ตอนที่ 202 ปลา?!
“เป็นเกมกระดานที่น่าสนใจมากเลย” ขุนนางยศศักดิ์บารอนและสหาย ต่างลุกไปดูถึงวิธีการเล่นของเกมกระดานที่คาห์นได้บอกเอาไว้ด้วยความสนอกสนใจ พวกเขาต่างจ้องมองหมากฮอสที่ถูกโขกลงไปบนกระดานเสียงดัง
‘ปัก ปัก’
ตัวหมากที่ทำมาจากไม้เนื้อแข็งที่ถูกแกะสลักให้มีรูปร่างเป็นเบี้ย เมื่อกระทบกับกระดาน ก็พลันเกิดเสียงที่ฟังดูน่าตื่นเต้นให้อารมณ์เหมือนกับเราได้กำหนดหมากที่จะใช้ในการเดินทัพมากทีเดียว
และเหนือสิ่งอื่นใด การที่ผู้เล่นสามารถเดินบุกเข้าไปในแดนคู่ต่อสู้ แล้วจะได้รับการเลื่อนขั้นเป็น ‘ฮอส’ ซึ่งวิธีการเดินก็จะเปลี่ยนไป โดยสามารถที่จะเดินหน้าหรือหลัง ได้ตามที่ต้องการ
อีกทั้งยังสามารถเคลื่อนที่ไปได้หลายช่องขอเพียงให้อยู่ในแนวทแยง ทำให้การละเล่นหมากฮอสสามารถครองใจและมัดใจ กลุ่มผู้เล่นในละแวกป่าดาราฉายได้อย่างอยู่มัด
ทำให้ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แม้ร้านอาหารสามเวลาจะมีลูกค้าน้อยลงไปมาก แต่ก็ได้ลูกค้าขาประจำเหล่านี้แวะเวียนกันมาเล่นหมากฮอสในช่วงเย็น ไม่ให้ร้านต้องเงียบเหงาไปตลอดทั้งวัน
ทั้งนี้การได้กลุ่มของท่านบารอนเข้ามาเพิ่ม ก็ช่วยให้วงหมากฮอสดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก เพราะหลังจากทุกคนได้เรียนรู้ถึงวิธีการเล่น ผนวกกับยืนดูผู้ชนะประจำร้านอย่างคุณตาเกล มาหลายกระดาน
ก็ถึงคราวที่พวกเขาจะลงสนาม ลองเล่นกันจริงๆ แล้ว โดยมีคาห์นเป็นพี่เลี้ยงและคอยซ้อมมือให้กับ เด็กใหม่อย่างพวกเขา เป็นด่านแรก
“เข้าฮอส! ฮ่าฮ่า ท่านเปิดพื้นที่มากเกินไปนะท่านบารอน”
คาห์นแสยะยิ้มที่หมากของเขาได้รับการเลื่อนขั้นเป็น ฮอส ได้ก่อนเป็นคนแรก
ซึ่งคาห์นก็อาศัยความได้เปรียบจากการเข้าฮอสได้ก่อน บุกทะลวงแนวป้องกันของขุนนางบารอนผู้นี้ได้ในรวดเดียว
สร้างความผิดหวังให้กับบารอนที่พลาดท่า ต้องเจ็บช้ำ ตั้งแต่ตาแรกที่ได้ลงเล่น แต่กระนั้นแม้ท่านบารอนจะแพ้ให้กับคาห์น
ทว่าเขากลับไม่ถอดใจ
“ขออีกตา”
“อีกตา” อยู่หลายครั้งหลายครา จวบจนกระทั่งอาหารเย็นที่ไลท์ พึ่งจะทำเสร็จก็ได้ถูกยกออกมาเสิร์ฟ
“อาหารมาเสิร์ฟแล้วครับ เอาไว้รับประทานอาหารกันเสร็จค่อยเล่นกันต่อนะครับ” ไลท์พูดเพียงประโยคเดียว เหล่านักโขกหมากฮอสก็รีบยกกระดานไปไว้ด้านข้างในทันที
ซึ่งก็มีบางคู่ที่กำลังจะเพลี่ยงพล้ำ พ่ายแพ้ให้กับคู่ของตน แอบใช้เวลานี้ ล้มกระดานไปเลยก็มี
“ฉันยังอยากเล่นต่อ...ท่านคาห์นได้โปรดมาเป็นคู่ซ้อมให้กับฉันด้วยเถอะนะ” บารอนที่กำลังหลงใหลในเกมกระดานหมากฮอสดูจะติดลมบน เข้าเสียแล้ว
หากแต่คาห์นกลับส่ายหน้า ขอปฏิเสธ เฉกเช่นเดียวกับลูกค้าขาประจำเองก็ล้วนแล้วแต่ปฏิเสธที่จะเล่นกันต่อ
“กินเสร็จค่อยเล่นกันต่อ จะดีกว่าครับ ขืน...ดื้อแพ่งไม่ยอมกินข้าว ท่านไลท์เกิดโมโหแล้วจะยึดเกมกระดานไปทั้งหมด พวกเราจะอดเล่นกันนะครับ” คาห์นและเหล่าสหายนักโขกหมากฮอส ต่างช่วยกันเตือนบารอนผู้ที่กระหายอยากจะเล่นต่อด้วยความหวังดี เพราะในก่อนหน้านี้ ตอนที่พวกเขาติดหมากฮอสกันงอมแงม
พวกเขาเหล่านี้เอาแต่เล่นกันจนไม่ยอมกินข้าวกินปลา ก่อนจะถูกไลท์ยึดเอาเกมกระดานนี้ไปทั้งหมด อดเล่นกันไปเกือบหนึ่งวันเต็มๆ กว่าไลท์จะยอมคืนเกมกระดานพวกนี้ให้กับทุกคนได้เล่นกันอีกครั้ง พวกเขาเหล่านี้ก็เกือบจะลงแดงตายอยู่รอมร่อ
หลังจากนั้น เมื่อถึงเวลารับประทานอาหาร ก็ไม่มีใครกล้า ดื้อแพ่งกับไลท์อีกเลยและเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอย พวกเขาจึงรีบเตือน บารอนผู้นี้เอาไว้ก่อนที่จะพาทุกคนซวยกันไปหมดนั่นเอง
บารอนดูท่าจะยังไม่ค่อยยินยอมกับต้องเลิกเล่นกลางคัน เนื่องจากยังไม่ค่อยได้รู้จักในตัวไลท์มากเท่าไรนัก แต่กระนั้นท่านบารอนและสหายก็ไม่อาจขัดต่อเสียงส่วนมากได้ ดังนั้นจึงทำได้แค่ กลับไปนั่งกับครอบครัวเพื่อรออาหารมาเสิร์ฟด้วยความเสียดาย
อย่างไรก็ตามหลังจากอาหารได้มาเสิร์ฟ เมื่อเปิดฝาที่ครอบอาหารออกมา พวกเขาก็ต้องตกตะลึงกันในทันที เมื่ออาหารที่อยู่ในจานของทุกคน มันคือ ปลา! นั่นเอง
ปลาที่ถือเป็นอาหารหายากในโลก The Gloria การจะจับปลามาทำเป็นอาหารแต่ละครั้ง ชาวบ้านต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้ายอยู่ตลอดเวลา เหตุไฉนมันถึงได้ถูกยกมาเสิร์ฟโดยร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ได้
“หรือพ่อครัวที่ชื่อว่า ไลท์ ตั้งใจเอาใจ คุณหนูนาเดียกับตนเองเป็นกรณีพิเศษ” ขุนนางยศศักดิ์บารอนคิดเข้าข้างตัวเอง เมื่อเห็นปลาทอดกรอบ ได้ถูกวางอยู่ตรงหน้าของตน ก่อนที่ระหว่างนั้นจะเหลือบไปเห็นโต๊ะข้างๆ ที่น่าจะเป็นโต๊ะของชาวบ้านทั่วๆ ไป ก็ได้รับการเสิร์ฟปลาทอดกรอบที่มีขนาดตัวพอๆ กับตนเอง ถูกเสิร์ฟด้วยเช่นเดียวกัน
‘ไม่ได้เอาใจฉันคนนี้สินะ?’
ท่านบารอนเบะปาก ด้วยความผิดหวัง เมื่อทึกทักเอาเองว่า พ่อครัวหนุ่มกำลังเอาใจตนเอง พลางชำเลืองมองไปยังโต๊ะของคุณหนูนาเดียและนักแสดงพริมโรส ที่ดูจะได้รับอาหารที่แตกต่างไปจากโต๊ะอื่นๆ ก็ตรงที่ ปลาของพวกเธอนั้น ดูจะมีสีสันที่แตกต่างออกไปจาก เมนูปลาทอดกรอบของพวกเขา ตรงที่มันไม่ได้ถูกนำไปทอดให้กรอบ
หากแต่ถูกปรุงสุกด้วยการ นำไปเผาไฟ หรือมีชื่อในเมนูว่า ปลาเผานั่นเอง
ปลาเผานั่น เหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก แต่อยากจะได้รับสารอาหารจากปลาที่ครบถ้วน ซึ่งทั้งนาเดียและพริมโรส ทั้งสองก็ได้แจ้งเรื่องที่พวกเธออยากให้ไลท์ช่วยดูแลรูปร่างของพวกเธอมาตั้งแต่ต้น
ทำให้ไลท์ที่ตั้งใจจะนำเมนูปลามาขายในร้านเป็นวันแรก ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเมนูปลาของพวกเธอให้เป็นปลาเผา หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เมนูของนาเดียและนักแสดงพริมโรสคือเมนูพิเศษก็ว่าได้
อย่างไรก็ตามสาระสำคัญที่ทำให้ทุกคนตกใจ จนแทบช็อก ไม่ได้อยู่ที่ปลาของใครเป็นเมนูปลาทอดกรอบหรือปลาเผา
แต่เป็นไลท์ไปหาปลาพวกนี้มาได้อย่างไรเสียมากกว่า?! พ่อครัวหนุ่มไม่รู้หรือไง ว่าการจับปลาพวกนี้ มันอันตรายถึงชีวิตมากแค่ไหน มิหนำซ้ำหากทางเอลฟ์ที่ปกปักรักษาน่านน้ำเกิดรู้เรื่องนี้เข้า เกรงว่าหมู่บ้านดาราฉายคงไม่รอดพ้นจากภัยพิบัติเหมือนกับที่หมู่บ้านสายหมอกต้องเผชิญอย่างแน่นอน
“ท่านไลท์ ไปหาพวกนี้มาจากไหน? หากไม่บอกที่มาที่ไป ให้แน่ชัดพวกเราเกรงว่าจะไม่มีใครกล้ากิน” ลูกค้าขาประจำต่างก็ดูเป็นกังวล พวกเขาทั้งช็อกทั้งสับสนไปหมดแล้ว ว่าจะกินดีหรือไม่กินดี กับเมนูปลาทอดกรอบที่ดูยั่วน้ำลายขนาดนี้
“ปลาพวกนี้คือปลาที่ผมเลี้ยงไว้ที่ฟาร์มครับ ผมรับรองและรับประกันได้เลยว่า ปลาพวกนี้คือปลาเลี้ยงที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับปลาในธรรมชาติ ฉะนั้นทุกคนไม่ต้องกังวลหรอกครับ ผมไม่ทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน” ไลท์ตอบกลับ เขาไม่กลัวเลยว่า ปลาของเขาจะไปทำให้ทางเอลฟ์ผู้ปกปักสรรพสิ่ง นั้นโกรธเคือง
เพราะปลาทั้งหมดที่เขาเลี้ยงไว้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับปลาในโลกใบนี้ แม้แต่ตัวเดียว เขาซื้อพันธุ์ปลามาจากในระบบร้านค้า อาหารที่ใช้ขุนเลี้ยงพวกมันก็ล้วนแล้วแต่เป็นของในระบบร้านค้า
ส่วนบ่อเลี้ยงปลา น้ำที่ได้ปล่อยให้ปลาของเขาได้แหวกว่าย ก็เป็นน้ำที่มาจากเจ้าโปริ่ง ดังนั้นหากชาวเอลฟ์มาหาเรื่องเขาหรือป่าดาราฉาบ ไลท์ก็จะไม่ยอมอยู่เฉยๆ ให้ถูกรังแก และไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับชาวเอลฟ์ที่ทุกคนต่างหวาดกลัวกันอีกด้วย
“ปลาเลี้ยง?! เราเลี้ยงปลาเองได้ด้วยเหรอคะ?”
นักแสดงพริมโรสและนาเดียเมื่อได้ยินว่าปลาทั้งหมดที่ถูกนำมาทำอาหาร เป็นปลาที่ไลท์เลี้ยงด้วยตัวเอง พวกเธอทั้งสองก็เกิดความสงสัย เฉกเช่นเดียวกับลูกค้าคนอื่นๆ ที่ก็คิดแบบเดียวกัน ว่าเราสามารถเลี้ยงปลาได้จริงๆ เหรอ
เพราะลำพังแค่จับปลามาได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมากแล้ว การจะเลี้ยงมันให้ออกลูกออกหลาน นั้นยิ่งไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนเลยในโลก The Gloria มันจึงกลายเป็นเรื่องที่น่าตกใจยิ่งนักเมื่อรู้ว่าไลท์นั้นสามารถเลี้ยงปลาได้แบบนี้
แน่นอนว่าในอาณาจักรลูนาเทีย ทางด้านของพระราชาโจเซฟ เดอ ลูน่า ก็เคยมีการทดลองเลี้ยงปลาที่เผอิญจับได้มาก่อนแล้ว แต่ก็ต้องผิดหวังอยู่ตลอด เมื่อผ่านไปได้แค่1-2 วัน ปลาก็หงายท้องตายกันหมดแล้ว
ใช่แล้ว...ปลาที่ถูกนำมาทดลองเลี้ยง ได้ถูกปล่อยให้อยู่ในบ่อปลาที่ปิดสนิท ที่ไม่มีออกซิเจน หล่อเลี้ยง จึงเป็นเหตุให้ปลาทุกตัวที่ถูกจับมาล้วนตายภายในไม่กี่วัน
ส่วนปลาที่ถูกทดลองเลี้ยงตามธรรมชาติ ที่ทางด้านของพระราชาโจเซฟได้ทำที่กั้นขึ้นมาในแม่น้ำ เพื่อไม่ให้ปลาว่ายหลุดออกไปจาก บ่อเลี้ยงธรรมชาติได้ ซึ่งปลาเมื่อได้รับออกซิเจนในการหายใจ ก็อยู่รอดได้หลายวัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถึงแม้ว่าปลาจะอยู่รอดได้หลายวันก็จริง แต่ก็มิอาจรอดพ้นจากหูตาของชาวเอลฟ์ไปได้เลย
พระราชาโจเซฟและเหล่าขุนนางจึงปักใจเชื่อว่า ที่ปลามีชีวิตรอดอยู่ได้ตามธรรมชาติ ทั้งหมดเป็นเพราะพลังจากชาวเอลฟ์คอยช่วยหล่อเลี้ยงให้พวกมัน ซึ่งพอไลท์ได้รู้เรื่องนี้จากปากของเอลล่า เขาจึงค่อนข้างมั่นใจว่า การเลี้ยงปลาของเขานั้นไม่น่าจะส่งผลกระทบใดๆ กับชาวเอลฟ์อย่างแน่นอน
“ได้ครับ ถ้าพวกคุณทั้งสองอยากจะไปดู พรุ่งนี้ผมขอเชิญทั้งสองท่านไปบ่อเลี้ยงปลาของผมดีไหมครับหรือลูกค้าท่านใดอยากจะติดตามไปด้วย ผมก็ขอเรียนเชิญเหมือนกันนะครับ แต่เกรงว่ากลิ่นของมูลสัตว์อาจจะรุนแรงไปสักหน่อย เพราะบ่อเลี้ยงปลาของผมอยู่ในฟาร์มของคุณไรอันครับ” ไลท์เชื้อเชิญลูกค้าที่สนใจไปดูบ่อเลี้ยงปลาของเขา อย่างไม่มีอะไรต้องปิดบัง
จะมีก็แค่ ขอให้รับกับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ ที่พอชาวบ้านในละแวกได้ยินว่า บ่อเลี้ยงปลาของไลท์นั้นตั้งอยู่ในฟาร์มของไรอันและจีน่า พวกเขาก็ต่างส่ายหน้ากันในทันที
“พวกเราเชื่อในตัวท่านไลท์อยู่แล้ว หากท่านไลท์บอกว่าไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับพวกหูแหลมนั้น พวกเราก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงท่านไลท์อีกต่อไป...พวกเราขออยู่เล่นหมากฮอสกันที่ร้านดีกว่า จริงไหมพวกเรา” หนึ่งในลูกค้าขาประจำที่หลงใหลในการเล่นหมากฮอส รีบบอกปัดคำเชิญของไลท์อย่างไม่ลังเล
มีอย่างที่ไหน นั่งเล่นหมากฮอสก็สบายดีอยู่แล้ว จะไปทนดมกลิ่นเหม็นในฟาร์มกันให้ลำบากทำไม?
ดังนั้นการไปชมบ่อเลี้ยงปลาจึงมีแค่กลุ่มของนาเดียและนักแสดงพริมโรสเท่านั้นที่ให้ความสนใจ ส่วนทางด้านกลุ่มของบารอน ความตั้งใจเดิมคือมาเพื่อพักผ่อนกันอยู่แล้ว การไปเยี่ยมชมฟาร์ม ไม่ต่างอะไรจากการต้องไปทำงาน
ครั้นกลุ่มของท่านบารอนจึงขอปฏิเสธไปด้วยเช่นเดียวกัน
“หากหมดเรื่องที่ทุกคนสงสัยกันแล้ว งั้นก็เชิญรับประทานอาหารกันต่อเถอะครับ ทิ้งไว้นานๆ เดี๋ยวปลาทอดกรอบจะเสียรสชาติหมด” ไลท์ส่งยิ้มให้กับทุกคน
ระหว่างนั้น โทมัส จิมและไลท์ ก็ได้แยกกันไปตามโต๊ะของลูกค้าต่างๆ เพื่อสอนถึงวิธีการกินปลาที่ถูกต้อง รวมไปถึงให้พวกเขาคอยแกะปลากันให้ดีๆ ระวังอย่าเผลอกินก้างปลาลงไป และอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายของลูกค้าได้
“ไลท์ค่ะ? ทำไมพวกเราถึงได้กินปลาเผา แตกต่างจากคนอื่นๆ ละคะ?”
พริสโรสเอ่ยถาม หลังจากสังเกตเห็นว่า มีเพียงโต๊ะของเธอเท่านั้น ที่ไลท์เสิร์ฟปลาเผาแทนปลาทอดกรอบ
“หรือว่าท่านไลท์ เอาใจโต๊ะเราเป็นกรณีพิเศษกันคะ” นาเดียกล่าวเสริม
“ไม่หรอกครับ ที่ผมเสิร์ฟปลาเผาก็เพราะทั้งสองท่านกำลังอยากที่ควบคุมน้ำหนักไม่ใช่เหรอครับ ปลาเผาพวกนี้ ไม่ได้ทอดด้วยน้ำมัน ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะทานแล้วน้ำหนักจะขึ้น ผมจึงได้ทำปลาเผาให้กับทั้งสองได้รับประทานแทน...หรือถ้าอยากจะลองกินปลาทอด เดี๋ยวผมจะให้คนยกมาเสิร์ฟก็แล้วกันนะครับ”
“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ พวกเรากินปลาเผาที่ ไลท์ทำให้ก็พอแล้ว” พริมโรสและนาเดียต่างพยักหน้าด้วยความเกรงใจและเขินอายที่ไลท์ได้ตัดเนื้อปลาเผาที่ขาวนวล ตักใส่ลงบนจานของพวกเธอ
ซึ่งในระหว่างนั้นทางด้านประตูห้องครัวก็ได้มี หญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งที่สวมใส่ผ้ากันเปื้อนสีขาวเหมือนกับไลท์ ถือจานที่มีปลาทอดกรอบออกมาเสิร์ฟให้กับทั้งสองคนที่โต๊ะเสียอย่างนั้น
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ พี่นาเดีย ^^”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy