ตอนที่ 84
เรื่อง ชายผู้มีพลังในการปฏิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์)
.
เม็ก : " แย่แล้ว!! เสียงเท้าเพียบเลย ต้องจัดการคนมากขนาดนี้เลยเหรอ แถมมีเด็กด้วย "
??? : " ใจเย็น หยุดก่อน!! วางไม้พวกนั้นซะ "
ชายคนหนึ่งวิ่งมาหยุดเหตุการณ์ก่อนจะเกิดอะไรร้ายแรงขึ้น เขาสั่งให้กลุ่มของตัวเองวางไม้ที่ถือมาทิ้งให้หมด
เม็กเห็นท่าทีของคนรอบข้างที่ยอมทำตามคำสั่งของเขาก็คิดว่าคนตรงหน้าคงจะเป็นหัวหน้าของคนพวกนี้
.
เม็ก : " พวกแกต้องการอะไร!! จับฉันมาทำไม!? "
(หัวหน้า?) : " พวกเราอยากจะคุยกับเธอนะ ช่วยใจเย็นก่อนนะ ไม่มีใครอยากทำร้ายเธอหรอก "
เม็ก : " แค่จะคุยก็พามาคุยดีๆ สิ ทำไมต้องลักพาตัวกันด้วย "
(หัวหน้า?) : " ลักพาตัว? ฉันสั่งให้คนของฉันไปเชิญเธอมานะ ไม่ได้จะลักพาตัวซะหน่อย "
เม็ก : " ทางนี้โดนยาสลบอัดหน้ากับเอาผ้าคลุมหัว มันเหมือนการเชิญหรือไง "
(หัวหน้า?) : " ............... คงจะสื่อสารกับผิดพลาดนะ พวกเราขอโทษด้วย "
ทั้งสองตะโกนคุยกันเพราะเม็กไม่เชื่อใจและไม่อยากเข้าไปใกล้
.
หัวหน้า : " ฉันชื่อบอสเป็นคนคลุมที่นี่ พวกเราคุยกันดีกว่านี้ได้ไหม "
เม็ก : " ถึงจะรู้ชื่อไป ฉันก็ไม่เชื่อพวกนายหรอก บอกความต้องการมาซะ "
บอส : " ก็ได้!! สถานการณ์ของพวกเราตอนนี้คล้ายกับเธอนะ จึงอยากจะให้ช่วยหน่อย "
เม็ก : " เหมือนกัน!? "
บอส : " ทุกคนที่นี่เป็นกลุ่มคนที่ย้ายประเทศมาเมื่อหลายปีก่อนเหมือนกับครอบครัวของเธอ "
ทุกคนที่อยู่ในโกดังแห่งนี้เป็นกลุ่มคนที่เคยทำเรื่องย้ายประเทศในช่วงที่ประเทศ Fate เปิดให้ผู้คนสามารถอพยพมาที่นี่ได้
แต่เนื่องจากประเทศนี้มีขนาดเล็กและจำนวนคนที่ย้ายมามีจำนวนมาก ทางรัฐบาลจึงจำกัดการรับคนเข้าประเทศ
โดยให้คนที่มีความสามารถได้สิทธิย้ายเข้ามาและได้รับสัญชาติของประเทศก่อนอย่างเช่นครอบครัวของโทรุที่พ่อและแม่เป็นหมอ
ส่วนครอบครัวของเม็กไม่ได้มีสิทธิ์แบบนั้นจึงต้องรอคิวในการรับสิทธิ์ ซึ่งครอบครัวของเม็กก็ได้รับสิทธิ์เป็นสัญญา 20 ปี
โดยมีเงื่อนไขว่าหนึ่งในคนของครอบครัวต้องทำงานให้กับรัฐบาลให้ได้ภายในระยะดังกล่าว เพื่อให้ได้สิทธิการย้ายประเทศแบบถาวร
หากไม่ทำตามเงื่อนไขดังกล่าวและสัญญาสิ้นสุดลงพวกเขาต้องย้ายกลับไปยังประเทศเดิม
และนี้ก็เป็นเหตุผลที่ว่าเม็กฝึกฝนพลังอยู่ตลอดเพื่อเป็นใบเบิกทางเข้าทำงานกับรัฐบาลได้ง่ายขึ้น
.
เม็ก : " ไม่เหมือนกันเลย อีกแค่ไม่1-2ปีฉันก็เรียนจบและก็เข้าทำงานกับรัฐบาลแล้ว "
เม็กวางแผนอนาคตเอาไว้แล้วส่วนหนึ่งโดยเม็กไม่ได้สนใจว่าจะทำงานที่ไหน
ขอแค่ทำงานให้กับรัฐบาลเพื่อให้ครอบครัวได้รับสัญชาติของประเทศนี้ก็พอ
.
บอส : " พวกเราทุกคนที่นี่ สัญญาการย้ายประเทศใกล้จะขาดกันหมดแล้ว บางส่วนก็ขาดไปแล้ว "
เม็ก : " ไม่ต้องอธิบายอ้อมโลกหรอก พวกนายอยากใช้ฉันสินะ "
เม็กได้คิดอยู่สักพักก็เข้าใจว่าคนพวกนี้อยากคุยกับเม็กไปทำไม ภายในสัญญาระบุไว้ว่าหลังจากได้ทำงานให้รัฐบาล
ทุกคนในครอบครัวจะได้รับสัญชาติของประเทศนี้และคนพวกนี้ก็ต้องการให้เม็กรับคนบางส่วนไปเป็นคนในครอบครัวด้วย
เพื่อให้พวกเขาได้รับสัญชาติไปด้วยนั้นเอง
.
เม็ก : " เข้าใจแล้ว คิดจะใช้กันดื้อๆ เลยสินะ "
บอส : " ก็ไม่ได้จะใช้กันแบบนั้นหรอก พวกเรามีเงินให้ เท่าไรพวกเราก็มีจ่าย "
เม็ก : " ฉันไม่ได้โง่นะ ทางนี้ไม่เอาครอบครัวของตัวเองมาเสี่ยงหรอก "
ครอบครัวของเม็กไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ก็ไม่ได้ยากจนขัดสน เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องเงินก็ไม่สามารถทำให้เม็กเปลี่ยนใจได้
เรื่องความเสี่ยงที่เม็กคิดอยู่คือ หากรับกลุ่มคนเหล่านี้มาอยู่ในรายชื่อของครอบครัวด้วย
และทางรัฐบาลส่งคนมาตรวจสอบคนในครอบครัวจนพบสิ่งผิดปกติทางรัฐบาลจะยกเลิกสัญญาทั้งหมดก็ได้
เม็กจึงไม่เอาครอบครัวมาเสี่ยงและตอบปฏิเสธไป
.
บอส : " ไม่เอาน่า พวกเราก็ไม่ได้อยากมีปัญหา แค่อยากให้ช่วย พวกเราช่วยเหลือกันได้น่า "
เม็ก : " ทางนี้ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือหรอก ไม่ต้องมายุ่งกันจะดีกว่า "
บอส : " เธอแน่ใจเหรอ (พูดที่อยู่ของเม็กและพูดเกี่ยวกับพ่อแม่ของเม็กว่าทำงานอะไรบ้าง) "
ท่าทางที่เป็นมิตรในตอนแรกของชายที่ซื่อ 'บอส' เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
หลังจากเม็กตอบปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ต้องการจะช่วยเหลือพวกเขา
เขาพูดเรื่องของครอบครัวเม็กอย่างละเอียดเขารู้ถึงเรื่องที่ว่าเม็กออกจากบ้านไปโรงเรียนตอนกี่โมง
ก่อนไปโรงเรียนก็แวะไปหาเพื่อนสนิทอย่างโทรุ บางครั้งก็ไปส่งฟรานซิสกาที่โรงเรียนในตอนที่เธอยังไม่ได้อยู่หอพักของโรงเรียน
เรื่องของพ่อและแม่ที่ทำงานให้กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งและยังมีเรื่องที่เม็กแอบฝึกใช้พลังในช่วงเย็นที่บ้านด้วย
.
เม็ก : " ........................................... "
บอส : " ช่วยร่วมมือกับทางนี้ดีๆ จะดีกว่านะ พวกเรารู้เรื่องของครอบครัวเธอเป็นอย่างดี ฉันไม่อยากใช้ทางเลือกนี้ "
เม็ก : " งั้นก็ช่วยรู้ด้วยว่า กูทำอะไรได้บ้าง "
หลังจากเม็กพูดจบบรรยากาศรอบโกดังก็หนักอึ้งทันที
โครงสร้างเพดานของโกดังเริ่มยุบตัวเหมือนมีบางอย่างที่หนักมากวางอยู่บนนั้น
กำแพงทั้งสี่ด้านของโกดังเข้ามาด้านในตัวโกดังเองราวกับว่าโดนบางอย่างที่มีแรงมหาศาลดันเข้ามา
และบรรยากาศภายในโกดังก็หนักมากขึ้นทุกวินาทีๆ ที่ผ่านไป โครงสร้างเหล็กเกิดฉีกขาดและร่วงลงมา
กำแพงทั้งสี่ด้านได้ถล่มลงมา เมื่อกำแพงที่ค่อยค้ำจุนเพดานถล่ม ตัวเพดานเองก็ถล่มมาลงมา
ผู้คนที่อยู่ด้านในก็รีบหนีออกจากโกดังก่อนมาจะถล่ม ชายที่เป็นหัวหน้าเองก็รีบหนีเหมือนกัน ส่วนเม็กยังอยู่ในโกดัง
โกดังขนาดใหญ่ถล่มมากลายเป็นเศษซากอยู่ตรงนั้นโดยมีเม็กปีนขึ้นมาอยู่บนเศษซากเหล่านั้น
.
เม็ก : " พวกมึงก็ควรรู้ว่า พวกมึงหาเรื่องผิดคน "
เม็กปืนขึ้นมาอยู่บนกองเศษซากของโกดังพร้อมพูดกับกลุ่มคนที่ลักพาตัวเขามาที่นี่
ในตอนนี้เม็กโมโหสุดขีดที่กลุ่มคนเหล่านี้ข่มขู่ครอบครัวของเขา เม็กกำลังจะใช้พลังของเขาถล่มอีกโกดังที่อยู่ใกล้ๆ
แต่เสียงรถตำรวจก็ดังมาจากไกลๆ เม็กเห็นแสงจากรถของตำรวจจึงจะรีบหนี
ส่วนกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็ต้องรีบหนีเหมือนกัน พวกเขาไม่มีเวลามาไล่จับเม็กในตอนนี้
เพราะถ้าโดนตำรวจจับได้ พวกเขาถูกส่งออกนอกประเทศแน่
.
เรื่องพลังที่เม็กใช้ถล่มโกดัง เม็กใช้อะตอมของอากาศเรียงตัวกันปิดช่องอากาศของโกดังทั้งหมด
ทำให้อากาศที่อยู่ภายในและภายนอกถูกตัดขาดออกจากกัน จากนั้นก็พยายามทำให้อากาศภายในโกดังเป็นสุญญากาศ
เมื่อในโกดังกลายเป็นสุญญากาศ แรงกดอากาศจากภายนอกก็พยายามดันเข้ามา
หลังจากนั้นเม็กเสริมความแรงของแรงดันอากาศด้านนอกให้มากขึ้นจนโกดังขนาดใหญ่โดนแรงกดมหาศาลจากอากาศจนถล่มลงมา
.
ตำรวจ1 : " แถวนี้มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย "
ตำรวจ2 : " ฉันเรียกกำลังเสริม อาจจะมีคนติดอยู่ในโกดังก็ได้ "
เมื่อตำรวจมาถึงก็พบเพียงเศษซากของโกดังที่ถล่มลงมากองกัน แต่ไม่เจอใครในที่เกิดเหตุเลย
ตำรวจมาที่นี่เพราะเสาสัญญาณตรวจจับการใช้พลังในพื้นที่ได้ ตำรวจที่อยู่ใกล้สุดจึงรีบมาที่นี่
เสาสัญญาณในพื้นที่ห่างใกล้จากตัวเมือง เป็นเสารุ่นเก่าที่ยังไม่สามารถระบุตัวได้ว่าใครเป็นผู้ใช้พลัง
มันทำหน้าที่ได้เพียงแค่ตรวจสอบการใช้พลังในพื้นที่และแจ้งไปยังตำรวจเท่านั้น เม็กจึงรอดเหตุการณ์ที่จะเกิดหลังจากนี้ไปได้
.
เม็กวิ่งหนีมาเรื่อยๆ โดยมุ่งหน้ากลับเข้าเมือง ด้วยความที่ตอนนี้เป็นตอนกลางคืน
ทำให้เม็กหลุดรอดสายตาจากตำรวจที่กำลังมุ่งหน้าไปยังที่เกิดเหตุได้
.
ไมเด้น : " โทรุ โทรศัพท์บ้านดัง ให้รับเลยไหม "
โทรุ : " ใครโทรมา? คนที่จะโทรมามีไม่กี่คนหรอก "
ไมเด้น : " เบอร์บ้านของเม็กนะ เม็กโทรมามั่ง "
โทรุ : " ปกติมันจะโทรเข้ามือถือ ฉันรับเอง "
โทรุเดินมารับโทรศัพท์หลังจากไมเด้นเรียกโทรุที่อยู่ชั้นบนให้ลงมารับโทรศัพท์
.
โทรุ : " ขอสายใครครับ? "
แม่ของเม็ก : " โทรุเหรอลูก เม็กอยู่ที่บ้านของลูกไหม "
โทรุ : " ไม่ครับ เม็กบอกว่าไปหาแฟน มีอะไรเหรอครับ "
แม่ของเม็ก : " แม่โทรหาเม็กไม่ติดมาตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว "
โทรุ : " คงอยู่กับแฟนนั่นแหละครับ ผมจะลองโทรไปหาเม็กดูนะครับ "
แม่ของเม็ก : " ถ้าติดต่อเม็กได้แล้วก็ให้เม็กโทรมาหาแม่ด้วยนะ "
โทรุ : " ได้เลยครับ "
โทรุคุยอยู่กับแม่ของเม็กที่โทรหาโทรุ หลังจากที่เธอโทรหาเม็กไม่ได้มาสักพักหนึ่งแล้ว
.
ไมเด้น : " เป็นไงบ้าง? "
โทรุ : " เม็กมันยังไม่กลับบ้านนะ แถมโทรไม่ติดด้วย คงอยู่กับแฟนมั่ง "
ไมเด้น : " ตอนนี้ 2 ทุ่มแล้วนะ "
โทรุ : " เม็กมันคง....................... (มองหน้าไมเด้น) "
ไมเด้น : " คงจะอะไร? นายอยากทำไหมล่ะ? "
โทรุกำลังคิดว่าเม็กคงอยู่กับแฟนและกำลังทำเรื่องอย่างว่ากันอยู่ เม็กน่าจะปิดมือถือเอาไว้เลยติดต่อไม่ได้
ในตอนที่ไมเด้นสบตากับโทรุ เหมือนเธอจะรู้ว่าโทรุเองก็คงอยากจะทำอะไรแบบนั้นบ้างจึงพูดหยอกโทรุให้หน้าแดงก่อนจะเดินหนีไป
โทรุจึงรีบเดินตามไมเด้น ไมเด้นเดินมาหยุดที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์ห้องครัว เธอกำลังจะทำอาหารว่างกินตอนดึก
.
โทรุ : " ไมเด้น " (เดินเข้ามาทางด้านหลังของไมเด้น)
ไมเด้น : " ว่า? จะกินของว่างด้วยไหม " (ไมเด้นหันหลังให้โทรุอยู่ แต่พอโทรุเรียกเธอก็หันมาหา)
โทรุจับที่ต้นขาของไมเด้นและยกมันขึ้นก่อนจะดันไมเด้นขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์ห้องครัว
.
ไมเด้น : " จะทำอะไรนะ!? "
โทรุกระซิบข้างหูของไมเด้นและพูดว่า " ของว่างขอเป็นเธอแทนแล้วกัน "
.
____________________________________จบตอน__________________________________________