“แก แกกล้าทำฉัน?” หลี่เจ๋ออันที่อวัยวะภายในเจ็บและกำลังชักอยู่อย่างต่อเนื่อง เขาสูดอากาศเย็นๆ เข้าปาก และตะโกนไปที่ฉินเฉา
“ถ้านายกลัวเจ็บ แล้วจะเล่นวอลเล่ย์ทำไม?” ฉินเฉาที่กำลังสูบบุหรี่อย่างดูถูกโดยไม่แม้แต่หันไปมองเขา “ก็อย่างนี้แหละ นายบอกว่านายเป็นนักกีฬาไม่ใช่เหรอ? ฉันคิดว่านายก็แค่ไอ้กระจอกที่ได้แต่รังแกผู้หญิงเท่านั้นแหละ”
“แก!” หลี่เจ๋ออันโมโห แต่ความเจ็บปวดที่เขาได้รับมาก็เกินจะทนไหว เขาพยายามลุกเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับฉินเฉา ตั้งแต่ที่เขาฝึกพระสูตรหัวใจ 9 เร้นลับ ความแข็งแกร่งของเขาก็ยากจะหาใครเทียบ มาตอนนี้เขาก็ประสบความสำเร็จในการฝึกพระสูตรหัวใจเพชรเล็กๆ แล้ว ทำให้ร่างกายของเขา จากบนลงล่างแข็งเหมือนเหล็ก ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกหลายจุด
แม้ว่าหลี่เจ๋ออันจะมีประสาทสัมผัสที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่ความต่างระหว่างทั้งสองคนก็เหมือนกับความแตกต่างระหว่าง ช้างและมด
“แกรอก่อนเถอะ ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!” หลี่เจ๋ออันส่งเสียงเรียกเด็กชายสองคนเข้ามาช่วยพยุงเขา
“มาเลย ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกัน ว่าพ่อแม่นายจะจัดการกับฉันยังไง” ในเมืองซู่หนาน ฉินเฉาก็ไม่กลัวที่จะฆ่าฟางหัว และทำให้หลี่ชาวหวาดกลัวจนฉี่รดกางเกง
ผิดกับ หลี่เจ๋ออัน คนนี้ เพราะว่าฉินเฉามาทำงานที่ตงชวนนี้แค่ 2 เดือน หลังจากนั้น เขาจะรีบจากไปทันที แม้ว่าพ่อของหลี่เจ๋ออันจะเป็นพันตรีของเมือง เขาก็ไม่สามารถควบคุมฉินเฉาได้
พ่วงด้วยฐานะบอดี้การ์ดของเหลียวตงไค ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเหลียวชาชา ถ้าใครกล้าลงมือกับฉินเฉา เหลียวตงไคคงไม่อนุญาต
ในการมีอยู่ของครูพละ ไม่ว่าหลี่เจ๋ออันจะโกรธแค่ไหน เขาก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับฉินเฉา
“ล้างคอรอไว้เลย!” หลังจากทิ้งคำพูดสกปรกไว้ หลี่เจ๋ออันก็จากไปพร้อมร่างที่เต็มไปด้วยฝุ่น และความแค้นคับอก
นักเรียนคนอื่นๆ ก็พากันแยกย้าย เพราะว่ากริ่งหมดคาบได้ดังขึ้นมาแล้ว
“ขอบคุณค่ะ!” อู๋ซิ่นเอามือกุมหน้าอก และถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก “ถ้าไม่ใช่เพราะความช่วยเหลือของคุณ คืนนี้ฉันคงต้องไปเดทกับหลี่เจ๋ออันแล้ว”
อู๋ซิ่นพูด หยิบกระเป๋าของเธอจากข้างสนามวอลเล่ย์ แล้วหยิบขวดน้ำออกมายื่นให้ฉินเฉา
“นี่ค่ะ ดื่มน้ำก่อน”
“ขอบใจ เป็นอะไรเหรอ? หรือว่าเขาจะกินเธอจริงๆ?” ฉินเฉาอดกวาดตามองสาวร่างสูงนี้ไม่ได้ กระแอมแห้งๆ ออกมา คีบบุหรี่ รับขวดน้ำมา และเปิดฝามันออกแล้วยกดื่ม
“หึ ชายคนนี้มีชื่อกระฉ่อนทั่วโรงเรียน เขามีชื่อเล่นว่า นักฆ่าเวอร์จิ้น” เหลียวชาชาพูดอย่างโมโห
“แค่ก!” น้ำแร่ที่ฉินเฉาเพิ่งดื่มเข้าไปถูกพ่นออกมา และตกลงบนหน้าอกของอู๋ซิ่น
นี่ทำให้หน้าอู๋ซิ่นแดง โชคดีที่เธอใส่ชุดออกกำลังกายของผู้หญิงไว้ข้างใน ไม่อย่างนั้น น้ำพวกนี้คงเผยให้เห็นอะไรต่อมิอะไรข้างในเสื้อของเธอแล้ว
“ขอโทษ ฉันขอโทษ!” ฉินเฉารีบขอโทษ และมองไปที่เหลียวชาชาที่อยู่ใกล้ๆ “ยัยหนู ไม่ใช่ว่าเธอก็มองเหรอ แล้วคำขอโทษเธอล่ะ”
“หึ! ฉันมองอะไร! ฉันแค่พูดความจริงเท่านั้น!” เหลียวชาชาโบกมืออย่างไม่พอใจ “อู๋ซิ่น ว่าไง คิดว่าที่ฉันพูดถูกมั้ย?”
“นี่...นี่...” อู๋ซิ่นหน้าแดง เธอเช็ดเสื้อของเธอด้วยทิชชู อายจนไม่กล้าพูดออกมา แม่วัวสาวนี้ต่างจากแต่ก่อนที่ดูมั่นใจและเด็ดเดี่ยว
เมื่อมองดูอู๋ซิ่นทำความสะอาดเสื้อผ้าบนรูปร่างที่ได้รูปของเธอ ฉินเฉาก็รู้สึกกระหายน้ำ เขารีบกลืนน้ำแร่เย็นๆ ลงไป พยายามดับกระหายความปรารถนาในใจของเขา
ตั้งแต่ที่เขาผลักหยูลู่ล้ม มันเหมือนกับมีอะไรบางอย่างในใจเขาตื่นขึ้น เมื่อก่อน เมื่อเขาเห็นสาวสวย เขาอย่างมากก็แค่จินตนาการ แต่มาตอนนี้ เมื่อเขาเห็นสาวสวย พวกเธอมักจะครอบงำความปรารถนาของเขา
‘หรือว่า หลัวเต๋อนี้ เมื่อก่อนก็เป็นพวกคลั่งเซ็กส์เหมือนกัน?’ ฉินเฉาคิด
“เอาล่ะ พักเที่ยงแล้ว เพื่อขอบคุณ ที่คุณช่วยเหลือ ฉันจะเลี้ยงมื้อนี้เอง!” เมื่อเช็ดเสื้อผ้าเสร็จ หน้าของอู๋ซิ่นก็สงบลงหน่อย และพูดกับฉินเฉา
“ลืมมันซะ!” โดยที่ไม่รอให้ฉินเฉาพูด เหลียวชาชารีบตะโกนออกมา “อู๋ซิ่น มันไม่ง่ายที่เธอจะทำงานพาร์ทไทม์ทุกวัน ให้ฉันดูแลเขาเอง ถ้าเธอเชิญเขาไปกินข้าว เขาจะกินจนเธอล้มละลาย!”
“อย่าห่วงไปเลย” อู๋ซิ่นยิ้มอายๆ “ฉันชวนไปกินที่โรงอาหาร อาหารที่นั่นถูกจะตาย”
“ต่อให้เป็นโรงอาหารก็เถอะ เขาจะกินจนอาหารที่นั่นหมด....” เหลียวชาชามองไปที่ฉินเฉา ขณะที่หรี่ตาของเธอมาที่เขา “เจ้านี่ไม่ใช่คน...เขาเป็นหมู....”
“ทำไมเธอพูดอย่างนั้นล่ะ...” ฉินเฉาหัวเราะ “ระวังไว้เถอะ ฉันจะกินจนทำให้บ้านเธอล้มละลาย”
“หึ แค่นายน่ะเหรอ?” เหลียวชาชาพูดอย่างภูมิใจ “ต่อให้มีนาย 100 คน ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้บ้านฉันล้มละลาย เป็นเด็กดีและติดตามคุณหนูคนนี้ นายจะไม่อดตาย”
“เธอหมายถึง คนใช้ส่วนตัวเหรอ?” ฉินเฉาพูดเสียงเบา
“ใช่....” ทันใดนั้นเหลียวชาชาก็หน้าแดง ก้มหัวลง และยื่นมือออกมาดึงชายเสื้อของฉินเฉา พร้อมกับเสียงที่เบาเหมือนยุง พูดว่า
“เรื่องนั้น...ขอบคุณ....”
“หะ? เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?” ฉินเฉาผู้ที่หูดีเสมอ ก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน กะพริบตา และถามเสียงดัง
“ฉันบอกว่า ขอบคุณ” สาวน้อยบุ้ยปาก แต่ว่าเสียงของคุณหนูคนนี้ยังเบาอยู่ดี
“อ๊า? พูดดังๆ หน่อย ฉันไม่ได้ยิน!”
“ฉินเฉา ไอ้เบื้อก! ฉันบอกว่า! ฉัน! ขอบ! คุณ!” เหลียวชาชาโมโห เธอแทบจะตะโกน 3 คำนี้ออกมา
“เฮ้อ อยู่ดีๆ หูฉันก็ไม่ดีขึ้นมา” ฉินเฉาแคะหูของเขา “ชาชาน้อย พูดอีกครั้งได้มั้ย แต่ครั้งนี้ขอดังๆ หน่อย?”
“ฉินเฉา ไปตายซะ!” เหลียวชาชายกเท้าขึ้น และเตะใส่หน้าแข้งฉินเฉา “ฉันจะตีนาย!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!” ฉินเฉาหัวเราะออกมาเสียงดัง “ใช่ ใช่ แบบนี้แหละถึงจะเป็นเธอ เธอเป็นทีเร็กซ์ชัดๆ ทำไมถึงต้องทำตัวเป็นผู้หญิงด้วย”
“นายนั่นแหละทีเร็กซ์!” เหลียวชาชาอยากจะแก้แค้นฉินเฉาเล็กๆ น้อยๆ แต่เธอทำได้แค่พูดออกไปด้วยความโกรธผ่านน้ำเสียงของเธอ เธอคิด ‘ไอ้เบื้อกฉินเฉานี่ ฉันรอที่จะรัดคอเขาไม่ไหวแล้ว แย่จริง ที่ฉันเป็นแค่หนูน้อยน่ารัก ไม่ใช่ทรานซ์ฟอร์เมอร์ส’
“ถ้าเธอไม่ใช่ทีเร็กซ์ แล้วใครจะเป็น!” ฉินเฉาพร้อมกับกายาเพชร ไม่สนใจว่าเหลียวชาชาจะตีเขายังไง
“งั้นบอกฉัน ใครกันถึงจะเรียกว่าผู้หญิง!” เหลียวชาชาไม่มั่นใจ และพูดออกมาเสียงดัง
“ดูนี่ เรามีอยู่นี่แล้วคนหนึ่ง!” ฉินเฉาพูด พร้อมดึงอู๋ซิ่นที่อยู่ใกล้ๆ เข้ามา และชี้ไปที่เธอแล้วพูดกับเหลียวชาชา
“ฮึ่ม!” ผิดคาด เหลียวชาชาไม่ปฏิเสธ เอามือกอดอก หันหัวหนี และไม่สนใจฉินเฉา
‘ในใจเขา ฉันเป็นผู้หญิงเหรอ?’ อู๋ซิ่นคิดกับตัวเอง หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้น เธอเร่งฝีเท้าเพื่อปกปิดใบหน้าที่แดงก่ำของเธอ
“พอแล้ว ทั้งสองคน หยุดทะเลาะกันได้แล้ว ไปกันเถอะ ก่อนที่พักเที่ยงจะหมด”
โรงเรียนหัวกะทิยังไงก็เป็นโรงเรียนหัวกะทิ แม้จะแค่โรงอาหารก็ต่างกับที่อื่น แม้ว่าจะชื่อว่าโรงอาหาร แต่มันกลับเหมือนร้านอาหารมากกว่า หลากเชฟหลากสไตล์ต่างอยู่ที่นี่ ไม่ว่าอยากจะกินอะไร ก็สามารถหาซื้อได้ทั้งนั้น
“ว่ากันว่า ที่โรงอาหารนี้ ต้องใช้การ์ด ฉันก็ไม่เคยกินที่นี่มาก่อนเหมือนกัน” เหลียวชาชา จากกระเป๋าของเธอ หยิบการ์ดออกมาเล่นในมือ “ครั้งนี้ฉันเลี้ยงเอง ไม่อย่างนั้นเธอจนแน่ ถ้าเลี้ยงเจ้านี่”
“ให้ฉันเลี้ยง!” อู๋ซิ่นตัดสินใจรักษาหน้าของเธอ “ฉันเพิ่งเติมเงินเข้าการ์ด 100 หยวน มันพอสำหรับอาหารสำหรับเรา 3 คน”
“ฟังฉันนะ มันไม่พอจริงๆ ....” เหลียวชาชามองไปทางฉินเฉา และทำท่าวางมาดไปทางเขา “แม้ว่าฉันจะไม่เคยใช้การ์ดนี้ แต่มันต้องมีเงินอยู่มากแน่นอน มาเถอะ เราจะใช้การ์ดใบนี้กัน”
จากนั้น โดยไม่ฟังอะไรอีก เธอนำทั้งสองคนจนมาถึงตรงหน้าร้านอาหารเสฉวน
“ฉันชอบกินอาหารเสฉวน ฉันไม่เกรงใจล่ะนะ” พร้อมกันนั้นเหลียวชาชา ก็แตะการ์ดเข้าที่เครื่อง
เสียง ติ๊ง! ดังออกมา ทำให้อู๋ซิ่นสะดุ้ง เพราะเครื่องแสดงแถวเลข 0 ยาวเหยียด
“แม่เจ้า 200,000” ฉินเฉาร้องออกมาอย่างยอมแพ้ พลางคิดว่า ‘ตอนฉันอยู่มหาลัย ฉันไม่เคยมีเงินในการ์ดเกิน 50 หยวน มีกับไม่มีนี่โคตรต่างกันจริงๆ’
เชฟเองก็ตาลายเหมือนกัน แม้ว่าที่นี่จะมีนักเรียนร่ำรวยจำนวนมาก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นนักเรียนถือเงินมากขนาดนี้
“คุณต้องการรับอะไรดีครับ?” หัวหน้าเชฟถามอย่างสุภาพ
“ในเมนูของคุณ เอามาทั้งหมด...” เหลียวชาชาคิดสักพัก “ทำมาอย่างละ 2 จาน”
“เอิ่ม...ครับ...”
ครั้งนี้ นักเรียนที่กำลังกินอยู่ในโรงอาหารพากันตะลึง พวกเขาคิด ‘เหลียวชาชาคนนี้จะสิ้นเปลืองเกินไปแล้ว พวกเขาจะกินอาหาร 30 กว่าจานนี้ได้เหรอ!’
“ชาชา มันไม่มากเกินไปเหรอ เสียของเปล่าๆ” อู๋ซิ่นดึงแขนสาวน้อย และพูด “เรามีแค่ 3 คน แม้ว่าฉินเฉาจะกินได้เยอะ แต่สั่งมาแค่ 5 จานก็พอ”
“เธอดูถูกความสามารถในการกินของเขาเกินไปแล้ว” เหลียวชาชาบุ้ยปาก เดินจากไป และนั่งลง
ฉินเฉายักไหล่ให้อู๋ซิ่นและตามไปนั่งกับเหลียวชาชาที่โต๊ะทานอาหารขนาดใหญ่ โรงอาหารสามารถวางโต๊ะแบบนี้ได้แค่โต๊ะเดียว
“พวกเธอ 3 คนออกไป ย้ายไปโต๊ะเล็กๆ ข้างๆ!”
เมื่อพวกเขานั่งลง เสียงที่ไม่น่าฟังก็ลอยมา เมื่อพวกเขาหันไปดู พวกเขาก็เห็นหลี่เจ๋ออันที่นำเหล่าเด็กชายหญิงกว่าสิบคนมาพูดอย่างอวดดีใส่พวกเขา
“หลี่เจ๋ออัน อย่าปากเก่งนัก!” อู๋ซิ่นขมวดคิ้ว และยืนขึ้น ตามมาด้วยหน้าอกที่ส่ายไปมา มันทำให้เหล่าเด็กชายตรงหน้าตาพร่ามัว หัวใจสั่นไหว
“ชื่อนายไม่ได้เขียนไว้บนโต๊ะ นายไม่มีสิทธิ์มาบังคับพวกเขาออกไป”
“พวกเธอมีกันแค่ 3 คน มันไม่เปล่าประโยชน์ไปหน่อยเหรอ ที่โต๊ะตัวนี้จะนั่งด้วยคนแค่ 3 คนน่ะ!” หลี่เจ๋ออันแสยะยิ้ม แล้วพูด “หลีกไปซะ พวกเราจะกินที่นี่”
ฉินเฉามองไปรอบๆ นิดหนึ่ง มันยังมีโต๊ะตัวอื่นอยู่ แม้ว่าจะไม่ใหญ่เท่าตัวนี้ แต่ก็พอสำหรับคน 10 กว่าคนที่จะนั่ง หลี่เจ๋ออันมาที่นี่ เหมือนกับจงใจมาหาเรื่อง
“คุณหนูคนนี้จะนั่งที่นี่!” เหลียวชาชาพูดทื่อๆ เหมือนกับเล่น PSP ของเธอ “ยิ่งกว่านั้น ยังมีชายสี่ขาที่ไม่ได้อาบน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปถึงสวรรค์ นายจะกินพร้อมกลิ่นเหม็นพวกนั้นได้ยังไง!”
“แม่เธอสิ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ร่างของฉันส่งกลิ่นเหม็นกัน!” เห็นชัดๆ ว่าหลี่เจ๋ออันไม่ใช่สุภาพบุรุษ เมื่อถูกเหลียวชาชาแหย่ เขาก็ระเบิดความโกรธพร้อมกับคำรามออกมา
“คำพูดของนายก็เหม็น” เหลียวชาชาเป็นคนที่ไม่ยอมถูกรังแก แต่ในโรงเรียนนี้ มีนักเรียนถือดีหลายคนมากวนเธอ นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เธอไม่อยากมาโรงเรียน
“เวรเอ๊ย เธอนั่นแหละยัยผู้หญิงเน่าเหม็น!” หลี่เจ๋ออันที่เด็กและเลือดร้อน คิดว่าพ่อแม่ของเขาจะสามารถต่อสู้กับเหลียวตงไคได้ ‘ในจีน พ่อค้าจะกล้าสู้กับรัฐบาลได้ยังไง! เว้นแต่จะเป็นอเมริกา!’
เมื่อคิดอย่างนี้ หลี่เจ๋ออันก็หยิบม้านั่งที่อยู่ใกล้ๆ และเดินเข้ามาหาเหลียวชาชาด้วยท่าทางคุกคาม
จบตอน