จงลู่อันหันมาสบตากับอีกสามคนก่อนจะเอ่ยปากบอกด้วยน้ำเสียงตึงเครียดเล็กน้อย
"ทุกคนระวังตัวกันด้วยล่ะ!"
เสิงเจิ้นจู้ จ้งตี่โหวและลู่เหล่าหยาต่างเรียกกระบี่มาถือไว้ในมือ ก่อนจะพยักหน้าตอบรับไปทางจงลู่อันเป็นเชิงว่าพร้อมแล้ว เมื่อจงลู่อันเห็นดังนั้นก็สูดหายใจเข้าปอดเพื่อผ่อนคลาย ก่อนจะเดินนำเข้าไปทางปากถ้ำนั้นทันที
แต่ในขณะที่จงลู่อันก้าวเข้าไปในปากถ้ำเพียงครึ่งก้าว จู่ๆก็มีกรงเล็บแหลมคมพุ่งออกมาจากด้านใน ก่อนพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
ตู้ม!
กรงเล็บทั้งห้าเข้ากระแทกที่หน้าอกของจงลู่อันเต็มแรง จนร่างของเขาปลิวกระเด็นออกมาชนเข้ากับเสิงเจิ้นจู้ที่เดินตามหลังมา ทำให้ต่างคนต่างล้มหกคะเมนไปทั้งคู่
"พวกเจ้าบาดเจ็บกันหรือเปล่า!"ลู่เหล่าหยาที่ที่เดินรั้งท้ายเลยหลบหลีกได้ทัน พุ่งเข้ามาหาทั้งสองคนก่อนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
จงลู่อันลุกขื้นยืนพร้อมก้มมองดูหน้าอกของตนเองด้วยความจุกเสียด ยังดีที่ก่อนหน้านั้นเขาระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นว่ามีของบางอย่างพุ่งเข้ามาหาเขา จึงรีบยกกระบี่ขึ้นมาต้านรับไว้ได้ทัน มิเช่นนั้นหน้าออกของเขาคงได้แหกไปแล้วแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นแรงกระแทกก็ทำให้เขาเจ็บแปลบที่หน้าอกพอสมควร
ส่วนเสิงเจิ้นจู้ก็รีบลุกขึ้นมาปัดฝุ่นที่เกาะอยู่ตามร่างกาย แต่เมื่อเขาแหงนมองเข้าไปที่ปากถ้ำ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนกลายตกตะลึงนิ่งงันพร้อมกับเผลอหลุดอุทานออกมา
"มี..มีสัตว์อสูรอีกตัวหนึ่ง!"
คนที่เหลือได้ยินก็หันไปมองตามที่เสิงเจิ้นจู้บอก จึงได้เห็นว่าทางปากถ้ำตอนนี้ มีร่างของสัตว์อสูรที่มีหัวเป็นหมาป่าคล้ายกับตัวแรก ที่แตกต่างคือสัตว์อสูรตัวนี้จะมีรูปร่างที่เล็กกว่าหน่อย อีกทั้งขนทั่วร่างยังเป็นสีขาวราวกับหิมะ แต่กลิ่นอายที่แผ่กระจายออกมาบ่งบอกถึงพลังระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุด ทำให้พวกเขาไม่อาจสะกดกั้นความตื่นตระหนกไว้ได้
"มัน..มันปลุกสายเลือดให้ตื่นขึ้นมาได้แล้ว!"
จ้งตี่โหวเอ่ยออกมาเสียงสั่น เนื่องจากมันเป็นคนที่เน้นฝึกฝนพลังกายเสียส่วนใหญ่ จึงได้ค้นคว้าเกี่ยวกับพลังของสัตว์อสูรอยู่บ้าง ทำให้ทันทีที่มันเห็นสัตว์อสูรตัวนี้มีร่างกายคล้ายกับมนุษย์ ก็รู้เลยว่าสัตว์อสูรตัวนี้สามารถปลุกสายเลือดให้ตื่นขึ้นมาได้แล้ว
"เห็นทีพวกเราจะเจอเรื่องยุ่งยากเข้าเสียแล้ว!"
เสิงเจิ้นจู้กระชับกระบี่ในมือพร้อมกับตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือกับสัตว์อสูรตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว
"ช้าก่อน!"
จงลู่อันยกมือห้ามเสิงเจิ้นจู้ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบา
"เจ้าสังเกตุไหมว่าสัตว์อสูรตัวนี้เหมือนมันกำลังปกป้องอะไรบางอย่างอยู่ ไม่เช่นนั้นทำไมมันถึงไม่บุกเข้ามาโจมตีพวกเราอีก!"
เสิงเจิ้นจู้หันไปมองทางปากถ้ำ ก็สังเกตุเห็นว่าสัตว์อสูรตัวนั้นวนเวียนอยู่แต่ตรงปากถ้ำเหมือนอย่างที่จงลู่อันกล่าวจริงๆ จึงได้สูดหายใจเข้าลึกๆก่อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปพิสูจน์ดูเองว่ามันกำลังซุกซ่อนสิ่งใดอยู่!"
เสิงเจิ้นจู้ไม่รอให้คนอื่นคัดค้านก็พุ่งทะยานไปทางปากถ้ำอย่างรวดเร็ว และในทันทีที่เสิงเจิ้นจู้เข้ามาใกล้สัตว์อสูรที่อยู่ปากถ้ำก็พุ่งเข้าโจมตี พร้อมกับจิตสังหารที่ล้นทะลักออกมา
โฮ้กก!
เสิงเจิ้นจู้เห็นสัตว์อสูรพุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็วก็ไม่คิดประมาทแม้แต่น้อย รีบใช้ท่าร่างพริ้วตัวหลบออกไปด้านข้าง จากนั้นจึงวาดกระบี่เข้าใส่ร่างของมันทันที
"มังกรพิฆาต!"
คลื่นกระบี่ก่อร่างเป็นมังกรสีฟ้าอ้าปากกางเขี้ยวเล็บกระโจมเข้าใส่ลำตัวของมันอย่างรุนแรง
โฮ้กก!
สัตว์อสูรโดนมังกรสีฟ้าเข้ากระแทกก็ร้องออกมาด้วยความโกรธ ร่างที่ปลิวกระเด็นไปของมันพลิกตัวกลับ ตวัดขาเข้าใส่หัวไหล่ของเสิงเจิ้นจู้อย่างรวดเร็ว
ตู้ม!
แต่ในจังหวะนั้นเองจงลู่อันที่พุ่งตามมา ใช้กระบี่ทิ่มออกไปพร้อมกับระเบิดพลังสะกั้นขาข้างนั้นได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ
เปรี้ยง!
สัตว์อสูรไม่ทันระวังตัวถูกคลื่นกระบี่ที่จงลู่อันซัดออกมากระแทกร่างกระเด็นกระแทกพื้นเต็มแรง เสิงเจิ้นจู้ไม่รอช้ารีบพุ่งเข้าไปติดๆ ก่อนออกกระบวนท่าเข้าฟาดฟันใส่สัตว์อสูรอย่างรวดเร็ว
"พวกเราเข้าไปช่วยกันสังหารสัตว์อสูรตัวนั้นกันเถอะ!"
จ้งตี่โหวเห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้ยังคาดเดาไม่ได้เท่าไหร่นัก จึงเอ่ยปากบอกลู่เหล่าหยาก่อนเหาะเข้าไปสมทบกับจงลู่อันและเสิงเจิ้นจู้ทันที...
ย้อนกลับมาทางเทียนฉิน ร่างของสัตว์อสูรถูกห่อหุ้มไปด้วยน้ำแข็งจนมิด กลับปรากฏคลื่นสีดำแผ่กระจายออกมา ทำให้ชั้นน้ำแข็งค่อยๆเกิดรอยร้าวขึ้นก่อนจะแตกร่อนออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
"หืม! ในที่สุดก็ปรากฏตัวออกมาจนได้สินะ!"
เทียนฉินรู้สึกถึงความผิดปกติของตราผนึก ก็รีบหันมองไปทางร่างของสัตว์อสูร ทำให้เขาได้เห็นคลื่นสีดำที่กำลังกัดกร่อนชั้นน้ำแข็งอย่างชัดเจน จากนั้นไม่รอให้คลื่นสีดำนั้นทำลายน้ำแข็งจนหมด เทียนฉินก็พุ่งเข้าหาก่อนขับเคลื่อนพลังออกมาเต็มที่
"ตาข่ายฟ้า!"
"พิรุณโปรยปราย!"
คลื่นพลังถูกถักทอร้อยเรียงกันเป็นตาข่ายเพลิง ก่อนปกคลุ่มร่างของสัตว์อสูรจนมิด จากนั้นคลื่นดาบที่ผสานไปด้วยพลังของแก่นแท้ธาตุต่างๆก็ร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน เจาะทะลุร่างของสัตว์อสูรจนในที่สุดก็ไม่อาจต้านทางได้ ก่อนจะระเบิดจนกลายเป็นเศษเนื้อกระจุยกระจายเป็นวงกว้าง
และในทันทีที่ร่างของสัตว์อสูรระเบิดออกนั่นเอง ก็มีกลุ่มก้อนสีดำขนาดเท่ากำมือพุ่งหลบหนีออกมาจากร่างนั้นด้วยความเร็ว เทียนฉินยิ้มมุมปากอย่างรู้ทันก่อนสะบัดมือออกไปทันที
"เงาพิฆาต!"
เข็มสีทองเล่มเล็กถูกควบคุมด้วยกระแสจิตพุ่งตรงเข้าใส่กลุ่มก้อนสีดำนั้นอย่างรวดเร็ว กระบวนท่านี้เป็นหนึ่งในกระบวนท่าที่เขาไม่อยากใช้มากนัก เนื่องจากมันเป็นการโจมตีที่จิตวิญญาณโดยตรง หากไปใช้กับผู้ฝึกฝนทั่วไปเกรงว่าจะทำให้คนผู้นั้นถึงขั้นวิญญาณแตกสลาย จนเหมือนกับตายทั้งเป็นเลยทีเดียว
"ไม่..."
เข็มสีทองไร้เสียงไร้เงาแต่มีความว่องไวดุจสายลม ด้วยจิตวิญญาณของเทียนฉินที่มีพลังมหาศาล ชั่วพริบตาที่กลุ่มก้อนสีดำถูกเข็มทองพุ่งเข้าใส่ ก็ปรากฏเสียงแหบแห้งหวีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเงียบหายไปในที่สุด
"ไม่คิดว่าขนาดเหลือแค่ดวงวิญญาณชั่วร้าย พวกมันกลับสามารถใช้วิชาครอบงำวิญญาณได้อีก!"
หลงยู่หมิงส่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา
"ช่างเป็นวิชาที่ชั่วร้ายนัก!"
เทียนฉินเรียกดาบเพลิงนภาและเข็มทองกลับมา พร้อมกับสบถสาบแช่งอย่างรุนแรง และในจังหวะนั้นเองที่เสียงต่อสู้ทางปากถ้ำก็พลันดังขึ้น ทำให้เทียนฉินรีบหันไปมองด้วยความตกใจ
"มีสัตว์อสูรอีกตัวโผล่มาได้อย่างไรกัน?"
เมื่อมองเห็นภาพที่เกิดขึ้น เทียนฉินก็พลันตื่นตระหนกก่อนจะพุ่งทะยานไปทางนั้นอย่างร้อนใจ
"ช้าก่อนเจ้าหนู!"
ทันใดนั้นเสียงของหลงยู่หมิงก็ดังขึ้นมา ทำให้เทียนฉินหยุดชะงักกระทันหัน ก่อนรีบส่งกระแสจิตถามอย่
างเร่งรีบโดยสายตายังจดจ้องอยู่กับการต่อสู้ของพวกจงลู่อัน
"มีอะไรอย่างนั้นรึอาวุโสหลง?"
จบตอนที่ 179