ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 33 นามของนางจะระบือไกลทั่วหล้า

            เมื่อคำท้าสิ้นสุด เข็มเงินสามเล่มพลันโจมตีใส่ผนังรถม้าตามการเคลื่อนไหวของแขนนางและพวกมันแทงทะลุผนังทุกเล่ม!ม้าที่เทียมรถร้องตกใจ ด้วยความเร็วขนาดนี้ ด้วยความรุนแรงขนาดนี้กระทั่งองครักษ์ชุดเทายังจับไม่ได้เลย! 

            “นายท่าน!” องครักษ์ลับสี่นายโผล่ออกมาคุ้มกันด้านหน้าของชายผู้นี้ทันที

            ไป๋เซียงจู๋ยกยิ้ม บุรุษผู้นี้วางอำนาจไม่เบา มีองครักษ์ลับคอยคุ้มครองอย่างที่คาดต่อไปนี้นางคงต้องหาองครักษ์ไว้ปกป้องตนในที่รโหฐานทุกเมื่อบ้างแล้ว

            การข่มขวัญอย่างตรงไปตรงมานี้ทำให้ชายบนรถม้าหรี่ตาลงเล็กน้อยภายในใจยิ่งรู้สึกอัศจรรย์เหลือแสน ทั่วทั้งแคว้นฉีนี้ยังไม่มีใครเคยกล้าข่มขวัญเขานับประสาอะไรกับสตรีเอวบางร่างน้อยวาจาอวดดี!

            น่าสนใจ น่าสนใจยิ่งนัก

            เขาเก็บความประหลาดใจบนใบหน้าโบกสะบัดชายแขนเสื้อยาวสีขาวปุยเมฆ นัยน์ตาฉายแววเย็นชา “ต่อให้เข็มเงินของเจ้าของรวดเร็วปานใดเหล่าองครักษ์ของข้าก็เป็นยอดฝีมือชั้นหนึ่ง เจ้าไม่กลัวการกระทำบุ่มบ่ามของตนจะทำให้หัวหลุดจากบ่าฉับพลันหรือ”

            “หากคุณชายไม่หวงแหนชีวิตก็พนันกับข้าได้นะเจ้าคะของเดิมพันคือชีวิตของพวกเรา ลองดูว่ากระบี่ขององครักษ์เหล่านี้เร็วหรือว่าเข็มของข้าแม่นยำกว่า!”

            ในอดีตชาติ ชีวิตที่อุทิศตนทำเพื่อเหยียนอี้เลี่ยจะแทบไม่เปรอะเปื้อนโลหิตเลยหรือ จะไม่เคยผ่านความยากลำบากใดเลยหรือ หากองครักษ์เพียงไม่กี่นายทำให้ตนอกสั่นขวัญแขวนได้ ไป๋เซียงจู๋จะล้างแค้นได้อย่างไร จะทำให้คนพวกนั้นชดใช้ความเจ็บปวดในอดีตของนางเป็นหลายเท่าได้อย่างไร

            ดวงตาของบุรุษหลังม่านยากจะซุกซ่อนอาการตื่นตาตื่นใจเอาไว้ได้

            ตนขึ้นเหนือล่องใต้ไปทั่ว เคยเจอสตรีมานับไม่ถ้วนมีทั้งรูปงาม มีทั้งฉลาดหลักแหลม มีทั้งเชี่ยวชาญการต่อสู้ มีทั้งอ่อนโยนดุจสายน้ำ มีทั้งหยิ่งทะนงจองหองทว่าไม่เคยพบเคยเจอสตรีเช่นนี้มาก่อน

            เก่งกล้าสามารถถึงขนาดนี้อหังการจนไม่แม้แต่จะประดิษฐ์กิริยาด้วยซ้ำ และนางยังกล้าข่มขู่เขาอย่างไม่กลัวตายเสียด้วยนางผยองโดยที่มีใจกล้าแกร่ง เป็นใจกล้าแกร่งที่ไม่กลัวกระทั่งความตาย

            ขอถามสักคำว่ามีใครในโลกนี้ที่ไม่กลัวตาย ยิ่งไปกว่านั้นคนคนนี้เป็นเพียงสตรีนางหนึ่งเท่านั้น

            เมื่อคนคนหนึ่งไม่กลัวกระทั่งความตายบนโลกนี้ก็ไม่มีสิ่งใดสามารถสยบนางได้อีกแล้ว!

            ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ !

            “ขอบังอาจถามนามของแม่นางได้หรือไม่”

            “ข้าแซ่ไป๋”

            แซ่ไป๋? แซ่ไป๋มิใช่แซ่ที่คนใช้เยอะนัก แต่ที่มีสาวใช้ติดตามและแต่งกายไม่ธรรมดานั้นมีอยู่แค่สกุลเดียวเขาครุ่นคิดแล้วถามออกไป “คุณหนูไป๋ชิงโหรวแห่งจวนไป๋?”

            ตู้เจวียนที่อยู่ข้างๆ กำลังจะชี้แจงด้วยความไม่พอใจ แต่กลับถูกไป๋เซียงจู๋ส่งสายตาห้ามไว้

            ไป๋เซียงจู๋แสยะยิ้มเย็น ชายตามองอย่างผึ่งผายจากนั้นจึงหันหลังจากไป “นามของข้าภายภาคหน้าทั้งโลกจะได้รู้จักโดยทั่วกัน!”

            ทุกคนรู้จักแต่ไป๋ชิงโหรวแห่งจวนไป๋ใช่หรือไม่ เช่นนั้นในชาตินี้นางจะทำให้ชื่อไป๋เซียงจู๋ของตนเลื่องลือทั่วหล้าเอง!

            ขณะมองแผ่นหลังอรชรของหญิงสาว นัยน์ตาของชายหนุ่มส่องประกายแปลกประหลาด

            ชายหนุ่มชุดเทารอรับคำสั่ง “นายท่าน จะให้ส่งคนสะกดรอยตามนางหรือไม่ขอรับ”

            “ไม่ต้อง” ภายในรถม้า บุรุษงามสะท้านแผ่นดินหลับตาลงเล็กน้อยทว่าริมฝีปากยกขึ้นเผยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ไร้เทียมทาน “หลังจากนี้จะได้พบกันอีกแน่นอน”

            จวนไป๋แม้เป็นวาณิชหลวง แต่ช่วงนี้กำลังเฟื่องฟู

            หากมิใช่ไป๋ชิงโหรว ก็เป็นอีกคนหนึ่งแล้วล่ะ...

            เมื่อครู่มีลมพัดผ่านเขาเห็นใบหน้าหลังผ้าคลุมบางเบาของนางชัดเจนแจ่มแจ้ง ใบหน้าที่โสภายิ่งเช่นนี้ในขณะเดียวกันกลับสุขุม โอหัง และมั่นใจ ควบคุมทุกสิ่งได้อย่างสมบูรณ์แบบรวมถึงความเยือกเย็นในดวงตาคู่งามนั้นที่ทำให้กระทั่งเขายังตกตะลึงด้วย

            ทั้งที่เป็นเพียงหญิงสาวที่ไม่มีแม้แต่แรงจับไก่ [1] กลับหยิ่งผยองถึงขนาดนี้ได้บนโลกมีสตรีเช่นนี้อยู่น้อยนิด ช่างน่าสนใจนัก เขาถูกใจเข้าแล้ว

            รถม้าเคลื่อนที่จากไปไกล

            นัยน์ตาสงบนิ่งของไป๋เซียงจู๋ฉายแววกระแสความคิด

            “คุณหนูเมื่อครู่ตอนองครักษ์ลับนั่นปรากฏ พวกเขามีตราหงส์ไฟประกาศิตติดตัวน่าจะเป็นคนของราชวงศ์นะเจ้าคะ” จู่ๆตู้เจวียนกลับเอ่ยขึ้นมาในเวลานี้

            “โอ๊ะ? เจ้าเห็นหรือ” ไป๋เซียงจู๋ประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะรอบคอบทีเดียวองครักษ์นั่นปรากฏตัวแค่ชั่วครู่ก็ถูกชายในรถม้าสั่งให้ถอยแล้วการที่เด็กคนนี้สามารถสังเกตเห็นรายละเอียดนี่ได้แสดงว่านางมองคนไม่ผิดจริงๆ

            ตราหงส์ไฟประกาศิตมีผู้ครอบครองเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นมันเป็นตัวแทนขององค์ชายต่างสกุลผู้สูงศักดิ์ เฟิ่งเจาเกอ!

            นางพอจะเดาออกตั้งแต่แรก เพียงแต่ยังไม่ค่อยแน่ใจทว่าตอนนี้ยิ่งเชื่อมั่นว่าใช่แล้ว

            เฟิ่งเจาเกอ พระมาตุจฉาของเขาเป็นฮองเฮาองค์ปัจจุบันแห่งอาณาจักรต้าฉีหลังจากองค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ ฮองเฮาทรงให้กำเนิดโอรสธิดาไม่ได้อีกต่อไปจึงรับเด็กคนหนึ่งจากสกุลเฟิ่งฝ่ายตนมาเป็นพระราชโอรส ซึ่งก็คือเฟิ่งเจาเกอนั่นเอง

            เขาถูกฮองเฮาเลี้ยงดูฟูมฟักดั่งลูกชายในไส้และด้านสกุลเฟิ่งก็สงวนตำแหน่งทายาทในภริยาเอกไว้ให้เขาเสมอมา

            เฟิ่งเจาเกอไม่ได้ดูผิดที่ผิดทางเหมือนบุตรบุญธรรมที่ถูกอุปการะคนอื่นตรงกันข้าม เขาไม่เพียงแต่ทรงอำนาจในต้าฉี แม้แต่ในสกุลเฟิ่งแห่งต่างแคว้นเขาก็ถือครองฐานะรัชทายาท

            ในอดีตชาติ เขาคนนี้คือหนึ่งในศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดของเหยียนอี้เลี่ยชายคนนี้มีความสามารถรอบด้านน่าทึ่ง เหลี่ยมจัดร้ายกาจไม่ด้อยไปกว่านางชาติก่อนหากมิใช่เพราะนางใช้แผนนั้น ท้ายที่สุดผู้ครองราชบัลลังก์คงเป็นเขา

            ช่างบังเอิญเสียจริง เกิดใหม่มาพบกับสหายร่วมโลกเก่าชาตินี้ดูท่าจะไม่ใช่ศัตรูอีกแล้ว อย่างดีอาจได้กลายเป็นพันธมิตรกันด้วย

            ศัตรูของศัตรูก็คือมิตรเพียงแต่เฟิ่งเจาเกอผู้นี้มีนิสัยเย็นชา เข้าถึงตัวยากยิ่ง แล้วยังคาดเดาความรู้สึกนึกคิดไม่ได้การจะใช้ประโยชน์จากเขาคงยากไม่เบา

            นางจำได้เลือนรางว่าชาติก่อนเฟิ่งเจาเกอโอรสในนามของฮองเฮาคนนี้ไปยังแดนอสูรเพื่อฝึกวิชาหาความรู้นึกไม่ถึงว่าแอบกลับเมืองเหลียงอย่างลับๆ ท่าทางเมืองหลวงจะมีนาฏกรรมแสนบันเทิงให้ชมอย่างต่อเนื่องแล้วในเมื่อชาตินี้นางถูกลิขิตให้ต้องกวนน้ำสระนี้จนกว่าจะขุ่นโดยเลี่ยงไม่ได้จะดีกว่าหรือไม่หากขอความร่วมมือจากคนพวกนี้ทำให้ทั่วหล้าปั่นป่วนจนฟ้าพลิกแผ่นดินกลับเสียเลย!

            ----------------------------------------

            สามวันถัดมาหออวิ๋นฉางส่งเสื้อผ้าอาภรณ์จำนวนหนึ่งมาให้

            เสื้อผ้าตัดเย็บได้ไม่เลวแต่เครื่องประดับพวกนี้ไม่ค่อยเหมาะสมออกงาน

            “คุณหนูนี่ไม่ใช่ปิ่นมุกปิ่นหยกที่พวกเราเลือกไว้ตั้งแต่แรก” ตู้เจวียนขมวดคิ้วนิ่วหน้าหลังจากเห็นเหล่าเครื่องประดับศีรษะที่สีสันไม่สวยงามฝีมือการทำและแบบก็แย่เหลือเกิน

            คุณหนูจ่ายเงินสำหรับของจากหออวิ๋นฉางเอง ทว่านั่นไม่ใช่สำหรับเครื่องประดับพวกมันถูกสั่งทำขึ้นและส่งมายังจวน จากนั้นก็แบ่งสรรโดยส่วนกลาง ตอนแรกนายหญิงรับสั่งไว้แล้วบัดนี้เครื่องประดับทั้งหลายกลับออกมาเป็นเช่นนี้ถึงเวลาจะไปร่วมงานเลี้ยงชมดอกไม้ของพระสนมกุ้ยเฟยอย่างไรเล่า

            ไป๋เซียงจู๋มองเครื่องประดับสีหมองงานหยาบพวกนั้นมุมปากกระตุกรอยยิ้มหยัน

            ท่านน้าสะใภ้คนดีกลัวนางจะช่วงชิงความโดดเด่นไปจากน้องสาวน่ะสิจึงขัดขวางนางด้วยวิธีนี้

            “ข้ารู้”

            “คุณหนูรู้แล้วยังอยู่เฉยแบบนี้อีกไม่ได้นะเจ้าคะ บ่าวจะไปอธิบายกับนายหญิงเดี๋ยวนี้”

            อารมณ์โมโหของตู้เจวียนปะทุแล้ว กำลังจะนำเครื่องประดับสภาพชั้นเลวเหล่านั้นไปพบฮูหยินเฒ่าทันที

            “กลับมา!” ไป๋เซียงจู๋บีบนวดขมับตน เด็กคนนี้ฉลาดเฉลียวทว่าควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ หุนหันพลันแล่นง่ายเกินไป

            “คุณหนู” ตู้เจวียนกระทืบเท้าอย่างไม่เต็มใจ มองมายังไป๋เซียงจู๋ด้วยสีหน้ากระวนกระวายและจนปัญญา

            คุณหนูมักเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่สู้รบตบมือก่อนหน้านี้บอกว่าจะชิงทุกอย่างคืนมา แต่ตอนนี้คนอื่นเขาข่มเหงรังแกถึงตัวแล้วไฉนจึงทำเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับตน นางในฐานะสาวใช้ร้อนใจแทบตายแล้ว

            “ในเมื่อท่านน้าทำถึงขนาดนี้นางย่อมเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ ไม่กลัวว่าพวกเราจะไปฟ้องท่านยายแน่ อีกอย่างนะท่านยายอายุอานามไม่น้อยแล้วข้าไม่ต้องการให้ท่านเดือดเนื้อร้อนใจเพื่อข้าไปเสียทุกเรื่อง”

            “แต่คุณหนูเจ้าคะ...” ตู้เจวียนยังคงรู้สึกไม่อยากยอมจำนน

            ขณะตู้เจวียนกำลังจะพูดบางอย่างสี่เชวี่ยสาวใช้เบ็ดเตล็ดนอกเรือนกลับถือกล่องใบหนึ่งเข้ามา

             

     

    เชิงอรรถ

    [1]手无缚鸡之力 ไม่มีแม้แต่แรงจับไก่ หมายถึงบอบบาง พละกำลังน้อยมาก