตอนนี้กองทัพย่อยของพวกเราถูกโจมตี หมอเทวดาให้รีบมาแจ้งท่านว่ายาสมานแผล ยาฟื้นฟู และสมุนไพรหลายชนิดที่กองทัพย่อยนั้นกำลังจะหมดไป ขอให้คุณชายช่วยนำของเหล่านั้นไปส่งขอรับ”
“อะไร? จะให้คุณชายของพวกเราไปส่งของได้อย่างไร? คุณชายไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้เสียหน่อย พวกเจ้าเสียสติไปแล้วหรือ?” ฝูเซ่าถึงกับหน้าเสีย เจ้าคนพวกนี้กำลังพูดอะไรอยู่กันแน่ กล้าบอกให้คุณชายของเขาไปเสี่ยงตายงั้นหรือ?
“เอ่อ ตะ แต่ว่า...ท่านหมอเทวดาพูดเกี่ยวกับอสูรรับใช้ของคุณชายหลี่...ถ้าเป็นเจ้านี่พาไปล่ะก็...ก็น่าจะได้ใช่หรือไม่ขอรับ”
ทหารผู้นั้นรู้ว่าตนเองกำลังทำสิ่งที่ผิดอยู่ หากหัวหน้ารู้ก็คงจะต้องสั่งลงโทษอย่างแน่นอน แต่...สหายในกองทัพหลายสิบคนกำลังจะตาย พวกเขาต้องการยารักษาอย่างเร่งด่วนในครั้งนี้ หากว่าคุณชายหลี่ช่วยได้ เช่นนั้นเขาก็พร้อมที่จะคุกเข่าขอร้องอีกฝ่ายให้ช่วย
“ไร้สาระ!! เจ้าไสหัวออกไป พวกเราจะไม่ออกไปไหนทั้งนั้น” ฝูเซ่าก่นด่า อยากจะถามอีกครั้งว่าพวกเขาสติดีหรือไม่ แต่แขนเล็กๆของชิงหมินก็ยื่นออกมาบังเอาไว้เสียก่อน
“แค่ต้องการให้ข้าส่งมอบยาหรือไม่?”
“ขะ ขอรับคุณชาย”
“อืม ถ้าอย่างนั้น...เจ้าก็หาคนนำทางไปก็แล้วกัน” ชิงหมินเข้าใจดี เหตุผลที่ว่าทำไมต้องเป็นเขาแทนที่จะเป็นทหารคนอื่นๆ นี่ก็เพราะคนที่เหลือที่นี่ไม่มีแหวนมิติอีกแล้ว
ถ้าแค่เดินทางไปกลับ ชิงหมินยังมีความสามารถน้อยกว่าพวกเขาด้วยซ้ำ แต่เขามีแหวนมิติที่หาได้ยาก และแหวนมิติทั้งหมดที่นี่ถูกนำไปโดยทหารแต่ละกลุ่มแล้ว แม้แต่ที่โรงหมอ...ท่านหมอเทวดาก็คงจะนำมันไปด้วย
หมอเทวดาชายชราผู้นั้นเคยเห็นว่าชิงหมินมีแหวนมิติแล้ว ในสถานการณ์ที่พวกเขาต้องการสิ่งของจำนวนมากในเวลาอันสั้น มาขอร้องให้ชิงหมินช่วยเหลือก็เป็นเรื่องปกติ
“คุณชาย...ขอบคุณคุณชายขอรับ หลังจากนี้หากรอดกลับมา ข้าจะให้พวกเขาทุกคนขอบคุณคุณชายอีกครั้ง!” ทหารผู้นั้นกล่าวอย่างกตัญญู เขาเกือบจะลงไปคุกเข่าโขกหัวสักสิบรอบแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้กำลังยุ่งมากและไม่สามารถเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว
“คุณชาย คุณชายจะทำเช่นนี้ไม่ได้นะขอรับ มันเสี่ยงอันตรายเกินไป” ฝูเซ่าหน้าซีดเผือด คุณชายของเขาจะออกไปเสี่ยงอันตรายได้อย่างไร ฝูเซ่าจะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไร
แน่นอนว่าชิงหมินไม่ได้ฟังคำทัดทานนี้ คนเพียงรีบเดินไปกับสิงโตน้อยและทหารผู้นั้น ปล่อยให้ฝูเซ่าหวาดกลัวอยู่ด้านหลังและต้องรีบวิ่งตามมาติดๆ
“ของทั้งหมดพวกเราเตรียมเอาไว้แล้วขอรับ” เป็นอย่างที่ชิงหมินคิดเอาไว้ ของจำนวนมากเหล่านี้มีมากเกินกว่าที่ทหาร 10 คนจะแบกไปได้ ดังนั้นเขาจึงรีบเก็บกวาดทั้งหมดเข้าแหวนมิติทันที
สิงโตน้อยรู้ใจมาก เมื่อชิงหมินเตรียมพร้อมแล้ว มันก็หมอบลงให้เขาปีนขึ้นไปนั่งบนหลังของตนเอง ขนนุ่มของมันจะไม่ทำให้ชิงหมินได้รับบาดเจ็บ อันที่จริงต้องบอกว่ามันดียิ่งกว่าการนั่งเบาะนุ่มบนรถม้าเสียอีก ก่อนหน้านี้ชิงหมินเคยขึ้นไปนั่งเล่นบนหลังของมันแล้ว เจ้าสิงโตน้อยยังเคยพาเขาไปนั่งตากลมชมป่าด้วยกันด้วย
ความสามารถของสิงโตน้อยเป็นอย่างไร เขาในฐานะเจ้านายรู้ดีที่สุด มันแข็งแกร่งมาก สมกับที่เกิดมาก็เป็นสัตว์อสูรระดับ 9 ในทันที ชิงหมินยังรู้สึกว่าในแต่ละวันของมัน ยิ่งได้ยืดเส้นยืดสายมากเท่าไร ยิ่งได้กินอาหารและสมุนไพรดีๆมากเท่าไร มันก็จะก้าวเข้าสู่ระดับที่ 10 ในไม่ช้าแล้ว
เขาไม่ได้คาดหวังว่ามันจะต้องแข็งแกร่งจนไม่มีใครเอาชนะได้ ขอแค่เจ้าตัวน้อยของเขาสามารถพาเขาหนีรอดไปได้ในทุกสถานการณ์ก็เพียงพอแล้ว
ทหาร 2-3 คนที่กลับมาเพื่อขอให้ชิงหมินช่วยรีบนำทาง ตอนนี้เวลาทุกนาทีมีค่าจริงๆ เดิมทีฝูเซ่าต้องการที่จะติดตามไปด้วย แต่ชิงหมินสั่งให้เจ้าตัวเฝ้าดูแลสวนดอกไม้และสมุนไพรพิษ ไม่ให้เขาไปเป็นภาระ ดังนั้นฝูเซ่าที่เชื่องช้ากว่าทุกๆคนจึงถูกทิ้งเอาไว้ด้านหลัง
ผู้ติดตามตัวน้อยไม่เข้าใจเลยว่าเจ้านายของเขาเหตุใดจึงตัดสินใจทำเช่นนั้น ไม่ใช่ว่าคุณชายเป็นผู้ที่รังเกียจความยุ่งยากและความเหน็ดเหนื่อยหรอกหรือ? แล้วทำไมจะต้องพาตนเองออกไปลำบากขนาดนี้ด้วย
อันที่จริงชิงหมินก็เป็นคนเช่นนั้นเอง ถ้ามีทางเลือกที่ดีกว่า เขาจะเลือกเส้นทางที่ทำให้ตนเองลำบากน้อยลง แต่...เขาไม่ใช่คนใจดำจริงๆ เหมือนกับที่พวกผู้รักษาและทหารทั้งหมดรู้สึกต่อกัน ชิงหมินเริ่มรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพนี้แล้ว ความที่ทุกคนมองชิงหมินว่าเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาอย่างจริงใจ มันทำให้เขาต้องมองทุกคนในด้านดีๆกลับไปเช่นกัน
สุดท้าย เมื่อสถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติในทุกๆวัน ชิงหมินเองก็รู้สึกแย่ที่ตนเองทำประโยชน์อะไรไม่ได้ ดังนั้นเมื่อมีโอกาส แถมยังเป็นงานง่ายๆที่เขาทำได้อย่างรวดเร็ว ชิงหมินจึงไม่ต้องเสียเวลาคิดช้ำสองเลย
เขาก็แค่อยากจะช่วยให้คนตายน้อยลงก็ยังดี ถ้าผู้บาดเจ็บส่งมาที่โรงหมอน้อยลง ก็แปลว่าสถานการณ์ข้างนอกนั่นดีมากแล้วไม่ใช่หรือ?
เจ้าสิงโตน้อยกระโดดไปทางซ้ายทีขวาที พาชิงหมินลอยอยู่กลางอากาศ ให้เป็นภาพที่สวยงามราวกับว่าเขาเป็นเทพเซียน พวกทหาร 3 คนที่ติดตามมาด้วยเกือบจะตามความเร็วนี้ไม่ทัน ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจที่หมอเทวดาพูดถึงว่าชิงหมินสามารถมาที่นี่เพื่อช่วยพวกเขาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ที่แท้ก็เป็นเพราะคุณชายหลี่มีสัตว์อสูรที่ดีเช่นนี้นี่เอง
เมื่อเห็นว่าคุณชายหลี่สมควรจะปลอดภัย ไม่ใช่พวกเขาที่นำอันตรายมาสู่คนของหัวหน้า ทั้งสามก็สบายใจขึ้นมากแล้ว
“ด้านหน้าขอรับคุณชาย หลังจากนี้พวกเราจะต้องระวังให้มากขึ้น มีศัตรูอยู่รอบๆ พวกเขากำลังตรึงกำลังเพื่อที่จะไม่ให้พวกมันทำลายค่ายเล็กๆของพวกเราได้”
“ศัตรูเป็นใครหรือ? ทำไมจู่ๆก็ถูกล้อมกรอบได้?” ชิงหมินประหลาดใจ ปกติแล้วคนของกองทัพอิสระไม่น่าจะพลาดท่าง่ายๆเช่นนี้เลย
“ที่จริง...มันเป็นคนของเมืองเว่ยขอรับ”
“เมืองเว่ย?”
“ใช่แล้วขอรับ เดิมที...พวกเรามาที่นี่เพราะได้ยินว่ามีกลุ่มโจรรวมตัวกันเพื่อยึดเมืองเว่ยเป็นของตนเอง พวกมันกุมอำนาจและสังหารขุนนางเกือบทั้งหมดทิ้ง มีขุนนางบางส่วนที่หลบหนีออกมาได้ ทั้งยังมีชาวบ้านรอบนอกที่กำลังรอความช่วยเหลือ ดังนั้นพวกเราจึงมาที่นี่” ทหารผู้นั้นยิ้มเยาะ
“คิดไม่ถึงเลยว่าสุดท้ายแล้ว พวกเราก็มาช้าเกินไป...คนเมืองเว่ยนี้ยินยอมที่จะภักดีต่อคนร้ายไปเสียแล้ว พวกเขาหลอกล่อพวกเราให้คิดว่าเป็นผู้ลี้ภัย ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วพวกเขานั่นแหละที่กลายเป็นสายให้กับกองโจรกลุ่มนั้นไปแล้ว”
สุดท้าย กลายเป็นว่าพวกเขามาที่นี่และตกหลุมพราง ถูกคนที่ต้องการจะช่วยเหลือหักหลังและเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ประสบภัยแทน นี่ต้องโทษที่พวกเขาสะเพร่าเกินไปด้วย กว่าจะรู้ตัวก็ได้ตั้งค่ายอยู่กลางวงล้อมของพวกเขาแล้ว
ชิงหมินเม้มริมฝีปาก สถานการณ์ในตอนนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ ชาวบ้านที่ขอความช่วยเหลือวันนั้นอาจจะกลายเป็นศัตรูกับพวกเขาในวันนี้ก็ได้
เขามองเห็นกองไฟขนาดใหญ่ที่ลุกโชน ตำแหน่งนั้นน่าจะเป็นตำแหน่งที่ค่ายของทัพอิสระตั้งรอเพื่อที่จะบุกเข้าไปช่วยเหลือชาวเมืองเว่ย สุดท้ายมันได้กลายเป็นสมรภูมิรบเต็มตัวแล้ว
“นำยาไปให้พวกเขาก่อนเถอะ” ชิงหมินไม่คิดอะไรมาก ด้วยความเร็วของสิงโตน้อย เขาสามารถให้มันกระโจนออกไปข้างหน้าและผ่านหัวของศัตรูในรวดเดียว
ตั้งแต่ต้นจนจบ ชิงหมินมาที่นี่ด้วยความเร็วสูง กินเวลาเพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น การที่จู่ๆก็มีสัตว์ประหลาดกระโจนผ่านพวกเขาสร้างความแตกตื่นให้กับคนของเมืองเว่ยอย่างมาก แต่สุดท้ายเมื่อไม่มีใครได้รับอันตรายใดๆ พวกเขาก็ยิ่งเร่งมือในการโจมตีมากขึ้นกว่าเดิม
“คุณชายหลี่ ท่านมาแล้ว”
“คุณชายหลี่ ท่านหมอเทวดารอท่านอยู่แล้วขอรับ” ทหารที่เห็นเขาก็รีบละล่ำละลักบอกทันที ด้านหน้ามีการต่อสู้ที่ดุเดือด หากปล่อยให้คุณชายหลี่อยู่ที่นี่ มันก็อาจจะทำให้เขาเสี่ยงบาดเจ็บไปด้วย
กองไฟลุกโชนก่อนหน้านี้เป็นชาวเมืองเว่ยที่พยายามจะโจมตีเข้ามา แต่เหล่าทหารกองทัพอิสระก็พยายามยื้อเอาไว้ ดังนั้นเมื่อไฟปะทะกับพลังน้ำ จึงเกิดเป็นควันฟุ้งขึ้นไปทั่ว ปิดบังท้องฟ้าเป็นวงขนาดใหญ่
ชิงหมินไม่ได้รอช้า กระโดดลงจากหลังของสิงโตน้อยแล้วรีบวิ่งไปด้านหลังทันที เขาปล่อยให้สิงโตน้อยได้รั้งอยู่ด้านหน้า ถ้าเป็นไปได้...สิงโตน้อยช่วยเหลือพวกเขาในการจัดการกับธนูไฟที่ชาวเมืองพยายามยิงเข้ามา การจัดการปัญหานี้ก็คงจะรวดเร็วมากขึ้น
“ฝากช่วยด้วยนะ สิงโตน้อย กลับไปจะให้กินปลา 10 ตัวเลย” ชิงหมินพูดแค่นั้น กำลังใจของสิงโตน้อยก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดแล้ว
…………………………………