สตูดิโอแห่งหนึ่ง
11:08 a.m.
แชะ!
“สวยมากครับน้องใหม่” เสียงตากล้องคู่บุญเอ่ยชมไม่หยุดหลังเห็นฉันโพสท่าถูกใจเขา
“ก้มลงอีกนิด...อืม แบบนั้นดีครับ”
“จะภาพนิ่งหรือวิดีโอลูกสาวฉันก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง”
“อวยเกินไปแล้วพี่กลอย” ฉันยู่หน้าใส่ผู้จัดการพลางยืนจิบน้ำหลังรอให้ฝ่ายเมกอัปเข้ามาเซตหน้า
วันนี้ฉันมีถ่ายแบบให้แบรนด์ชุดชั้นในที่เพิ่งออกคอลเลกชันใหม่ หลังรอบที่แล้วภาพโฆษณาของฉันทำให้สินค้าขายดีติดหน้าแรกของสินค้าแนะนำในเว็บไซต์ช็อปปิงออนไลน์ชื่อดัง
“ฉันพูดผิดตรงไหน หุ่นเอย หน้าเอย ทรวดทรงเอย ใคร ๆ ต่างก็อิจฉาแกกันทั้งนั้น แถมยังมีคนเคยมากระซิบถามฉันอีกว่าแกไปทำบุญวัดไหนมาถึงได้เพอร์เฟกต์เกินคนขนาดนี้”
“นี่แหละที่เขาเรียกว่าอวยค่ะคุณผู้จัดการ” ฉันหัวเราะในลำคอพลางส่ายหน้าไปมา ก่อนจะส่งแก้วพลาสติกให้ทีมงานอีกคนและเริ่มตั้งท่าถ่ายแบบต่อ
ไม่กี่นาทีผ่านไป
ห้องพัก
“คอลเลกชันล่าสุดจากแบรนด์โปรดใหม่เองค่ะ ชอบกันไหมคะ? แต่ใหม่ชอบมากเลยค่ะ ใส่สบายแถมตรงสายก็ให้ความรู้สึกนิ่มเหมือนไม่ได้ใส่” ฉันยืนพูดคนเดียวหน้ากระจกยาวเสมอตัวในชุดชั้นในโชว์ผิวขาวเนียนผ่อง พร้อมขยับมือถือไปตามส่วนที่อยากแนะนำและไม่ลืมที่จะแกล้งทำเป็ดึงสายลงเพื่อเพิ่มความเซ็กซี่เข้าไป
ส่วนใหญ่ในโซเชียลของฉันมียอดผู้ติดตามเป็ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และเพราะอะไรฉันถึงมาถ่ายนอกรอบเองแบบนี้ ก็เพราะมันทำให้ฉันได้เงินเพิ่มอีกทางน่ะสิ
ทั้งจากคนที่มาโดเนตและยอดเปอร์เซ็นต์จากการขายที่ทางบริษัทแบ่งให้ รวมถึงค่าตัวจากโฆษณาแยกออกจากการถ่ายแบบเมื่อกี้อีก นี่ไงคือเหตุผลที่ฉันไม่คิดทำงานประจำ
“โพสต์เลยแล้วกัน” พอเช็กคลิปเสร็จแล้วฉันก็จัดการโพสต์เลยทันที พลางเฝ้ารอยอดที่คาดไว้อย่างตื่นเต้น เพราะถ้ามันต่ำกว่าที่ตั้งไว้ฉันก็จะลบคลิปนี้ออก
“อ่า~ ต้องแบบนี้สิ” ฉันอมยิ้มเมื่อหน้าจอเต็มไปด้วยแจ้งเตือนคอมเมนต์มากมาย อีกทั้งพอกดเข้าดูยอดประมวลผลก็เห็นเงินจำนวนเจ็ดหลักอย่างน่าภาคภูมิใจ
สถิติรอบนี้อยู่ในระดับพึงพอใจสูงสุดกับการลงคลิปไม่กี่นาทีก็ได้ขนาดนี้
พลั่ก!
“ยัยใหม่นี่แกทำอะไรลงไป?” ฉันละใบหน้าออกจากมือถือหลังพี่กลอยเปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นใ
“ทำอะไรเหรอ?” ฉันอมยิ้มให้อีกฝ่ายที่กำลังหน้าตึงเครียด แสดงว่าอีกหนึ่งการตลาดของฉันก็คงประสบความสำเร็จด้วยเหมือนกันสินะ
“แกนี่มัน...” พี่กลอยกำมือแน่นพลางขมวดคิ้วมอง “เริ่ดฉิบหายเลยว่ะ! เมื่อกี้ทางแบรนด์โทรมาบอกว่าจะเพิ่มค่าตัวให้เพราะคลิปของแกทำให้สินค้ามียอดจองเกินกำหนดจนต้องปิดรับการจองไปเมื่อกี้นี่เอง” ไม่นานคนพูดก็คลี่ยิ้มกว้างแล้วะโโลดเต้นเหมือนเด็กน้อย
“พอจะคุ้มค่ากับการที่ฉันสั่งให้พี่ลาออกจากงานประจำเพื่อมาเป็ผู้จัดการหรือยัง” ฉันเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งพลางมองอีกฝ่ายผ่านกระจกทรงสี่เหลี่ยมยาวเป็แนวนอน
ก่อนที่พี่กลอยจะมาเป็ผู้จัดการของฉันนางเคยเป็พนักงานขายจากแบรนด์ดังที่ฉันชอบไปซื้อบ่อย ๆ และยังเป็ฝ่ายขายประจำตัวฉันด้วย เวลามีสินค้าใหม่นางก็จะส่งข้อความมาบอกหรือไม่ก็โทรหาฉันตลอด เลยทำให้เราสองคนสนิทกันจนกลายมาเป็อย่างที่เห็น
“โอ๊ย! คุ้มั้แ่งานแรกแล้วจ้ะ ว่าแต่แกคิดบ้าอะไรใหม่ถึงไปสมัครงานที่โรงหนัง?”
“อุ๊ย~ ข่าวถึงหูพี่ไวจัง” ฉันแกล้งทำเป็ยกมือขึ้นมาปิดปากและทำหน้าใเล็กน้อย
“แกเนี่ยถ่ายแบบเริ่ดงานวิดีโอก็เก๋ แต่เสียอย่างเื่การแสดงไม่ผ่านมาตรฐานไปหน่อย ไหนบอกมาซิว่ามันเพราะอะไรถึงได้อยากไปทำงานแบบนั้น หรือว่าร้อนเงิน?” พี่กลอยเบ้ปากใส่ฉันพลางยกมือถือขึ้นมากดต่อ
“ร้อนเงิน...น่าขำ” ฉันหัวเราะในลำคอ
“งั้นเพราะอะไร” พี่กลอยเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉัน
“มีของที่อยากได้อยู่ที่นั่น” ฉันตอบเสียงเรียบพร้อมบรรจงเช็ดเครื่องสำอางออกอย่างเบามือ
“คงไม่ใช่ผู้ชายที่แกเทียวกดไลก์กดรีโพสต์ออกนอกหน้านั่นใช่ไหม” คำถามของพี่กลอยทำคนฟังอย่างฉันรู้สึกดี
แต่ก็มีเื่น่าแปลกเพราะฉันทำถึงขนาดนั้นแล้วเขายังนิ่งอยู่ได้ ไม่แม้แต่จะทักส่วนตัวมาหาหรือตอบกลับอะไรสักนิด
เลยทำให้คำพูดที่เคยว่าไว้ว่าเขาอ่อยง่ายค่อย ๆ มลายหายไป และพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมไอ้พูม่าถึงพูดว่าฉันไม่ใช่สเป็กของอามัน
เล่นไม่แอ็กทีฟอะไรกับฉันขนาดนี้ ถึงจะรู้สึกเสียหน้าแต่ฉันก็ยังคงสู้ต่อ เพราะฉันถือคติว่ายิ่งยากก็ยิ่งตื่นเต้น
“วันนี้ใหม่มีทำงานตอนหกโมงเย็น ก่อนถึงเวลานั้นไปกินข้าวร้านโปรดพี่กันเดี๋ยวน้องคนนี้เลี้ยงเอง”
“กรี๊ด! จริงเหรอ เอาสิ ฉันรักแกจังยัยใหม่” พี่กลอยพุ่งเข้ามากอดฉันแน่นพลางทำหน้าดีใจ แล้วรีบใช้นิ้วแตะ ๆ ลงบนหน้าจอมือถือคงจะรีบจองคิวนั่นแหละ
ก็ร้านโปรดของนางดังระดับดาราตัวแม่ไปกินบ่อย แถมค่าอาหารก็แพงหูฉี่ก็ต้องดีใจเป็ธรรมดา
แต่มันคุ้มเพราะทำให้พี่กลอยเลิกสนใจเื่เมื่อกี้ได้ฉันก็พอใจละ
อีกด้านหนึ่ง...
“โห คลิปนี้สุดยอดเลยว่ะ ทำไมน้องเขาไม่ดึงลงมาอีกนิดวะแม่งเสียดายฉิบ”
“มึงนี่ยังไม่เลิกโรคจิตอีกสินะไอ้ภูผา คนเขารู้กันไหมว่าเ้าของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์ชรัณมีนิสัยแบบนี้ ทั้งที่อายุก็ครึ่งหนึ่งของเลขสี่แล้ว” อีกคนสวนทันควันพร้อมหยิบยกเื่อายุขึ้นมาพูดเมื่อคนตรงหน้าทำตัวไม่สมเป็ผู้ใหญ่
“งั้นเอามือถือมึงมาดูหน่อยไอ้พรามว่าโดเนตให้น้องเขาไปเท่าไรล่ะพ่อเทพบุตร” ไม่พูดเปล่าแต่เ้าของเสียงยังรีบคว้ามือถือเครื่องหรูของอีกฝ่ายมาอย่างไวจนอีกฝ่ายดึงหนีไม่ทัน
“เหอะ! แล้วทำมาเป็พูดดีเ้าของอาณาจักรแบรนด์วิเชียรเลิศ คุณที่มีธุรกิจห้างสรรพสินค้า โรงแรม และรีสอร์ตโดเนตไปแค่นี้เองเหรอวะ เห็นแล้วอายแทนว่ะ” คนพูดมองยอดเงินจำนวนครึ่งล้านก็หัวเราะในลำคอจนอีกฝ่ายต้องรีบแย่งมือถือกลับไปด้วยอารมณ์โกรธ
“ถ้าพวกมึงสองตัวจะมานั่งทำเสียงดังแบบนี้ก็กลับไปได้ละมันกวนสมาธิกู” ชายอีกคนที่เอาแต่นั่งอ่านเอกสารมาั้แ่แรกเอ่ยพูดเสียงเยือกเย็นหลังเพื่อนตัวดีสองคนเอาแต่เถียงกันด้วยเื่ไร้สาระไม่หยุด
“มึงเนี่ยแปลกสุดในกลุ่มละไอ้เสือ มีอย่างที่ไหนไม่เล่นแอปฯ พวกนี้”
“ให้กูเล่นแล้วเสียค่าโง่แบบพวกมึงไม่เอาหรอก” เขาตอบได้เจ็บจี๊ดจนคนฟังอยากจะลุกขึ้นไปต่อยปากหากว่าเสือไม่ใช่เพื่อนคนสำคัญ
“มึงดูก่อน เนี่ยดูดิ หุ่นแบบนี้ไม่สนใจจริงอะ” ภูผารีบยื่นมือถือไปทางเพื่อนรักพร้อมกดเปิดคลิปล่าสุดให้อีกฝ่ายดู
“ไร้สาระ เขาขายชุดชั้นในแต่พวกมึงมันคิดอกุศล”
“เฮ้อ~ ใครจะไปเนื้อหอมแบบมึงล่ะที่มีผู้หญิงเข้ามาไม่ขาด แถมยังไม่ต้องทำอะไรมากมายเหมือนพวกกูอีก”
“อย่าเหมารวมกูไอ้ภูผา” พรามรีบชิงปฏิเสธเมื่อเพื่อนตัวดีลากเขาเข้าไปเอี่ยวด้วย
“ไอ้เสือก็ใช่ว่าจะไม่มีบัญชีในนั้นสักหน่อย แต่แค่มันให้เลขาฯ ดูแลก็เท่านั้นเลยไม่รู้ไงว่าน้องเขากำลังสนใจมึงอยู่” พรามเอ่ยต่อพลางกระดิกเท้ามองเพื่อนรักด้วยความสนใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไปหลังเขาพูดจบ
“เออกูก็เห็นแล้ว มึงไม่คิดจะเล่นกลับหน่อยเหรอวะ เด็กมันอุตส่าห์มาอ่อยขนาดนี้” ภูผาเสริมต่อด้วยใบหน้าเสียดาย
“ก็แค่เด็กน้อยที่กำลังผลิบานคงอยากลองทำอะไรน่าตื่นเต้นจะใส่ใจไปทำไม กูไม่เอาเด็กหรอก ดูแล้วน่าจะรุ่นเดียวกับไอ้พูม่าด้วย” เสือตอบปัดพร้อมอ่านเอกสารในมือต่อ
“เป็กูน้องคนนั้นไม่เหลือ” ภูผาหัวเราะในลำคอ
“น้องเขาคงรู้ว่ามึงเป็ตาแก่หิวเด็กเขาเลยไม่เข้าหามึงไง” พรามไม่พลาดที่จะซ้ำเพื่อนตัวดีทั้งที่ตัวเองก็อายุเท่ากัน
“กูถามไรหน่อย” ระหว่างที่ศึกเพื่อนรักกำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง เสือก็เอ่ยพูดอะไรขึ้นมาเสียก่อน
“ถ้าบริษัทพวกมึงมีคนมาสมัครในตำแหน่งที่ไม่สมกับประสบการณ์ที่มีพวกมึงคิดว่าไง”
“อะไรวะ?” สองคนหันมองหน้ากันงงงวย
พรึ่บ~
ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกโยนลอยมาตกลงตรงกลางโต๊ะพอดี ทำให้พรามที่อยู่ใกล้สุดหยิบขึ้นมาดูและมีภูผาตามมาสมทบ
“เชี่ย นี่มันน้องคนนั้นนี่!” ภูผาส่งเสียงดังจนเสือต้องโยนปากกาใส่
“กูให้ดูที่การศึกษากับประสบการณ์เื่อื่น อย่าเสือก”
“รุนแรงจังวะ” ภูผาลูบหัวด้วยความเจ็บและไล่สายตาอ่านตามที่เสือบอก
“จบมาดีมีเกียรตินิยม แถมยังเคยทำงานในบริษัทใหญ่หลายปี แต่มาสมัครตำแหน่งพนักงานบริการเนี่ยนะ” พรามเป็ฝ่ายเอ่ยพูดพร้อมไล่สายตาอ่านตัวอักษรที่ปรากฏให้เห็น
“หรือน้องเขาจะสนใจมึงจริงวะไอ้เสือ?” ภูผาถามด้วยความตื่นเต้น
“ใช้หัวคิดหน่อยน้องเขาจะรู้ได้ไงว่าไอ้เสือมันเป็เ้าของโรงหนังนี้ ขนาดพนักงานของมันที่ทำมานานยังรู้ไม่กี่คนเลย หรือต่อให้น้องเขาสืบก็ไม่น่ารู้ลึกจนมาถึงตัวไอ้เสือได้หรอก” พรามเป็ฝ่ายดึงสติเพื่อนตัวดีจนภูผาพยักหน้าคล้อยตาม
“เอางี้ไหมถ้ามึงไม่โอเคก็ส่งน้องเขามาทำงานกับกูสิ” ภูผาพูดอย่างตื่นเต้น พร้อมมองหน้าเพื่อนรักอย่างเสือด้วยสายตาเหมือนลูกแมวกำลังอ้อน
✆ : มัดหมี่ส่งแขกที
เสือเอ่ยพูดเสียงเรียบหลังใช้ปลายนิ้วกดลงบนปุ่มโทรศัพท์สำนักงานแจ้งให้เลขานุการที่นั่งอยู่ด้านนอกรับรู้ว่าเขาได้คุยธุระกับคนพวกนี้เสร็จแล้ว
✆ : ค่ะท่าน
“ไล่กันแบบนี้เลย?” พรามหัวเราะในลำคอพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ใจร้ายชะมัด” ตามด้วยภูผาที่แกล้งทำเป็ตีหน้าเศร้า
แกร๊ก~
“เชิญค่ะคุณพรามคุณภูผา” ใช้เวลาไม่นานเลขาฯ ก็ผายมือเรียนเชิญให้ทั้งสองเดินออกจากห้องไป
✆ : มัดหมี่เดี๋ยวคุณช่วยส่งผู้หญิงที่ชื่ออรุณ เจริญสิริจิรวรา ไปดูแลโซนวีไอพีแล้วกัน แจ้งหัวหน้างานของที่นั่นไว้ด้วยว่าจะมีเด็กใหม่เข้าไปเตรียมต้อนรับให้ดี
เสือจรดปลายนิ้วลงที่เดิมอีกครั้งพลางจ้องมองใบหน้าสวยที่อยู่ในรูปขนาดหนึ่งนิ้วอย่างใช้ความคิด
✆ : จะให้เด็กใหม่ไปดูแลโซนสำคัญเลยจะดีเหรอคะ เธออาจเห็นท่าน
✆ : ทำตามที่ผมบอก
เสือไม่รอให้เลขาฯ พูดจบเขาก็สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่หญิงปลายสายรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเริ่มไม่พอใจ
✆ : เข้าใจแล้วค่ะ เดี๋ยวหมี่จะรีบจัดการให้ค่ะท่าน
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
หนูใหม่เขาแซ่บน้า
เดี๋ยวจะรอดูว่าเฮียเสือแกจะทำไรยัยหนู -,.-
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ ????