บรรยากาศบนอัฒจันทร์ยังคงคึกคักไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเสียงพูดคุยถึงผลการประลองคู่แรกที่จบลงอย่างรวดเร็วจนน่าขัน ณิชากลับมานั่งลงข้างๆ เชียร์ร่า รุจี และมาริน ด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับอดที่จะรู้สึกประหลาดใจระคนขบขันไม่ได้
'คนยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้มีเยอะเสียจริงแฮะ' ณิชาคิดในใจ 'อย่างรุจีกับมารินเองก็ดูจะไม่ถนัดการต่อสู้แบบตัวต่อตัวเท่าไหร่นัก ถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งจริงๆ คงลำบากน่าดู นอกจากท่านพี่เชียร์ร่าแล้ว...ก็มีแต่ข้านี่แหละที่ยังชนะผ่านมาได้แบบไม่ต้องออกแรงเลย'
คู่ที่สองของนางก็คือดารา นันทกุล ซึ่งพอเห็นชื่อตนเองประกบคู่กับณิชา สีหน้าของดาราก็ซีดเผือดราวเห็นมัจจุราช นางรีบยกมือยอมแพ้อย่างรวดเร็วจนกรรมการแทบจะขานชื่อไม่ทัน ทำให้เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นจากผู้ชมบางส่วน
ณิชาไม่ได้ให้ความสนใจกับการแข่งขันคู่อื่นๆ มากนัก นอกเสียจากคู่ของเชียร์ร่าแต่ก็เป็นอันต้องผิดหวังเพราะคู่ต่อสู้ของเชียร์ร่ายอมแพ้ทันทีเมื่อเห็นวงแหวนสีเหลืองของนาง และอีกคู่ที่น่าจับตามองคือการปะทะกันระหว่างโชติกา ศิษย์เอกอีกคนของผู้อาวุโสสาธิตา กับนักสู้จากตระกูลรองคนหนึ่ง ซึ่งโชติกาก็สามารถเอาชนะไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
‘เอ๊ะ...นี่ข้ากลายเป็นคนที่บ้าการต่อสู้ไปตั้งแต่เมื่อใดกัน’ ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจของณิชาอย่างไม่ทันตั้งตัว นางขมวดคิ้วเล็กน้อยกับความรู้สึกแปลกใหม่นี้
‘นั่นแปลว่าเจ้า...เติบโตขึ้นแล้วต่างหากล่ะ ยัยหนู’ เสียงเย็นชาอันคุ้นเคยดังขึ้นในห้วงความคิดของนางอย่างกะทันหัน
‘โอ๊ะ! เจ้า!’ ณิชาสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็พยายามเก็บอาการ ‘กลับมาแล้วรึ 'นิชา'?’
‘...’ ไม่มีเสียงตอบรับในทันที
"ไม่คิดจะบอกกันหน่อยหรือ ว่าหายไปไหนมา?" ณิชาคาดคั้นในใจอย่างไม่พอใจนัก "แล้ว...เจ้าไปทำอะไรกับร่างกายของข้ามากันแน่!? ข้ารู้สึกได้ว่าพลังเวทย์ของข้ามัน...มันหายไปช่วงหนึ่ง!"
'นิชา' ถอนหายใจเบาๆ ในที่สุดก็ยอมตอบ ‘ข้าก็กำลังจะบอกเจ้าอยู่นี่อย่างไรเล่า อย่าเพิ่งโวยวายไปจะได้หรือไม่?’ เดิมที 'นิชา' ค่อนข้างสงสัยในท่าทีที่เปลี่ยนไปของณิชา หลังจากที่จบการทดสอบแรก จึงลองเอ่ยปากลองเชิงดูบ้าง แต่ไม่คิดว่าณิชาจะคาดคั่นนางเช่นนี้
'นิชา' เล่าเรื่องที่นางทดลองใช้พลังของจี้กระจกทวิลักษณ์เพื่อแบ่งแยกกายหยาบของตนเองออกมาจากร่างของณิชาเป็นครั้งแรกให้ฟัง (โดยจงใจข้ามเรื่องการไปเผชิญหน้ากับไท่เซวียนไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเรื่องนั้น...มันน่าอับอายเกินกว่าที่นางจะยอมรับได้! แน่นอนว่านางได้ผนึกความทรงจำส่วนนั้นของตนเองที่อยู่ในร่างแยกไปแล้วเรียบร้อย และเนื่องจากณิชาคือร่างหลัก เมื่อร่างแยกกลับมารวมกัน ความทรงจำส่วนที่ถูกผนึกนั้นก็ไม่ได้ถูกส่งต่อมาด้วย ทำให้ตอนนี้ทั้งสองต่างก็ไม่ล่วงรู้ถึงเหตุการณ์บางส่วนที่อีกฝ่ายประสบมาในช่วงที่แยกจากกัน)
‘...ข้าเพียงแค่ทดลองดูว่าพลังของกระจกบานนี้จะทำอะไรได้บ้าง ข้าพบว่ามันสามารถแยกร่างสำรองของข้าออกมาได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ก็ต้องใช้พลังงานมหาศาลเช่นกัน’ 'นิชา' อธิบาย ‘ในกำไลมิติของเจ้า มีแหวนมิติวงหนึ่งอยู่ นั่นเป็นของข้าที่ติดมากับร่างสำรอง แต่ของที่อยู่ข้างในนั้นส่วนใหญ่แทบจะไม่มีประโยชน์อันใดกับเจ้าในตอนนี้เลย ของหลายอย่างมันถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในเมืองเขตเลขต้นๆ ที่มีอารยธรรมและไอเวทย์แตกต่างจากเมืองท้ายแถวเช่นนี้มากนัก’
"แต่...การที่เจ้าแยกร่างออกไปทดลองนั่น...มันทำให้พลังเวทย์ของข้าหายไปครึ่งหนึ่งเลยนะ!?" ณิชากล่าวในใจอย่างตำหนิ "นั่นมันเป็นอะไรที่แย่มากนะ! ถ้าข้าต้องไปสู้กับใครที่แข็งแกร่งกว่านี้จะทำอย่างไร!?"
‘ก็...มันเป็นความผิดพลาดในการคำนวณของข้าเองเล็กน้อย’ 'นิชา' ตอบเสียงอ่อยลงเล็กน้อยอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก นางเถียงไม่ออกจริงๆ เพราะสู้ด้วยเหตุผลไม่ได้ ได้แต่บ่นอุบอิบในใจว่า 'ยัยเด็กนี่ระยะหลังทำไมมันดูฉลาดแกมโกงขึ้นนักนะ'
สำหรับ 'นิชา' เอง นางก็ไม่ได้ล่วงรู้ถึงความสามารถหรือข้อจำกัดทั้งหมดของจี้กระจกอย่างถ่องแท้นัก นางก็เพิ่งจะเริ่มเรียนรู้และทดลองใช้งานมันอย่างจริงจังก็ตอนที่เข้ามาอยู่ในร่างของณิชานี่แหละ 'นิชา' เพียงแค่พยายามทดลองไปเรื่อยๆ เพื่อหาหนทางฟื้นคืนพลังของตนเอง หรืออย่างน้อยก็สร้างร่างถาวรสำหรับนางขึ้นมาใหม่ การแยกร่างได้สำเร็จในครั้งนี้ แม้จะชั่วคราวและมีผลข้างเคียง แต่ก็ทำให้นางเห็นแสงแห่งความหวังรำไร
‘เอาเถอะน่า อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไป’ 'นิชา' เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว ‘เจ้ายังไม่ทันได้เสียหายอะไร และข้าจะให้เจ้าในสิ่งที่สำคัญกว่านั้นมาก...ข้าคิดว่าข้าพอจะสอนวิชา "เพลงดาบเงาสังหาร" ให้เจ้าได้’
"เพลงดาบเงาสังหาร!?" ณิชาตื่นเต้นขึ้นมาทันที วิชาดาบที่ 'นิชา' เคยใช้สังหารศัตรูอย่างโหดเหี้ยมและรวดเร็วนั่นน่ะหรือ!
‘ใช่’ 'นิชา' ตอบ ‘แต่น่าเสียดาย...พื้นฐานของเจ้าในตอนนี้ยังอ่อนด้อยเกินไป แม้เจ้าจะฝึกฝน "วิชาดาบสายธารา" ที่เน้นความต่อเนื่องและพลิกแพลงจนสำเร็จกระบวนท่าพื้นฐานไปแล้วก็ตาม แต่มันยังขาดความเฉียบคมและความเด็ดขาดในการปลิดชีพศัตรูอยู่มากนัก’
‘ดังนั้น ก่อนจะเริ่มฝึกเพลงดาบเงาสังหาร เจ้าจำเป็นต้องฝึกฝนวิชาดาบอีกสายหนึ่งเพื่อเป็นการปูพื้นฐาน นั่นคือ "วิชาดาบสายอัศนี" ซึ่งเน้นความรวดเร็วปานสายฟ้าฟาดและความรุนแรงในการทะลวงจุดตาย วิชาสายนี้...บังเอิญว่ามันเป็นวิชาพื้นฐานสำคัญสำหรับเพลงดาบเงาสังหารบทแรกพอดี ข้าจะถ่ายทอดมันให้เจ้าเอง’
ณิชารับคำอย่างกระตือรือร้น ตั้งแต่ที่นางได้ปะทะกับสินีในการทดสอบรอบแรก นางก็ตระหนักได้ถึงจุดอ่อนของตนเองในการต่อสู้ระยะประชิด หากสินีไม่ประมาทนางจนเกินไป และหากนางไม่ได้โชคดีที่ทำให้สินีบาดเจ็บสาหัสในช่วงต้นของการต่อสู้ วันนั้นนางคงจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างแน่นอน แต่สำหรับตอนนี้น่ะหรือ...นางไม่ได้ให้ความสนใจกับสินีอีกต่อไปแล้ว! เป้าหมายของนางอยู่สูงกว่านั้นมาก!
"คู่ต่อไป! ณิชา ปะทะ สินี!" เสียงกรรมการประกาศก้องดังขึ้น บนความคิดของณิชา
‘ฮ่าๆ...เหมือนพระเจ้าของเธอจะพูดไว้นิ ’ นิชา แค่นเสียงในความคิด ‘บทสอบจะกลับมาหาเราเสมอ..จนกว่าเราจะสามารถผ่านมันไปได้ สินี คงเป็นบททดสอบของเจ้า’
‘หึ..ใช้ที่ไหนกัน’ ณิชายิ้มอย่างเย้ยหยั่น ทำให้ นิชา อดประหลาดใจไม่ได้
ณิชาเดินตรงไปยังที่พักของผู้อาวุโสมทินา "ท่านอาจารย์เจ้าคะ ข้ามีเรื่องอยากจะขออนุญาต"
"ว่ามาสิ" มทินาซึ่งกำลังสนทนากับผู้อาวุโสท่านอื่นอยู่ หันมามองศิษย์เอก
"ข้า...ข้าอยากจะขอใช้พลังที่แท้จริงของข้า...พลังจากดาบจำแลงในการประลองครั้งนี้เจ้าค่ะ" ณิชาเอ่ยขออนุญาตเนื่องจากมทินาเคยห้ามไว้
มทินาครุ่นคิดอยู่สักพักหนึ่ง นางทราบดีว่าสินีนั้นแข็งแกร่งเพียงใด โดยเฉพาะเมื่อนางได้ทักษะ "วิหคเพลิง" และฝึกฝน "หมัดตะวันเดือด" จนชำนาญแล้ว ณิชาไม่มีทางสู้เลยถ้าไม่ได้ใช้ทักษะจำแลงดาบ แต่ว่า…….นางกำลังจะเอ่ยปากให้ณิชายอมแพ้ในรอบนี้เสีย เพื่อปกปิดไว้ให้นานที่สุด
แต่ก่อนที่มทินาจะได้ทันพูด! เสียงเย้ยหยันอันแหลมสูงของผู้อาวุโสนักบุญสาธิตาก็ดังแทรกขึ้นมาทันที! "ฮึ! นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็ศิษย์คนโปรดของท่านมทินานี่เอง! คิดจะเอาลูกแก้วกิ๊กก๊อกที่อาจารย์เจ้าให้มาสู้กับศิษย์เอกของข้างั้นรึ? ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย! ข้าว่า...ยอมแพ้ไปเสียแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่เจ็บตัวเปล่านะ ฮ่าๆๆ!"
เส้นความอดทนสุดท้ายของมทินา...ขาดผึงลงทันที! "ณิชา!" นางตวาดเสียงกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ขึ้นไปบนเวที! แล้วสั่งสอนนังเด็กอวดดีนั่นให้มันรู้สำนึก! กระทืบมันให้จมดินไปเลย!"
สินีซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล ได้ยินคำท้าทายนั้นก็แสยะยิ้มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า "เชิญเข้ามาได้เลย...ณิชา! ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า เจ้าจะพัฒนาไปได้สักแค่ไหนกันเชียว! ขอบอกไว้ก่อนนะว่าข้าได้ศึกษาท่วงท่าดาบอันอ่อนหัดของเจ้าจนทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว! วันนี้แหละ ข้าจะแสดงให้เจ้าได้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของ "สามสิบหกหมัดตะวันเดือดฟ้า" ให้เป็นขวัญตา! ขอแค่ข้าหลีกเลี่ยงการปะทะแบบแลกหมัดโง่ๆ ของเจ้าในช่วงแรก และรอจนถึงหมัดที่สิบหกเป็นต้นไป...ชัยชนะย่อมเป็นของข้าอย่างแน่นอน! จะไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหมือนครั้งก่อนอีกแล้ว!" นางประกาศอย่างมั่นอกมั่นใจ
“เริ่มการประลองได้” กรรมการประกาศ การประลองเริ่มขึ้น!
สินีไม่รอช้า! นางปลดปล่อยพลัง "สามสิบหกหมัดตะวันเดือดฟ้า" ออกมาอย่างไม่ปิดบังอำพรางแม้แต่น้อย! ทักษะ "กายาหงส์อัคคี" ถูกใช้ออกมาในทันทีเพื่อเสริมความเร็วและพลังทำลายของหมัด! ไอความร้อนแผ่กระจายไปทั่วเวที! นางต้องการจะบดขยี้ณิชาให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อลบรอยด่างพร้อยจากความพ่ายแพ้ สำหรับครั้งก่อน!
"หึ! หอฝึกยุทธ์ของเจ้ามีวรยุทธ์ร้ายกาจก็จริงอยู่…แต่…หอฝึกเวทย์ของข้าก็มีอย่างอื่นเช่นกัน" ณิชาเยาะเย้ยกลับ "ต่อหน้าพลังที่เหนือกว่า..วิชาของเจ้าไม่มีประโยชน์อะไร!"
สิ้นเสียง! วงแหวนสีเหลืองทองอันเจิดจ้าพลันปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของณิชาอย่างเต็มรูปแบบ!
ทั้งสนามประลองตกอยู่ในความเงียบงัน! "จอมเวทย์ทวิลักษณ์ระดับสองดาว! นางคือ จอมเวทย์ทวิลักษณ์ระดับสองดาว! เป็นไปไม่ได้! ด้วยอายุเพียงแค่นี้!?" เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ!
ไม่ใช่แค่นั้น! พลันบังเกิดมวลอากาศอันศักดิ์สิทธิ์หมุนวนอยู่เบื้องหลังร่างของณิชา ละอองแสงสีทองละเอียดระยิบระยับเริ่มก่อตัวขึ้นทีละน้อย สอดประสานกันดุจดวงดารานับล้านบนฟากฟ้ายามราตรี ก่อนจะค่อยๆรวมตัวกันเป็นรูปร่างอันเลือนรางแต่แฝงไว้ด้วยความยิ่งใหญ่! บรรยากาศโดยรอบพลันสงบนิ่งลงอย่างน่าประหลาด ราวกับสรรพสิ่งกำลังหยุดนิ่งเพื่อรอคอยการสำแดงเดชแห่งเทพเจ้า!
อึดใจต่อมา เงาร่างนั้นก็พลันชัดเจนขึ้น! ปรากฏเป็นเทพธิดาผู้สง่างามในชุดเกราะทองคำอร่าม ปีกสีทองอร่ามคู่ใหญ่มิได้สยายออกเต็มที่ หากแต่โอบล้อมร่างของณิชาไว้ดุจปราการศักดิ์สิทธิ์ ดวงพระพักตร์ของเทพธิดานั้นนิ่งสงบ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจอันลึกล้ำเกินหยั่งถึง นัยน์ตาสีทองทอประกายเย็นเยียบจ้องมองไปยังสินีราวกับกำลังพิจารณาชีวิตอันต่ำต้อย! รัศมีแห่งความขรึมขลังและน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมา กดดันจนผู้คนในสนามประลองหลายคนถึงกับหายใจติดขัด!
เพล้ง!
เชียร์ร่าที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นดื่มถึงกับทำถ้วยชาในมือตกแตกกระจาย! ดาบสีทองอร่ามเล่มงามค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในมือของณิชาอย่างสง่างามและน่าเกรงขาม!
เหล่าผู้นำตระกูลและคณาจารย์ทั่วไป ไม่เคยพบเคยเห็นทักษะอันน่าอัศจรรย์เช่นนี้มาก่อนในชีวิต!
ณ ห้องทำงานส่วนตัวที่มองเห็นลานประลองได้อย่างชัดเจน ผู้อำนวยการใหญ่แห่งโรงเรียนสหเวทย์ สาขา 896 ซึ่งกำลังเฝ้าดูการประลองผ่านหน้าจอภาพเสมือน พึมพำออกมาเบาๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนใจอย่างลึกซึ้ง...
"ทักษะจำแลงอาวุธ...ธาตุแสง…มีอยู่ในที่เช่นนี้ด้วยรึ..."
แต่….ความตกตะลึงยังไม่จบอยู่เพียงแค่นั้น! ในขณะที่ดาบเล่มแรกยังคงอยู่ในมือของณิชา! วงแหวนสีเหลืองทองที่ด้านหลังของนางก็พลันหมุนวนอีกครั้ง! ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ช่องประทับลูกแก้ววิญญาณช่องที่สอง!